ข่าว
100 year

ทั่วประเทศป่วยใหม่แค่ 3 ยะลาช็อก วันเดียวเจอเพิ่ม 40 (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 พ.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

ยุทธการตรวจ ค้นหา-เชิงรุก ส่วนกลางเต้น สั่งให้ทบทวน ระบุรีเซ็ตแล็บ อาจผิดพลาด!

ไทยเกือบได้เฮ หลังโฆษก ศบค.ยืนยันไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 ใหม่แค่ 3 ราย ยอดต่ำสิบมาครบสัปดาห์ โดย 2 ใน 3 อยู่ใน กทม. ติดเชื้อจากผู้ป่วยเดิม ส่วนอีก 1 รายอยู่สถานกักตัวนราธิวาสรักษาหายอีก 7 คน แต่สุดท้ายต้องผงะ เมื่อยะลาเปิดยุทธการเชิงรุก ค้นหาผู้ติดเชื้อ พบพรวดเดียว 40 ราย กว่าครึ่งอยู่ใน อ.ยะหา มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยเดิมที่ไปร่วมงานแต่งที่ประเทศเพื่อนบ้าน ด้าน สธ.สั่งตรวจซ้ำใหม่ทันควัน ชี้อาจเป็นความผิดพลาดทางแล็บ

ไทยเกือบใกล้เป็นจริงที่จะไร้ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ รุนแรง (โควิด-19) เมื่อพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดต่ำสุดในรอบสัปดาห์ ซึ่งสวนทางกับต่างประเทศ ที่รัสเซียพบผู้ติดเชื้อแบบพรวดพราดวันเดียวกว่า 1 หมื่นราย

ยืนยันตัวเลขติดใหม่ 3 ราย

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์ประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,969 ราย หายป่วยสะสม 2,739 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 54 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 176 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ในจำนวนนี้ 2 ราย เป็นชายอายุ 45 ปี และหญิงอายุ 51 ปี มาจากสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ใน กทม. และอีก 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 24 ปี อยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเดินทางกลับมาจากทำงานที่มาเลเซียเมื่อวันที่ 18 เม.ย.

ยะลาพบป่วยพรวด 40 ราย

โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่มีรายงานว่า สาธารณสุขจังหวัดยะลาค้นหาเชิงรุกใน 8 อำเภอ พบผู้ป่วยถึง 30-40 คนนั้น เป็นตัวเลขสองหลัก ถือเป็นตัวเลขที่มากผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่จะเจอ 2-3 เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งนี้มีถึง 30.77 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องนำมาวิเคราะห์ โดยทางผู้บริหารระดับสูงสั่งให้ทบทวนชุดข้อมูลตรงนี้อีกครั้ง การตรวจพบกลุ่มก้อนใหญ่นั้นดี แต่ความถูกต้องต้องมาก่อน โดยวันเดียวกันจะเก็บตัวอย่างใหม่อีกรอบ ต้องตรวจซ้ำให้มีมาตรฐานในระดับที่เชื่อถือได้ และแยกคนเหล่านี้ไปกักตัวในสถานที่ที่ปลอดภัย อาจช้าสักนิด แต่ผลออกมาต้องแน่นอน ทางทีมแพทย์จะพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องและรายงานอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่าวันนี้ยังมีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย และไม่มีการปกปิดข้อมูลแต่อย่างใด จะนำเสนอข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด การเฝ้าระวังยังมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเต็มที่

เตรียมใจรับระบาดรอบใหม่

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในรอบ 28 วันที่ผ่านมามีรายงานพบผู้ป่วยรายใหม่ใน 36 จังหวัด และมี 32 จังหวัดไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 28 วันที่ผ่านมา รวมถึง 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนเลย ส่วนสถานการณ์ผู้ป่วยทั่วโลก มี 3,484,176 ราย เสียชีวิต 244,778 ราย อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกได้เตือนประเทศต่างๆ ให้คลายล็อกอย่างช้าๆ และเตรียมรับการระบาดของโควิด-19 ที่จะมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่พุ่งอีกรอบ พร้อมเตือนประชาชนให้เว้นระยะห่างทางสังคมไว้ ซึ่งไทยทำมาตลอด จึงเกิดผลแบบนี้ ทุกวันนี้ที่ตัวเลขเป็นอย่างนี้จนทำให้เราสบายใจมากขึ้น เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่วันนี้คนออกมาจากบ้านมากมาย ซึ่งจะแสดงผลในสัปดาห์ต่อไป ย้ำว่ายังให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของ ศบค. แล้วเราจะผ่านเดือนนี้ไปได้ด้วยดี

คนไทยกลับบ้านอีก 291 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า วันที่ 3 พ.ค. จะมีคนไทยเดินทางกลับจากสเปน 45 ราย สิงคโปร์ 176 ราย รัสเซีย 70 ราย และวันที่ 4 พ.ค. มัลดีฟส์ 125 ราย ฮ่องกง 165 ราย โดยตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.-2 พ.ค. เดินทางกลับมาแล้ว 3,981 รายจาก 23 ประเทศ นอกจากนี้จะมีคนไทยกลับจากต่างประเทศผ่านจุดผ่านแดนทางบกในวันที่ 2 พ.ค. 590 ราย ได้แก่ เมียนมา 15 ราย มาเลเซีย 541 ราย ลาว 10 ราย กัมพูชา 24 ราย โดยตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.-1 พ.ค. ผู้ที่เดินทางกลับมาทางบกอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 6,183 ราย

ตรวจเชื้อซ้ำผู้ป่วยยะลา

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมกรณี จ.ยะลา ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 40 ราย ว่า ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากจากการค้นหาเชิงลึกที่จังหวัดยะลานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจเชื้อซ้ำเพื่อให้ทราบผล ที่ชัดเจนขึ้น เพราะส่วนหนึ่งทางยะลาเองก็เพิ่งเซตแล็บใหม่ จึงอาจจะมีความผิดพลาดอะไรหรือไม่ โดยทั้งหมดอยู่ในการดูแลอยู่แล้วไม่ได้ให้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ากลุ่มที่พบผลบวกรอบนี้มีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ที่กลับมาจากการประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย และหากข้อมูลย้อนหลัง 14 วันยังพบว่ามีการพบปะสัมผัสตัวกัน

ยะลาแจงปูพรมคัดกรอง

สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ จ.ยะลา ที่มีการเปิดเผยผลตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมากในคราวเดียวนั้น ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรณีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รอง ผวจ.ยะลา พร้อมด้วยนพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ร่วมกันแถลงสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยนายวรเชษฐระบุว่า จ.ยะลา เปิดยุทธการเชิงรุก (Active case finding) ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. พุ่งเป้าค้นหา คัดกรอง ตรวจเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่มีรายงานการติดเชื้อผู้ป่วยมาก่อน และหาผู้มีความเสี่ยงครอบคลุมทุกอำเภอ เพื่อให้พบผู้ติดเชื้อระยะแรกได้รับการรักษาเร็ว ลดการแพร่เชื้อ หยุดยั้งการระบาด ตรวจคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย 3,277 ราย ระหว่างวันที่ 18-24 เม.ย.พบผู้ติดเชื้อยืนยัน 20 ราย สอบสวนโรคมีผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ 671 ราย ตรวจพบติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 6 ราย มีผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 311 ราย

พบผู้ป่วยติดเชื้ออีก 40

นพ.สงกรานต์กล่าวเสริมว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ได้รับรายงานผลการตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสใกล้ชิดคนป่วย 311 ราย ผลปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 40 ราย เป็นชาว อ.เมืองยะลา 4 ราย อ.รามัน 5 ราย อ.บันนังสตา 7 ราย และ อ.ยะหา 24 ราย เป็นข้อมูลผู้ติดเชื้อยืนยันสูงสุด แต่ก็ตั้งข้อสังเกตให้มีการดำเนินการส่งตรวจหาเชื้อใหม่ เพื่อยืนยันอีกครั้ง ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดสงขลา เมื่อทราบผลยืนยันจะรายงานให้ทราบต่อไป ส่วนผู้ติดเชื้อในพื้นที่ อ.ยะหา 24 ราย ตรวจสอบประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเดินทางไปร่วมงานแต่งที่ประเทศมาเลเซีย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 126 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 97 ราย อยู่ระหว่างรักษา 27 ราย เสียชีวิต 2 ราย

นราธิวาสปล่อยผู้ถูกกัก

ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 10 (บ้านใหม่) ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส นายยะห์ยา ปะนาฆอ นอภ.เมืองยะลา พร้อมด้วยนายอัสมีรี แวเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ ร่วมส่งตัวผู้ถูกกักตัว 13 ราย กลับภูมิลำเนา ภายหลังถูกกักตัวจนครบ 14 วัน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จัดกิจกรรมสร้างขวัญกำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ถูกกักตัว นายยะห์ยาเปิดเผยว่า ผู้ถูกกักตัวเป็นกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นำเข้าสู่กระบวนการกักตัวภายในศูนย์สถานที่กักกันโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 10 ทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

หนองคายไร้ผู้ป่วยเพิ่ม

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผวจ.หนองคาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมยังคงอยู่ที่ 3 ราย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ เข้ารับการรักษาที่ รพ.หนองคาย 1 ราย และ รพ.โพนพิสัย 2 ราย ทั้งหมดได้รับการรักษาจนหายและกลับบ้านได้แล้ว สำหรับผู้ป่วยทั้งหมดเป็นคนต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาเยี่ยมญาติใน จ.หนองคาย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ออกคำสั่งห้ามคนต่างจังหวัดเข้าพื้นที่ แต่ยังคงมาตรการเดิมคือตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น รวมถึงกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

70 คนไทยจากรัสเซียคืนถิ่น

ที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งวันที่ 3 พ.ค. ยังคงมีกลุ่มคนไทยในต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่างๆ ทยอยเดินทางกลับเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเวลา 09.57 น.กลุ่มคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศรัสเซีย จำนวน 70 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบินแอโรฟลอต เที่ยวบินที่ SU272 จากกรุงมอสโก ผู้โดยสารทั้งหมดหลังจากผ่านกระบวนการคัดกรองโรค ทำประวัติ ตรวจคัดกรองการติดเชื้อ และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วได้เดินทางไปกักตัวที่โรงแรมเอ็นวายซิตี้รีสอร์ท จ.สมุทรปราการ

มาจากสิงคโปร์มีไข้ 1 ราย

จากนั้นเวลา 16.47 น. สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ976 นำคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังตกค้างในประเทศสิงคโปร์ อีกจำนวน 176 คน กลับสู่ประเทศไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากการคัดกรองโรค พบผู้โดยสารมีไข้ 1 คน นำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนผู้โดยสารที่เหลือถูกส่งไปกักตัวที่โรงแรมเอ็นวายซิตี้รีสอร์ท จ.สมุทรปราการ โรงแรมเมอเวนพิค ถนนวิทยุ และโรงแรมคิวว์ สุขุมวิท 79 ต่อด้วยเวลา 18.55 น. คนไทย ที่ยังตกค้างในประเทศสเปน กลุ่มที่สอง จำนวน 45 คน เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Iberia เที่ยวบินที่ IB2833 ทั้งหมดผ่านการคัดกรองการติดเชื้อ และด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งหมดเจ้าหน้าที่พาไปกักตัวที่โรงแรมภัทรา ย่านพระราม 9 และโรงแรม ฌ เฌอ จังหวัดสมุทรปราการ

ติดเชื้อทั่วโลก 3.5 ล้านแล้ว

สำหรับการระบาดของไวรัสก่อโรคโควิด-19 ทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานยอดผู้ติดเชื้อรวมใน 212 ประเทศหรือดินแดนทั่วโลกเมื่อวันที่ 3 พ.ค. อยู่ที่ 3,502,592 คน ผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 245,076 คน รักษาหายรวม 1,128,879 คน ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซียและตุรกี

มะกันเล็งปิด รพ.สนาม

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงที่สุดในโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 1,160,840 คน ผู้เสียชีวิตรวม 67,448 คน เจ้าหน้าที่ในหลายรัฐยังถูกกดดันให้คลายมาตรการเข้มงวดและเปิดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งที่รัฐโอเรกอน ผู้ประท้วงนับร้อยคนชุมนุมต่อต้านคำสั่งให้อยู่บ้านและเรียกร้องให้เปิดธุรกิจ ขณะที่รัฐฟลอริดาผ่อนคลายคำสั่งล็อกดาวน์เริ่มวันที่ 4 พ.ค. ส่วนที่มหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก ศูนย์กลางการระบาดในสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่เตรียมปิดโรงพยาบาลสนามที่อยู่ในสวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ก หลังยอดผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง ขณะเดียวกัน บริษัท โรช โฮลดิง เอจี ผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับอนุมัติจากสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ เป็นกรณีฉุกเฉิน ให้ใช้ชุดตรวจทดสอบภูมิคุ้มกันโรค (antibody) เพื่อช่วยตรวจสอบหาผู้เคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยชุดทดสอบภูมิคุ้มกันโรคที่ชื่อว่า อิเลคซีส แอนไท-ซาร์ส-โคฟ-2 (Elecsys Anti-SARS-CoV-2) ของบริษัทโรช มีความแม่นยำสูง 99.8 เปอร์เซ็นต์ และสามารถประเมินผลตอบสนองของภูมิคุ้มกันโรคของผู้ป่วยได้

แดนผู้ดีดับใกล้ 3 หมื่นศพ

ฟากยุโรป อังกฤษ ที่มีผู้ติดเชื้อรวม 182,260 คน ผู้เสียชีวิตรวม 28,131 ศพ เซอร์ เอียน ไดมอนด์ ผู้อำนวยการสำนักสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตดังกล่าวนับเฉพาะผู้เสียชีวิตหลังตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ถ้านับรวมเอาจากกรณีหรือแหล่งอื่นๆด้วย ตัวเลขอาจใกล้ถึง 30,000 ศพ ส่วนที่เยอรมนี ผ่อนคลายคำสั่งล็อกดาวน์เพิ่มเติม โดยเปิดให้ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ที่โบสถ์ ทั่วประเทศได้ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วอนุญาตให้เปิดพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์และสถานที่อื่นๆ

สยองรัสเซียติดเชื้อหมื่นกว่า

รัสเซียซึ่งบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์บางส่วนมาตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.และมีบุคคลสำคัญติดเชื้อไวรัสมรณะแล้ว 2 คน คือนายกรัฐมนตรีมิคาอิล มิชุสติน และวลาดิเมียร์ ยาคุเชฟ รมว.กระทรวงก่อสร้าง มีผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 3 พ.ค.วันเดียวมากถึง 10,633 คน ถือเป็นการพบผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดนับแต่เกิดการระบาด ส่งให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็น 134,687 คน ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่ม 58 คน ทำให้ยอดสะสมรวมอยู่ที่ 1,280 ศพ

อิหร่านเปิดมัสยิด–โรงเรียน

ด้านประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี แห่งอิหร่านประกาศจะให้เปิดมัสยิดและโรงเรียนบางส่วนในพื้นที่ไม่พบหรือพบการติดเชื้อต่ำทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. หลังถูกปิดมาตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. แม้ยอดผู้ติดเชื้อในอิหร่านพุ่งขึ้นถึง 97,424 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 6,203 ศพ ขณะที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ให้เปิดพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ 3 แห่งได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

นร.ไทยในซิดนีย์สุดลำบาก

ขณะที่ออสเตรเลียหลายพื้นที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม แต่ที่รัฐวิคตอเรียและนิวเซาท์เวลส์ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงและการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มที่บ้านพักคนชรา ด้านผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำนครซิดนีย์รายงานด้วยว่า นักเรียนไทยในนครซิดนีย์ตกงานไม่มีเงินยังชีพ ที่นับวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ต้องมาต่อคิวรอรับอาหารจากผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ส่วนฝ่ายค้านเรียกร้องรัฐบาลเร่งอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลีย

ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ผ่อนปรนมากขึ้น

รมว.เศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีแผนผ่อนปรนมาตรการควบคุมเศรษฐกิจบางส่วน ให้สถานที่ต่างๆ เช่น สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์กลับมาเปิดให้บริการได้ แต่ต้องมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นอยู่ที่ 15,589 คน เสียชีวิต 530 ศพ ด้านนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ก็ออกมาระบุว่า จะผ่อนคลายมาตรการต่างๆมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.นี้ โดยจะให้เปิดธุรกิจแบบเป็นขั้นตอน หลังทางการควบคุมการระบาดได้ดี มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 10,793 คน และเสียชีวิต 250 ศพ

อินเดียติดเชื้อเพิ่มสูงสุด

ส่วนอินเดียซึ่งใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ มาถึง 40 วัน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงสุดกว่า 2,600 คน จนยอดสะสมทะลุ 40,000 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 83 ศพ รวมเป็น 1,323 ศพ กองทัพอินเดียใช้เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นโปรยดอกไม้เหนือโรงพยาบาลในเมืองต่างๆ กว่า 12 เมือง รวมทั้งกรุงนิวเดลีและนครมุมไบ แสดงความขอบคุณด่านหน้าต่อสู้โควิด-19 ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และทหารตำรวจ

ชาติอาเซียนยังอ่วม

สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียน สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 657 คน รวมสะสมเป็น 18,205 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวในหอพัก แต่ผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 17 ศพ มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรวม 6,298 คน เสียชีวิตรวม 105 ศพ ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรวม 9,223 คน รัฐบาลฟิลิปปินส์สั่งห้ามเที่ยวบินเข้าประเทศทั้งหมดนาน 2 สัปดาห์เริ่มวันที่ 3 พ.ค.นี้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดและลดแรงกดดันในสถานที่กักตัวแรงงานชาวฟิลิปปินส์ ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหลายหมื่นคน จนสถานที่กักตัวเต็มจนล้นแล้ว ขณะที่เวียดนามกลับมาพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย ในรอบ 9 วัน ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมเป็น 271 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โควิด-19ไวรัสโคโรนายอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กระทรวงสาธารณสุขข่าววันนี้สุขภาพ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้