ไลฟ์สไตล์
100 year

ศบค.ยัน "7 วันแล้ว" ไม่มีติดเชื้อในประเทศ จุฬาใช้ใบยาพิเศษ ทำวัคซีนต้านโควิด (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
2 มิ.ย. 2563 05:38 น.
SHARE

ไทยมีข่าวดีอีกแล้ว ศบค.ระบุไม่พบคน ติดเชื้อในประเทศมาครบสัปดาห์ ขณะที่ มีเพิ่ม 1 ราย เป็นสาวมาจากรัสเซีย อยู่ในที่ กักตัวของรัฐ ส่วนนราธิวาส แจ้งเฒ่าติดเชื้อโควิด-19 วัย 80 ปี ตายเป็นรายที่ 58 ของประเทศ ขณะที่หมอย้ำใส่เฟซชิลด์แต่ไม่สวมหน้ากาก อนามัย ไม่ช่วยป้องกันโรค พร้อมแนะจะเที่ยวนอกประเทศควรรอมีวัคซีนก่อน ขณะเดียวกัน จุฬาฯ จับมือ จ.ปัตตานี เปิดตัว “ปัตตานีโมเดล” ชูนวัตกรรมชุด ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบว่องไว เผื่อรองรับการระบาด รอบสอง “หมอธีระวัฒน์” เผยเตรียมต่อยอดใบยาสูบ ชนิดพิเศษ ทำวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบเป็นของไทยเต็มร้อย ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ต่างชาติเพราะผลิต จากพืชของไทย

ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทั่วโลกยังน่าเป็นห่วง เมื่อผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งไปกว่า 6.2 ล้านคน แต่ในไทย ที่พบผู้ป่วยมาตลอด 5 เดือนเต็ม เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อล่าสุดไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ติดจากในประเทศแล้ว มีแต่พบผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างแดน

ข่าวแนะนำ

ติดเชื้อเพิ่ม 1 รายกลับจากรัสเซีย

ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยว่า วันแรกของการผ่อนคลายระยะที่ 3 มีผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 1 ราย กลับบ้านเพิ่ม 2 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่งผลให้ผู้ป่วยรวม 3,082 ราย แยกเป็นติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย มาจากต่างประเทศ 145 ราย กลับบ้านรวม 2,965 ราย เสียชีวิตรวม 57 ราย และยังรักษาใน รพ. 60 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เป็นหญิงอายุ 43 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศรัสเซีย เข้าสถานกักกันของรัฐ จ.ชลบุรี โดยตรวจเชื้อครั้งแรกวันที่ 24 พ.ค.ไม่พบเชื้อ และตรวจซ้ำครั้งที่ 2 วันที่ 31 พ.ค.จึงพบเชื้อ โดยไม่มีอาการป่วยใดๆ และขณะนี้ให้เข้ารับการรักษาที่ รพ.ใน จ.ชลบุรีแล้ว

7 วันไม่พบติดเชื้อในประเทศ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ถ้านับกันแล้วนี่คือ 7 วันที่พบเฉพาะคนกลับมาจากต่างประเทศ อยู่ใน State Quarantine เกือบทั้งสิ้น ยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ 7 วันยังไม่น่าไว้วางใจ ต้องไม่พบในประเทศเราเลยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถึง 3 สัปดาห์ ก็ต้องรอการผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะว่ากำลังทำมาดี พูดง่ายๆ ติดเชื้อในประเทศ 0 คนมา 7 วัน แต่วันที่ 1 มิ.ย.เรากำลังผ่อนคลายกิจการที่มีความเสี่ยงปานกลางกับสูง จำเป็นให้ประชาชนต้องได้รับการดูแลในชีวิตประจำวันกลับมาใกล้เคียงเหมือนเดิม แต่ความเสี่ยงอยู่กับทุกท่าน ดังนั้น 5 มาตรการจึงต้องคงอยู่ คือ สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ทำความสะอาด ไม่แออัด

5 ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยง 5 อันดับแรกของการติดเชื้อ หากพิจารณาจากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด คือ 1.สัมผัสผู้ป่วยยืนยันใกล้ชิด 1,191 ราย 2.อาชีพเสี่ยง ทำงานสถานที่แออัด 284 ราย 3.สนามมวย 274 ราย 4.คนไทยกลับจากต่างประเทศ 269 ราย และ 5.สถานบันเทิง 227 ราย หากพิจารณาในช่วง 2 สัปดาห์ คือ 1.กลับจากต่างประเทศ 45 ราย 2.สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า 3 ราย และ 3.ไปสถานที่ชุมชนแออัด 3 ราย นอกจากนี้ เมื่อดูที่อาชีพหากพิจารณาจากผู้ป่วยสะสมทั้งหมด พบว่า 5 อันดับแรก คือ รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ์ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัทและโรงงาน นักเรียนนักศึกษา และพนักงานในสถานบันเทิง ถ้าพิจารณาในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด ได้แก่ รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ์ ที่กลับมาจากต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษาที่กลับมา และพนักงานนวด ทั้งนี้ อัตราติดเชื้อไม่ได้เยอะขึ้น จึงมีการวางแผนออกไปหาเคสให้ได้มากที่สุด หาคนเข้ามาตรวจสารคัดหลั่ง เราตรวจ 420,529 ตัวอย่าง พยายามปิดช่องว่างข้อสงสัยว่าตรวจน้อยหรือไม่ โดยเข้าไปตรวจในกลุ่มที่สงสัยต่างๆ

ญี่ปุ่นจ่อเปิดรับคนไทย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 6,263,901 ราย เสียชีวิต 373,899 ราย ข่าวที่น่าสนใจ เกาหลีใต้เริ่มบังคับให้ร้านอาหาร ผับ บาร์ และโรงยิม เก็บประวัติผู้ใช้บริการผ่านระบบคิวอาร์โค้ดตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.นี้ เป็นผลมาจากพบเชื้อในสถานบันเทิงย่านอิแทวอน และไม่สามารถนำกลุ่มเสี่ยงมาตรวจเชื้อได้เนื่องจากไม่ยอมแสดงตน ขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมเปิดให้คนไทยเข้าประเทศได้ ซึ่งมีเพียง 4 ประเทศเท่านั้นคือ ไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แต่คนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อกลับมาแล้วจะต้องเข้าสู่การกักตัวเช่นเดิม

ยันไทยระบาดแค่ระดับ 1

ต่อมาในช่วงบ่าย นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงเพิ่มเติมที่กระทรวงสาธารณสุข ถึงสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า ขณะนี้พูดได้ระดับหนึ่งว่าสามารถควบคุมโรคได้ แต่ยังพูดไม่ได้ว่าสามารถกำจัดเชื้อออกจากประเทศแล้ว เพราะสถานการณ์ข้างหน้ามีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา หาก เผลอ มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก โอกาสที่จะพบการระบาดอีกครั้งก็มีมากขึ้น ซึ่งการระบาดของโควิด-19 แบ่งเป็น 3 ระดับ คือติดเชื้อวงจำกัด ติดเชื้อในวงกว้าง และระบาดระดับวิกฤติ หรือมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าจำนวนเตียงที่สามารถรองรับได้ ซึ่งที่ผ่านมาทุกจังหวัดในไทยยังไม่เคยมีการระบาดในระดับวิกฤติ อาจมีบางจังหวัดที่ต้องส่งทีมลงไปช่วย เพราะจำนวนผู้ป่วยมาก สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ไทยยังอยู่ที่ระดับ 1 พบผู้ป่วยวงจำกัด

ให้จังหวัดสั่งปิดเมืองได้เอง

นพ.ธนรักษ์ กล่าวอีกว่า การจะเปลี่ยนไปเป็นการระบาดวงกว้าง จะใช้เกณฑ์มีผู้ป่วยต่อวัน 5 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อเนื่อง 14 วัน หรือจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากกว่าจำนวนผู้ที่รักษาหายต่อเนื่อง 14 วัน ส่วนการขยับไปเป็นการแพร่ระบาดระดับวิกฤติ คือมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าจำนวนเตียง โดยเฉพาะการมีผู้ป่วยหนักหรือผู้ป่วยอยู่ที่ 10-15 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ซึ่งทางจังหวัดต้องเตรียมการรับมือต่อไป เริ่มจากการปิดสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อ สถานที่ที่เสี่ยงสูง ไล่ลงมาจนถึงความเสี่ยงต่ำ ควบคู่กับการจำกัดการเดินทางข้ามพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากมีการระบาดต่อจากนี้จะไม่ได้ปิดทั้งประเทศ แต่จะปิดเฉพาะในจังหวัดที่มีการระบาดเท่านั้น

ใส่เฟซชิลด์ไม่ช่วยป้องกันเชื้อ

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า ขณะนี้มาตรการด้านสาธารณสุขไทยทำอย่างเข้มข้นในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ส่วนมาตรการบุคคลขอให้กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อ้วน ไม่ควรออกจากบ้าน ส่วนครอบครัวที่มีกลุ่มเสี่ยงก็ต้องระมัดระวังการรับเชื้อมาจากข้างนอก คนทั่วไปก็ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด เลี่ยงการอยู่เป็นกลุ่มก้อน ที่สำคัญคือสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้าน และล้างมือบ่อยๆ และขอย้ำว่าการสวมเฟซชิลด์เพียงอย่างเดียว ซึ่งพบมากขึ้นในขณะนี้ ไม่สามารถป้องกันการแพร่หรือการรับเชื้อได้เหมือนกับการไม่สวมหน้ากาก ดังนั้นขอให้สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าด้วย ขอย้ำว่าเฟซชิลด์ ไม่ช่วยป้องกันอะไรเลย และสุดท้ายคือมาตรการองค์กร กระทรวงสาธารณสุขขอร้องว่าให้ช่วยกันทำงานที่บ้าน หรือเหลื่อมเวลาให้มากที่สุด ทั้งนี้ มาตรการบุคคลจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยองค์กรช่วยสนับสนุนด้วย

ย้ำไปญี่ปุ่นกลับมาต้องกักตัว

เมื่อถามถึงกรณีประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้ไทยเข้าประเทศได้ จะมีความเสี่ยงเหมือนจุดเริ่มแรกที่ไทยพบเชื้อจากการนำเข้าจากต่างประเทศหรือไม่ นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ตนมีความกังวล เพราะมีความเสี่ยง ถ้าจะไปเที่ยวไม่แนะนำ ถ้ามีธุระจำเป็นก็สามารถไปได้ และเมื่อกลับมาแล้วต้องทำตามมาตรการควบคุมโรคของไทย ซึ่งขณะนี้คือต้องกักตัวในสถานที่ของรัฐ 14 วัน และหากพบการติดเชื้อก็ต้องใช้เวลานานกว่านั้น ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดหากจะไปท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้ก็อย่าเพิ่งไป แม้จะมีตั๋วเดินทางราคาถูกก็อยากให้พิจารณาดีๆ

จะเที่ยวนอกควรรอมีวัคซีน

เมื่อถามว่า การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศควรไปเมื่อไหร่ นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า การไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ต้องดูความจำเป็น เมื่อไม่จำเป็นท่องเที่ยวในไทยก็ได้ ซึ่งการรอให้มีวัคซีนป้องกันเป็นอีกทางที่น่าจะดี แต่ขณะนี้การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะต้องดูว่าไทยเปิดให้บินออกนอกประเทศได้แล้วหรือไม่

ชู “ปัตตานีโมเดล” กันระบาดใหม่

วันเดียวกัน ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.ปัตตานี และทีมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี แถลงข่าวผ่านระบบทางไกล เปิดตัวปัตตานีโมเดล เพื่อเป็นต้นแบบป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ผู้รักษาการแทน อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ปัตตานีโมเดลเป็นโครงการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและจังหวัดปัตตานีร่วมกันพัฒนาขึ้น โดยใช้นวัตกรรมชุดตรวจแบบว่องไว Baiya Rapid Covid-19 IgM IgG Test Kit ผลงานของคณะเภสัชศาสตร์และบริษัทสตาร์ทอัพจุฬาฯ คือ ใบยาไฟโตฟาร์ม นำร่องตรวจภูมิคุ้มกันให้ชาวปัตตานีเป้าหมายจำนวนหมื่นรายก่อนเปิดเมือง เพื่อเก็บข้อมูลจัดทำระบบบิ๊กดาต้าระดับชุมชน นำมาใช้วางแนวทางสร้างนวัตกรรมเชิงป้องกันให้คนไทยตรวจทั้งประเทศ เพื่อให้ทราบสภาวะการติดเชื้อโควิด-19 รองรับการระบาดระลอกต่อไปและเป็นข้อมูลในระยะยาวให้รัฐใช้วางแนวทางการบริหารจัดการ เช่น กลุ่มใดควรได้รับวัคซีนก่อน กลุ่มใดควรตรวจก่อน เป็นต้น

ชุดตรวจช่วยลดเวลากักตัว

ด้านนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ปัตตานีเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง จากการเดินทางของประชาชนจากต่างประเทศและต่างจังหวัด ที่ผ่านมาจังหวัดปัตตานีมีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 91 คน เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศและต่างจังหวัด 37 คน ผู้ติดเชื้อภายในจังหวัด 54 คน จังหวัดจึงต้องวางระบบคัดกรองค้นหาผู้ป่วยและกักกันที่เข้มข้น มีนโยบายค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก โดยใช้ชุดตรวจว่องไวของจุฬาฯ ตรวจร่วมกับ RT-PCR สามารถคัดกรองผู้ป่วย แยกกลุ่มผู้สงสัย และกลุ่มเสี่ยงได้ชัดเจน โดยชุดตรวจว่องไวยังช่วยลดระยะเวลากักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐจากเดิม 14 วัน ให้สามารถกลับไปกักตัวที่บ้านได้เร็วขึ้นด้วย

ใช้ใบยาสูบต่อยอดผลิตวัคซีน

ขณะที่ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯร่วมกับบริษัทสตาร์ทอัพ จุฬาฯ ชื่อ ใบยาไฟโตฟาร์ม พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งผลิตโดยคนไทย นำมาจากพืชใบยาสูบชนิดพิเศษ ที่เราสามารถกำหนดให้ใบยาสร้างโปรตีนที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อสู้กับเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ใช่ใบยาสูบที่เรานำมาทำบุหรี่ ในอดีตใบยาชนิดนี้เราปลูกให้สร้างโปรตีนผลิตยารักษาไวรัสอีโบลาได้ ขณะนี้เรากำลังผลิตใบยาสำหรับทำวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยฉีดทดสอบในสัตว์ทดลองคือ หนู ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หนูทดลองสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ และส่งให้มหาวิทยาลัยมหิดลทดสอบอีกครั้ง ทราบว่าได้ผลน่าพอใจเช่นกัน ซึ่งหากสำเร็จ เราก็จะทดลองฉีดในลิงต่อไป ถือว่าเป็นข่าวดีเพราะเป็นวัคซีนของคนไทย ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ต่างชาติ และผลิตจากพืชของไทย เป็นพืชที่เราสามารถปลูกได้เอง ได้ผลผลิตเร็ว ภายใน 1-2 เดือน หากปลูกในพื้นที่ขนาดสนามเทนนิส สามารถผลิตวัคซีนได้แสนโดส ปลูกในพื้นที่ขนาดสนามฟุตบอล จะผลิตวัคซีนได้เป็นล้านๆโดส ถ้าลอตนี้ไม่ได้ผล เราก็ปลูกใบยาใหม่และปรับสร้างโปรตีนที่เราต้องการได้

เฒ่านราธิวาสเสียชีวิตรายที่ 58

ส่วนที่ จ.นราธิวาส ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน EOC โควิด-19 รายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 มิ.ย.ว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายอายุ 80 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากการร่วมพิธีทางศาสนาที่มัสยิดซือรีปือตาลิง กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ป่วยรายที่ 36 ของจังหวัด เข้ารักษาตัวที่ รพ.สุไหงโก-ลก ก่อนส่งรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของ จ.นราธิวาส รวม 2 ราย และเป็นรายที่ 58 ของประเทศ ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้เสียชีวิตเป็นญาติ 4 คน รักษาตัวที่ รพ.กัลยาณิวัฒนาการุณย์ โดยลูกเขยของผู้เสียชีวิตตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 แล้ว ส่วนอีก 3 คนเป็นลูกสาว หลาน และคนเลี้ยงหลานของผู้เสียชีวิตอาการโดยรวมไม่หนักมาก

“อนุทิน” ชมโรงงานผลิตวัคซีน

ช่วงสายวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวหลังนำคณะไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตวัคซีนบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคบ้านหว้า จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าเป็นความหวังที่ประเทศไทยจะมีการผลิต วัคซีนในอนาคต เพื่อค้นคว้าวิจัยการพัฒนาวัคซีนป้องกัน โรคโควิด-19 ขณะนี้เป็นการทดลองวัคซีนตัวเลือก เฟส 1 (การทดลองในสัตว์) อยู่ระหว่างรอผลการรับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในสัปดาห์หน้า หากได้รับการรับรอง การทดลองในเฟส 2 จะเริ่มในช่วงเดือน ก.ค. ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคมีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่อง แต่ยังประมาทไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีน ทั้งนี้ ถ้าผลิตได้จริง กระทรวงสาธารณสุขยินดีสนับสนุน การค้นคว้าวิจัยการพัฒนาวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ โควิด-19 ที่ประชาชนทุกคนต้องได้สิทธิในการเข้าถึง

คนไทยกลับมามีไข้รวม 5 ราย

ส่วนที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งวันที่ 1 มิ.ย. มีกลุ่มคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด จากประเทศรัสเซีย มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเช้าจดค่ำ โดยเมื่อเวลา 07.30น. กลุ่มคนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศรัสเซีย 50 คน เดินทางกลับมาด้วยสายการบินแอโรฟลอต เที่ยวบินที่ SU270 หลังการคัดกรองโรคเบื้องต้นพบผู้โดยสารมีไข้ 2 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการทันที จากนั้นเวลา 13.40 น. สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE 8104 จากกรุงกัวลาลัมเปอร์มาเลเซีย นำคนไทยที่ตกค้างในประเทศมาเลเซีย 92 คน กลับมา จำนวนนี้ตรวจพบมีไข้3คน และในช่วงค่ำกลุ่มคนไทยที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา 216 คน เดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KE 651 ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่เข้ามาทั้งหมดกระจายไปกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด ได้แก่ โรงแรมเมอร์เคียวพัทยา จ.ชลบุรี โรงแรมบางกอกพาเลส มักกะสัน โรงแรมเมอเวนพิค ถนนวิทยุโรงแรมคิวว์ สุขุมวิท 79 โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จ.นนทบุรี โรงแรมดิไอดอล เรสซิเดนท์ จ.ปทุมธานี และโรงแรมรอยัลเบญจา สุขุมวิท

โลกติดเชื้อพุ่งกว่า 6.2 ล้านคน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ วันที่ 1 มิ.ย. ว่า ยอดผู้ติดเชื้อจาก 213 ประเทศและ ดินแดนทั่วโลกกว่า 6.25 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 373,000 ราย รักษาหายกว่า 2.8 ล้านราย โดยผู้ติดเชื้อ กว่า 1 ล้านคน พบในแถบละติน อเมริกากับประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน ครึ่งหนึ่งอยู่ในบราซิล หลังมี ผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 16,409 ราย รวมยอดสะสมที่ 514,849 ราย ทำให้เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 480 ราย รวมเป็น 29,314 ราย ติดอันดับ 4 ของโลก ขณะที่สหรัฐอเมริกา ยังยืนหนึ่ง ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่มี 1.83 ล้านราย และผู้เสียชีวิต รวม 106,195 ราย ส่วนยอดติดเชื้ออันดับ 3 ได้แก่ รัสเซีย 405,843 ราย อันดับ 4 ได้แก่ สเปน 286,509 ราย และอันดับ 5 สหราชอาณาจักร 274,762 ราย

มะกันส่งยาต้านมาลาเรียให้บราซิล

วันเดียวกัน ทำเนียบขาว สหรัฐฯ แถลงร่วมกับตัวแทนรัฐบาลบราซิล เรื่องการจัดส่งยาต้านมาลาเรีย “ไฮดร็อกซีคลอโรควิน” จำนวนกว่า 2 ล้านโดสให้กับบราซิล เพื่อใช้ในการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 แม้ยังไม่มีผลศึกษายืนยันว่ายาดังกล่าวใช้รักษาโควิด-19 ได้ผล ขณะที่ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียและเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียของสหรัฐฯ ยังได้ออกมาเตือนกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับคนผิวสีว่าอาจจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มใหญ่ หรือซุปเปอร์ สเปรดเดอร์ แนะนำผู้ประท้วงให้ตรวจหาไวรัส และให้ผู้ประท้วงสวมหน้ากากและเว้นระยะห่าง ถ้าเป็นไปได้

ผู้นำอาร์เมเนียติดเชื้อยกบ้าน

ขณะที่รัสเซียที่มีผู้ติดเชื้ออันดับ 3 ของโลกและเริ่มผ่อนคลายคำสั่งล็อกดาวน์ในกรุงมอสโก จะเริ่มใช้ยาต้านไวรัส “อาวิฟาเวียร์” (Avifavir) หรือที่รู้จักโดยทั่วไปว่า “ฟาวิพิราเวียร์” (favipiravir) รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ นับเป็นยาตัวแรกที่อนุมัติใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสในรัสเซีย หลังการทดลองกับผู้ป่วย 330 คนในรัสเซียได้ผลดี ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ประเทศอาร์เมเนีย อดีตประเทศในเครือสหภาพโซเวียต มีพรมแดนติดตุรกี จอร์เจีย อาร์เซอร์ไบจานและอิหร่าน ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อรวม 9,492 คน ผู้เสียชีวิต 139 คน และล่าสุดนายกรัฐมนตรีนิโคล พาชิเนียน แถลงผ่านคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ไม่พบมีอาการป่วยใดๆ เช่นเดียวกับภริยาและลูก 4 คน ที่ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย

ยุโรปคลายความเข้มงวดอีก

ส่วนสถานการณ์ในยุโรปเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดในวันที่ 1 มิ.ย. โดยอังกฤษและกรีซ อนุญาตเปิดโรงเรียนระดับประถม เนเธอร์แลนด์อนุญาตให้เปิดร้านอาหาร คาเฟ่และพิพิธภัณฑ์ ส่วนนอร์เวย์อนุญาตเปิดบาร์ได้ เช่นเดียวกับโรงภาพยนตร์และโรงละครเปิดได้แล้วที่โปรตุเกส โบราณสถานโคลอสเซียมในกรุงโรมของอิตาลีเปิดรับนักท่องเที่ยว และตุรกีให้เปิดตลาดโบราณแกรนด์ บาซาร์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ในนครอิสตันบูล

จีนเจอ 16 ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ

ด้านคณะกรรมการสุขภาพแห่งจีน (เอ็นเอชซี) รายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย ถือว่ามากสุดนับแต่วันที่ 11 พ.ค. โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นกลุ่มที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ทำให้จีน ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออันดับ 17 ของโลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 83,017 ราย เสียชีวิต 4,634 ราย ขณะที่เกาหลีเหนือ ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน ประกาศจะเปิดโรงเรียนในทุกระดับชั้นทั่วประเทศช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ แต่สถานศึกษาทุกแห่งต้องมีมาตรการเฝ้าระวังเข้มงวด ทั้งการตรวจวัดไข้ และล้างมือทุกประตูเข้า-ออกของโรงเรียน แม้ขณะนี้เกาหลีเหนือไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ทางการก็ออกมาตรการเข้มงวด ทั้งปิดพรมแดนและให้ประชาชนหลายพันคนกักตัวเฝ้าดูอาการ

เปิดธุรกิจฟิลิปปินส์วันแรกวุ่น

ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวม 18,638 คน ผู้เสียชีวิต 960 คน กำลังปั่นป่วนจากการยกเลิกการล็อกดาวน์ที่กรุงมะนิลา โดยวันแรกก็พบว่าการจราจรติดขัด คนรอรถโดยสารเป็นชั่วโมง ระบบขนส่งมวลชนรองรับผู้โดยสารแบบจำกัดและต้องรักษาระยะห่างตามมาตรการควบคุมโรค แต่โรงเรียนยังปิดต่อไปอีก 2 สัปดาห์ ร้านตัดผมและเสริมสวยเปิดได้แบบจำกัดในสัปดาห์หน้า ส่วนชาติในอาเซียนอื่นๆ อาทิ สิงคโปร์ มีผู้ติดเชื้อรวม 35,292 คน ผู้เสียชีวิต 23 คน อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อรวม 26,940 คน ผู้เสียชีวิต 1,641 คน มาเลเซีย มีผู้ติดเชื้อรวม 7,857 คน ผู้เสียชีวิต 115 คน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1ไวรัสโคโรนาCOVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ทวีศิลป์ วิษณุโยธินข่าววันนี้สุขภาพ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:56 น.