ไลฟ์สไตล์
100 year

น้ำป่าซัดคร่าผอ.โรงเรียน พายุซินลากูถล่ม ครูภูเก็ตก็สังเวย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
4 ส.ค. 2563 05:08 น.
SHARE

ฤทธิ์พายุ “ซินลากู” มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ ผอ.โรงเรียนจมหายกลายเป็นศพ หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องทำให้ถนนขาดหลายสายรถติดกันพัลวัน น้ำป่าไหลหลากถล่มบ้านเรือนและพืชผลการเกษตรเสียหายยับ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวปิดตัวชั่วคราว ส่วนนายกฯสั่งทหารและฝ่ายปกครองลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเร่งด่วน

ข่าวแนะนำ

พายุถล่มหนักหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย โดยเมื่อเวลา 20.25 น. วันที่ 2 ส.ค. เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองกะทู้ จ.ภูเก็ต ไปตรวจสอบต้นไม้หักโค่นทับบ้านพักครูภายในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 29 (กะทู้) ถนนวิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 1 คน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มลงมาทับตัวบ้านได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ภูเก็ต ตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อเข้าไปตรวจสอบ ภายในบ้านพบศพนายธนชาต เทียนวัฒนากุล อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186/15 หมู่ 7 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร ครูของโรงเรียนดังกล่าว ถูกบันไดทับหัวและลำตัว

ด้านนางเภาพรรณ วงค์ไทย ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 29 (กะทู้) เปิดเผยว่า นายธนชาตเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ชั้น ป.5 และ ป.6 หลังเลิกเรียนไปพักที่บ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านพักครูชายโสดมีทั้งหมด 7 หลัง คาดในช่วงเกิดเหตุ นายธนชาตนั่งทำงานเตรียมการสอน ช่วงนั้นเกิดพายุซัดต้นไม้โค่นทับบ้านเป็นเหตุให้เสียชีวิต สำหรับความช่วยเหลือจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์สวัสดิการครู และเพื่อนครูรวบรวมเงินช่วยเหลืออีกส่วนหนึ่ง ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค. ญาติเดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลวิชระภูเก็ต เคลื่อนไปสวดบำเพ็ญกุศลที่ จ.ชุมพร

ส่วนที่บ้านบางหลาโอน หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งวัน และมีลมกระโชกแรงทำให้เสาไฟฟ้าที่อยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ช่วงทางโค้งที่ กม.800 รอยต่อ อ.ตะกั่วป่า-อ.ท้ายเหมือง ล้มขวางถนนรวม 6 ต้น รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ร่วม 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่นำรถเครนเคลียร์สิ่งกีดขวางถนน เพื่อเปิดการจราจร เช่นเดียวกับที่ถนนสายทุ่งใหญ่-วัดขนาน หมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ต้นไม้ขนาดใหญ่ 2 ต้น และเสาไฟฟ้า 1 ต้น โค่นลงมาขวางถนน ส่วนที่วัดน้ำน้อยใน หมู่ 3 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่โค่นล้มแบบถอนรากถอนโคนทับรถกระบะเสียหาย 2 คัน

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค. นายอิทธิเชษฐ์ โภคินธนวัฒน์ ปลัดอาวุโส อ.เขาพนม จ.กระบี่ นายสินชัย พลเดช กำนัน ต.พรุเตียว นายประภาส เอ่งฉ้วน นายก อบต.พรุเตียว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายจากเหตุพายุพัดถล่มในพื้นที่หมู่ 1 ต.พรุเตียว พบว่าบ้านเรือนถูกลมพัดหลังคาปลิวหายกว่า 50 หลังคาเรือน นอกจากนี้ต้นยางพารา และต้นปาล์ม หักโค่นเสียหายกว่า 100 ไร่ ส่วนที่วัดถ้ำเสือ อ.เมืองกระบี่ ต้นไม้ล้มทับกุฏิ พระได้รับบาดเจ็บ 1 รูป

จ.ชุมพร นายนิคม ศิลปศร นายก อบต.ถ้ำสิงห์ พร้อมด้วยนางพัฒนา นนทแก้ว เกษตรอำเภอเมืองชุมพร นายสมศักดิ์ ชัยสังข์ กำนันตำบลถ้ำสิงห์ และผู้นำท้องที่ใน ต.ถ้ำสิงห์ ออกสำรวจความเสียหายของเกษตรกรจากเหตุพายุได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายของผลทุเรียนหลุดร่วงจากต้น เกษตรกรได้รับความเสียหาย 400 ราย ผลทุเรียนหลุดร่วงประมาณ 200 ตัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 25 ล้านบาท

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหาร่างนายนพดล แสนขวา อายุ 56 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย หมู่ 3 ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังไปหาปลากับเพื่อนที่ลำน้ำคาน แล้วเกิดฝนตกกระแสน้ำไหลเชี่ยวพัดร่างจมหายไป สอบถามนายขวัญฟ้า เหมหลุด อายุ 40 ปี เพื่อนนายนพดล ทราบว่า ช่วงเย็นวันที่ 2 ส.ค. ตนและนายนพดลชวนกันไปหาปลาในลำน้ำคาน แต่กระแสน้ำไหลแรงซัดร่างทั้งคู่ลอยไปตามน้ำ ตนลอยไปติดกิ่งไม้แล้วดึงตัวขึ้นฝั่ง ส่วนนายนพดลสูญหายไปกับกระแสน้ำ ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบศพนายนพดลห่างจากจุดเกิดเหตุ 3 กม.ร่างลอยติดโขดหิน

นายชัยธวัช ศิวบวร หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.ลำปาง เปิดเผยว่า เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง น้ำป่าที่ไหลตามลำห้วยเป็นโคลน ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอประกอบด้วย อ.วังเหนือ อ.แจ้ห่ม และ อ.เมืองปาน บ้านเรือนเสียหาย 200 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย 3,000 ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพพระและเณรที่วัดบ้านใหม่ เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม อ.วังเหนือ รวม 80 รูป หลังน้ำป่าหนุนสูง ส่วนที่บ้านป่าแดง ต.ป่าแดง และ ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ น้ำในห้วยแม่ก๋อนไหลทะลักลงสู่ที่ราบในหมู่บ้าน พ.อ.ภูเบศ มาแก้ว ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 12 กองพลทหารม้าที่ 1 พร้อมกำลัง ร่วมกับฝ่ายปกครองและเทศบาลตำบลช่อแฮ ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านลากรถที่ติดหล่มในบ้านเข็นขึ้นที่สูง ขณะเดียวกัน ปภ.แพร่ ประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังน้ำป่า ที่อาจจะไหลลงสู่ที่ราบอย่างรวดเร็ว

นายนันท์ เครือนพรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ต. ป่าเมี่ยง และ ต. เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด ส่งผลให้ถนนทางเบี่ยงจำนวน 6 แห่งพัง เส้นทางถูกตัดขาด ขณะนี้ซ่อมไปเพียง 3 จุด ทำให้ประชาชน 300 คน รถ 120 คัน ติดค้างอยู่กลางทาง เจ้าหน้าที่จัดที่พักภายในอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และโรงเรียนปางแฟนเพื่อช่วยเหลือ ส่วนที่ถนนสายเชียงราก-เชียงใหม่ อ.วังป่าเป้า จ.เชียงราย ถนนขาด 2 จุด รถไม่สามารถผ่านไปได้ บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง

ที่เขตเทศบาลเมืองพะเยา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน และถนนในชุมชนบ้านแม่ต๋ำอินทร์ฐาน และบ้านแม่ต๋ำภูมินทร์ ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองพะเยาและชาวบ้านช่วยกันเปิดทางน้ำ เพื่อระบายน้ำลงสู่กว๊านพะเยา ที่ จ.น่านเกิดน้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ภูเพียง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.นาน้อย อ.เวียงสา อ.ปัว และ อ.บ้านหลวง หลังน้ำลดเจ้าหน้าที่ช่วยกันบิ๊กคลีนนิ่ง

ส่วนในพื้นที่ภาคอีสาน พ.ต.ต.สง่า ทองใบ สว. (สอบสวน) สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ไปตรวจ สอบศพ น.ส.สุรจิตรา ทองจันดา อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ร.ร.คำแสนวิทยาสรรค์ ถูกกระแสน้ำซัดเสียชีวิต หลังเมื่อวันที่ 2 ส.ค.เดินทางกลับบ้านในช่วงเลิกเรียนแล้วน้ำป่าซัดร่างหายไป กระทั่ง ชาวบ้านมาพบศพที่ริมพงหญ้าข้างทาง ส่วนที่บ้านเหมืองแพร่ ต.นาแห้ว อ.นาแห้ว จ.เลย น้ำป่าซัดเข้าหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงถึงหน้าอก บ้านเรือนเสียหายกว่า 20 หลัง ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองช่วยกันอุ้มเด็กและคนชราออกจากพื้นที่ พร้อมขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง

ที่บ้านน้ำปด หมู่ 3 ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ฝนถล่มลงมาอย่างหนัก ระดับน้ำสูงเกือบมิดหัว กระแสน้ำพัดสะพานบ้านนาเมืองไทยขาด เจ้าหน้าที่ต้องสร้างสะพานชั่วคราว ให้ชาวบ้านเดินสัญจรไปมา บ้านเรือนเสียหาย 60 หลังคาเรือน

ส่วนตำรวจ สภ.บ้านผือ รับแจ้งเหตุพบศพชายในลำห้วยงาว ไปตรวจสอบทราบชื่อนายเติ่ง สังฤทธิ์ อายุ 70 ปี สอบถามญาติทราบว่า ผู้ตายออกไปดักปลาที่ฝายน้ำล้น มีกระแสน้ำเชี่ยวแล้วลื่นลอยน้ำหายไป เป็นเหตุให้เสียชีวิต

นายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่บริเวณน้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกตาดชะแนน น้ำตกตาดนกเขียน น้ำตกเจ็ดสี และน้ำตกถ้ำพระ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำไหลแรง เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าถ้ำฝุ่น น้ำตกเจ็ดสี และน้ำตกถ้ำพระ ขอแจ้งงดให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงนี้

ส่วนนายเทอดศักดิ์ กิตติวรากูล เลขาชมรมผู้ประกอบการค้าชายแดนบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วันในเขตพื้นที่ จ.ทวาย ประเทศเมียนมา เกิดดินสไลด์ปิดถนนสายกาญจนบุรี-ทวาย น้ำท่วมสูงถึงเอว ส่งผลให้การขนส่งสินค้าจากไทยไปประเทศเมียนมาต้องหยุดชะงัก ที่เกาะช้าง จ.ตราด ต้นไม้โค่นทับบ้านเรือน เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ว่า กำชับไปแล้วให้ทุกหน่วยไปดูแลชาวบ้าน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร และกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง มี 4 จังหวัด คือ น่าน พิษณุโลก เลย และเชียงใหม่ ที่ประสบอุทกภัยหนัก เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สั่งการให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลแล้ว ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น น้ำค่อยๆลดลง และฝนที่ตกลงมาเราต้องการเก็บน้ำไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้ง

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ระบุว่าจากการติตตามสถานการณ์และผลกระทบจากพายุซินลากู กำชับการดำเนินการตามแนวทางการเผชิญเหตุ ดังนี้ 1.การเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยให้ติดตามการคาดการณ์ลักษณะอากาศ 2.การอพยพประชาชนที่ประสบภัย หรือคาดว่าจะเกิดดินโคลนถล่มในพื้นที่ให้ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามแผนการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย 3.เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูตามระเบียบโดยเร่งด่วนต่อไป ส่วนนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า แจ้งไปยัง ผวจ. 10 จังหวัดที่ประสบอุทกภัย เร่งประกาศเขตพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือ

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลายพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก กสทช.กำชับผู้ประกอบการโทรคมนาคม ค่ายมือถือและอินเตอร์เน็ต ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณมือถือ และอุปกรณ์สื่อสารในพื้นที่เกิดภัยพิบัติไม่ให้เกิดความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดมีปัญหา ขอให้ค่ายมือถือใช้รถเคลื่อนที่ เพื่อส่งสัญญาณมือถือให้บริการในพื้นที่ด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายสภาพอากาศว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุซินลากูบริเวณประเทศเมียนมา พาดเข้าสู่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเล อันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1สภาพอากาศพายุซินลากูซินลากูน้ำท่วมพยากรณ์อากาศข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 22:20 น.