ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ชมไทยเก่ง รับมือโควิดได้เยี่ยม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.ค. 2563 05:30 น.
    SHARE

    เฮ 46 วันไร้ติดในประเทศ

    สหรัฐอเมริกาจุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 อันดับ 1 ของโลก ทำสถิติพบผู้ป่วยติดเชื้อวันเดียว 65,000 ราย โรงพยาบาลรัฐฟลอริดาคนป่วยล้นเตียง ผู้นำโบลิเวียติดเชื้อไวรัสมรณะแต่อาการไม่รุนแรงและพร้อมกักตัวเอง 14 วัน นอกจากนี้ยังมีคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลติดเชื้อตามกันเพียบ ออสเตรเลียประกาศลดจำนวนคนกลับประเทศ หลังมีการล็อกดาวน์นครเมลเบิร์นรอบใหม่ คาซัคสถานปัดข่าวพบผู้ป่วยปอดบวม ด้าน ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ชื่นชม “บิ๊กตู่” ปราบโควิดในไทยเก่ง ผลสำรวจพบคนไทยหวั่นเกรงโควิดหวนกลับมาระบาดรอบสองและคนไทยหย่อนยานเรื่องการป้องกันตัวเองให้พ้นโรคอันตราย

    เป็นเวลา 46 วันติดต่อกันที่ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ ขณะที่ผลสำรวจพบคนไทยหวั่นโควิด-19 กลับมาระบาดรอบสอง แต่พฤติกรรมการป้องกันตนเองหย่อนยานลง

    ผบ.ทบ.สหรัฐฯพบ “บิ๊กตู่”

    เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีม่วง ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย โดยนายกฯขอบคุณสหรัฐฯ ที่อำนวยความสะดวกคนไทยในการเดินทางกลับมาประเทศ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มอบเวชภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล เพื่อช่วยเหลือไทยป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

    ชื่นชมนายกฯแก้โควิดเก่ง

    ขณะที่ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ กล่าวชื่นชมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาลไทย และการบริหารจัดการของนายกฯ ที่ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทั้งนี้ นายกฯแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่มีจำนวนมากและให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้สำเร็จและค้นพบวัคซีนได้โดยเร็วและยังยืนยันพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ สนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยจากผลกระทบโควิด-19 และรัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนของสหรัฐฯ

    ทบ.ต้อนรับรูปแบบชีวิตวิถีใหม่

    ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ให้การต้อนรับ พล.อ. เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายสวมใส่หน้ากากผ้า ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตามมาตรการของ ศบค. โดย ผบ.ทบ.สหรัฐฯร่วมพิธีตรวจแถว และลงนามในสมุดเยี่ยมทบ. ร่วมพิธีลงนามในแถลงการณ์ Strategic Vision Statement ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศ ที่ผ่านมา ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ได้ตรวจเยี่ยมการฝึกตรวจสภาพความพร้อมรบของ ร้อย.ร.ทบ.ไทย ในการฝึก Lightning Forge 2020 (LF20) ณ ค่าย สกอฟิลด์ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่เช่นกัน

    จัดรับเข้มมาตรการของ ศบค.

    ขณะที่ข่าวประชาสัมพันธ์กองทัพบก ระบุว่ากองบัญชาการกองทัพบกได้เตรียมความพร้อมต้อนรับ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ตามมาตรการของ ศบค. มีมาตรการป้องกัน เมื่อขึ้นรถจะมีฉากกระจกกั้นระหว่างพลขับของไทยและคณะของผู้ที่มาเยือน มีอุโมงค์พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ มีจุดสแกนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย มีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย ทั้งก่อนและหลัง รวมถึงห้องสุขา เว้นระยะห่าง ระยะนั่ง/ยืน กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลางของตนเอง กองทัพบกให้ความสำคัญในการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ แม้ว่าทั่วโลกกำลังประสบภัยเช่นเดียวกัน แต่คณะ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ถือเป็นคณะแรกที่เดินทางมาเยือนและจะเป็นคณะตัวอย่างที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

    ไม่มีติดเชื้อใน ปท.ติดต่อกัน 46 วัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย วันที่ 10 ก.ค.ว่า ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,202 ราย เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 265 ราย หายป่วยแล้ว 3,087 ราย รักษาอยู่ 57 ราย เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย และประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 46 วัน

    ผลสำรวจชี้คนไทยกลัวโควิด–19 ก๊อก 2

    ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับ องค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) เป็นเลขานุการทีมวิชาการ จัดทำแบบสำรวจเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน เพื่อประเมินว่าคนไทยการ์ดตกหรือไม่และนำข้อมูลไปใช้ในการเฝ้าระวัง ปรับมาตรการผ่อนปรนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีการเก็บข้อมูลผ่าน 3 ช่องทาง

    แต่ยังมั่นใจทางการไทยปราบอยู่

    นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ประสานความร่วมมือจาก อสม. 77 จังหวัดกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนร่วมตอบแบบสอบถาม ผ่านระบบออนไลน์ใน 7 สัปดาห์ ระหว่าง 15 พ.ค.-2 ก.ค. รวม 407,008 ตัวอย่าง พบว่า คนไทยยังมีความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอก 2 ในประเทศ มากที่สุดจากกลุ่มผับ บาร์ คาราโอเกะ รองลงมาตลาดสด ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนตามลำดับ รวมถึงยังกังวลมากหากประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 รายต่อวัน อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจในมาตรการของรัฐบาลว่า จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โดยมั่นใจมากร้อยละ 14.8 มั่นใจร้อยละ 40.5 ไม่มั่นใจนักร้อยละ 28.6 ไม่มั่นใจเลยร้อยละ 10.2 ไม่ทราบ/ไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 5.9

    คนไทยหย่อนการป้องกันตนเอง

    นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า ผลการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองภาพรวมมีแนวโน้มลดลง จากร้อยละ 85.3 ในสัปดาห์ที่ 1 ลดลงเป็นร้อยละ 80.7 ในสัปดาห์ที่ 7 แบ่งเป็นพฤติกรรม 5 ด้าน ได้แก่ การใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา ร้อยละ 87.9 การกินอาหารร้อนช้อนตนเอง ร้อยละ 86.2 การล้างมือบ่อยๆ ร้อยละ 84.9 การระวังตัวไม่อยู่ใกล้ผู้อื่นในระยะ 2 เมตร ร้อยละ 73.4 และการระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก ร้อยละ 72.4 นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนมีแนวโน้มเกิดการรวมกลุ่มและไปต่างจังหวัดมากขึ้น ส่วนสาเหตุการไม่ลงทะเบียนเข้าออกผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ เนื่องจากลืม ไม่มั่นใจความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว และทางร้านไม่มีคิวอาร์โค้ดหรือสมุดลงชื่อไว้ให้ และร้อยละ 88 สนับสนุนการรับคนไทยกลับจากต่างประเทศ ร้อยละ 80 คิดว่ามาตรการ Travel Bubble จะกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้ แต่ร้อยละ 70 ไม่สนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

    ไทยตกค้างต่างแดนยังกลับเพียบ

    ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันเดียวกัน มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตกค้างในต่างประเทศ พร้อมด้วยชาวเมียนมา อินเดีย เกาหลีใต้ เดินทางเข้าประเทศอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน รวม 4 เที่ยวบิน เริ่มจากช่วงเช้าเป็นคณะนักศึกษาไทยซูดาน 245คน พร้อมด้วยอุปทูตชาวซูดานและผู้ติดตาม 5 คน รวม 250 คน ในจำนวนนี้พบมีไข้ 47 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ช่วงเย็นเป็นคนไทยจากนคร ย่างกุ้ง 28 คน พร้อมด้วยนักธุรกิจเมียนมา 12 คน ผู้ใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตชาวเมียนมา 3 คน รวม 43 คน ในจำนวนนี้พบคนไทยมีไข้ 3 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาล ช่วงค่ำเป็นคนไทยจากอินเดียที่ตกค้างในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียง 86 คน นักธุรกิจอินเดีย 5 คน และนักวิชาการอเมริกันกับครอบครัว 5 คน รวม 96 คน ตามด้วยช่วงดึกเป็นคนไทยจากเกาหลีใต้และนักธุรกิจเกาหลีใต้รวม 232 คน

    กักตัวทั้งหอหลังมีพม่าป่วยโควิด

    นางอรอนงค์ ศิริชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เปิดเผยถึงการตรวจคัดกรองแรงงานพม่าในหอพักแห่งหนึ่ง ต.บางเค็ม เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ว่า หลังจากทางการไทยได้รับแจ้งจากประเทศเมียนมาว่ามีหนุ่มคนงานเมียนมาที่เคยทำงานในไทยที่โรงงานน้ำผลไม้ใน ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ติดเชื้อโควิด-19 เข้ารักษาตัวที่ รพ.ย่างกุ้ง โดยคนงานเมียนมาดังกล่าวอยู่หอพักที่หมู่ 1 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย เดินทางออกจากไทยทาง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 6 ก.ค. จึงร่วมกับนายประเสริฐ ปลอดโปร่ง สาธารณสุขอำเภอเขาย้อยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบหอพักและร้านค้าใกล้เคียงตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ไม่พบผู้มีอาการเข้าข่ายติดเชื้อและได้กักตัวผู้อยู่ในหอพักทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา 21 คน ให้อยู่ภายในหอพักเพื่อสังเกตอาการ โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเขาย้อย ดูแลเรื่องอาหารและตรวจอาการใกล้ชิด

    คัดกรองโรงงานไม่พบใครติดเชื้อ

    ทางด้าน นพ.สันทิต บุญยะส่ง สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวถึงเรื่องคนงานพม่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า จากตรวจสอบพบว่าคนงานดังกล่าว ทำงานที่โรงงานน้ำผลไม้ถึงวันที่ 10 มิ.ย. เพราะใบอนุญาตทำงานหมดอายุ จากนั้นก็พักอยู่หอพักใน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เพื่อรอเดินทางกลับประเทศพม่าพร้อมกับเพื่อนๆ นับถึงวันที่ติดเชื้อเป็นเวลา 25 วัน เกินระยะเวลาฟักตัวของโรค สาธารณสุขจังหวัดร่วมกับ รพ.อัมพวา และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เขต 5 ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจคัดกรองคนงานในโรงงานทั้ง 500 คน แยกเป็นคนต่างด้าว 300 คน และคนไทย 200 คน ยังไม่พบผู้เข้าข่ายติดเชื้อ

    ก.แรงงานฟังผลกระทบโควิด

    ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวหลังประชุมรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขผลกระทบจากโควิด-19 ระหว่างผู้บริหารกระทรวงแรงงานกับผู้บริหารบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ใน กทม.และปริมณฑล 30 แห่ง ว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ประกันสังคมได้จ่ายชดเชยว่างงานจากโควิด 62% ไปแล้วกว่า 1.6 หมื่นล้าน ซึ่งไม่มากเป็นแสนล้านแบบที่วิตกกัน ทำให้รู้ได้ว่าอีก 3 เดือนต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไป จึงเชิญนายจ้างมาพูดคุยว่ายังต้องใช้ชดเชย 62% อีกไหม ได้คำตอบว่าต้องใช้ต่อไปอีก 3 เดือน รวมทั้งต้องประเมินสถานการณ์ไปถึงเดือน ธ.ค. จะมีคนตกงานกี่คน ต้องใช้เงินชดเชยอีกแค่ไหน โดยใช้ฐานจาก 3 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าจะ อยู่ที่จำนวนไม่เกิน 2-3 ล้านคน การพูดคุยกับนายจ้างและลูกจ้างมีความเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงค่อนข้างแฮปปี้ ได้ข้อเสนอแนะที่นำไปใช้ โดยจะรวบรวมเข้าสู่การพิจารณาในระบบไตรภาคีในเรื่องของการขยายสิทธิประโยชน์ต่างๆ คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ในวันที่ 21 ก.ค.

    30 บริษัทใหญ่ร่วมถกปัญหา

    ด้านนายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า นายจ้างทั้ง 30 บริษัทมีปัญหาต่างกัน บริษัทขนาดใหญ่แม้จะกระทบ แต่ก็สามารถจ่ายชดเชยหยุดงานให้ลูกจ้างค่อนข้างมาก หลายแห่งจ่ายด้วยตัวเองร้อยละ 85 ทั้งที่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ว่างงาน 62% จากประกันสังคมได้ แต่เพราะเห็นใจลูกจ้างจึงจ่ายในอัตราสูงกว่า โดยจ่ายมาแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย. แต่กังวลว่าถ้าต้องจ่ายในอัตรานี้ต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.-ก.ย. จะไม่ไหว เพราะสถานการณ์อาจยืดเยื้อไปถึงสิ้นปี อาจต้องทบทวน พูดคุยกับพนักงานขอเปลี่ยนแปลงการจ่าย ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทจะไปตกลงกัน ตามระบบแรงงานสัมพันธ์นายจ้างอยากให้กระทรวงไปกำหนดมาตรฐานกลางว่าอะไรที่จะลดสภาพการจ้างลงได้บ้าง เป็นการยืดหยุ่นระหว่างนายจ้างและลูกจ้างตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย

    จ่ายชดเชยโควิด 62% รวม 90 วัน

    “การพูดคุยของนายจ้างกับลูกจ้างจะเป็นกระบวนการเจรจาต่อรองภายในสถานประกอบการโดยไม่ได้ใช้กฎหมายเป็นตัวนำ นอกจากนี้ยังได้เสนอถึงการลดการอบรมทักษะฝีมือพนักงานเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของนายจ้าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ลดเงื่อนไขลงจากร้อยละ 50 เหลือ 10 ส่วนประกันสังคมกำหนดให้ลดเงินสมทบลงอีก ตลอดจนการจ่ายชดเชยหยุดงานจากโควิดร้อยละ 62 เป็นเวลา 90 วัน เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปกติจะให้ขยายเวลาไปถึงสิ้นปี แต่ต้องไปพิจารณาดูว่าเป็นไปได้แค่ไหน เพราะเดิมกลัวว่าจะต้องใช้เงินกองทุนว่างงานจำนวนมากแต่ถึงวันนี้ยังใช้ไปไม่มากแบบที่วิตก จึงมีความเป็นไปได้ที่จะขยายไปถึงสิ้นปี แต่ยังต้องรอให้บอร์ดประกันสังคมพิจารณา” นายอภิญญากล่าว

    จ่อเสนอ ครม.ลดเงินสมทบ ปกส.

    ขณะที่นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ในส่วนของนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตน เหลือฝ่ายละ 2% จากเดิมที่กำหนดให้นำส่งฝ่ายละ 5% เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งผ่านความเห็นชอบของบอร์ดประกันสังคมที่มีตัวแทนทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล นอกจากนี้ ในส่วนของการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ที่กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด หากไม่จัดอบรมหรือจัดฝึกอบรมแต่ไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

    ลดสัดส่วนลูกจ้างฝึกอบรม

    นายสุทธิกล่าวอีกว่า แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้สถานประกอบการไม่สามารถฝึกอบรมพนักงานได้ในสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด กระทรวงแรงงานจึงออกประกาศกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปรับลดสัดส่วนของจำนวนลูกจ้าง ที่ต้องจัดฝึกอบรมลดลงเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 จากเดิมในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมที่ไม่จำเป็นจะต้องมาฝึกอบรมโดยรวมตัวกันในห้อง แต่ยืดหยุ่นให้สามารถฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์ได้

    มะกันทำสถิติวันเดียว 65,000

    สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์โควิด-19 ในต่างแดน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 12.4 ล้านคน เท่ากับว่าวันเดียวมีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 400,000 คน เสียชีวิต 557,925 คน ขณะที่สหรัฐอเมริกาจุด ศูนย์กลางแพร่ระบาดอันดับ 1 ของโลก สร้างสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่อีกครั้ง โดยติดเชื้อในวันเดียว 65,000 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมในประเทศกลายเป็น 3.22 ล้านคน เสียชีวิตรวม 135,828 คน นายแอนโธนี ฟอซี หัวหน้าทีมรับมือไวรัสประจำทำเนียบขาวกล่าวแสดงความกังวลว่าหลายรัฐเปิดเศรษฐกิจเร็วเกินไป อย่างรัฐฟลอริดา ที่ยอดผู้ติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ 9,000 คน

    รพ.ฟลอริดาคนป่วยล้น

    ส่วนนายจอห์น ซินนอตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายโรคติดต่อโรงพยาบาลแทมปา รัฐฟลอริดา เปิดเผยว่าจากหน่วยรับรองผู้ป่วยอาการหนักทั้งหมด 207 หน่วยในโรงพยาบาลทั่วรัฐฟลอริดานั้น ในจำนวนนี้กว่า 103 หน่วย กำลังรับรองผู้ป่วยในอัตราเกือบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ มี 45 หน่วยที่รับรองผู้ป่วยไม่ได้อีกแล้ว สถานการณ์เปรียบเหมือนกับการเกิดอุบัติเหตุรถโดยสารทุกวัน ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ว่า ต้องให้พูดย้ำแล้วย้ำ อีกอยู่นั่น ว่าสาเหตุที่สหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เพราะว่าทางการตรวจหาเชื้อเข้มข้น ตรวจไปแล้วกว่า 40 ล้านคน และแน่นอนว่าถ้าให้ตรวจแค่ 20 ล้านคน ยอดผู้ติดเชื้อรวมจะหายไปกว่าครึ่ง

    ผู้นำโบลิเวียติดไวรัส

    นางจีนิน อาเนซ ประธานาธิบดีรักษาการของโบลิเวีย ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อาการไม่รุนแรงและจะกักตัวเอง 14 วัน โดยยังมีคณะรัฐมนตรีของโบลิเวียอีกอย่างน้อย 7 คนรวมทั้ง รมว.สาธารณสุข ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสมรณะด้วยซึ่งต่างกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลและพักฟื้นที่บ้าน นางอาเนซ เป็นผู้นำคนที่ 2 ในทวีปอเมริกาใต้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อจากประธานาธิบดีฌาอีร์ บอลโซนาโรของบราซิล ซึ่งมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ อยู่ที่ 1.75 ล้านคน และ 6.92 หมื่นคน ตามลำดับ

    ผู้ดีผ่อนผันชาติเอเชียน้อย

    ที่อังกฤษ กระทรวงคมนาคมได้เผยแพร่รายชื่อฉบับเต็มของประเทศที่จะได้รับการผ่อนผัน ไม่จำเป็นต้องกักบริเวณ 14 วันเมื่อเดินทางมาถึงอังกฤษ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ โดยชาติในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับการผ่อนผันคือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม กระนั้นรัฐบาลอังกฤษจะทบทวนการผ่อนผันตามสถานการณ์เป็นระยะ ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากทวีปอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นแคนาดา สหรัฐฯ หรือจากภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ จำเป็นต้องกักตัว 14 วันทั้งสิ้น ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรวมอย่างเป็นทางการในอังกฤษอยู่ที่ 287,621 คน เสียชีวิตรวม 44,602 คน แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานว่า ยอดเสียชีวิตจริงอาจเกิน 54,000 คน

    ออสซีลดจำนวนคนกลับประเทศ

    ขณะที่นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม โดยระบุว่า รัฐบาลจะจำกัดการรับชาวออสเตรเลียที่เดินทางกลับประเทศ ให้เหลือประมาณสัปดาห์ละ 4,000 คน แต่ตัวเลขอาจมีการปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการ รองรับกักบริเวณ ส่วนที่รัฐวิกตอเรีย ซึ่งถูกสั่งปิด พรมแดน ตามด้วยการสั่งล็อกดาวน์นครเมลเบิร์นรอบใหม่ ขอความร่วมมือจากประชาชนให้อยู่แต่ในที่พักอาศัยเป็นเวลา 6 สัปดาห์นั้น หน่วยงานท้องถิ่นรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อในวันเดียวในรัฐวิกตอเรีย 288 คน ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสในช่วงต้นปี

    คาซัคฯปัดข่าวปอดบวมร้าย

    กรณีสถานทูตจีนเตือนพลเมืองในคาซัคสถานระวังภัยโรคปอดบวมที่อันตรายกว่าไวรัสโควิด-19 โดยภายในครึ่งแรกของปีนี้ มีผู้เสียชีวิตในคาซัคสถานแล้ว 1,772 คน รวมทั้งชาวจีนในคาซัคสถานด้วยจำนวนหนึ่งนั้น กระทรวงสาธารณสุขของคาซัคสถานที่มีพรมแดนติดจีนและรัสเซีย แถลงปฏิเสธและว่า กรณีนี้เป็นข่าวปลอม แต่ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่คาซัคฯจัดให้โรคปอดบวมดังกล่าวอยู่ในกลุ่มอาการของโรคปอดบวมทั่วไป ยืนยันใช้หลักการตรวจสอบรักษาและควบคุมโรคตามหลักปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก (WHO) และกำลังศึกษาเปรียบเทียบกับไวรัสโควิด-19 แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด ขณะที่แพทย์บางคนในคาซัคสถานเชื่อว่าเป็นโรคปอดบวมที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 เพียงแต่การตรวจไม่มีประสิทธิภาพทำให้ไม่พบเชื้อไวรัสมรณะ

    WHO ส่งคนไปจีนอีกรอบ

    องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งทีมล่วงหน้าเป็นผู้เชี่ยวชาญ 2 คนไปที่กรุงปักกิ่งของจีนเพื่อวางกรอบเตรียมความพร้อมด้านต่างๆกับเจ้าหน้าที่จีน ก่อนคณะกรรมการอิสระนานาชาตินำโดย WHO เต็มคณะ จะเดินทางไปเริ่มงานสอบสวนหาต้นตอแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเป็นทางการ หลังเบื้องต้นเชื่อกันว่ามีต้นตอแพร่ระบาดที่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย แต่การตรวจสอบย้อนหลังพบว่าการระบาดจากสัตว์สู่คนอาจเกิดจากที่อื่น ส่วนการเข้าไปตรวจสอบของคณะกรรมการอิสระจาก WHO ในจีนครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ. ถูกหลายชาติ รวมทั้งสหรัฐฯโจมตีว่าเอนเอียงเข้าข้างจีน อนึ่ง เจ้าหน้าที่จีน ระงับนำเข้าอาหารชั่วคราวจากบริษัท 3 แห่งของเอกวาดอร์ หลังตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่หีบห่อกุ้งแช่แข็ง แม้ไม่พบเชื้อภายในหีบห่อและตัวกุ้งแช่แข็ง ด้านฮ่องกง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 คน โดย 32 คน ในนี้เป็นผู้ติดเชื้อในท้องถิ่น ประกาศปิดโรงเรียนทั้งหมด มีผลวันที่ 13 ก.ค. หลังเพิ่งบังคับใช้คำสั่งเข้มงวดรอบใหม่กับบาร์ ร้านอาหารและฟิตเนส เซ็นเตอร์ เมื่อวันก่อน

    เกาหลีใต้เข้มต่างชาติ

    สำนักข่าวยอนฮัพรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ จะออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มมีผลบังคับใช้ต้นสัปดาห์หน้า โดยชาวต่างชาติมาจากกลุ่มประเทศมียอดผู้ติดเชื้อสูงต้องมีใบตรวจสุขภาพยืนยันไม่ได้ติดเชื้อจึงจะอนุญาตเข้าประเทศเกาหลีใต้ ส่วนใบตรวจสุขภาพต้องออกโดยศูนย์ตรวจหรือสถานพยาบาลที่เกาหลีใต้ให้การยอมรับ ขณะที่ผู้ติดเชื้อรวมในเกาหลีใต้อยู่ที่ 13,338 คน ผู้เสียชีวิต 288 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1COVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา 04:55 น.