ข่าว
100 year

ปิดแล้วร้านตัดผมย่านประชาชื่น กักตัว 8 พนักงาน (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 พ.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

จุดแวะของลุงวัย 72 ติดเชื้อ คนตัดวันเดียวกันเสี่ยงตํ่า ยอดป่วย-ตายใหม่ยัง 0-0

ทีมสอบสวนโรค กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านตัดผมย่านประชาชื่นที่ชายวัย 72 ปี ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปใช้บริการ พบมีการใส่หน้ากาก อนามัยป้องกันติดเชื้ออย่างดี แต่สั่งกักตัวพนักงานในร้าน 8 คนและปิดร้านไปก่อนเพื่อความไม่ประมาท ส่วนอีกรายที่ชัยภูมิเจ้าหน้าที่เร่งตรวจเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อที่อาจหลงเหลือ ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในไทยในวันที่ 22 พ.ค. ไม่พบติดเชื้อรายใหม่หรือเสียชีวิต แต่ ศบค.ยังไม่วางใจ เผยประโยชน์ แอป “ไทยชนะ” ที่ใช้ติดตามสถานที่แพร่โรคได้ชัด ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 3.4 แสนคน ส่วนติดเชื้อพุ่งไปกว่า 5 ล้านคนแล้ว เฉพาะบราซิลยอดดับทะลุ 2 หมื่นคน

นับเป็นอีกครั้งที่ไม่มีการพบทั้งผู้ติดเชื้อตายใหม่และผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทำให้ตัวเลขของ 2 รายการนี้เป็น 0 ขณะที่การสอบสวนโรคหลังพบชายวัย 72 ปี ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่พบเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ไปใช้บริการร้านตัดผม เจ้าหน้าที่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบร้าน พร้อมสั่งกักตัวพนักงานในร้านทั้งหมดแล้ว

ไม่มีติดเชื้อใหม่–ไม่มีตาย

ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 พ.ค.นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า วันนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่ 3,037 ราย หายป่วยสะสม 2,910 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 71 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมยังอยู่ที่ 56 ราย อย่างไรก็ตาม การไม่มีรายงานผู้ป่วยในวันนี้ ไม่ได้เป็นศูนย์เสียทีเดียว เพราะยังรอผลตรวจอย่างเป็นทางการอีก 2 ราย เป็นคนไทยที่กลับมาจากอียิปต์และอินเดีย อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ หากยืนยันว่าติดเชื้อก็เป็นเชื้อที่มาจากต่างประเทศ ไม่ได้เป็นการติดเชื้อในประเทศ

ยังมีติดเชื้อจึงไม่เบาใจวางใจ

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8-21 พ.ค. หรือ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 45 ราย โดยกลับมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 15 ราย อยู่ในศูนย์กัก 5 ราย สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 11 ราย จากการค้นหาเชิงรุกและในชุมชน 6 ราย ผู้ป่วยที่ไปในสถานที่ชุมชน 5 ราย อาชีพเสี่ยง 3 ราย ดังนั้น จะเห็นว่ามีผู้ติดเชื้อภายในประเทศถึง 25 ราย จึงยังเบาใจและวางใจไม่ได้

เผยประโยชน์แอป “ไทยชนะ”

นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวด้วยว่า ผลการลงทะเบียนแพลตฟอร์ม www.ไทยชนะ.com  มีร้านค้าลงทะเบียน 81,149 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 7,470,609 คน ตรงนี้เป็นประโยชน์สำหรับใช้ในการติดตามและสอบสวนโรคหากสถานที่ใดพบผู้ติดเชื้อ อย่างกรณีพบผู้ป่วยชายไทยอายุ 72 ปี ที่มีประวัติไปร้านตัดผม ย่านประชาชื่น มีคนสอบถามเข้ามามากว่าร้านใด แต่ไม่สามารถบอกได้ หากมีแพลตฟอร์ม www.ไทยชนะ.com จะทำให้สามารถบอกสถานที่ได้ชัดเจน ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ร้านตัดผมย่านประชาชื่นหลายร้าน เพื่อเข้าไปสอบสวนโรค ซักประวัติ พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว ขอให้ประชาชนมั่นใจในการเข้าไปใช้บริการร้านต่างๆ ตัวเลขร้านค้าที่ลงทะเบียนแล้วแม้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เห็นว่าปริมาณเพิ่มขึ้นยังไม่มากเมื่อเทียบกับร้านค้าที่มีอยู่ จึงอยากเชิญชวนให้มาลงทะเบียนกันมากขึ้น

สถานการณ์โลกยังไม่ถึงที่สุด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จากข้อมูลวันนี้จะพบว่าประเทศสวีเดนที่ไม่มีการล็อกดาวน์ ยอดผู้ติดเชื้อสูงถึง 3 หมื่นราย แต่ละประเทศมีวิธีการที่แตกต่างกัน จึงต้องยอมรับความสูญเสีย ในสิ่งที่แต่ละประเทศเลือกใช้ ถ้าดูจากสถานการณ์โลกวันนี้ กราฟผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้น ไทยเคยมีผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต ขึ้นและลดลง แต่ของโลกยังเป็นขาขึ้น ยังไม่ถึงจุดสูงสุด ศบค.จึงต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา ส่วนสถานการณ์ที่ประเทศเกาหลีใต้ ภายหลังเปิดเรียนเมื่อวันที่ 20 พ.ค. แต่ต้องปิดเรียนทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากพบว่านักเรียน 2 รายติดเชื้อ

“บิ๊กตู่” เตือนระวังให้ข่าวผลิตวัคซีน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว. กลาโหม ผอ.ศบค. แจ้งกับที่ประชุมว่า ทั่วโลกชื่นชมไทยที่ป้องกันและให้ความรู้กับประชาชนจนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในระดับต้นๆของโลกและ เน้นย้ำเรื่องการสื่อสารเรื่องการผลิตวัคซีน ที่อาจทำให้ เกิดความหวังในประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ยังต้องทดลองอีกหลายระดับ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เราประสบความสำเร็จในการทดลองกับสัตว์ แต่ยังมีการทดลองอีกหลายระดับยังใช้เวลาอีกเป็นปี ย้ำว่าไทยเราเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ที่ทำเรื่องวัคซีน 6 เทคโนโลยี ล้วนแล้วแต่เป็นระดับสุดยอดของประเทศไทย และเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก เป็นทิศทางเดียวกับการพัฒนาวัคซีนของโลก แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งที่ผลิตเองและการจองสั่งซื้อ หากเราผลิตไม่ทัน ต้องสั่งจองล่วงหน้าโดยใช้เวลาเป็นปี แต่ไทยสนับสนุนและเจรจาในระดับรัฐบาลเพื่อให้เชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยมีส่วนช่วยเขาทั้งการสนับสนุนงบประมาณ และเงินทุนประเดิมลงไป เพื่อให้กลุ่มอาเซียนช่วยกันวิจัย เรื่องนี้เราเป็นจุดเริ่มต้น อีกทั้งยังสนับสนุนการดำเนินงานในระดับชาติเพื่อเอาคนเก่งขึ้นมาทำงาน

เปิดเส้นทางชาย 72 ปีก่อนป่วย

อีกด้านที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวถึง การสอบสวนโรคผู้ป่วยติดเชื้อ ที่มีประวัติเดินทางไปโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และร้านตัดผม ว่า กรณีที่อยู่ในความสนใจคือชายไทยอายุ 72 ปี มีประวัติรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่ง ด้วยโรคประจำตัว คือ มะเร็งปอด เบาหวาน รักษาด้วยการให้เคมีบำบัด ช่วงวันที่ 18 พ.ค. และชายคนดังกล่าวได้ไปรับยาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ป่วยประจำ และไปตัดผมที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นมีอาการไข้วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาแพทย์จึงรับไว้รักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการไอ ไข้ เสมหะ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยดังกล่าวมีการเฝ้าระวังตัวเองดีมาก เนื่องจากมีประวัติโรคประจำตัว จึงสวมใส่หน้ากากตลอด

สั่งปิดร้านตัดผม–กักตัว พนง.

นพ.โสภณกล่าวว่า ทีมสอบสวนโรคได้ไปตรวจสอบร้านตัดผมที่ย่านประชาชื่นแล้ว พบว่าขณะที่ชาย 72 ปี ไปตัดผม ไม่มีลูกค้ารายอื่นไปใช้บริการร่วมร้าน มีแค่พนักงานอยู่ 8 คน ที่ใส่หน้ากากอนามัยตลอด พนักงานในร้านถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ เพราะใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง แต่ได้สั่งให้ปิดร้านและให้พนักงานกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ ผู้ป่วยเมื่อถูกวินิจฉัย ได้ไปรักษาในโรงพยาบาลและบุคลากรก็มีการป้องกันตัวเองอย่างดี ส่วนสมาชิกในครอบครัวมี 2-3 คน ที่อยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ แพทย์ตรวจแล้วผลจะออกในวันที่ 23 พ.ค. สิ่งที่เป็นคำถามว่า ได้รับเชื้อจากที่ใด เนื่องจากมีประวัติไปโรงพยาบาลมีความเสี่ยงรับเชื้อในโรงพยาบาล ทีมจึงกำลังสอบสวนหาข้อมูลว่าไปโรงพยาบาลใดบ้าง

ตรวจเชิงรุกหาเชื้อหลงที่ชัยภูมิ

ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไปกล่าวอีกว่า อีก 1 ราย เป็นชายชาวเยอรมัน อายุ 42 ปี มาไทยปลายเดือน ม.ค. และกลับไปเยี่ยมบ้านภรรยาที่ จ.ชัยภูมิ ระหว่างนั้นไม่มีอาการ แต่เมื่อขับรถกลับมา กทม.ไปสมัครงานแห่งหนึ่งต้องไปตรวจร่างกาย จึงพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการป่วย และได้ตรวจคนใกล้ชิดทั้งภรรยาและลูกก็ไม่พบเชื้อ ดังนั้น คนใกล้ชิดไม่ติดเชื้อคนอื่นที่เสี่ยงต่ำกว่า โอกาสก็จะน้อยลง ทีมสอบสวนโรคกำลังรวบรวมข้อมูลรายชื่อที่ยังไม่ได้ตรวจให้เข้ามาตรวจหาเชื้อต่อไป จ.ชัยภูมิ เคยมีเคสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.-เม.ย. พบ 3 ราย โอกาสที่จะมีผู้ติดเชื้อหลงเหลืออยู่ก็เป็นไปได้ จึงต้องมีการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกต่อไป

ผู้ใช้บริการไม่ต้องกังวล

ขณะที่ นพ.อนุพงศ์ สุจริตกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีร้านตัดผม เบื้องต้นกลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่มีการสัมผัสกับผู้ป่วย คือช่างตัดผมและพนักงานในร้าน แต่เท่าที่ทราบทั้งผู้ป่วยและช่างตัดผมมีการใส่หน้ากากกันทั้งคู่ ดังนั้น โอกาสได้รับเชื้อจึงมีน้อยและถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงตํ่า แต่ต้องขอความร่วมมือคนในร้านดังกล่าวปิดร้านเพื่อกักตัวไปก่อน เพื่อความสบายใจ ส่วนลูกค้ารายอื่น ที่มาตัดผมต่อจากผู้ป่วยไม่ต้องกังวล หากจะต้องมีการเฝ้าระวังจริงๆ จะเป็นผู้ที่มาใช้บริการรายที่ 1 และ 2 ต่อจากผู้ป่วย แต่เชื่อว่าทีมสอบสวนโรคคงมีการประเมินความเสี่ยงไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล หรือไปตรวจหาเชื้อโควิดในขณะนี้ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมนั้นยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีการแพร่เชื้อและถือว่ามีความเสี่ยงที่น้อยมาก เพราะตั้งแต่มีโรคเอดส์ ร้านทำผมยิ่งมีมาตรการดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าการแพร่เชื้อของอุปกรณ์ที่ใช้ตัดผมนั้นต่ำมากจนแทบไม่มี

เปิดห้องให้บุคลากรแพทย์–อสม.พักฟรี

วันเดียวกัน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงร่วมกับบริษัทแอร์บีเอ็นบี (Air bnb) ร่วมสนับสนุนการจัดหาที่พักในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ได้เข้าพัก โดยนำร่องในไทยแล้ว 200 แห่ง เริ่มตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. ให้บุคลากรทางการแพทย์และ อสม.ทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พักได้ 5 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 30 วัน เฉพาะช่วงโควิดเท่านั้น เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีบ้านอยู่ไกลโรงพยาบาล หรือมีพ่อแม่สูงอายุ จะได้แยกออกมาพักที่โรงแรมดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนในครอบครัว

จัดสถานที่กักตัวทางเลือก

นายสาธิตกล่าวอีกว่า ขณะนี้ไทยมีความพร้อม ในการรับคนไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยมีการเตรียมสถานที่กักกันโดยรัฐจัดให้ หรือ State Quarantine จำนวน 25 แห่ง มีห้องรวม 8,369 ห้อง และมีสถานที่ซึ่งผู้ถูกกักกันประสงค์จ่ายเงินเอง หรือ Alternative State Quarantine จำนวน 4 แห่ง มีห้อง 303 ห้อง โดยผู้ที่ประสงค์จ่ายเงินเอง สามารถเลือกที่พักเองได้ในช่วงกักตัว 14 วัน มีอัตราค่าบริการตั้งแต่ 40,000-60,000 บาท

ที่กักกันจ่ายเงินเองมี 303 ห้อง

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า สำหรับสถานที่กักตัวทางเลือกของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศได้เข้าไปกักตัว ซึ่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยเป็นโรงแรมที่ผ่านการประเมิน และมีโรงพยาบาลคู่สัญญา ที่ต้องมาให้การดูแลผู้อยู่ในที่พัก การตรวจหาโควิด-19 หากป่วยก็รักษา รวมถึงการรักษาโรคอื่นๆด้วย ปัจจุบันมีห้องพัก 303 ห้อง เหลือที่จะเข้าพักได้ 130 ห้อง

แจ้งจับคนเรียกเก็บหัวคิวพัก รร.

เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวมีคนเรียกเก็บค่าหัวคิว ในสถานที่พำนักในโรงแรมที่รัฐจัดให้ นพ.ธเรศ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงกลาโหม ตรวจสอบข่าวและบุคคลที่ปรากฏตามข่าว พบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสังกัด 2 กระทรวงนั้น จึงมอบหมายให้นิติกรของกระทรวงสาธารณสุขไปแจ้งความเอาผิดบุคคลดังกล่าว ขอเตือนว่าการดำเนินการโครงการนี้ของรัฐบาลมีพื้นที่ชัดเจนมีการให้โรงแรมประเมินคุณภาพตัวเอง และส่งชื่อเข้ามาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จากนั้นจะมีคณะทำงานร่วม ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงกลาโหม ไปตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐานก่อนให้การรับรอง แล้วประกาศผ่านเว็บไซต์ ฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อหากมีใครมาบอกว่าช่วยอำนวยความสะดวกหรือไปทำให้เกิดการรับรองคุณภาพมาตรฐานสถานที่ของท่าน

ตกค้างต่างแดนมาอีกกว่า 200 คน

ส่วนบรรยากาศคนไทยต่างแดนกลับบ้าน ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง มีคนไทยที่ตกค้างอยู่ในอินเดียและกาตาร์ เดินทางกลับเข้าประเทศไทย โดยเวลา 15.00 น. เป็นคนไทยจากอินเดีย 215 คน เดินทางมาด้วยเครื่องแอร์เอเชียและไปกักตัวที่โรงแรม ฌ เฌอ จ.สมุทรปราการ ตามด้วยเวลา 19.25 น. เครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ นำคนไทยที่ตกค้างในนครโดฮา ประเทศกาตาร์ กลับมาและไปกักตัวที่โรงแรมเอ็นวายซิตี้ รีสอร์ท จ.สมุทรปราการ

จากตูนิเซีย–USA มาเกือบร้อย

ด้านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงค่ำ ในเวลา 18.25 น. คนไทยจากตูนิเซียจำนวน 4 คน เดินทางกลับมาด้วยสายการบินตูนิสแอร์ เที่ยวบินที่ TUN41 และไปกักตัวที่โรงแรมพาลาสโซ ถ.รัชดาภิเษก เวลา 21.45 น. คนไทยจากเกาหลีอีก 85 คน กลับมาด้วยสายการบินโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KE651 และไปกักตัวที่โรงแรมบางกอกพาเลส มักกะสันกับโรงแรมภัทรา ถ.พระรามเก้า เวลา 22.40 น. กลุ่มคนไทยจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 100 คน เดินทางมาจากท่าอากาศยานอินชอน เกาหลีใต้ ถึงไทย และไปกักตัวที่โรงแรมเอวานา บางนา และโรงแรมเมอเวนพิค ถ.วิทยุ

บราซิลเสียชีวิตทะลุสองหมื่น

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน โดยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 5,194,210 ราย เสียชีวิต 334,621 ราย ขณะที่สถานการณ์ยังน่าวิตกกังวลในรัสเซีย โดยพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 8,894 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมอยู่ที่ 326,448 คน เสียชีวิตกว่า 3,300 คน เป็นการเสียชีวิตทำสถิติวันเดียว 150 คน เช่นเดียวกับบราซิล ที่ยอดผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 310,000 คน และเสียชีวิตเกิน 20,000 คนแล้ว หลังรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ จนประเทศกลายเป็นจุดศูนย์กลางแพร่ระบาดหลักในทวีปอเมริกาใต้

ตั้งข้อหาหนุ่มปลอมใบตรวจเชื้อ

ที่สหรัฐอเมริกา จำนวนผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 1.62 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 96,000 คน เข้าใกล้หลักแสนไปทุกขณะ ส่วนสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ตั้งข้อหาฉ้อโกงแก่นายแซนต์วอน เดวิส ชาวอเมริกันวัย 34 ปี หลังยื่นใบหลักฐานปลอมต่อที่ทำงานของตัวเองในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ว่าตัวเองติดเชื้อโควิด-19 เพียงเพื่อที่จะได้หยุดงาน ซึ่งกรณีนี้ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวต้องปิดทำการชั่วคราว สั่งกักบริเวณพนักงานคนอื่นๆ คิดเป็นความเสียหายกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ทรัมป์เจอนักข่าวรีบถอดหน้ากาก

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินสายเยี่ยมโรงงานอุตสาหกรรมในรัฐมิชิแกน เพื่อสนับสนุนการเปิดเศรษฐกิจ ซึ่งผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานว่า นายทรัมป์ได้สวมหน้ากากอนามัยระหว่างการเยี่ยมชม แต่เมื่อเจอกับกลุ่มสื่อมวลชนได้รีบถอดหน้ากากทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนี้นายทรัมป์ตอบว่า ไม่อยากให้นักข่าวรู้สึกสะใจที่ได้เห็นตัวเองสวมหน้ากากอนามัย อีกทั้งสวมหน้ากากแล้วพูดไม่สะดวก ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการรัฐมิชิแกน ได้แถลงเตือนให้นายทรัมป์ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข แต่นายทรัมป์โต้ว่าไม่จำเป็นเพราะตัวเองรับการตรวจหาเชื้อทุกวัน

ผู้ดีใช้มาตรการกักนักท่องเที่ยว

ที่อังกฤษ รัฐบาลอังกฤษได้เปิดเผยมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม โดยจะบังคับใช้มาตรการกักบริเวณผู้ที่เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรทุกคน เป็นเวลา 14 วัน ไม่ว่าจะเป็น ชาวอังกฤษหรือชาวต่างชาติ เบื้องต้นรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด แต่เชื่อว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นไป และจะมีการปรับเปลี่ยนแผนทุกๆ 3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม หากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติฝ่าฝืนมาตรการกักบริเวณ 14 วัน อาจถูกปรับเป็นเงิน 1,000 ปอนด์ หรือกว่า 38,800 บาท ทั้งนี้ อังกฤษพบผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก มีผู้ติดเชื้อรวมเกือบ 251,000 คน เสียชีวิตมากกว่า 43,000 คน

สิงคโปร์ติดเชื้อเกินสามหมื่น

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานที่สิงคโปร์ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 612 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมในประเทศพุ่งทะลุ 30,000 คนแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 22 คน ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์อยู่ระหว่างพิจารณาแผนการเปิดเศรษฐกิจบางส่วนในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยเบื้องต้นจะเปิดธุรกิจด้านการผลิต การเงิน และโรงเรียน แต่ร้านขายสินค้าและร้านอาหารยังไม่อนุญาต

โสมขาวพบติดเชื้อในกรุงโซลอีก

ที่เกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (KCDC) รายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20 คน ในจำนวนนี้พบในกรุงโซล 9 คน และอีก 9 คน เดินทางมาจากต่างประเทศ สำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ผ่อนคลายมาตรการเป็นระยะๆ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ได้เริ่มเปิดโรงเรียนระดับมัธยมปลายแล้ว แต่ปรากฏว่าที่เมืองอินชอน ไม่ไกลจากกรุงโซล มีรายงานนักเรียนมัธยมติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม ตรวจสอบพบว่าติดเชื้อจากการเข้าร้านคาราโอเกะร้องเพลง และติดจากครูสอนพิเศษ จนทำให้ทางการสั่งงดการเรียนการสอนชั่วคราวอีกครั้งในโรงเรียนหลายสิบแห่งทั่วเมืองอินชอน

พม่าสั่งจำคุกนักข่าวรายงานโควิด

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลท้องถิ่นเมียนมาสั่งตัดสินจำคุกนายซอ เย เทต บรรณาธิการข่าวเว็บไซต์แต พยอ เป็นเวลา 2 ปี หลังถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. และพบว่ามีความผิดจริง กรณีรายงานข่าวการพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในรัฐกะเหรี่ยง ที่การตรวจสอบต่อมาพบว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมารายงานการพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 199 คน เสียชีวิต 6 คน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1สุขภาพ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้