ข่าว
100 year

แตะเบรกเยียวยาผี เกษตรกรกว่าแสนคน ตายแล้วแต่ชื่อยังอยู่ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 พ.ค. 2563 05:33 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” ถก ศบค.เต็มคณะ ชี้ขณะนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจถึงการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ หรือ new normal โฆษก ศบค.เผย 3 เหตุผลต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปจนถึงสิ้น มิ.ย. เพื่อความต่อเนื่องในการบังคับใช้กฎหมายกว่า 40 ฉบับ รวมทั้งรองรับการผ่อนคลายระยะ 3 และ 4 ที่มีความเสี่ยงแพร่เชื้อสูง พร้อมเปิดไทม์ไลน์คลายล็อกระยะ 3 เริ่ม 1 มิ.ย. สช.เสนอขอ ศบค.และ ศธ. กรณีโรงเรียนนานาชาติ 216 แห่ง ขอเปิดสอนเป็นกรณีพิเศษ 1 มิ.ย. เพราะใช้หลักสูตรเดียวกับเมืองนอก ปลัดเกษตรฯแถลงคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ไม่ให้โอนเงินเยียวยา 5,000 บาท ให้ข้าราชการที่ลงทะเบียนเกษตรกรเป็นอาชีพที่ 2 เพราะมีรายได้ประจำอยู่แล้ว เตรียมชง ครม.รับทราบแนวทางปฏิบัติ อึ้งข้อมูลใหม่พบเกษตรกรที่ตรวจสอบผ่านและจะโอนเงินให้เสียชีวิตไปแล้ว 109,647 ราย แต่ยังคุยทะเบียนเกษตรกรที่ขึ้นใหม่อัปเดตสุดแล้ว ธ.ก.ส.เตรียมส่งรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ได้รับเงิน 5,000 บาท คืนกระทรวงเกษตรฯพิจารณาให้ทายาทมาติดต่อรับ 109,647 ราย

หลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกระยะ 2 เปิดกิจการขนาดใหญ่ประเภทศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าให้เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10 โมงถึง 2 ทุ่ม รวมทั้งขยายเวลาเคอร์ฟิวจากเดิม 4 ทุ่มไปเป็น 5 ทุ่มถึงตี 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. โดยมีแนวโน้มผ่อนคลายไปเรื่อยๆ ดูจากยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ละวันลดลงเรื่อยๆและมีตัวเลขตัวเดียว แต่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ยังออกเตือน การ์ดอย่าตก ให้แต่ละกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนเข้มข้นเรื่องการใช้มาตรการสูงสุดในการสกัดเชื้อโรคเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและผู้มาใช้บริการป้องกันการระบาดรอบ 2 ขณะที่ทุกหน่วยเห็นพ้องในที่ประชุม สมช.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปอีก 1 เดือน เพื่อผลทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ขณะที่เลขาฯ สมช. หวั่นเปิดเทอมแล้วเชื้อระบาดใหม่เหมือนเกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เพราะเด็กนำเชื้อกลับไปติดคนสูงวัยที่บ้าน ด้าน สธ.ประสาน ก.ศึกษาฯ วาง 6 มาตรการรับเปิดเทอม พร้อมอบรมครูที่จะเป็นด่านแรกสกัดเชื้อ

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถก ศบค.เต็มคณะ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่ตึกสันติ-ไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เรียกประชุมแบบเต็มคณะ โดยมีรัฐมนตรี ตัวแทนหน่วยงานในศบค. เข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า ขณะนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจถึงการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ หรือ new normal และรู้จักเสียสละ ขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของทุกคนจนได้รับความชื่นชมจากหลายประเทศ ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในด้านสาธารณสุขการจะขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปอีก 1 เดือน จะช่วยควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้

“สมคิด” จ่อเปิดแผนงานกระตุ้น ศก.

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ศบค.ว่า การแก้ปัญหาโควิด-19 ยังต้องพยายามอย่างเต็มที่ ขณะนี้ประชาชนทุกคนลำบาก และสถานการณ์เกิดขึ้นทั่วโลกสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะนี้รัฐบาลได้วางแผนงานและโครงการไว้แล้วโดยตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมา จะมีการแถลงข่าวในรายละเอียดต่างๆเร็วๆนี้ เมื่อถามว่า กรณีข้อสังเกตเศรษฐกิจประเทศจะซบเซาไปอีก 6 เดือน มีสัญญาณที่ดีขึ้นบ้างหรือไม่ นายสมคิดกล่าวย้ำว่า “อย่าประมาทครับ อย่าประมาท”

ทวีศิลป์เผย สมช.เสนอต่อฉุกเฉิน

ต่อมาเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) รายงานผลการตรวจกิจการ/กิจกรรม ตามมาตรการหลัก 5 ข้อ ช่วงตั้งแต่วันที่ 3-21 พ.ค. โดยตรวจทั้งสิ้น 353,495 กิจการ/กิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการครบ 304,946 กิจการ/กิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบ 43,415 กิจการ/กิจกรรม ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 5,134 กิจการ/กิจกรรม หรือคิดเป็นเพียง 1.5% ขณะที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เสนอวาระพิจารณาการขยายการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิ.ย. นายกฯเน้นย้ำว่าการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขเป็นจุดหมายหลัก

เปิด 3 เหตุผลประกอบการพิจารณา

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า และเหตุผลที่เลขาธิการสมช.เสนอประกอบการพิจารณามี 3 ข้อ คือ 1.ยังคงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะต้องการเอกภาพ ความรวดเร็ว ความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่เพียงพอ ต้องประกอบกับกฎหมายอีกกว่า 40 ฉบับ ซึ่งต้องมาอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึงจะปฏิบัติการป้องกันโรคได้

รองรับผ่อนปรน 3–4 ความเสี่ยงสูงขึ้น

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า 2.เป็นการรองรับในระยะต่อไป เพราะประเทศไทยอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรการผ่อนปรน ที่จะมีระยะที่ 3 และ 4 ตามมา จะมีความเสี่ยงสูงกว่าการผ่อนปรนระยะที่ 1 และ 2 หากมีความเสี่ยงสูงแต่ตัวกำกับกลับหย่อนลงจะลำบาก จะให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่พฤติกรรมเสี่ยงสูงกลับมาจึงไม่สมดุลกัน เราจึงต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น เพื่อกำหนดการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับการผ่อนปรนในระยะต่อไป

ชง ครม.ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 ด.

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า 3.สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังไม่สิ้นสุด หลายประเทศยังมีการแพร่ระบาด มีการติดเชื้อสูงอยู่ แม้ไทยจะดำเนินการ ผ่อนปรนครบทั้ง 4 ระยะแล้ว ยังต้องคงความพร้อมในการเปิดประเทศ มาตรการทางกฎหมาย แผนบริการจัดการวิกฤติเพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะกลับมาของโรค ถ้าไม่มีกฎหมายควบคุมตัวเลขที่สูงในต่างประเทศจะไหลมาที่ไทยได้ ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน

เปิดไทม์ไลน์คลายล็อกระยะ 3

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า สำหรับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 มีการกำหนดขั้นตอนไว้ ดังนี้ วันที่ 23-24 พ.ค. การจัดเตรียมข้อมูลเพื่อประชุมคณะทำงานกลั่นกรองกิจการ/กิจกรรม ตามมาตรการผ่อนคลาย จากนั้นวันที่ 25-26 พ.ค. จะมีการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองกิจการ/กิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย วันที่ 27 พ.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 วันที่ 29 พ.ค.จะมีการประชุม ศบค.เพื่อขออนุมัติ และวันที่ 1 มิ.ย. จะมีผลบังคับใช้มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3

กิจการประเภทเสี่ยงปานกลาง–สูง

ส่วนกิจการ/กิจกรรมที่จะได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 3 มีอะไรบ้างนั้น ยังไม่มีการกล่าวถึง แต่ เป็นกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางไปถึงสูงในการติดเชื้อ อาจเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่มารวมกันมากในการผ่อนคลายครั้งนี้ เพราะถ้าหลุดออกจากตรงนี้ต้องไปอยู่ระยะที่ 4 ขณะที่เรื่องการปรับลดเวลาเคอร์ฟิวนั้น ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือกัน แต่ ผบ.ทสส.ระบุว่าหากประชาชนให้ความร่วมมือ ไม่มีการดื่ม ไม่มีการชุมนุมในด้านที่ไม่ดี หรือออกจากเคหสถานโดยไม่จำเป็น เหมือนสถิติที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ ศบค.จะลดห้วงเวลาของเคอร์ฟิวลงในการผ่อนคลายในระยะที่ 3 แต่จะเป็นเวลากี่ชั่วโมง เมื่อไร คงต้องรอการประชุม ศบค.ครั้งต่อไป

จัดที่พักหมอ-พยาบาล-อสม.พักฟรี

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ บริษัทแอร์บีเอ็นบี (Air bnb) ร่วมสนับสนุนการจัดหาที่พักในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้เข้าพัก โดยนำร่องในไทยแล้ว 200 แห่ง เริ่มตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และ อสม.ทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พักได้ 5 วันขึ้นไปแต่ไม่เกิน 30 วัน เฉพาะช่วงโควิดเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีบ้านอยู่ไกลโรงพยาบาลหรือมีพ่อแม่สูงอายุ จะได้แยกออกมาพักที่โรงแรมดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนในครอบครัว

เปิดราคาที่กักตัวเศรษฐี 4-6 หมื่น บ.

นายสาธิตกล่าวว่า ขณะนี้ไทยมีความพร้อมในการรับคนไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศโดยมีการเตรียมสถานที่กักกันโดยรัฐจัดให้ หรือ State Quarantine 25 แห่ง มีห้องรวม 8,369 ห้อง และมีสถานที่ซึ่งผู้ถูกกักกันประสงค์จ่ายเงินเอง หรือ Alternative State Quarantine 4 แห่ง มีห้อง 303 ห้อง ผู้ที่ประสงค์จ่ายเงินเอง สามารถเลือกที่พักได้เองในช่วงกักตัว 14 วัน มีอัตราค่าบริการ ตั้งแต่ 40,000-60,000 บาท

ชี้เป็นทางเลือกคนกลับจาก ตปท.

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับ– สนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า สำหรับสถานที่กักตัวทางเลือกของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ได้เข้าไปกักตัว ซึ่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองนั้น เป็นโรงแรมที่ผ่านการประเมิน และมีโรงพยาบาลคู่สัญญาที่ต้องมาให้การดูแลผู้อยู่ในที่พัก การตรวจหาโควิด-19 หากป่วยก็รักษา รวมถึงการรักษาโรคอื่นๆด้วย ปัจจุบันมีการจองห้องพัก 303 ห้อง เหลือที่จะเข้าพักได้ 130 ห้อง

เล็งขยับเคอร์ฟิวเป็นเที่ยงคืน-ตี 4

ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กองบัญชาการทหารสูงสุด กรุงเทพมหานคร ได้รายงานในที่ประชุมเรื่องการไปตรวจเยี่ยมกองถ่ายต่างๆ พบว่าภาพรวมปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนฝ่าฝืนน้อยมาก แต่ยังมีบางจุดที่ยังไม่เว้นระยะห่าง ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่ได้เสนอเรื่องการลดเวลาเคอร์ฟิว แต่นายกฯ มอบให้เลขาธิการ สมช.ในฐานะประธานกลั่นกรองไปพิจารณารายละเอียดผ่อนปรนระยะที่ 3 โดยบอกว่า ให้พิจารณาเรื่องท่องเที่ยวชุมชนให้ด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็สนับสนุน และตั้งตุ๊กตาให้เป็นโจทย์ไปพิจารณาเรื่องลดเวลาเคอร์ฟิวลงอาจเป็นเที่ยงคืนถึงตี 4 เพราะเห็นว่าประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมถึงให้พิจารณาการเดินทางข้ามจังหวัด การเข้าพักโรงแรม เปิดห้องพักเพื่อให้เศรษฐกิจไหลได้

เผยนายกฯ ห่วง นร.เปิดเทอม

ส่วนเรื่องของการเปิดเทอมที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงนั้น นายอิทธิพลกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบตามที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอต่ออายุเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน จะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 26 พ.ค.และจะหารือผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 3 กัน ในสัปดาห์หน้าวันที่ 27-28 พ.ค.ทั้งนี้ ในที่ประชุมนายกฯแสดงความเป็นห่วงเรื่องการเปิดเทอมของโรงเรียน โดย รมว.ศึกษาธิการรายงานว่า จะทดลองเปิดโรงเรียนประจำ และโรงเรียนนานาชาติก่อนในวันที่ 1 มิ.ย. ส่วนวันเปิดเทอมอย่างเป็นทางการคือ 1 ก.ค. นายกฯมีความเป็นห่วงภาพรวมการดูแลการเว้นระยะห่างของเด็ก สัดส่วนครูต่อนักเรียนจาก 20 : 1 ปรับให้เหลือ 7 : 1

เสนอเปิด 216 โรงเรียนนานาชาติ

ขณะที่นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะ กรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ได้เสนอนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ ศบค.ทบทวนการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนเอกชน ประเภทโรงเรียนนานาชาติ 216 แห่งให้เปิดเทอมในวันที่ 1 มิ.ย.เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากโรงเรียนนานาชาติจัดการเรียนการสอนที่เป็นหลักสูตรเดียวกับของต่างประเทศ เดือน มิ.ย.คือเดือนสุดท้ายของปีการศึกษา ถือเป็นช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนนานาชาติ หากต้องเปิดเรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในวันที่ 1 ก.ค.จะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหาย เพราะขณะนี้ผู้ปกครองไม่ยอมรับการสอน แบบออนไลน์ตลอดภาคเรียนแต่ต้องการแบบผสมผสาน รวมถึงผู้ปกครองชะลอการจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนและฟ้องร้องขอเงินค่าธรรมเนียมคืน หากรัฐบาลอนุมัติให้โรงเรียนนานาชาติเปิดเรียนได้ในวันที่ 1 มิ.ย.

กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการ สธ.

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สช.กำชับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไวรัส คือ ผู้ปกครองต้องตรวจวัดไข้นักเรียนทุกคนทั้งก่อนออกจากบ้าน พนักงาน และเจ้าหน้าที่โรงเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สช.) อย่างเคร่งครัด สวมใส่หน้ากากอนามัย จัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกจุดภายในโรงเรียน รวมถึงโรงเรียนต้องจัดให้มีระบบระบายอากาศให้อากาศถ่ายเทได้ดี เพิ่มการทำความสะอาดอย่างเข้มข้น งดการประชุมหรือจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีคนหมู่มาก รวมทั้งโรงเรียนจะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจติดตามนักเรียนด้วย

เสมา 1 เยี่ยมบ้าน นร.ไทยรัฐฯ 64

ขณะที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม และเยี่ยมบ้านนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 64 (บ้านหนองเกตุ) อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยพบปะพูดคุยกับคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน เกี่ยวกับการบริหารจัดการนมโรงเรียน รวมทั้งการแจกใบงานและการบ้าน ตลอดจนการเรียนผ่านโทรทัศน์และเรียนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก่อนเปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาและเยี่ยมบ้านนักเรียนในครั้งนี้ได้ให้กำลังใจครูทุกท่านที่วางแผนงาน และบริหารจัดการการจัดการศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เช่น การจัดระบบให้เด็กมารับใบงานและนมโรงเรียน ซึ่งคำนึงถึงมาตรการการป้องกันโรค ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเป็นสำคัญ

เปิดไม่เปิดขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด

นายณัฏฐพลเผยว่า หลังเริ่มเรียนผ่านทางโทรทัศน์ออนแอร์ไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค. กระทรวงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการจัดการเรียนการสอน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนวันที่ 1 ก.ค. แม้ภาพรวมจะยังพบปัญหาด้านต่างๆแต่ ศธ.พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะและเร่งหาแนวทางแก้ไขให้การจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กทุกคนมีคุณภาพมากที่สุด เน้นย้ำว่าการตัดสินใจเปิดภาคเรียนวันที่ 1 ก.ค.ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรงมาก การเรียนผ่านโทรทัศน์และการเรียนออนไลน์เป็นรูปแบบและวิธีการสอนที่มีความเหมาะสม จากวันนี้ถึงวันที่ 1 ก.ค.เป็นโอกาสดีให้ ศธ.ได้เตรียมความพร้อมปรับปรุง และ พัฒนาสิ่งต่างๆ ขณะเดียวกันได้เห็นตัวอย่างจากประเทศที่เปิดโรงเรียนแล้วเกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องปิดการเรียนการสอนอีก อย่างไรก็ตามการเรียนการสอนที่โรงเรียนยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อจัดการเรียนการสอนให้เด็กอย่างทั่วถึงในกรณีที่ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้

เด็กไทยภูเขานครไทยไม่มีทีวี

ส่วนการเรียนการสอนออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาสำหรับเด็กที่มีครอบครัวฐานะยากจนและอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารโดยเฉพาะตามดอยสูง นายอภัย สุทธิ ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาบ้านใหม่ร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เผยว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ครอบครัวมีอาชีพเกษตรกร ผู้ปกครองบางคนไม่มีความเข้าใจการอ่านภาษาไทย คณะครูต้องออกติดตามการเรียนถึงบ้านของนักเรียนเพื่อสรุปปัญหาอุปสรรคต่างๆ รายงานเสนอไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อหามาตรการแก้ไขร่วมกัน ปัญหาหลักที่พบคือ ครอบครัวของนักเรียนไม่มีทีวีและเคเบิลทีวี หากบ้านไหนมีก็จะไปเรียนรวมกันเป็นกลุ่ม รุ่นพี่จะช่วยสอนรุ่นน้องแทนผู้ปกครองที่ออกไปทำไร่ทำนา ทางโรงเรียนจะต้องประเมินผลการเรียนออนไลน์แต่ละสัปดาห์อย่างใกล้ชิด

ที่เชียงรายพบหลากหลายปัญหา

เช่นเดียวกับนายพิพัฒน์ อุทธิยา ผอ.โรงเรียนเพียงหลวง 16 สาขาบ้านขุนต้า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย เผยว่า หลังทดลองเรียนออนไลน์ ได้ให้ครูประจำชั้นไปติดตามการเรียนของนักเรียนแต่ละคนและแจกใบงานให้เด็ก พบปัญหาความไม่พร้อมหลายๆอย่าง เช่น แต่ละครอบครัวมีลูกหลายคนอยู่คนละระดับชั้น แต่ทีวีมีแค่เครื่องเดียว บางครอบครัว ฐานะยากจน ไม่มีโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญคือผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องไปทำไร่ทำสวนไม่มีเวลาดูแลเด็ก เด็กต้องอยู่บ้านกับปู่ย่าตายายที่ใช้ภาษาม้งสื่อสารไม่เข้าใจภาษากลาง ทำให้ไม่สามารถให้คำ แนะนำเด็กเวลาที่ไม่เข้าใจบทเรียนได้

เปิดแหล่งเรียนรู้วันแรกคุมเข้ม

วันเดียวกัน นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินมาตรการป้องกันโรคของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครและหอสมุดแห่งชาติ ว่า หลังจากรัฐบาลได้เปิดให้ บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงโบราณสถานสำคัญต่างๆ ตามมาตรการผ่อนปรน ระยะที่ 2 กรมศิลปากรได้จัดมาตรการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ จากการรายงานจากสำนักศิลปากรทั่วประเทศที่เปิดบริการแหล่งเรียนรู้ต่างๆ พบว่า สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคได้อย่างดี ผู้ใช้บริการยังมีไม่มากนัก เนื่องจากเป็นวันแรก คาดว่าวันหยุดจะมีผู้เดินทางมามากขึ้น

ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนไทยชนะ

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทุกแหล่งเรียนรู้ผู้ใช้บริการจะต้องสแกน QR CODE ลงทะเบียนในแพลตฟอร์มไทยชนะ กรอกข้อมูลการใช้บริการ ตรวจวัดอุณหภูมิ สวมใส่หน้ากากอนามัย จัดจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ บริเวณจุดจำหน่ายบัตร และส่วนบริการต่างๆ กำหนดให้มีระยะห่างเพื่อลดความหนาแน่น สำหรับหอสมุดเน้นจัดระบบทำความสะอาดหนังสือและการอบฆ่าเชื้อ ภายในหอสมุดปรับลดจำนวนที่นั่งลงจาก 1,000 ที่นั่งเหลือ 300 ที่นั่ง สำหรับการให้บริการในส่วนอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่โล่ง เน้นตรวจวัดอุณหภูมิ และลงทะเบียนเข้าออกยังจุดที่กำหนด ย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยในการเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด ส่วนในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทุกแห่ง ให้ลงทะเบียนเข้าและออกทุกห้องนิทรรศการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิด ต้องมีการป้องกันและสามารถติดตามตรวจสอบได้ทุกคน

“อุตตม” ระบุ ขรก.ไม่เข้าข่ายรับ 5 พัน

ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวหลังการตรวจเยี่ยมสาขา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่อำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม ว่า กรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงเกษตรฯ จะจ่ายเงินเยียวยาโควิดให้กับข้าราชการที่มีอาชีพเสริมเป็นเกษตรกร ประมาณ 91,000 รายนั้น ธ.ก.ส.เป็นผู้รับรายชื่อจากกระทรวงเกษตรฯเท่านั้น เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการจ่ายเงินซึ่งขอว่าเป็นอาชีพเกษตรกรโดยตรง ถ้าเป็นข้าราชการมีเงินเดือนตอบแทน ก็ไม่เข้าเกณฑ์ ทั้งนี้จะหาเวลาไปหารือกับ รมว.เกษตรฯ ในประเด็นดังกล่าว เพราะไม่อยากให้การจ่ายเงินเยียวยาเกิดความซ้ำซ้อน ส่วนเกษตรกรที่จะได้รับเงินเยียวยาผลกระทบจากโควิด น่าจะมีประมาณ 10 ล้านคน ณ วันที่ 22 พ.ค.นี้ ได้จ่ายเงินเยียวยาโดยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้ว 3.2 ล้านราย คิดเป็นเงิน 16,000 ล้านบาท

ปลัด ก.เกษตรฯอ้อมแอ้มรับ

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้หารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองฯในประเด็นข้าราชการที่อยู่ในทะเบียนเกษตรกร น่าจะมีความชัดเจนว่า ข้าราชการไม่ควรได้รับการเยียวยาในส่วนนี้ อีกทั้งจะต้องซักซ้อมทําความเข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติ และความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และคาดว่ามีการนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ต่อไป

ออกตัวอ้างมติ ครม.ไม่ได้ห้าม

ปลัดกระทรวงเกษตรฯยังกล่าวด้วยว่า กรณีข้าราชการที่ขึ้นทะเบียนเกษตร และกระทรวงการคลังตรวจพบว่าทำการเกษตรเป็นอาชีพที่ 2 จำนวน 91,426 ราย จากการหารือร่วมกันของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 21 พ.ค. กระทรวงการคลังแจ้งว่า ข้าราชการไม่ควรได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เพราะยังมีรายได้ประจำ ไม่ควรใช้สิทธิ์เยียวยาเกษตรกร และยังเป็นข้าราชการอยู่ ส่วนข้าราชการบำนาญมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่าไม่ให้ แต่ในมติ ครม.ดังกล่าวไม่ได้เขียนถึงข้าราชการประจำ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว และยังไม่ได้โอนเงินให้คนกลุ่มนี้ จากนี้ไป คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ จะเสนอให้ ครม.เพื่อรับทราบ หรืออาจไม่ต้องรายงานก็ได้เพราะถือว่ามีแนวทางปฏิบัติชัดเจนแล้ว

“เฉลิมชัย” แจงจ่ายเงินเยียวยา ขรก.

ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ทำความเข้าใจก่อน กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบการลงทะเบียนและรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่ลงทะเบียนเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ ตามโครงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่งให้กับกระทรวงการคลังคัดกรองและตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาชดเชยให้แก่ประชาชน และตรวจสอบกับผู้ที่ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการบำนาญ และระบบประกันสังคม ตามมติ ครม. วันที่ 28 เม.ย.63 ก่อนส่งกลับมาที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อส่งมอบข้อมูลรายชื่อต่อให้กับ ธ.ก.ส.ดำเนินการจ่ายเงิน

หน่วยงานตรวจสอบคือ ก.คลัง

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า หน่วยงานที่กําหนดเกณฑ์และทําหน้าที่คัดกรองไม่ให้สิทธิ์ซ้ำซ้อน คือ กระทรวงการคลังและคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ดังนั้น การจะจ่ายเงินเยียวยาให้ข้าราชการที่อยู่ในทะเบียนเกษตรกรหรือไม่นั้น การตัดสินใจเป็นหน้าที่และอำนาจของมติคณะรัฐมนตรี หากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เห็นสมควรให้ได้รับสิทธิ์เยียวยาและเสนอให้ ครม. ให้มีมติออกมา กระทรวงเกษตรฯพร้อมดําเนินการทันที เพราะมีฐานข้อมูลรายชื่อทั้งหมดแล้ว สามารถดําเนินการได้อย่างรวดเร็วและไม่มีตกหล่น

โต้กลับ สศค.เข้าใจคลาดเคลื่อน

รมว.เกษตรฯยังได้ตอบคําถามกรณีนายลวรณ แสงสนิท ผู้อํานวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แถลงข่าวว่า การตัดสินใจจ่ายเยียวยาให้ข้าราชการ เป็นอำนาจของกระทรวงเกษตรฯ ว่า เรื่องนี้ สศค.คงมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ข้อเท็จจริง กระทรวงเกษตรฯเป็นผู้รวบรวมและ ส่งรายชื่อเกษตรกรให้กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณากลั่นกรองและตรวจความซ้ำซ้อน ดังนั้น การตัดสินใจว่าจะจ่ายให้ข้าราชการและอื่นๆหรือไม่นั้น ในทางปฏิบัติ เป็นเรื่องของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่สําคัญต้องวางแนวปฏิบัติที่ชัดเจนออกมา กระทรวงเกษตรฯรอเพียงการพิจารณาและการตัดสินใจของคณะกรรมการ กลั่นกรองฯว่าจะให้ดําเนินการอย่างไร และพร้อมดําเนินการทันทีเมื่อมีแนวทางที่ชัดเจน เพราะกระทรวงให้ความสําคัญกับการดูแลรักษาสิทธิ์ของเกษตรกรทุกคนที่ขึ้นทะเบียน เพื่อรับการเยียวยาอย่างทั่วถึง รวดเร็ว ให้ทันตามกําหนด ที่สําคัญต้องไม่มีรายชื่อตกหล่น

ธ.ก.ส.คาดโอนเงินเยียวยา 22-29 พ.ค.

ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือครั้งที่ 1 ธ.ก.ส. ได้โอนเงินแล้วทั้งสิ้น 3,222,952 ราย กระทรวงเกษตรฯได้ส่งข้อมูลเกษตรกรครั้งที่ 2 ให้กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาอีกจํานวน 3,428,008 ราย เพื่อดําเนินการจ่ายเงิน คาดว่า ธ.ก.ส.จะโอนเงินได้ช่วงวันที่ 22-29 พ.ค. ขณะเดียวกันได้ส่งรายชื่อเกษตรกรอีก 700,000 ราย ให้กระทรวงการคลังเพื่อให้คัดกรองและตรวจสอบความซ้ำซ้อน ส่วนเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงและขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมอีกจํานวน 1.6 ล้านราย จะได้รวบรวมและส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังต่อไป

ใครไม่ได้เงินสามารถอุทธรณ์ได้

นายอนันต์กล่าวอีกว่า สําหรับผู้ที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา สามารถอุทธรณ์ได้ที่สำนักงานส่วนภูมิภาค ได้แก่ สำนักงานเกษตรอําเภอ สำนักงานประมงจังหวัด/อําเภอ สํานักงานปศุสัตว์จังหวัด/อําเภอ สำนักงานหม่อนไหม เฉลิมพระเกียรติฯ เขต/เครือข่าย สํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จังหวัด/สาขา เขตระบบบริหารอ้อยและนํ้าตาลทราย 1-8 และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาลทราย ภาค 1-4 และสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด ส่วนระบบออนไลน์เข้าใช้บริการที่ www.moac.go.th 

ธ.ก.ส.พบเกษตรกรตาย 1 แสนคน

นายอนันต์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร พบว่า มีเกษตรกรกว่า 100,000 ราย ที่เตรียมโอนเงินให้วันที่ 22-25 พ.ค. เป็นผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว กระทรวงเกษตรฯยังไม่ทราบ ธ.ก.ส.ยังไม่แจ้งมา โดยทะเบียนเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรฯส่งไปให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคือ ดูว่าซ้ำซ้อนกับโครงการเราไม่ทิ้งกันหรือไม่ ตรงนี้ก็ยังมี ที่ตรวจสอบไม่เสร็จ เพราะโครงการเราไม่ทิ้งกันก็ ยังไม่จบ ขณะเดียวกันก็ให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบดูว่าต้องไม่เป็นข้าราชการบำนาญ รวมทั้งสำนักงานประกันสังคมตรวจดูว่าต้องไม่ใช่ผู้ประกันตนในมาตรา 33 ส่วนพอ ธ.ก.ส.จะโอนเงินแล้ว เพิ่งมาพบว่าเป็นผู้เสียชีวิต ต้องบอกว่าทะเบียนเกษตรกรที่ส่งไปให้ตรวจสอบรอบแรก 8.3 ล้านรายนั้น เป็น ทะเบียนที่จัดทำล่าสุดในปี 2562/63 แล้ว

จ่อหารือคณะ กก.ต้องจ่ายหรือไม่

เมื่อถามว่าจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะผู้รับลงทะเบียนหรือไม่ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ทะเบียนที่ส่งไปถือว่าอัปเดตที่สุดแล้ว ส่วนทำไมผู้เสียชีวิตถึงมีเป็นแสนคน จะไปตรวจสอบดู และอย่างไรก็ไม่มีทางโอนเงินไปให้ผู้เสียชีวิตอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วหากผู้มีสิทธิ์ในทรัพย์สินใดๆเสียชีวิตลง ทางทายาทจะได้รับเงินหรือสินทรัพย์นั้น แต่กรณีนี้จะหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้อีกครั้งว่าวิธีปฏิบัติควรกำหนดหลักเกณฑ์อย่างไร เพราะเป็นเงินที่รัฐบาลกู้มาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม จากนี้ต่อไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะถือโอกาสทบทวน หรือปรับปรุงวิธีการขึ้นทะเบียน เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมมากขึ้น

ยันอดีตไม่มีโครงการจ่ายเงินผี

เมื่อถามว่า การที่รายชื่อทะเบียนเกษตรกรถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานในกระทรวงอื่น ทำให้เห็นปัญหา เป็นไปได้หรือไม่ว่าในอดีตที่มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรจะมีการโอนเงินไปให้ผู้เสียชีวิต และเกิดการรั่วไหล นายอนันต์กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลาโอนเงินต้องเป็นบัญชีที่มีผู้รับและกระทรวงเกษตรฯไม่เคยรับเงินมาจ่ายเองโดยตรง แต่จะให้ ธ.ก.ส.เป็นผู้โอนจ่ายให้

โอนให้รอบแรกพบตาย 527 ราย

ขณะที่นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า สำหรับการจ่ายเงินเกษตรกร 5,000 บาท 3 เดือนนั้น หลังจากกระทรวงเกษตรฯ ตรวจความซ้ำซ้อนในมาตรการเราไม่ทิ้งกันกับกระทรวงการคลัง ระบบประกันสังคม และข้าราชการบำนาญ มีผู้มีสิทธิตามเงื่อนไขจำนวน 6.77 ล้านราย โดยกระทรวงเกษตรฯ ส่งข้อมูลมาให้ ธ.ก.ส.โอนเงินรอบแรกในวันที่ 12 พ.ค.63 แล้ว จำนวน 3.35 ล้านราย เมื่อตรวจความซ้ำซ้อนกับกระทรวงมหาดไทย พบว่ามีเสียชีวิต 527 ราย เหลือจำนวนที่ ธ.ก.ส.โอนเงิน 3.3 ล้านราย และ ธ.ก.ส.ดำเนินการจ่ายเงินไปหมดแล้วในวันที่ 15-21 พ.ค.ที่ผ่านมา

รอบ 2 พบข้อมูลตายเป็นแสนคน

นายกษาปณ์กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ 20 พ.ค. ธ.ก.ส. ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีกในการโอนเงินรอบที่ 2 จำนวน 3.5 ล้านราย โดยในจำนวนนี้เสียชีวิต 109,120 ราย คงเหลือจำนวนที่ต้องโอนเงิน 3.4 ล้านราย จะดำเนินการจ่ายในวันที่ 22-29 พ.ค.63 และ ธ.ก.ส.จะได้ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯอีกครั้งในวันที่ 27 พ.ค.นี้ สำหรับกลุ่มที่ 2 ที่ยื่นทบทวนสิทธิเกษตรกรอีก 1.5 ล้านรายตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะจ่ายเงินได้วันที่ 30-31 พ.ค.63 รวมแล้วในเดือนแรกคือ พ.ค.นี้ ธ.ก.ส.จะจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรได้ 8.2 ล้านราย โดย ธ.ก.ส.จะเริ่มจ่ายวันเสาร์-อาทิตย์ให้ด้วย เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พ.ค.เป็นต้นไป

ส่งชื่อคนตายให้ ก. เกษตรฯเคลียร์สิทธิ

“ในจำนวน 3.3 ล้านรายรอบแรกมีการโอนไม่สำเร็จอยู่กว่า 100,000 ราย ในจำนวนกว่า 97% ธ.ก.ส.พบว่าเกษตรกรที่ไม่ระบุเลขบัญชีในการโอน อยากฝากให้เกษตรกรไปตรวจสอบสิทธิและรีบแจ้งเลขบัญชี ทุกธนาคารในเว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร .com ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิต 527 ราย ทั้งนี้ เมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตรอบ 2 อีก จำนวน 109,120 ราย จะมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 109,647 ราย ธ.ก.ส.จะส่งรายชื่อคืนกระทรวงเกษตรฯ ให้ไปเคลียร์สิทธิ และพิจารณาว่าจะติดต่อให้ทายาทมารับเงินจำนวนนี้แทนได้หรือไม่” ขณะที่ในส่วนของข้าราชการ 91,426 รายที่อยู่ในกลุ่มได้รับเงินรอบที่ 2 ด้วยนั้น ธ.ก.ส.ยังไม่ได้โอนเงินใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข้าราชการบำนาญนั้นถือว่าไม่ได้รับสิทธิเงินเยียวยาตามมติ ครม.อยู่แล้ว

รมว.คลังตรวจจ่ายเงินเยียวยา

วันเดียวกัน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. สาขานครชัยศรี จ.นครปฐม นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และประธานกรรมการ ธ.ก.ส. นายขจรเกียรติ รักพาณิชมณี รอง ผวจ.นครปฐม นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ไปตรวจเยี่ยมการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การพิทักษ์สิทธิ์และรับเรื่องร้องทุกข์ วันนี้มีเกษตรกรมารับเงินเยียวยา 200 รายเป็นเงิน 1 ล้านบาท และผู้ที่นัดรับเงินกู้โครงการสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ 50 รายเป็นเงิน 500,000 บาท นายอุตตมเผยว่า ธ.ก.ส.จะเร่งมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร 2 โครงการคือโครงการเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาทและโครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉินรายละ 10,000 บาท สามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com  ในส่วนของ จ.นครปฐม มีเกษตรกรที่ได้รับเงินเยียวยาแล้ว 13,881 ราย เป็นจำนวนเงิน 69.4 ล้านบาท

กวาดตู้ปันสุขไปให้ครอบครัว

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในภูมิภาคต่างๆของประเทศ ที่หน้า สภ.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี มีตู้ปันสุขบรรจุข้าวสารอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ และน้ำดื่ม ไว้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ปรากฏว่ามีเยาวชนชายอายุ 15 ปี นำถุงพลาสติกใบใหญ่มากวาดเอาสิ่งของในตู้ไปจำนวนมาก สอบถามเยาวชนคนดังกล่าวอ้างว่า ตื่นเช้าออกตระเวนไปเอาของในตู้ปันสุขตามสถานที่ต่างๆจนได้เต็มถุงเพราะต้องเอาไปให้คนในครอบครัวด้วย ขณะที่ พ.ต.อ.กฤศ ธิติทัศนะ ผกก.สภ.เสม็ด กล่าวว่า ตู้ปันสุขมีทุกโรงพักตามนโยบายของ ผบ.ตร. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19 ในส่วน สภ.เสม็ด พยายามนำสิ่งของมาใส่ให้เต็มตู้วันนี้เติมไปแล้ว 5 ครั้ง ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่นำสิ่งของต่างๆมาร่วมกันบริจาค แต่อยากให้ผู้ที่มาเอาอาหารไปรับประทานแต่เพียงพอ เหลือแบ่งไว้ให้คนข้างหลังด้วยเพื่อจะได้รอดพ้นวิกฤติไปด้วยกัน

น้ำใจชาวชุมชนช่วยยายปลูกบ้าน

ที่ จ.บุรีรัมย์ มูลนิธิร่วมใจสยามรวมใจปู่อินทร์ นายไชยา ศรีผดุง ประธานชุมชนวัดใหม่เรไรทอง ต.ถนนหัก อ.นางรอง ร่วมกับพระวัดใหม่เรไรทอง อาสาสมัครชุมชน ช่วยกันหางบประมาณสร้างบ้านพักอาศัยให้นางไสว สังข์อ่อน อายุ 70 ปี อาชีพขายลูกชิ้นทอดตามตลาดนัด หลังต้องย้ายออกจากบ้านที่ลูกนำโฉนดไปจำนองไว้กับนายทุน เหตุเริ่มจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ขายของไม่ได้ ลูก 2 คนที่เคยไปทำงานอยู่ จ.นครราชสีมา เดินทางออกจากจังหวัดไม่ได้ ไม่มีรายได้เข้าครอบครัวไม่สามารถชำระเงินให้นายทุนตามข้อตกลงจนต้องย้ายออกจากที่ดินที่เคยอยู่ นายไชยาเผยว่า ตรวจสอบข้อมูลพบว่าได้รับความเดือดร้อนจริง มีลูกชายเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องดูแลอีก 1 คน ส่วนบ้านหลังใหม่ที่คนในชุมชนมาช่วยสร้างให้อยู่ในที่เอกสารทำกินอยู่ห่างจากชุมชนยังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา

หญิงท้องโวยโดนเลิกจ้างอ้างโควิด

วันเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) นำผู้ใช้แรงงานหญิงตั้งครรภ์ 6 คน และคนพิการหูหนวก 1 คน เข้าพบนายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขอความช่วยเหลือถูกบริษัทนายจ้างในจังหวัดชลบุรี และระยองบอกเลิกจ้าง อ้างผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยแรงงานหญิงท้องที่ร้องขอความช่วยเหลือมีอายุครรภ์ระหว่าง 2-9 เดือน จำนวน 10 คน แต่ 2 คน เดินทางไปต่างจังหวัด ส่วนอีก 2 คน กำลังพักฟื้นหลังคลอด รายแรกลาคลอดวันที่ 13 พ.ค. ถูกบอกเลิกจ้าง 14 พ.ค. ส่วนอีกรายคลอดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ถูกบอกเลิกจ้างมีผล 1 มิ.ย. ส่วนใหญ่ทำงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ถูกให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจ และนายจ้างโอนค่าชดเชยเลิกจ้างเข้าบัญชีโดยที่ลูกจ้างไม่ยินยอม นายอภิญญาได้แสดงความเห็นใจสั่งการให้ดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วนให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายรวมทั้งให้ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยตามสิทธิ์

ยะลาเปิดละหมาดวันศุกร์แรก

ส่วนกรณีสำนักจุฬาราชมนตรีออกประกาศเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าด้วยการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ได้ สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จ.ยะลา ได้ข้อสรุปให้เว้นการละหมาดวันศุกร์ออกไปอีก 2 สัปดาห์ เนื่องจากยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อมาวันที่ 22 พ.ค. ที่มัสยิดกลางอำเภอยะหา ได้เปิดให้มีการละหมาดวันศุกร์นำร่องเป็นครั้งแรก มีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มข้น ทั้งการเว้นระยะห่าง กำหนดจุดยืน เส้นทางเข้าออก เจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ ผู้ละหมาดทุกคน ต้องใส่หน้ากากอนามัย นำพรมละหมาดมาเอง สำหรับ จ.ยะลา มีมัสยิดที่ผ่านการกลั่นกรอง 226 มัสยิดใน 8 อำเภอที่อนุญาตให้เปิดการละหมาดวันศุกร์ได้ เช่นเดียวกับ จ.นราธิวาส มีการผ่อนปรนให้มัสยิด 398 แห่ง จากทั้งหมด 676 แห่ง อนุญาตให้ไปประกอบ ศาสนกิจละหมาดได้ทุกวันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้