ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "อนุทิน" เผย 5 แนวทางใช้เงินกู้ 4.5 หมื่นล้าน ดูแลประชาชนปลอดโควิด

    ไทยรัฐออนไลน์3 มิ.ย. 2563 23:42 น.
    SHARE

    "อนุทิน" เผย 5 แนวทางใช้เงินกู้ 4.5 หมื่นล้าน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทอย่างคุ้มค่า เพื่อประชาชนปลอดภัยจาก "โควิด-19" ชี้ภารกิจ สธ.มาก วอน ส.ส.-ส.ว.อย่าตัด "พ.ร.บ.โอนงบ 63-พ.ร.บ.งบ 64" 

    เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองแผนงานและโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข แก้ปัญหาการระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้พิจารณากำหนดกรอบวงเงินการใช้งบประมาณ ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดแล้ว ซึ่งมีกรอบการใช้เงิน 5 กลุ่ม ดังนี้ 

    1.เพิ่มค่าตอบแทน อสม.คนละ 500 บาท จำนวน 1,050,000 คน เป็นเวลา 19 เดือน วงเงิน 10,000 ล้านบาท 2.ค่าใช้จ่ายการตรวจ รักษา ผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยโควิด-19 โดย สปสช. (สิทธิบัตรทอง) วงเงิน 10,000 ล้านบาท ตามสิทธิที่มีการประกาศไปแล้วให้สิทธิคนไทยทุกคน ตรวจรักษาโควิด-19 ฟรีในจำนวนนี้ จะต้องเตรียมไว้รองรับประชาชนซึ่งถูกเลิกจ้างเป็นผู้ว่างงาน ซึ่งจะมีการเปลี่ยนสิทธิประกันสังคมมาใช้สิทธิบัตรทอง เพิ่มขึ้นนอีกประมาณ 1,000,000 คนด้วย 3.ค่าใช้จ่ายที่ต้องสำรองไว้กรณีเกิดเหตุระบาดในช่วง 16 เดือน จัดหาวัคซีน ยา เวชภัณฑ์ และเบี้ยเลี้ยง สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายในการกักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศไทย หรือค่าที่พัก State quarantine และการพัฒนาระบบไอที บริการประชาชน และผู้ป่วยที่จะใช้บริการของสถานพยาบาลด้วยความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและติดเชื้อ วงเงิน 10,000 ล้านบาท 4.ค่าใช้จ่ายในการพัฒนนาและเพิ่มประสิทธิภาพของโรงพยาบาลทุกระดับ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ รวมถึงโรงพยาบาลเฉพาะทาง และห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อรองรับผู้ป่วยและการปรับปรุงระบบงานต่างๆ เพื่อให้การบริการประชาชนมีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น วงเงิน 10,000 ล้านบาท และ 5.ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาความสามารถทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข ที่อยู่นอกกระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจอื่นๆ เช่น โรงพยาบาลกองทัพ โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลของกรุงเทพมหานคร เป็นต้นวงเงิน 5,000 ล้านบาท

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การกำหนดกรอบวงเงินทั้ง 5 ข้อดังกล่าวนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยยึดแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนด โดยมีเป้าหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และทำให้ประชาชนปลอดภัยได้มากที่สุด 

    "เงิน 45,000 ล้านบาท ที่สภาพัฒน์ กำหนดให้ใช้ในการพัฒนาระบบสาธารณสุข เป็นเงินที่ไม่มากเลย เมื่อนำมาจัดกรอบวงเงินตามภารกิจแล้ว ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า เงินจำนวนนี้ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องรับผิดชอบดูแลป้องกันควบคุมโรคทุกพื้นที่ และบริการประชาชนทั้งประเทศ จนถึง ก.ย. ปี 64 เพราะจะต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนเช่นในช่วงเวลาที่ผ่านมา หากมีการระบาดขึ้นมาอีก หลังจากที่มีการเปิดให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และผู้ประกอบธุรกิจสาขาต่างๆจะกลับมาให้บริการตามปกติในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เรามีบทเรียนมาแล้วต้องเตรียมความพร้อมไว้รับสถานการณ์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ให้ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน" นายอนุทิน กล่าว 

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แนวคิดของกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายการแพทย์ และระบบสาธารณสุข มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การใช้งบประมาณจำนวนนี้ จะได้ผลคุ้มค่าหากว่าเป็นการนำไปใช้เพื่อป้องกันและส่งเสริมให้ประชาชน สร้างพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการควบคุมโรค และลดการแพร่เชื้อ ลดการติดเชื้อด้วยตนเองให้มากที่สุด จึงมีความเห็นตรงกันที่จะใช้งบประมาณลงไปในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล และควบคุมโรคในชุมชนให้มากที่สุด ถ้ามีผู้ติดเชื้อน้อยก็จะมีผู้ป่วยน้อย ภารกิจของโรงพยาบาลก็จะไม่มาก ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการรักษาผู้ป่วย แต่ถ้าควบคุมการระบาดไม่ได้ผล จะส่งผลให้มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลจำนวนมาก และการรักษาต้องใช้งบประมาณมากว่าการป้องกันและควบคุมโรค 

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เท่าที่ทราบจากคณะกรรมการพิจารณาโครงการ หน่วยบริการต่างๆทั้งในกระทรวงสาธารณสุขและนอกกระทรวงสาธารณสุข เสนอโครงการขึ้นมาจำนวนมากและเกินวงเงิน 45,000 ล้านบาทค่อนข้างมาก ซึ่งทุกโครงการมีความเกี่ยวข้องกับการป้องกัน ควบคุมตรวจ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 สร้างความหนักใจให้คณะกรรมการที่ต้องปรับลดวงเงิน หรือตัดโครงการบางโครงการออกไป หรือตัดเครื่องมือแพทย์บางรายการออกไป เพราะโครงการเหล่านั้นมีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย และสร้างสุขภาพคนไทยให้แข็งแรงปลอดจากโควิด-19 ดังนั้นหากมีความจำเป็น จะไปปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อขอแนวทางในการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณ ในส่วนของการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งในการอภิปรายของ ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็เห็นด้วยว่า ควรจะเพิ่มงบประมาณในส่วนของการแพทย์และการสาธารณสุขเพิ่มขึ้น 

    "หากไม่สามารถเพิ่มได้ใน พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ขอให้ ส.ส.และ ส.ว.ทุกท่าน ช่วยกันสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 ด้วย ถ้าให้เพิ่มไม่ได้ก็ขอเพียงว่าอย่าตัด เพราะทุกบาทที่ใช้จ่ายในภารกิจการแพทย์และการสาธารณสุขนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัย เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนจริงๆ" นายอนุทิน กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อนุทิน ชาญวีรกูลโควิด-19โควิดงบประมาณสาธารณสุขข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้