ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สกู๊ปหน้า 1 : โควิด-19 บุกสมอง มรสุมภูมิวิปริต

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    “จงเยียวยาผู้คน ไม่ใช่รักษาเงินเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจ การเยียวยาผู้คนเป็นเรื่องสำคัญกว่าเศรษฐกิจ เพราะมนุษย์เราเปรียบเสมือนที่สถิตพระจิตของพระผู้เป็นเจ้า แต่เศรษฐกิจไม่ใช่”

    สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงออกแถลงการณ์ ที่จัตุรัสเซนต์ ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน ตรัสไว้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน...ก่อนหน้ากำหนดการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลอิตาลี ในวันที่ 3 มิ.ย.63 พร้อมทรงหวังว่าโลกจะสมัครสมานสามัคคียิ่งกว่าเดิมหลังวิกฤตการณ์ครั้งนี้...

    สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังมีเหยื่อเพิ่มขึ้นไม่หยุด วันที่ 31 พฤษภาคม ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกจาก 6.04 ล้านคน เป็น 6.16 ล้านคน เสียชีวิตจาก 368,000 คน เป็นราว 371,000 คน

    ขณะที่รักษาหายก็มากขึ้นจาก 2.67 ล้านคน เป็น 2.73 ล้านคน ส่วนใหญ่ 2 ใน 3 อยู่ในยุโรปกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะสหรัฐฯที่มีผู้เสียชีวิตอีก 1,799 ราย เป็นราว 105,000 ราย ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.81 ล้านคน

    ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องจริงจังในการนำ “กัญชา” มาคุม “มรสุมภูมิวิปริต” ?

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ สภากาชาดไทย ตั้งคำถามพร้อมบอกว่า ภาวะมรสุมภูมิวิกฤติเกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ หรือมีความโน้มเอียงในทางพันธุกรรม พบได้ตั้งแต่เด็กอายุน้อยจนกระทั่งถึงกลางคน...ผู้ใหญ่และส่งผลกระทบได้ทุกระบบ

    ไม่ว่าจะเป็น...ข้อ ผิวหนัง หลอดเลือดสมอง เส้นประสาท ปอด หัวใจ

    ประเด็นน่าสนใจมีว่า...ถ้าเกิดในระยะเวลาถัดมา จะเป็นกระบวนการภูมิคุ้มกันในระบบ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงกว่า โดยทำงานแปรปรวนและจะไปทำลายผิดเป้าหมาย...คิดว่าสมองไขสันหลัง...เส้นประสาทตนเองเป็นเชื้อโรค เกิดเป็นอาการทางสมอง และกับเส้นประสาท

    “ระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานรวดเร็วว่องไว แต่ทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดโรครุนแรงขึ้น และยังเกิดขึ้นร่วมกับการติดเชื้อต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสไข้เลือดออกเด็งกี และ...แม้กระทั่ง ที่พบในโควิด-19 โดยทำให้เกิดอาการทางสมอง”

    ถ้าเกิดขึ้นรวดเร็วภายในระยะเวลาสัปดาห์แรก จะรวมกลุ่มอยู่ในกระบวนการเหล่านี้ เช่น มีหลอดเลือดรั่วในสมองปล่อยให้น้ำรั่วออกมา สมองบวมที่ใจกลาง หรือแม้กระทั่งมีตกเลือดซ้ำซ้อน

    ภาวะภูมิวิกฤติแบบแรกที่พบในโควิด-19 จะอักเสบรุนแรงและ กว้างขวางโดยกระทบทุกอวัยวะในร่างกาย จนกระทั่งทำให้เลือดข้น มีลิ่มเลือดอุดตัน รวมกระทั่งถึงมีการอักเสบในหลอดเลือดขนาดเล็ก จนกระทั่งถึงขนาดกลาง และปล่อยให้ผนังหลอดเลือดรั่วมีน้ำซึมออก

    ทำให้มีเนื้อเยื่อบวม และกระทบทำให้เกิดมีความดันตกจนกระทั่งช็อก

    ความเข้าใจในเรื่องของ “มรสุมภูมิวิปริต” เหล่านี้อธิบายโรคในร่างกายที่เกิดขึ้นเฉพาะระบบหรือทั้งตัว และที่เราอาจมองข้ามไปอีกก็คือ เส้นเลือดหัวใจหรือเส้นเลือดสมองตัน อัมพฤกษ์

    ประเด็นการ “ลด” หรือ “กำจัด” การอักเสบเหล่านี้อยู่ที่สิ่งแวดล้อม มลภาวะ อาหารการกิน โภชนาการ การควบคุมความอ้วนเบาหวานและถึงแม้มีชะตากรรมที่ทำให้เป็นโรคสมองเสื่อม หรือแม้แต่กำลังเป็นอยู่การลดทอนการอักเสบโดยการปรับชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน จะทำให้ โรคพัฒนาไปช้าและมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และจบลงที่ว่าการที่เราทราบถึงกระบวนการของโรคที่ทำให้เกิดความเสียหายจะทำให้เราใช้ยาได้อย่างถูกต้อง

    ทำไมหมอเองถึงพิจารณาการใช้ “กัญชา” เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ในโรคต่างๆ เนื่องจากกัญชาลดทอนการอักเสบทั้งสองระบบและยังปรับการฟื้นฟู และในสมองเร่งสร้างเซลล์ใหม่ให้ถาวรทำงานร่วมกับเซลล์เดิม

    ตื่นรู้ สู้การแพร่ระบาดไวรัส “โควิด-19” คนไทยทุกคนต้องรวมพลังสามัคคีอย่าให้การ์ดตก ในอีกมุมหนึ่งการบริหารจัดการก็ยังคงต้องเข้มแข็ง รัดกุมรอบด้าน

    ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เปิดมุมมองไว้เมื่อไม่นานมานี้ในเรื่อง “โลกหลังโควิดโลก 7 N”...มาวันนี้ขอย้ำถึงการจัดการที่ดีจำเป็นต่อการพิชิตโควิด-19 ซึ่งมีปัญหาสำคัญที่ว่า...“ภูมิปัญญา” ในการจัดการเกือบจะหายไปจากสังคมไทยไปแล้วโดยสิ้นเชิง

    “การบริหาร” (Administration) กับ “การจัดการ” (Management) ไม่เหมือนกัน การบริหารคือบริหารตามกฎระเบียบ หรือบริหารอำนาจ ซึ่งทางราชการมีกฎหมาย กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งกว่า 1 ล้านฉบับ...ที่ข้าราชการจะต้องปฏิบัติ นั่นคือระบบอำนาจควบคุม

    แต่...การจัดการเป็นการบริหารความรู้หรือบริหารปัญญา คือต้องสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ เช่น เรื่องโควิด-19 ทุกแง่ทุกมุมอย่างทะลุปรุโปร่ง ถ้าขาดความรู้อย่างทะลุปรุโปร่งจะจัดการไม่ถูก โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจัดการไม่เป็น

    “การจัดการต้องสามารถสื่อสารไปสู่ผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจอย่างชัดเจน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติ ซึ่งมีมากหลาย และประชาชนทั่วไป การสื่อสารที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการ ถ้าปราศจากความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกันก็จะไม่เกิดความเป็นเอกภาพ เกิดความติดขัดสับสน...ไม่ได้ผลตามวัตถุประสงค์”

    ย้ำว่า...การจัดการที่ดียังต้องติดตามว่าการปฏิบัติของฝ่ายต่างๆติดขัดหรือมีอุปสรรคอย่างใด และช่วยแก้ไขการจัดการที่ดียังต้องประเมินผลว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด? เพราะเหตุใด?... แล้วนำผลที่ประเมินป้อนกลับมาปรับปรุงกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่นโยบายลงมาจึงจะครบวงจรของการจัดการ

    ถึงตรงนี้การจัดการจึงเป็นการสร้างความรู้และบริหารความรู้ให้เชื่อมโยงกันไปสู่ความสำเร็จ จึงเป็นอิทธิปัญญา...อิทธิคือสำเร็จ เมื่อเป็นการ ใช้ปัญญาทุกขั้นตอนจึงไม่มีอะไรทัดทานได้ ต่างจากการบริหารเชิงอำนาจ

    ในทาง “การเมือง” และ “ราชการ” คุ้นเคยแต่การบริหารเชิงอำนาจ การเผชิญวิกฤติโควิด-19 คราวนี้เผยให้เห็นโดยทั่วกันว่า “อำนาจ” โดยขาด “ปัญญา” ทำการให้ได้ผลไม่ได้

    เงื่อนสำคัญที่ว่า...ภูมิปัญญาในการจัดการเกือบจะขาดไปจากสังคมไทยโดยสิ้นเชิง ประเวศ มองว่า เป็นผลมาจากระบบการศึกษาที่ดำเนินมากว่าร้อยปีที่เน้นการเรียนรู้จากการ “ท่อง” มากกว่าการ “ทำ”

    “ท่องวิชาไม่ทำให้จัดการเป็น การทำอะไรให้สำเร็จต้องจัดการเป็น เสร็จศึกโควิด-19 คนไทยต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงการศึกษาให้เป็นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง ซึ่งจะทำให้คนไทยทำเป็น คิดเป็น และจัดการเป็น หรือเป็นคนเก่งทั้งประเทศ”

    โครงสร้างอำนาจของระบบราชการอย่างเดียวเผชิญวิกฤติไม่ได้ แต่ต้องการโครงสร้างทางสมองอีกด้วยและเร่งด่วน นั่นก็คือมี “กลุ่มจัดการ” ขนาดต่างๆ และในเรื่องต่างๆที่ทำหน้าที่ประดุจเซลล์สมอง...รับรู้ข้อมูลความเป็จริง...วิเคราะห์สังเคราะห์ ให้เป็นความรู้เพื่อการใช้งาน...สื่อสารไปสู่สาธารณะ ผู้เกี่ยวข้อง ฯลฯ

    เมื่อ “กลุ่มจัดการ” หรือกลุ่มเซลล์สมองเกิดขึ้นเต็มประเทศ ประเทศก็จะมีโครงสร้างทางสมอง...ผู้ที่จะเข้าใจดีที่สุดคือ “ภาคธุรกิจ” เพราะเป็นภาคที่มีการจัดการเข้มแข็งที่สุด อยู่ในฐานะส่งเสริมสนับสนุนได้ดี

    ยุทธศาสตร์ “พิชิตโควิด-19”...ภาคธุรกิจควรมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้ จากการเรียนรู้โดย “ท่อง” มาเป็นเรียนรู้โดย “ทำ” ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องทำเป็น อดทนและรับผิดชอบ เหมาะแก่การอบรมคนให้ทำเป็น อดทนและรับผิดชอบ

    “นิวนอร์มอล”...ฐานวิถีชีวิตใหม่...เมื่อคนไทยทั้งมวลเป็นคนทำเก่ง คิดเก่ง จัดการเก่ง ยังจะทำให้เศรษฐกิจดี สังคมดี...ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ที่สำคัญ...จะไม่มีการตกงานแน่นอน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สกู๊ปหน้า 1เยียวยาคนโควิด-19ไวรัสโคโรน่าCOVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19วิถีชีวิตใหม่การศึกษา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้