ชักธงรบ : ยาจีนกับโควิด-19

ข่าว

ชักธงรบ : ยาจีนกับโควิด-19

กิเลน ประลองเชิง

    2 พ.ค. 2563 05:03 น.

    บันทึก

    ชาวโลกอึ้งกับการสู้เจ้าโควิด-19 ไวรัสชื่อฝรั่ง จนถึงขั้น “เอาอยู่” ของจีน

    และยิ่ง “ทึ่ง” เมื่อรู้ว่ารักษาด้วยยาแผนจีนกับคนไข้ 74,603 ราย ร้อยละ 92.5 ของทั้งหมด หายห้าหมื่นราย

    ศ.คลินิก แพทย์จีน นพ.ภาสกิจ วัณณาวิบูล เขียนเรื่องบทบาทแพทย์แผนจีนในสถานการณ์โควิด-19 ไว้ใน “หมอชาวบ้าน” ฉบับ เม.ย.63 ผมขออนุญาตคัดย่อมาเล่าต่อ

    คณะผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าการรักษาแบบผสมผสานนั้น ลดอาการต่างๆได้รวดเร็วกว่า ทั้งอาการ ไข้ ไอ และอาการล้า ทั้งยังลดโอกาสจากอาการทั่วไปจะทวีสู่ระดับความรุนแรงหรือวิกฤติ

    เจิงอี้เซิน รอง ผอ.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน บอกว่า มีการปรับเปลี่ยนสูตรตามสภาพภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ และสภาพร่างกายผู้ป่วยที่แตกต่างกันออกไป

    ย้อนประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (206 ปีก่อน ค.ศ.) ถึงสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1912) จีนเจอโรคระบาดครั้งใหญ่กว่า 321 ครั้ง การแพทย์แผนจีนถูกใช้ต่อสู้อย่างได้ผล

    แพทย์แผนจีนเรียกโรคโควิด-19 ว่า อี้ปิ้ง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสภาพอากาศของฤดูกาล

    ต้นกำเนิดที่นครอู่ฮั่น ธ.ค.62 หลังช่วงที่ 22 ของการแบ่งคาบเวลาความร้อนแสงอาทิตย์ เป็นช่วงอากาศที่หนาวเย็นที่สุดของปี มีปัจจัยพิษร้อนเข้าแทรกในฤดูหนาว 5-7 ม.ค.63 อากาศไม่หนาวจัดกลับมีความอุ่นเข้าแทรก

    เป็นความแปรปรวนและปัจจัยหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการก่อตัวและการแพร่กระจายของไวรัส

    แพทย์แผนจีนแต่อดีตไม่รู้จักไวรัส แบคทีเรีย มองว่าโรคเหล่านี้มาจากปฏิกิริยาระหว่างพลังปกป้องผิว (เว่ยซี่) กับพลังก่อโรคของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลที่เรียกว่า “ลิ่วซี่”

    ลิ่วซี่ คือ ลม ความเย็น ความร้อน ความชื้น ความแห้งและไฟ

    ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ถ้าร่างกายปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้เกิดโรค “ลิ่วหยิน” การเกิดโรคที่มีลักษณะพิเศษรุนแรงแบบโรคติดต่อแพร่ระบาด เรียกว่าโรคอี้ปิง

    อธิบายได้ด้วยทฤษฎี “เวินปิ้ง” เกิดจากปัจจัยร้อน หรือพิษร้อน คือ เป็นความร้อนที่มีพิษร่วมกัน จะบุกโจมตีเข้าทางปากและจมูก เข้าสู่ปอด โดยตรง ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ หัด คอตีบ ไอกรน รวมถึงโคโรนา ไวรัสต่างๆ

    โรคเหล่านี้ส่วนมากจะเกิดในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูใบไม้ผลิ

    แนวคิดการรักษาโรคโควิด-19 ของแผนปัจจุบัน มองที่ปัจจัยก่อโรค คือตัวไวรัสโคโรนา มุ่งเน้นการหายาฆ่าไวรัส หาวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันไวรัส ยิ่งจำเพาะยิ่งได้ผล เปรียบได้กับอาวุธอย่างปืนสไนเปอร์ ต้องยิงถูกเป้าจึงได้ผล

    ส่วนแผนจีนมองที่พลังพื้นฐาน (เจิ้งซี่) หรือภูมิคุ้มกันในการสู้กับโรคเป็นปัจจัยหลักของการเกิดโรค นี่เป็นเหตุผลว่า คนอายุน้อยได้รับเชื้อแล้วแต่อาการไม่รุนแรง คน 80% มีอาการไม่รุนแรงหายได้ในเวลาอันสั้น

    ในขณะคนสูงอายุ หรือคนมีโรคประจำตัว รับเชื้อแล้วอาการโรครุนแรง

    แพทย์แผนจีนใช้สมุนไพรเชิงตำรับ ด้านหนึ่งเสริมพลังพื้นฐานร่างกาย อีกด้านขจัดสิ่งก่อโรค สร้างภาวะสมดุลทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับการแบ่งตัวของเชื้อ

    เทียบกับอาวุธ แผนจีนก็เปรียบได้กับปืนลูกซองที่ไม่จำเพาะเหมือนสไนเปอร์ แต่มุ่งสู่เป้าหมายได้ครอบคลุม กว้างกว่าในการทำลายศัตรู

    วันนี้จีนไม่มียารักษาโควิด-19 มีแต่สมุนไพร “ตำรับป้องกัน” ใช้ขับพิษอ่อนๆและสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กันไป

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จีนเป็นจุดก่อโรคโควิด–19 มีคนเจ็บคนตายมาก แต่ก็ “เอาอยู่” ในเวลาไม่นาน ในขณะที่หลายประเทศฝรั่ง ยังอึ้งกิมกี่อยู่ วันนี้มีคนเจ็บมากมาย มีคนตาย ตายจนที่เก็บศพไม่พอ

    โบราณสอนว่า เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด เรื่องโควิด-19 ไทยเราจะเลือกตามหลังใครน่าจะเข้าใจกันดี.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    เผยภาพวงจรปิดนาที รถบัสคณะพยาบาล ทับ นักศึกษาแพทย์ดับคาสามแยกใน มข.
    00:30

    เผยภาพวงจรปิดนาที รถบัสคณะพยาบาล ทับ นักศึกษาแพทย์ดับคาสามแยกใน มข.

    ApplicationMy Thairath

    วันพฤหัสที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 11:53 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์