ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ระยองป่วนสั่งปิด 8 โรงเรียน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ก.ค. 2563 05:28 น.
    SHARE

    หนีกักกันแอบเที่ยวห้าง รัฐอืดขอ2-3วันสอบโรค อึ้งคณะทูตกักตัวคอนโด

    คนระยอง-กทม.ผวาโรคโควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำ หลัง ศบค.แถลงล่าสุดพบทหารอียิปต์เดินทางเข้า-ออกไทยตามเงื่อนไขพิเศษติดเชื้อไวรัสมรณะ หนำซ้ำยังหนีการกักตัวออกมาเดินเล่นในห้างกลางเมือง พบไทม์ไลน์มาไทยแล้วไปจีนก่อนกลับมาไทยอีกรอบ ขณะที่กรมควบคุมโรคขอเวลา 2-3 วัน สอบสวนโรคก่อน แต่ขออุบบอกสถานที่เสี่ยงระบาด ล่าสุดพ่อเมืองระยองสั่งกักตัว 2 พนักงานโรงแรมแล้ว ส่วนเด็กซูดานเข้าไทยติดเชื้อ พบครอบครัวเข้าพักคอนโดฯในกทม. ขณะเดียวกัน “ตาก-สระแก้ว” รวบชาวจีน-เมียนมา-เขมร ลอบเข้าไทยได้อีกเพียบ ส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิเกิดเหตุพิลึก พบ2สาวไทยบินมาจากกวางโจว จีน ไร้เอกสารเข้าเมือง แต่สุดท้าย ตม.ยอมให้เข้าประเทศหลังกักตัวอยู่นานเกือบ 20ชม.

    หลังจากคนไทยเริ่มเบาใจเมื่อทางการประกาศไทยปลอดการติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องร่วมสองเดือน รวมถึงมีความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ล่าสุดพบทหารอียิปต์และครอบครัวชาวซูดาน ที่เดินทางเข้าไทยตามเงื่อนไขพิเศษเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ติดเชื้อโควิด-19 แต่กลับไม่อยู่ในสถานที่กักตัวอย่างที่ควรจะเป็น

    ไม่ติดเชื้อในประเทศ 49 วัน

    ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 ก.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสมขณะนี้อยู่ที่ 3,220 ราย หายป่วยสะสม 3,090 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 72 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จำนวนคงที่ 58 ราย ทั้งนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 49 วัน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่รายที่ 1 กลับจากคูเวต เป็นชายไทยอายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทย 29 มิ.ย. เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ กรุงเทพฯ วันที่ 11 ก.ค. ตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ รายที่ 2 จากบาห์เรน เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 12 ก.ค. ผ่านการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์ จากนั้นวันที่ 12 ก.ค.ตรวจพบเชื้อ ขณะนี้รักษาที่ รพ.ฉะเชิงเทรา

    ทหารอียิปต์ติดเชื้อเข้าพักระยอง

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับรายที่ 3 เป็นทหารชายสัญชาติอียิปต์ อายุ 43 ปี เดินทางพร้อมกับคณะรวม 31 คน ในวันที่ 8 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง วันที่ 9 ก.ค.ชายคนดังกล่าวเดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางทหารที่ประเทศจีนและกลับมาเมืองไทยอีกครั้งวันเดียวกัน โดยวันที่ 10 ก.ค.ตรวจหาเชื้อพร้อมลูกเรือรวมทั้งหมด 31 ราย และคณะทั้งหมดเดินทางกลับวันที่ 11 ก.ค. ทั้งนี้ ผลตรวจยืนยันออกมาวันที่ 12 ก.ค. พบเชื้อ 1 ราย ส่วนอีก 30 รายไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตามการเดินทางของทหารกลุ่มนี้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อยกเว้น ที่ให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยได้ จากนี้ทีมสอบสวนโรคจะเข้าไปสอบสวนโรคอย่างละเอียดที่โรงแรมดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังพบว่าคณะดังกล่าวมีการเดินทางไปยังสถานที่บางแห่ง จ.ระยอง เช่น ห้างสรรพสินค้า ทีมสอบสวนโรคก็จะเข้าไปตรวจสอบ

    ยกคณะไปยูเออี–ปากีฯก่อนมาไทย

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับเส้นทางการเดินทางของทหารอียิปต์และคณะดังกล่าวเดินทางออกจากสนามบินกรุงไคโรประเทศอียิปต์ไปประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตน์วันที่ 6 ก.ค.วันที่ 7 ก.ค.เดินทางต่อไปยังประเทศปากีสถาน จากนั้นวันที่ 8 ก.ค.เดินทางออกจากประเทศปากีสถานถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ก่อนเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง และวันที่ 9 ก.ค.ออกเดินทางจากโรงแรมที่พักไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาเพื่อไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีนและกลับเข้าประเทศไทยพักที่โรงแรมแห่งเดิม วันที่ 11 ก.ค.คณะเดินทางออกจากประเทศไทย โดยวันที่ 10 ก.ค.คณะดังกล่าวเข้าคัดกรองอาการและเก็บตัวอย่างส่งตรวจ วันที่ 11 ก.ค.ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการไม่ชัดเจนจึงตรวจซ้ำอีกครั้ง วันที่ 12 ก.ค.ผลตรวจยืนยันทหารคนหนึ่งในคณะพบเชื้อ

    ยัน ด.ญ.9 ขวบจากคณะทูตติดเชื้อ

    นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกรณีผู้ป่วยหญิงอายุ 9 ขวบ เป็นครอบครัวคณะทูตจากแอฟริกา เดินทางจากแอฟริกาวันที่ 7 ก.ค. มารวม 5 คน โดยผลตรวจก่อนขึ้นเครื่องไม่พบเชื้อโควิด-19 มาถึงไทยวันที่ 10 ก.ค.ผ่านด่านคัดกรองไม่มีอาการแต่เก็บตัวอย่างส่งตรวจ พบเชื้อในเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ บิดาเด็กหญิงจึงนำตัวไปรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.มีการตรวจซ้ำ ขณะที่ครอบครัวเด็กหญิงคนดังกล่าวพำนักที่คอนโดฯแห่งหนึ่งใน กทม. โดยวันที่ 11 ก.ค.เด็กหญิงคนดังกล่าวมีอาการปอดอักเสบและมีการส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง

    พักคอนโดฯแทนพื้นที่คุมโรค

    สำหรับเคสเด็กหญิงรายนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็น 1 ในกลุ่ม 12 รายที่เดินทางมาจากซูดาน ที่มีรายงานเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในกลุ่มนี้แยกเป็นชายไทย 5 ราย หญิงไทย 6 ราย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ตามหลักเกณฑ์ของ ศบค.นั้น คณะทูตและผู้ได้รับอนุญาตทำงาน (Work Permit) ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อเข้าในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลาและหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงเข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ (SQ) หรือการกักตัวในพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (ASQ) หรือคุมตัวไว้สังเกตตามมาตรการควบคุมโรคตามเงื่อนไขของแต่ละประเภท ซึ่งส่วนใหญ่หากเป็นคณะทูต สถานทูตประเทศนั้นๆ จะเป็นผู้จัดหาสถานที่กักตัวให้ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ สธ.กำหนด ซึ่งมักใช้พื้นที่ในสถานทูต แต่ครอบครัวของเด็กซูดานรายนี้กลับไปพักในคอนโดฯแห่งหนึ่งที่คาดว่าจะอยู่ไม่ไกลจากสถานทูตแทน และถือเป็นกลุ่มผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19

    ไม่โทษใคร–ไม่ใช่ข้อผิดพลาด

    ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ได้รับข้อยกเว้นให้กับคณะทูตที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย แล้วให้ไปพำนักอยู่ในสถานที่ของสถานทูต ซึ่งกรณีนี้เป็นคอนโดฯแห่งหนึ่ง จากนี้จะสอบสวนโรคในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่นั้นให้ความร่วมมือ ยืนยันเราจะดูแลอย่างดี อย่างไรก็ตาม ทั้งกรณีทหารชาวอียิปต์ และเด็กหญิงที่เป็นสมาชิกครอบครัวคณะทูต ถือเป็นข้อยกเว้นของ ศบค. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่กล่าวโทษใครเพราะเขาได้รับอนุญาต ไม่ใช่ข้อผิดพลาดอะไร เราจะนำไปปรับปรุงวิธีการทำงานปิดจุดอ่อนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะกรณีของสถานทูต เราเข้าใจว่าทุกสถานทูตมีพื้นที่พำนัก แต่กรณีนี้ที่ใช้คอนโดฯเป็นที่พำนัก กระทรวงการต่างประเทศจะทำความเข้าใจให้สถานทูตต่างๆต้องกักตัวครอบครัวในคณะทูตให้อยู่ในสถานที่ของท่านเองเป็นเวลา 14 วัน และยืนยันขณะนี้ยังไม่มีข้อเสียหายอะไรเกิดขึ้น ข่าวดังกล่าวจะช่วยย้ำเตือนให้ประชาชนรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัว

    แจงปากีฯเข้าไทยมีเอกสารครบ

    นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการปล่อยให้นักธุรกิจชาวปากีสถานที่เอกสารไม่ครบเข้ามาในประเทศไทยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กพูดคุยกันพบว่า ในชุดคนที่มาทั้งหมดจากปากีสถาน 27 ราย เข้ามาโดยมีเอกสารครบถ้วน แต่เอกสารระหว่างหน่วยงานของทั้ง 27 คน ในประเทศไทยนั้น ครบถ้วน 19 คน อีก 8 คน การประสานงานภายในของเรามีความล่าช้า ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับไปปรับปรุงแก้ไข ส่วนกรณีชาวต่างชาติที่หลบหนีเข้ามาโดยช่องทางธรรมชาติแบบผิดกฎหมายจำนวน 3,000-4,000 คนนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นตัวเลขรวมในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.ตัวเลขกลุ่มดังกล่าวที่อยู่ในไทยไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะเมื่อเจอตัวจะผลักดันกลับทันที ในส่วนที่เข้ามาในใจกลางประเทศก็อยู่ในสถานกักขังของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งมีพื้นที่รองรับ และมีกรมควบคุมโรคเข้าไปตรวจโรคเป็นประจำ ไม่ได้ถือเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ขณะนี้รอการดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อส่งตัวกลับ

    โลกโซเชียลระอุถล่ม ศบค.ทันควัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากข่าวพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 ออกมาเดินห้างใน จ.ระยอง และครอบครัวผู้ติดเชื้อในคณะทูตเข้าพักในคอนโดฯใน กทม.แทนที่จะเป็นสถานที่กักตัวตามเงื่อนไข ศบค.เผยแพร่ออกมา ทำให้คนออกมากระหน่ำแสดงความคิดเห็นในสื่อโซเชียลทั้งเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ ฯลฯ อย่างล้นหลามและต่อเนื่อง โดยตำหนิ ศบค.และรัฐบาลอย่างรุนแรง ที่เอาแต่บอกให้ประชาชนระมัดระวังตัวเอง ห้ามการ์ดตก เพราะกลัวเกิดการระบาดรอบ 2 แต่รัฐบาลกลับปล่อยปละให้คนติดเชื้อที่เข้ามาไทยภายใต้เงื่อนไขพิเศษของรัฐบาล ออกมาในพื้นที่สาธารณะ เสี่ยงนำเชื้อไวรัสมาระบาดในไทยอีกครั้ง หนำซ้ำเมื่อมีประชาชนติดต่อสอบถาม ศบค.ถึงสถานที่ที่ผู้ติดเชื้อทั้งสองรายไป แต่ ศบค.กลับอ้างว่าเป็นข้อมูลทางความมั่นคง ไม่สามารถบอกได้ ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ต้องการระมัดระวังตัวเอง แต่กลับถูกปกปิดข้อมูล รวมทั้งยังไม่มีใครใน ศบค.และรัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบกรณีนี้แต่อย่างใด

    ขอเวลาสอบสวนโรค 2–3 วัน

    ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า กรณีของทหารอียิปต์ทางทีมสอบสวนโรคอยู่ในระหว่างค้นหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่คณะลูกเรือนี้เข้าพัก และสถานที่ที่คณะลูกเรือให้ข้อมูลว่าได้เดินทางไป เช่น ห้างสรรพสินค้าใน จ.ระยอง อย่างไรก็ตาม ทางทีมสอบสวนโรคจะต้องเร่งหาข้อมูล คือ 1.ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับคนกลุ่มนี้ 2.มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น หากประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง มีความกังวลหรือว่าคิดว่าตนเองเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับคนกลุ่มนี้ สามารถติดต่อได้ที่สาธารณสุขจังหวัดหรือเบอร์สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ว่าเป็นที่ใด และผู้ป่วยที่ยืนยันได้เดินทางไปด้วยหรือไม่ จึงต้องดูจากกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม หากประชาชนเดินทางไปในพื้นที่สาธารณะและสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือและเว้นระยะห่าง จะป้องกันโรคได้ในระดับหนึ่ง ในระหว่างนี้ขอให้ประชาชนใน จ.ระยองมีการป้องกันตัวเองมากขึ้น และทีมสอบสวนกำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดคาดว่า 2-3 วันจะทราบผล

    ระยองกักตัว 2 พนง.โรงแรม

    จากนั้น ในช่วงบ่าย ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง เรียกประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง หลังพบทหารชาวอียิปต์ อายุ 43 ปี ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมคณะรวม 31 คน เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองระยอง และมีการไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองระยอง ภายหลังการประชุมนายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า สั่งการให้ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลงพื้นที่ไปตรวจสอบและคุมพื้นที่สัมผัสโรคทุกแห่ง พร้อมสั่งปิดห้องพักและพื้นที่ชั้นบนสุด 2 ชั้น ของโรงแรมดังกล่าวที่กลุ่มทหารอียิปต์เข้าพัก รวมถึงสั่งกักตัวพนักงานโรงแรม 2 คน ไปเสิร์ฟอาหารบนห้องของกลุ่มทหารดังกล่าวแล้ว ส่วนกรณีกลุ่มทหารเดินทางไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีกลุ่มทหารไปเดินเที่ยวกี่ราย จะมีการตรวจสอบกล้องวงปิดอย่างละเอียดคาดว่าต้องใช้เวลา 2 วันน่าจะได้ความชัดเจน

    ย้ำไทม์ไลน์ทหารอียิปต์

    สำหรับทหารอียิปต์รายนี้ อายุ 43 ปี ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางเข้ามาในไทย ลักษณะของลูกเรือเครื่องบินทหาร เข้าเกณฑ์ในการอนุญาตให้เข้าประเทศได้ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.เดินทางออกจากสนามบิน กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 7 ก.ค.เดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปปากีสถาน วันที่ 8 ก.ค.เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมืองระยอง วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรม อ.เมืองระยอง ไปท่าอากาศยานฯอู่ตะเภา เพื่อบินไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางไปกลับวันเดียวกัน และกลับมาเข้าพักที่โรงแรมเดิมใน อ.เมืองระยอง วันที่ 10 ก.ค. ทีมหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ อ.เมืองระยองเข้าคัดกรองอาการของคณะเดินทางและลูกเรือ เก็บตัวอย่างส่งตรวจ 31 รายในวันที่ 11 ก.ค.คณะเดินทางออกจากไทยกลับอียิปต์ วันเดียวกันผลตรวจไม่ชัดเจน ต้องตรวจซ้ำอีกครั้งวันที่ 12 ก.ค.ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ

    “อู่ตะเภา” ยันคัดกรองตามขั้นตอน

    ด้าน พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผอ.การท่าอากาศยานฯอู่ตะเภา กล่าวถึงกรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 ว่าขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นไปตามที่ ศบค.กำหนด โดยมีศูนย์ปฏิบัติการที่แต่งตั้งขึ้นโดย ผวจ.ระยอง ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำสั่งของ ศบค. ท่าอากาศยานฯอู่ตะเภาจะมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีคณะทำงานที่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขมาปฏิบัติงานร่วมกับ ตม. คัดกรองโรคหรือสอบสวนโรค PUI หากไม่พบผู้ต้องสงสัย มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อการติดต่อของโรค หรือไม่พบภาวะผิดปกติใดๆ ขั้นตอนก็จบลง และส่งต่อไปเข้าที่พัก ส่วนที่รับผิดชอบคือสาธารณสุขจังหวัดระยอง เพื่อรอการประเมินคัดกรองทาง State Quarantine ก็จะรับไป

    คาดมีเพียงรายเดียวที่หนีเที่ยว

    พล.ร.ท.กฤชพลกล่าวอีกว่า คณะดังกล่าวมีทั้งหมด 31 คน คาดว่ามีเพียงหนึ่งคนในคณะนั้นหนีออกมาข้างนอกระหว่างที่เข้าพัก แต่ข้อมูลที่ถูกต้องขอให้ตรวจสอบกับทาง ศบค.อีกครั้ง เมื่อถามว่าคนที่หนีออกมาคือคนที่ตรวจพบเชื้อหรือไม่ พล.ร.ท.กฤชพลกล่าวว่า ไม่ทราบ คงต้องถามรายละเอียดจากทาง ศบค.ทั้งหมด ยืนยันว่าขั้นตอนการตรวจสนามบินไม่พบความผิดปกติ การตรวจสอบทำด้านนอกเทอร์มินอล ไม่ได้เข้ามาปะปนในอาคารผู้โดยสาร เพราะเป็นลักษณะของ State aircraft มีการแจ้งเข้า-ออกในประเทศล่วงหน้า และต้องได้รับอนุญาตในเรื่องแผนการบินและตารางการอยู่ในประเทศ ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้วที่ประเทศต้นทางจะต้องประสานมาทางกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตในประเทศไทย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นขั้นตอนทางการทูต การท่า อากาศยานฯไม่มีอำนาจไปยับยั้ง แต่มีอำนาจในการตรวจสอบตามมาตรการ

    “สาธิต” ปัดทหารอียิปต์ไม่ใช่แขกรัฐบาล

    ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับกรมควบคุมโรคกรณีทหารอียิปต์ เดินทางเข้าพักโรงแรมใน จ.ระยอง และตรวจพบเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่เสี่ยง 3 จุด คือ ห้างแหลมทอง ห้างเซ็นทรัลระยอง และโรงแรมดีวารี โดยเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ก.ค.นี้ตนจะเดินทางไปพร้อมกับชุดปฏิบัติการกรมควบคุมโรคเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าทหารอียิปต์ไม่ใช่แขกของรัฐบาลเหมือนผู้บัญชาการทหารบกของสหรัฐฯที่ได้รับยกเว้น และทหารอียิปต์ฝ่าฝืนคำสั่งของจังหวัดและเจ้าหน้าที่ โดยไม่ยอมให้ตรวจ และไม่ฟังคำสั่งของจังหวัด และพบว่าในวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ทหารอียิปต์ได้ออกไปเดินห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ขอให้กักตัวและขอตรวจ แต่ทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อไม่ยอม จนต้องนำตำรวจมาจึงยอมตรวจ ส่วนโรงแรมดังกล่าวได้ปฏิบัติตามกฎที่ให้บริการตามมาตรการควบคุมโรค และได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับทหารกลุ่มนี้ทำตามมาตรการการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข

    ปิดโรงเรียน 8 แห่งหนีโควิด

    จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายวรวิทย์ ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีนครระยองว่า ขณะนี้มีคำสั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ 8 แห่ง อย่างไม่มีกำหนด ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง โรงเรียนนครระยองวิทยาคมโรงเรียนเทศบาลบ้านปากคลอง โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ โรงเรียนวัดโขดทิมธาราม โรงเรียนเทศบาลวัดลุ่ม ศูนย์เด็กเล็กวัดเนินพระ และศูนย์เด็กเล็กวัดป่าประดู่ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมีผู้ปกครองเด็กนักเรียนทำงานอยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมืองระยอง มีประวัติสัมผัสทหารชาวอียิปต์ ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ สั่งให้คณะครูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในบริเวณโรงเรียนโดยด่วน

    ห้างแหลมทองยันคุมเข้มโควิด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจเฟซบุ๊ก Passione Shopping Destination หรือคนท้องถิ่นรู้จักกันในนาม “ห้างแหลมทองระยอง” โพสต์ข้อความระบุว่าโรงแรม Holiday Inn & Suites Rayong City Centre ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับลูกเรือ, ทหารทีมที่เป็นข่าว และขอยืนยันว่าทางโรงแรมไม่มีนโยบายรับลูกเรือ และ Guest ต่างชาติที่ไม่ผ่าน State Quarantine กักตัวไม่ถึง 14 วันเข้าพัก และที่โรงแรมไม่ใช่ State Quarantine ของทางภาครัฐบาล อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าแพชชั่น ช็อปปิ้ง เดสติเนชั่น ยังคงดำเนินรักษามาตรการฉีด พ่น ฆ่าเชื้อ ทั้งศูนย์ฯ ร้านค้า ร้านอาหาร ทุกวันศุกร์อย่างต่อเนื่อง คืนนี้จะดำเนินการฉีด พ่น ฆ่าเชื้อ พื้นที่ส่วนกลางของศูนย์การค้าฯ ทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจของลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ว่าที่ ร.ต.ชูชีพ อรุณเหลือง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง มีคำสั่งปิดวิทยาลัยเป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยจะให้นักเรียนศึกษาผ่านระบบออนไลน์ที่บ้าน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

    ทัพบกโบ้ยไม่เกี่ยวทหารอียิปต์

    ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบก และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับการเดินทางมาไทยของทหารสัญชาติอียิปต์ที่ติดโควิด-19 พร้อมลูกเรือ ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน 11 กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้าประเทศ ไทยได้ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 6) จัดอยู่ ในกลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรตามภารกิจ และมีมาตรการรองรับในการกำกับดูแล ขอให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณรับข้อมูล โดยเฉพาะการติดเทรนด์ #ในทวิตเตอร์ และโซเชียลมีเดีย กล่าวหาและเชื่อมโยงให้เข้าใจผิดว่ากองทัพบกหรือ ผบ.ทบ.มีส่วนเกี่ยวข้อง

    วอน ปชช.อย่าโยงจนเข้าใจผิด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ เพจ Army Spoke Team ของ ทบ.ยังโพสต์ข้อความระบุว่าขณะนี้มีการสร้างกระแสติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ และ social media กล่าวหาและเชื่อมโยงให้เข้าใจผิดว่า ทบ.หรือ ผบ.ทบ.มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ทหารอียิปต์เดินทางโดยเครื่องบินเข้ามาในไทยและได้เข้าพักชั่วคราวในสถานที่กักตัว ที่ จ.ระยอง ต่อมาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทบ.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ การกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง เชื่อมโยงลักษณะชี้นำหวังให้เข้าใจผิด และขอผู้ใช้โซเชียลมีเดียยุติการส่งข้อความต่อ อาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่มีเจตนาบิดเบือนให้ร้ายต่อ ทบ. ขอให้รับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ ศบค.เป็นสำคัญ

    คร.ไม่นิ่งนอนใจเคสเด็กป่วย

    ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีเด็กหญิงที่มาในครอบครัวทูตป่วยด้วยโรคโควิด-19 นั้น กรมควบคุมโรคขอให้ข้อมูลว่าหลังได้รับรายงานในพื้นที่ กรมควบคุมโรค (คร.) ได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองร่วมกับกรุงเทพมหานคร เร่งสอบสวนโรคและรายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวทันที โดยจากการสอบสวนพบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศหญิง อายุ 9 ขวบ ปัจจุบันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. เป็นรายที่ เคยรายงานเป็นผู้ป่วยและมีการแถลงข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ค.63 โดยประวัติของผู้ป่วยเดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกาพร้อมกับครอบครัวที่เป็นคณะทูต ซึ่งการเดินทางเข้ามาในไทยเป็นไปตามมาตรการของคำสั่ง ศบค. เรื่องแนวปฏิบัติตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.พ.ศ.2548 ฉบับที่ 6 ในข้อ (3)

    วอน ปชช.อีกอย่าการ์ดตก

    นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ในเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วย มีผู้โดยสารทั้งหมด 245 คน พบว่ามีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังและสอบสวนโรค จำนวน 47 ราย จากการตรวจหาเชื้อพบผู้ติดเชื้อ รวม 12 ราย รวมผู้ป่วยรายนี้ และมีการส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของ กทม. สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) สอบสวนโรคในกรณีดังกล่าวเพิ่มเติมที่พำนักที่ครอบครัวผู้ป่วยเข้าพักก่อนทราบผลตรวจ โดยค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงโดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ขณะนี้ยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และได้ให้ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบตามมาตรฐานทางสาธารณสุขแล้ว ขอให้ประชาชนไทยทุกคนดำเนินมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง การ์ดอย่าตก ทั้งการสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เพื่อรักษาสภาพการแพร่ระบาดให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปให้ได้นานที่สุด

    จับต่างด้าวลอบเข้าเมืองต่อเนื่อง

    ส่วนที่ จ.ตาก พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ ผบ.ฉก.ร.4 สั่งการชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว บก. ร้อย.ร.412 นำกำลังออกตรวจสอบตามแนวตะเข็บชายแดนตลอดริมแม่น้ำเมยพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กระทั่งพบรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน กธ 8952 ตรัง วิ่งบนถนนสายวังแก้ว-วังผา ต.แม่ปะ เรียกตรวจค้น มีนายธีรวุฒิ ทวีอภิรดีนภา อายุ 24 ปี เป็นคนขับ ภายในรถพบชายชาวจีน 2 คน คือนายเช็ง กานซี อายุ 38 ปี และนายเลียต ซีกัง อายุ 38 ปี ทั้งสองคนไม่มีใบอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้ จับกุมแรงงานชาวเมียนมา 17 คนขณะข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทย อ.แม่สอด นำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก ดำเนินคดีหลบหนีเข้าเมืองและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

    สระแก้วรวบเขมรลุยน้ำข้ามแดน

    ที่ จ.สระแก้ว พ.อ.เอกพงษ์ กฤษตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.กรม.ทพ.12 สั่งการให้ พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกลาดตระเวนสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจติดมากับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าประเทศไทย บริเวณช่องทางธรรมชาติริมคลองกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา หมู่ 1 บ้านท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กระทั่งพบกลุ่มแรงงานชาวกัมพูชา 7 คน เดินลุยน้ำข้ามคลองกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา เข้าควบคุมตัวพร้อมนำไปตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ ตรวจสอบทั้งหมดไม่มีเอกสารการเดินทางอ้างว่าลอบเข้ามาเพื่อจะไปทำงานรับจ้างที่ตลาดเดชไทย ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา เพื่อนำชาวกัมพูชาทั้งหมดผลักดันกลับประเทศ บริเวณช่องทางอนุโลม ตรงข้ามชายแดน อ.โคกสูงต่อไป

    2 สาวไทยจากจีนผลุบเข้าประเทศ

    ส่วนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ค. สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ976 นำคนไทยที่ตกค้างในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 105 คน พร้อมพลเมืองสัญชาติสิงคโปร์ 5 คน รวม 110 คน กลับเข้าไทย ในจำนวนนี้พบคนไทยมีไข้ 22 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างละเอียด ส่วนผู้ผ่านการตรวจคัดกรองและถูกพาไปกักตัวที่สถานกักตัวของรัฐใน กทม. นอกจากนี้ เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 12 ก.ค.มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สายการบิน 9 AIR ว่า ทางสายการบินได้นำหญิงไทย 2 คน มากับเที่ยวบินที่ AQ1007 ที่เดินทางมาจากเมืองกวางโจวถึงประเทศไทยในเวลา 23.25 น. โดยไม่มีเอกสารการเข้าประเทศใดๆทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเมื่อสตรีชาวไทยทั้งสองคนลงจากเครื่องก็ถูกเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกักตัวไว้ ยังไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ จนกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการด้านเอกสารตามระเบียบ ศบค. ในการเดินทางเข้าประเทศให้เรียบร้อย เป็นเวลาเกือบ 20 ชั่วโมง ด่านควบคุมโรค และด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงอนุญาตให้หญิงทั้งสองคนเข้าประเทศ พร้อมส่งตัวไปกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐใน กทม.

    อย.ขอ 1 เดือนพิจารณาวัคซีนในคน

    สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับวัคซีนที่ไทยพัฒนาเองนั้น ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงการพิจารณาอนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ ใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในคน ในประเทศไทยว่า ขณะนี้มีผู้พัฒนาวัคซีนได้ยื่นขออนุญาตมาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประมาณ 7 แคนดิเดต โดยหนึ่งในนั้นเป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพของวัคซีน จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากคณะผู้วิจัยส่งข้อมูลทุกอย่างมาครบถ้วนแล้วคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 เดือน จึงจะสามารถอนุญาตให้ฉีดวัคซีนในคนได้ นอกจากนี้ หากวัคซีนตัวไหนใช้การวิจัยด้วยเทคโนโลยีแบบเดียวกันกับของต่างประเทศก็จะนำข้อมูลของต่างประเทศมาประกอบการพิจารณาก่อนฉีดในคนด้วย

    พร้อมจัดหาวัคซีนนอกมาใช้

    ส่วนการพัฒนาวัคซีนป้องกันวัคซีนโควิด-19 ชนิด DNA ของบริษัทไบโอเนท-เอเชีย จำกัด นพ.ไพศาล กล่าวว่า ทราบผลการทดลองในหนูได้ผลดี และขณะนี้บริษัทดังกล่าวได้ทยอยส่งข้อมูลมาให้ อย.พิจารณาแล้ว แต่ยังส่งมาไม่ครบ โดยเฉพาะผลการทดลองของต่างประเทศที่ต้องนำมาให้ประกอบการพิจารณา ซึ่งนอกจากการพัฒนาวัคซีนในประเทศแล้ว อย.ยังเตรียมความพร้อมในการจัดหา เพื่อนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศไทยด้วยหากมีประเทศใดสามารถพิจารณาวัคซีนได้ก่อน

    วัคซีนต้องเน้นปลอดภัย

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ว่า ทุกอย่างคืบหน้าไปมาก และต้องนำผลการทดลองในแต่ละขั้นมาขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญ ถ้าทุกอย่างได้มาตรฐานจะต้องทำให้รวดเร็ว ส่วนจะ เสร็จสิ้นเมื่อไหร่นั้นต้องถามจากทีมแพทย์ แต่ต้อง ระมัดระวังเมื่อมาทดลองในมนุษย์ เราต้องมั่นใจจริงๆว่าปลอดภัย นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เผยว่า ตนและ ส.ส.พลังประชารัฐอีกหลายคนจะขอเป็นอาสาสมัครกลุ่มแรกในการทดสอบ วัคซีนของศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

    วิศวะ มจพ.ทำเตาเผาขยะติดเชื้อ

    วันเดียวกัน นายสมรัฐ เกิดสุวรรณ หัวหน้าศูนย์วิจัยเผากากของเสีย ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและการบิน-อวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ มจพ.ได้คิดสร้างเตาเผาหน้ากากอนามัยใช้แล้วขนาดเล็ก เพื่อจัดการหน้ากากใช้แล้ว ชุด PPE หรือขยะติดเชื้ออื่น เป็นการลดปัญหาและลดภาระหน่วยงานที่เก็บขยะของท้องถิ่นต่างๆ เหมาะสำหรับติดตั้งในโรงพยาบาล สถานอนามัย สถานที่ราชการที่ให้บริการประชาชนจำนวนมาก ตลาด ศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เกต แหล่งท่องเที่ยว วัด สถานศึกษา มหาวิทยาลัย เป็นต้น เตาเผาขยะติดเชื้อดังกล่าว มีขนาดเล็ก มีระบบการควบคุมไม่ให้ปล่อยมลพิษและกากออกสู่สิ่งแวดล้อม ไม่มีน้ำเสีย สามารถนำน้ำมันทอดใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ได้ สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้กับเตาเผาได้ ขณะนี้มีการผลิตเตาเผาขยะต้นแบบจำนวน 2 ชุด ใช้งบประมาณชุดละ 100,000 บาท ชุดแรก ติดตั้งที่ มจพ. กรุงเทพฯและชุดที่สองที่ มจพ.วิทยาเขตระยอง ซึ่ง มจพ.พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่หน่วยงานที่ต้องการ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์วิจัยการเผากากของเสีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เว็บไซต์ http://wirc.stri.kmutnb.ac.th อีเมล : srk@kmutnb.ac.th โทร. 0-2555-2000 ต่อ 8324

    เร่งให้เกษตรกรแจ้งเลขบัญชี

    สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร รายละ 15,000 บาท จ่ายเดือนละ 5,000บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน จากรัฐบาลตามรายชื่อที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ส่งมาให้กับธ.ก.ส.ยังไม่พบบัญชีที่จะรับโอนเงินจำนวน 139,271ราย ทําให้ ธ.ก.ส.ไม่สามารถโอนเงินเยียวยาให้ได้ ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยารีบแจ้งเลขที่บัญชีเงินฝากผ่านทาง เว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com ภายในวันที่ 25 ก.ค.2563จะเป็นบัญชีธนาคารใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเปิดบัญชีใหม่กับ ธ.ก.ส. ซึ่งวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือควรเป็นบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน ทั้งนี้ เงินเยียวยาในรอบเดือน ก.ค. จะเริ่มโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่วันที่ 15-22 ก.ค.นี้ ต่อเนื่องทุกวัน วันละประมาณ 1 ล้านราย โดยตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com 

    ก.แรงงานเล็งจ้างงานรูปแบบใหม่

    ที่โรงแรมใบหยกสกาย สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน จัดสัมมนาประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อการกำหนดอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง รองรับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไปหลังสถานการณ์โควิด-19 มีผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ร่วมแสดงความเห็นต่อการพัฒนาระบบค่าจ้างของประเทศไทย นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจะเขียนกฎหมายออกมาบังคับใช้ต้องมีความชัดเจนและเป็นธรรม การจ้างงานเป็นรายชั่วโมงหากเป็นการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ การบริการตามโรงแรม หรืองานอีเวนต์ต่างๆ ตนเห็นด้วยที่จะจ้าง เป็นรายชั่วโมง แต่หากเป็นอุตสาหกรรมปิดหรือในโรงงานต้องแยกประเภทอุตสาหกรรมให้ชัดเจนว่าแบบไหน นายจ้างทำได้หรือไม่ได้ และต้องกำหนดเงื่อนไขในการดูแลสวัสดิการต่างๆอย่างเป็นธรรม ขบวนการแรงงานยังไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้เพราะยังไม่มีความชัดเจน ขนาดรับรายเดือนทุกวันนี้ คนทำงานยังอยู่แทบไม่ไหว โอทีไม่มีก็แย่แล้ว

    โลกติดเชื้อกว่า 13 ล้านคน

    ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกได้เพิ่มเป็น 13 ล้านคนอย่างเป็นทางการ เสียชีวิตรวมกว่า 572,000 คน องค์การอนามัยโลกรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคอเมริกา 142,992 คน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 33,173 คน ภูมิภาคยุโรป 18,804 คน ภูมิภาคแอฟริกา 17,884 คน ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก 15,361 คน และภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก 2,156 คน รวมทั้งหมดเท่ากับมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก 230,370 คน

    สหรัฐฯยอดยังสูง-ยันเปิด ร.ร.

    ขณะที่บรรยากาศในสหรัฐอเมริกา จุดศูนย์กลางแพร่ระบาดอันดับ 1 ของโลก สถาบันโรคติดต่อมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ รายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศวันเดียว 59,747 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อ รวมกลายเป็น 3.41 ล้านคน เสียชีวิตรวม 137,784 คน โดยที่รัฐฟลอริดา จุดการระบาดรุนแรงในภาคใต้ พบผู้ติดเชื้อในวันเดียวทำสถิติมากกว่า 15,000 คน ส่วนนางเบตซี เดวอส รมว.ศึกษาธิการสหรัฐฯ ยืนยันว่า โรงเรียนจำเป็นต้องเปิดการเรียนการสอน เพราะถึงยอดติดเชื้อในแต่ละรัฐยังคงพุ่งสูงทำลายสถิติ แต่ก็สามารถวางมาตรการให้ปลอดภัยได้

    เชื้อลามฐานทัพมะกันในญี่ปุ่น

    ด้านนายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกแถลงถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งบนเกาะโอกินาวะ ทางภาคใต้ คือฐานทัพอากาศนาวิกโยธินฟูเตนมะ และฐานทัพเฮนเซน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีทหารสหรัฐฯติดเชื้อในฐานทัพแล้ว 62 นาย ทำให้มีการประสานงานไปยังกองทัพสหรัฐฯ ให้บังคับใช้มาตรการปิดการใช้งานอาคารที่ไม่จำเป็นในฐานทัพ ห้ามบุคลากรออกจากฐานทัพ ขณะที่นายเดนนี ทามากิ ผู้ว่าการจังหวัดโอกินาวะ เผยว่าได้เรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯระงับการสับเปลี่ยนกำลังพลมายังโอกินาวะ และขณะนี้ยังไม่ทราบว่าต้นตอการแพร่ระบาดมาจากที่ใด ส่วนสื่อท้องถิ่นรายงานแสดงความกังวลว่า ครอบครัวทหารอเมริกันบางส่วนพักอาศัย และกักบริเวณตัวเองอยู่ในโรงแรมนอกฐานทัพ

    โสมขาวหนุนยาเรมดิสซิเวียร์

    ที่เกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (KCDC) รายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 62 คน ในจำนวนนี้ 43 คนเดินทางมาจากต่างประเทศ แต่มิได้เปิดเผยประเทศต้นทาง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้จะบังคับใช้มาตรการให้ผู้ที่เดินทางมาจากบังกลาเทศ ปากีสถาน คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน ต้องแสดงหลักฐานการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. เป็นต้นไป นอกจากนี้ ทางการเกาหลีใต้ยังเผยผลการทดสอบว่ายาต้านไวรัสเรมดิสซิเวียร์ ของบริษัทเวชภัณฑ์กิเลียด ไซเอินซ์ ของสหรัฐฯ ช่วยให้ผู้ล้มป่วยหนัก 1 ใน 3 ของเกาหลีใต้ ฟื้นตัวเร็วขึ้น

    มองปีหน้ายังไม่มีวัคซีนเต็มร้อย

    ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการเปิดเผยของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญฝ่ายรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลฝรั่งเศสว่า จากข้อมูลในขณะนี้ ทำให้เชื่อว่าเป็นไปได้ยากที่วัคซีนต่อต้านไวรัสโควิด-19 ที่ได้ผลเต็มประสิทธิภาพ จะพัฒนากันสำเร็จภายในปี 2564 จะมีก็แต่วัคซีนที่ประสิทธิภาพไม่เต็มร้อยเสียมากกว่า นั่นหมายความว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะยังไม่จบลงง่ายๆ และประชาชนควรเพิ่มความรัดกุมในการใช้ชีวิต ยึดมั่นมาตรการรักษาระยะห่าง และอยู่กับไวรัสให้ได้ เพราะการใช้มาตรการปิดเมืองรอบใหม่ ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

    กลุ่มเศรษฐีวอนขึ้นภาษีคนรวย

    นอกจากนี้ สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ รายงานด้วยว่า กลุ่มมหาเศรษฐี 83 คน จาก 7 ประเทศ ซึ่งรวมถึงทายาทธุรกิจวอลท์ดิสนีย์ ในสหรัฐฯ ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกส่งถึงรัฐบาลในประเทศตัวเอง ให้เพิ่มอัตราการเก็บภาษีคนรวยอย่างถาวร เนื่องด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน และคนร่ำรวยอย่างพวกตนไม่มีภาระเหมือนคนทั่วไปหลายสิบล้านคนทั่วโลก ที่ต้องกังวลเรื่องตกงาน ผ่อนหนี้ ค่าใช้จ่ายครอบครัว และอื่นๆอีกมากมาย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โควิด-19ทหารอียิปต์ทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิดระยองโควิดระยองไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าสุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้