ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ยังอุบประเภทกิจการ ผ่อนปรนเฟส 3-วันที่ 1 มิถุนายน (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 พ.ค. 2563 05:33 น.
    SHARE

    เตือนระวังโจรล้วงข้อมูล โหลดเว็บปลอมไทยชนะ ตลาดจตุจักรเมินเว้นระยะ

    สมช.เตรียมถกผ่อนปรนระยะ 3 วันที่ 27 พ.ค. แต่ยังอุบประเภทกิจการใดบ้างที่เข้าข่าย เผยต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพราะมีความเสี่ยงมากกว่า 2 ระยะที่แล้ว โดยจะคุยเรื่องเคอร์ฟิวด้วยว่าจะปรับขยับเวลาหรือไม่ ด้าน ศบค.เตือน รัฐไม่เคยส่ง SMS ให้โหลดไทยชนะ ระวังโจรล้วงข้อมูล ธนกร ไม่จบ โพสต์เฟซถึงอลงกรณ์ ประเด็นข้าราชการ ได้สิทธิ์เยียวยา งัดเอกสารคลังยันเป็นหน้าที่ ก.เกษตรฯตรวจสอบความถูกต้อง นิด้าโพลเผยผลสำรวจ ชาวบ้านหนุนเปิดเทอม 1 ก.ค. เกือบครึ่งไม่เห็นด้วยกับการเรียนออนไลน์ ตลาดนัดจตุจักรคึก คนต่างชาติกลับมาแห่ช็อป ส่วนร้านขายของเซล คนแน่นร้านไม่สนเว้นระยะห่าง ยกเว้นร้าน “ส้น TEEN” เข้มมาตรการรัฐทุกกระเบียด

    หลังการประกาศคลายล็อกระยะ 2 ของรัฐบาล ตามมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ด้วยการอนุญาตให้ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10 โมงถึง2 ทุ่ม รวมทั้งขยายเวลาเคอร์ฟิวจากเดิม 4 ทุ่มไปเป็น 5 ทุ่มถึงตี 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. และมีแนวโน้มผ่อนคลายไปเรื่อยๆ ดูจากยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ละวันลดลงเรื่อยๆและมีตัวเลขตัวเดียว แต่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ยังออกเตือนเป็นระยะ การ์ดอย่าตก ให้แต่ละกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนเข้มข้นเรื่องการใช้มาตรการสูงสุดในการสกัดเชื้อโรคเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและผู้มาบริการ เพื่อนำไปสู่การผ่อนปรนระยะ 3ขณะที่หลายฝ่ายยังกังวลปัญหาใหญ่ เรื่องการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึง เพราะหวั่นเด็กนำเชื้อกลับไปติดคนสูงวัยที่บ้าน ขณะที่โรงเรียนนานาชาติขอเปิดเทอมก่อน 1 มิ.ย.นี้ ส่วนปมเยียวยาข้าราชการทำเกษตรเสริมได้สิทธิ์รับเงิน 5 พันบาท เฉลิมชัย ศรีอ่อนรมว.เกษตรฯโพสต์เฟซบุ๊กระบุความเห็นส่วนตัวไม่ควรได้

    สมช.เผยจ่อถกผ่อนปรนระยะ 3

    ในส่วนของมาตรการรัฐที่ออกมารับมือการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งศิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯวันที่ 27 พ.ค. จะพิจารณาผ่อนปรนมาตรการให้กับกิจการและกิจกรรมเพิ่มเติม ให้สามารถดำเนินการได้ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ว่ามีประเภทหรือกิจการใดบ้างที่เข้าข่ายผ่อนปรนในระยะ 3 ต้องรอการประชุมเพื่อนำข้อมูลจากหลายส่วน โดยเฉพาะข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข จากแพทย์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจจากผู้ประกอบการ ปัญหาปากท้องของประชาชน ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมไว้มาพิจารณาประกอบ

    ดูหลายอย่างเพราะเสี่ยงกว่าเฟส 1–2

    เลขา สมช.กล่าวต่อว่า การพิจารณาผ่อนปรนในระยะ 3 และ 4 เป็นประเภทธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากกว่าระยะที่ 1 และ 2 ต้องพิจารณาปัจจัยประกอบหลายอย่าง อาทิ การเตรียมเปิดภาคเรียนของโรงเรียนบางส่วนที่จะเริ่มเรียนในเดือน มิ.ย. และเดือนก.ค. สภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูฝน รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว ต้องสอดรับมีความปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ขอให้ธุรกิจที่รอการผ่อนปรนเตรียมตัวและปรับแนวทางการให้บริการไว้ให้พร้อม แม้จะยังไม่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 4อยู่แล้ว ขอให้เตรียมความพร้อมไว้ในระหว่างนี้

    คุยเรื่องปรับเวลาเคอร์ฟิวด้วย

    พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ จะพิจารณาระยะเวลาประกาศเคอร์ฟิวว่า จะยังคงไว้ที่ 23.00-04.00 น. ต่อไปอีกหรือไม่ หรือหากมีการปรับลดเวลาลง จะคงไว้ที่กี่ชั่วโมง หากจะปรับควรขยับจากเวลา 23.00น. เป็น 24.00- 04.00 น. หรือเริ่มที่ 23.00-03.00น. โดยทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม จะสรุปผลการประชุมในวันที่ 27 พ.ค. นำเสนอต่อ ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ในวันที่ 29 พ.ค. เพื่อให้มีการผ่อนปรนระยะที่ 3 จะมีผลใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้

    เตือนรัฐไม่เคยส่ง SMS โหลดไทยชนะ

    ขณะที่นายแพทย์พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่างๆในประเด็นเรื่อง ส่ง SMSแจ้งลิงก์ให้ดาวน์โหลด “ไทยชนะ” ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศูนย์บริการสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขอชี้แจงว่าภาครัฐไม่ได้เป็นผู้ส่ง SMS ดังกล่าว และ “ไทยชนะ” เป็นแพลตฟอร์มไม่ใช่แอปพลิเคชัน ดังนั้น ประชาชนไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯตามที่กล่าวอ้าง การกระทำดังกล่าวนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งในวิธีการล่อลวงข้อมูลจากประชาชน ทันทีที่กดเข้าเว็บ จะพยายามดาวน์โหลดแอป Thaichana.apk เข้ามาในเครื่อง หากกดติดตั้งอาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวได้ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเว็บไซต์ thaichana.pro, thaichana.asia และ thaichana.asia หรืออื่นๆเพราะเป็นลิงก์เว็บปลอม เว็บไซต์ของจริงจะใช้ชื่อว่า www.ไทยชนะ.com  หรือ www.thaichana.com  เท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทร.สายด่วน 1119 ได้ตลอด 24 ชม. และอย่าแชร์ต่อ หรือส่งต่อโดยเด็ดขาด”

    ยอดใช้กว่า 10 ล้านคน

    นพ.พลวรรธน์กล่าวต่อว่า ยอดรวมการเช็กอิน และเช็กเอาต์การใช้ “ไทยชนะ” ณ วันที่ 23 พ.ค. 63 เวลา 06.00 น. ปรากฏว่า กิจกรรม/กิจการลงทะเบียน 104,292 ร้านค้า มีผู้ใช้งาน 10,362,011 คน มีการเข้าใช้งาน เช็กอินสะสม 22,414,223 ครั้ง เช็กเอาต์ 15,552,013 ครั้ง ทำประเมินร้าน 9,230,176 ครั้ง มียอดสะสมการใช้ระบบตั้งแต่เปิด “ไทยชนะ” มาทั้งสิ้น 22,567,765 ล้านครั้ง

    ยอดสะสม กทม.สูงสุด

    ทั้งนี้ หากแยกตามจังหวัด ยอดสะสมสูงสุด กรุงเทพมหานคร 30,282 ร้าน รองลงมา ชลบุรี 5,602 ร้าน นนทบุรี 5,173 ร้าน สมุทรปราการ 3,836 ร้าน และเชียงใหม่ 3,682 ร้าน และ 5 ลำดับจังหวัดน้อยสุด อำนาจเจริญ 132 ร้าน ปัตตานี 165 ร้าน ระนอง 166 ร้าน บึงกาฬ 166 ร้าน และแม่ฮ่องสอน 168 ร้าน แยกตามประเภทกิจกรรม ซุปเปอร์มาร์เกต, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง 26,399 ร้าน ร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, ภัตตาคาร, ศูนย์อาหาร ยอด 24,073 ร้าน ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้มอลล์ 14,894 ร้าน และธนาคาร 7,009 ร้าน

    ตัวเลขชี้คนเช็กอินแต่ไม่เช็กเอาต์

    นพ.พลวรรธน์กล่าวอีกว่า สำหรับการเช็กอินเช็กเอาต์แยกตามประเภทกิจกรรม 1.ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง เช็กอิน 1,767,665 ครั้ง และเช็กเอาต์ 1,197,665 ครั้ง 2.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เช็กอิน 1,847,409 ครั้ง และเช็กเอาต์ 1,382,464 ครั้ง 3. ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ภัตตาคาร เช็กอิน 392,779ครั้ง และเช็กเอาต์ 248,396 ครั้ง 4.การจำหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค เช็กอิน 221,334 ครั้ง
    และเช็กเอาต์ 162,150 ครั้ง และ 5.ธนาคารเช็กอิน 86,422 ครั้ง และเช็กเอาต์ 60,008 ครั้ง

    27–28 พ.ค.น่าจะรู้กิจการไหนเปิดได้

    ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ในสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า เท่าที่ทราบจะทำตามแผนที่ทางศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 (ศบค.) ได้มีการกำหนดและประชุมร่วมกัน รายละเอียดว่าการผ่อนปรนระยะที่ 3 จะเปิดกิจการหรือกิจกรรมใดบ้างต้องรอผลจากที่ประชุม ศบค. มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทั้งนี้ หากดูจากการผ่อนปรนระยะที่ 2 นั้น รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการหรือกิจกรรมที่จะได้เปิดนั้นน่าจะทราบรายละเอียดประมาณวันที่ 27-28 พ.ค.

    ธนกร FB ขบจ้อนปม ขรก.รับ 5 พัน

    อีกด้านหนึ่ง นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงกรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่พาดพิงกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการพิจารณารายชื่อข้าราชการประจำที่เป็นเกษตรกร ให้ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท โดยระบุว่า ถึงพี่อลงกรณ์ ที่เคารพ กระทรวงการคลังได้ดำเนินการถูกต้อง มีเอกสารหลักฐานชัดเจน ผมไม่อยากตอบโต้อะไร เพราะนายอลงกรณ์คงไม่มีเจตนา และคงเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่สำคัญผมเข้าใจมารยาทของพรรคร่วมรัฐบาลดี ผมขอทำความเข้าใจโดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 8 พ.ค.63 ถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อแจ้งผลการดำเนินงานของกระทรวงการคลัง สรุปใจความสำคัญ ดังนี้

    แจ้งแล้วให้ระวังจ่ายเงินคนรัฐ

    1. ได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ กับฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูล คือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ 5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ โดยได้แจ้งให้กระทรวงเกษตรฯระวังไม่ให้มีการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือพนักงานในหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวยังมีงานประจำและได้รับเงินเดือนเป็นปกติ

    เป็นหน้าที่โดยตรงของ ก.เกษตร

    2. การตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน ของข้อมูลเกษตรกรผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการของกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา 3. การโอนเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินให้กับเกษตรกร ตามข้อมูลที่ สศก.ได้ตรวจสอบยืนยันตัวตนของเกษตรกรที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างถูกต้องและครบถ้วนแล้วเท่านั้น

    อะไรไม่เข้าใจก็ต้องทำความเข้าใจ

    “ชัดเจนนะครับ ทุกคนทุ่มเททำงานหนักมาก เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หรือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ หรือตัวผมเอง เพราะฉะนั้นอะไรที่ยังไม่เข้าใจก็ต้องทำความเข้าใจกัน โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ร่วมด้วยช่วยกันนะครับ ทุกอย่างก็จะลุล่วงไป วันนี้น่าปลื้มใจที่เงินเยียวยาถึงมือชาวบ้านแล้ว”

    6 วันโอนแล้วเกษตรกร 3.72 ล้านราย

    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานผลการดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยผลการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตั้งแต่ 15-23 พ.ค.63 รวม 6 วัน โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 3,722,604 ราย เป็นเงิน 18,613.02 ล้านบาท โดยในวันที่ 23 พ.ค. โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้ว 499,652 ราย จำนวนเงิน 2,498.26 ล้านบาท

    อุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์ถึง 5 มิ.ย.

    รายงานระบุต่อว่า ทั้งนี้เกษตรกรสามารถตรวจสอบสิทธิ์และอุทธรณ์ เพื่อทบทวนสิทธิ์การเยียวยาเกษตรกร ผ่าน 8 หน่วยงานอุทธรณ์เงินเยียวยาเกษตรกร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 5 มิ.ย.เท่านั้น เพียงนำ “บัตรประชาชน” ติดต่อได้ดังนี้ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด, สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง, สำนักงานประมงอำเภอและจังหวัด, สำนักงานปศุสัตว์อำเภอและจังหวัด, สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต หรือศูนย์เครือข่ายใกล้บ้าน, เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย 1-8 และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 1-4, สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด, การยางแห่งประเทศไทย (จังหวัด/สาขา) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะแจ้งผลอุทธรณ์ ผ่านเว็บไซต์ www.moac.go.th  ภายหลังการอุทธรณ์ไม่เกิน 8 วัน

    “จุติ–หม่อมเต่า” เยี่ยมชุมชนเฟื่องฟ้า

    วันเดียวกัน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวหลังนำผู้บริหารของกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมผู้ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ชุมชนเฟื่องฟ้า ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 39 แขวงหนองบอน เขตประเวศ ว่า การแพร่ระบาดทำให้สถานประกอบการหลายแห่งถูกปิดกิจการลงชั่วคราวเนื่องจากรัฐสั่งให้ปิด และอีกมากที่ดำเนินกิจการต่อไม่ได้ ทำให้ลูกจ้างตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ในชุมชนเฟื่องฟ้า มี 122 ครัวเรือน 360 คน มีผู้สูงอายุ 51 คน ผู้ป่วยติดเตียง 3 คน ส่วนใหญ่ต้องการอาชีพมั่นคง อยากซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และคนพิการต้องการรถเข็น กระทรวงแรงงานได้นำมาตรการต่างๆมาช่วยเหลือ เช่น หางานให้ทำ แนะแนวอาชีพ รับงาน ไปทำที่บ้าน ฝึกอาชีพตามความต้องการ และพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อประกอบอาชีพอิสระให้ความรู้เรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และการรับสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามระบบประกันสังคม เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคง

    สปส.เล็งเรียกคืนเงินคนได้งานทำ

    ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตน มาตรา 33 กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ของสำนักงานประกันสังคมว่า ได้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 1.2 ล้านคน ยังมีผู้เข้ามาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 2 หมื่นคน เรื่องนี้รัฐบาลได้สอบถามมาว่าจำนวนผู้ประกันตนกว่า 10 ล้านคน จะมีตกงานเท่าไหร่ ได้แจ้งไปว่าอาจจะมีถึง 3.7 ล้านคน เพราะคาดการณ์สถานการณ์โควิด-19 จะยาวไปถึงเดือน ส.ค.ปีหน้า แต่ต้องประเมินตัวเลขอีกครั้ง เรื่องนี้รัฐบาลต้องคิดหนัก เพราะแรงงานมองว่าเงินที่สะสมในกองทุนประกันสังคมเป็นเงินก้อนเดียวของเขา ขณะเดียวกันยังมีปัญหาที่คนลงทะเบียนรับเงินเยียวยาบางส่วนได้กลับไปทำงานแล้ว และนายจ้างต้องแจ้งกระทรวงแรงงาน แต่กว่าจะรู้ก็ประมาณ 45 วัน ในช่วงนั้นกระทรวงแรงงานได้จ่ายเงินไปแล้ว 45 วัน ต้องไปดูว่าจะนำเงินที่จ่ายไปแล้วกลับคืนได้อย่างไร

    นิด้าโพลสำรวจเรียนออนไลน์

    ส่วนเรื่องของการเปิดเรียนนั้น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เรียนออนไลน์” โดยสำรวจวันที่ 18-21 พ.ค. รวม 1,256 หน่วยตัวอย่าง เมื่อถามถึงการมีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา พบว่าร้อยละ 52.87 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ ร้อยละ 47.13 ระบุว่า ไม่มีบุตร หรือไม่ได้เป็นผู้ปกครอง ซึ่งผู้ที่ระบุว่ามีบุตรหรือเป็นผู้ปกครอง พบว่า ร้อยละ 53.61 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 29.37 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 27.26 ระบุว่า ระดับอนุบาล และร้อยละ 14.91 ระบุว่า
    ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

    ส่วนใหญ่เห็นด้วยเปิดเทอม 1 ก.ค.

    เมื่อถามถึงคำสั่งให้เปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค. พบว่า ร้อยละ 51.51 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะการระบาดของโรคโควิด-19 คงหมดแล้ว และโรงเรียนควรมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ร้อยละ 28.27 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะน่าจะปลอดภัยจากการแพร่ระบาดแล้ว และอยากให้เปิดทีละชั้นเรียน หรือผลัดกันเปิดของแต่ละชั้นเรียน ร้อยละ 9.87 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะอยากให้เปิดเร็วขึ้นกว่านี้ เนื่องจากการปิดเทอมนานทำให้พัฒนาการเด็กช้าลง ร้อยละ 8.28 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะอยากให้เปิดเรียนเป็นวันที่ 16 มิ.ย. เนื่องจากวันที่ 1 ก.ค. นานเกินไป และบางพื้นที่ก็ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดแล้ว

    เกือบครึ่งไม่เห็นด้วยระบบออนไลน์

    เมื่อถามถึงการเรียนการสอนออนไลน์ พบว่า ร้อยละ 46.90 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเด็กมีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ไม่เท่ากัน และบางครอบครัวผู้ปกครองไม่มีเวลาคอยดูแล หรือให้คำแนะนำระหว่างเรียนออนไลน์ ร้อยละ 29.86 ระบุว่า เห็นด้วยบางระดับชั้น ร้อยละ 22.05 ระบุว่า เห็นด้วยทุกระดับชั้น เพราะเด็กจะได้พัฒนาความรู้ระหว่างรอเปิดเทอม

    ที่เห็นด้วยให้สอน ม.ปลาย

    ทั้งนี้ในกลุ่มที่เห็นด้วยบางระดับชั้น พบว่า ร้อยละ 63.47 ระบุว่า ควรสอนออนไลน์ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะสามารถควบคุมตัวเอง ให้อยู่ในการเรียนได้ สามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารสื่อออนไลน์ได้ดี ร้อยละ 60.80 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะเด็กมีความรับผิดชอบ และสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ร้อยละ 21.33 ระบุว่าระดับประถมศึกษา เนื่องจากเด็กจะมีความเข้าใจมากกว่าระดับอนุบาล และร้อยละ 10.40 ระบุว่าเป็นระดับอนุบาล เพราะช่วงเวลานี้เด็กอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองสามารถเรียนออนไลน์ได้

    บุ๋มแจกของริมคลองบางเชือกหนัง

    ส่วนเรื่องการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้เดือดร้อนจากพิษไวรัสโควิด-19 เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดาราชื่อดัง ในฐานะประธานองค์กรทำดี พร้อมทีมงานนำข้าวสารอาหารแห้งกว่า 500 ชุด ลงเรือแจกสิ่งของให้กับชาวบ้านยากจนริมคลองบางเชือกหนัง แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ โดยได้รับความอนุเคราะห์เรือโดยสารและเรือนั่งสำหรับทีมงานจากนายภัทร และนายนพพร เผื่อนบัวผัน 2 พ่อลูกชาวสวนกล้วยไม้ริมคลองบางเชือกหนัง มีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันเดินและพายเรือมารับสิ่งของด้วยความปลาบปลื้มใจ

    ลั่นทำจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

    บุ๋ม ปนัดดาเผยว่า องค์กรทำดีเริ่มบริจาคสิ่งของเช่นหน้ากากอนามัย ชุดพีพีอี ให้กับโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ และบริจาคข้าวสารอาหารแห้งมาตั้งแต่เกิดโรคโควิด-19 ระบาดใหม่ๆ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปทำให้มีผู้ใจบุญหลายคนนำสิ่งของมามอบให้กับองค์กรฯเพื่อให้นำไปแจกจ่ายชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ทีมงานทุกคนมีงานทำที่ดี หลังเสร็จงานหลักก็จะมาช่วยแพ็กสิ่งของใส่ถุง เพื่อนำไปแจกเกือบทุกวัน ในวันนี้เตรียมสิ่งของมากว่า 500 ชุด ประกอบด้วยข้าวสาร ปลากระป๋อง ถุงยังชีพสำหรับเด็กอ่อนนำมาแจกจ่าย รู้สึกปลื้มใจทุกครั้งที่เป็นผู้ให้ และคนที่ได้รับก็มีความเดือดร้อนจริงๆ จะแจกสิ่งของต่อไปจนกว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดจะดีขึ้น

    ต่างชาติใส่แมสก์แห่ซื้อของจตุจักร

    ส่วนบรรยากาศที่ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพมหานคร หลังรัฐบาลคลายล็อกระยะ 2 โดยวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินซื้อของคึกคักกว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่าเริ่มมีชาวต่างชาติกลับเข้ามาเดินเที่ยวหาซื้อสินค้าต่างๆ มากขึ้น โดยทุกคนผ่านการคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่

    ไม่สนเว้นระยะห่าง

    ขณะที่บรรดาร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร มีลูกค้าใช้บริการเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้การเว้นระยะห่างบางร้านไม่ได้ผลเท่าที่ควร แม้จะขึ้นป้ายให้ลูกค้าปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะร้านเสื้อยืดมือสอง บริเวณซอย 59/1 โครงการ 6 ฝั่งทิศตะวันออกติดถนนพหลโยธินจำหน่ายเสื้อตัวละ 20 บาท มีลูกค้าเลือกซื้อแน่นร้าน เจ้าของร้านปล่อยให้เลือกกันตามสบายเพราะอยากขายของ ต่างจากร้านรองเท้าปากซอย 21/1 โครงการ 12 ชื่อร้าน “ส้น TEEN” ขายรองเท้าผ้าใบคู่ละ 280 2 คู่ 500 มีคนยืนเข้าแถวรอคิวหน้าร้าน เพราะกำหนดให้เข้าครั้งละไม่เกิน 5 คน และต้องถอดรองเท้าไว้หน้าร้าน โดยจัดคนคอยเฝ้ารองเท้าไว้ให้

    เปิดตลาดหน้าพระธาตุเมืองคอน

    ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัด หลังการผ่อนปรนระยะ 2 นายกรกฏ เตติรานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยว่า ตลาดนัดย้อนยุค หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ถนนราชดำเนิน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ที่เปิดขายทุกวันเสาร์ ดำเนินการโดยหอการค้าจังหวัด ได้ปิดตลาดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มี.ค. ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น มีมติให้เปิดตลาดอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 พ.ค. และต่อไปจะเปิดทุกวันเสาร์ตามปกติ แต่ยังมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดพากันดีใจที่ได้กลับมาค้าขายเหมือนเดิมหลังจากหยุดไปนานเกือบ 2 เดือน แม้ว่ายอดขายจะได้ไม่มากเท่าเมื่อก่อน แต่ยังดีที่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวบ้าง

    เข้มตลาดโรงเกลือรับคลายล็อก

    ส่วนที่ จ.สระแก้ว พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก. สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ สนธิกำลังทหารพราน ตำรวจ ตม. และฝ่ายปกครอง ออกลาดตระเวนป้องกัน การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการก่ออาชญากรรมในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดนแหล่งใหญ่ พ.ต.อ.ฐนพงศ์เผยว่า ตลาดโรงเกลือเริ่มมี พ่อค้า แม่ค้า ชาวไทยและกัมพูชาเริ่มมาเปิดร้านไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ของร้านค้าทั้งหมดกว่า 2,000 ร้าน ได้จัด กำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อรักษา สินค้าและทรัพย์สินของพ่อค้าแม่ค้า และเมื่อประเทศไทย กำลังประกาศการผ่อนปรนระยะที่ 3 ต้องตรวจตราอย่างเข้มข้นขึ้น เพราะเกรงว่าจะมีชาวกัมพูชาลักลอบ เข้ามาในตลาดโรงเกลือเพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นการรักษาความปลอดภัยและจัดระเบียบป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในตลาดโรงเกลือด้วย

    แก๊งถ่อยแม่สอดพังจุดคัดกรอง

    ด้านชายแดนฝั่งตะวันตกของประเทศ วันเดียวกัน ร.อ.ศาศวัต สัตยพงษ์ ผบ.ร้อยเครื่องยิงหนัก หน่วย เฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 นายปรีชา สอนแวว ผญบ. หมู่ 7 บ้านหนองบัว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดคัดกรองโควิด-19 และป้อมรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้าน หลังเมื่อคืนวันที่ 23 พ.ค. มีคนร้ายบุกเข้าทำลายข้าวของพังเสียหายหลายรายการ ทั้งเก้าอี้ กระบองไฟ และตู้ปันสุข ที่มีพระสงฆ์และ ผู้มีจิตศรัทธานำเครื่องอุปโภค บริโภค มาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พบว่าตู้ล้มอยู่บนพื้น สิ่งของในตู้หายไปหมดเกลี้ยง นอกจากนี้ ที่ป้อมรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ถูกคนร้ายงัดหน้าต่าง ด้านหลังเข้าไปทุบประตูห้องด้านใน โจรกรรมถุงยังชีพ และเครื่องวัดความดันไป ต่อมา ผญบ.ไปแจ้งความ ตำรวจ สภ.แม่สอด ให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมา ดำเนินคดีให้ได้เนื่องจากเป็นการบุกทำลายทรัพย์สินของราชการ คาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1วัคซีนผ่อนปรนระยะ 3เคอร์ฟิวไทยชนะข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้