ไลฟ์สไตล์
100 year

ฉายภาพที่ต้องเจอ ฝ่าโควิด-19 เปลี่ยนผ่าน "กึ่งล็อกดาวน์" สู่ "นิวนอร์มอล" รอวัคซีน

ไทยรัฐออนไลน์
2 พ.ค. 2563 08:41 น.
SHARE

ข้อเสนอจากทีมแพทย์ นักวิชาการ ฝ่าโควิด-19 เปลี่ยนผ่าน "กึ่งล็อกดาวน์" คลายล็อกดาวน์ สู่มาตรการ "สร้างเสถียรภาพ" ช่วงผ่อนปรน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควรใช้ชีวิตอย่างไร จนกว่าจะมีวัคซีน

หลังจากที่รัฐบาลเตรียมผ่อนปรนมาตรการ "กึ่งล็อกดาวน์" ต่างๆ เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มดีขึ้น ยอดผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนามีจำนวนน้อยลง แต่อย่างไรก็ยังมีการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษก ศบค. ชี้แจงว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นข้อดีที่ทำให้ประเทศไทยคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ในอนาคต อาจมีการผ่อนปรนเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากเรื่อง สุขภาพสำคัญ เศรษฐกิจก็สำคัญ จึงต้องหาจุดที่ไปร่วมกันได้

ข่าวแนะนำ

ขณะที่ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการแพทยสภา ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กเพจ "ติดตามการปฏิรูปประเทศกับหมอชูชัย" ถึงเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากมาตรการ "กึ่งล็อกดาวน์" เข้าสู่มาตรการ "สร้างเสถียรภาพ" ซึ่งเป็นข้อเสนอจากทีมแพทย์ นักวิชาการ ในประเทศไทย โดยมีมุมมองต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้ 

โรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่แพร่จากคนสู่คน ผ่านการได้รับฝอยละอองที่ออกมาจากปากและจมูกของผู้ติดเชื้อไปสู่คนใกล้ชิด โดยองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นโรคระบาดทั่วโลก (Pandemic) ซึ่งไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ในระยะเวลาอันสั้นได้

ดังนั้น มาตรการที่ใช้ในการควบคุมโรคระบาดโควิด ประกอบด้วยสามกลุ่มใหญ่ๆ

  • กลุ่มแรก คือ มาตรการทางด้านสาธารณสุขและการแพทย์
  • กลุ่มที่สอง คือ มาตรการด้านสังคม โดยการเพิ่มระยะห่างของผู้คน และยกเลิกกิจกรรมทางสังคมที่รวมกลุ่มคนมากๆ
  • กลุ่มที่สาม คือ เป็นมาตรการที่บังคับให้ทุกคนอยู่ในบ้าน และปิดกิจการต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ที่เราคุ้นเคยกับศัพท์ว่า Lockdown หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปิดบ้านปิดเมือง โดยมีการกำหนดเคอร์ฟิวตลอดวัน

มาตรการกลุ่มที่สาม มักใช้ในสถานการณ์ที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยหนักไม่สามารถรองรับได้ทัน ตัวอย่างที่พบเห็นเช่นในเมืองอู่ฮั่น และหลายเมืองหลายรัฐในยุโรป

สำหรับประเทศไทย นำมาใช้ทั้งสามกลุ่มมาตรการ โดยมาตรการกลุ่มที่สาม หรือ "ล็อกดาวน์" นั้น กำลังใช้อยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ถึงกับเป็นการปิดประเทศปิดเมืองอย่างเต็มที่ น่าจะจัดเป็น "กึ่งล็อกดาวน์" โดยมีการออกข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวบางช่วงเวลา แต่ครอบคลุมทุกจังหวัด

ในขณะนี้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีสถานการณ์รุนแรง อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการนี้โดยครอบคลุมทุกจังหวัดทั้งประเทศ มีต้นทุนสูงทางเศรษฐกิจและสังคม ควรดำเนิการเพียงชั่วคราวในระยะเวลาจำกัดเท่าที่เป็นประโยชน์ หากเนิ่นนานโดยไม่จำเป็น จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชากรที่มีรายได้น้อย มีหนี้สินครัวเรือนสูง ทำให้เกิดการตกงานห้าถึงเจ็ดล้านคน สร้างความกดดันทางจิตใจ และอาจกระทบกับเสถียรภาพของครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงมากในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม หลายประเทศที่กำลังใช้มาตรการล็อกดาวน์ในการแก้ไขวิกฤติโควิด-19 ต่างเริ่มหาทางออกที่จะดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อไปอย่างได้ผล พร้อมกับการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและผ่อนคลายความตึงเครียดในสังคม โดยตระหนักว่าคนยังมีโอกาสติดเชื้อได้เรื่อยๆ จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคมาใช้อย่างเพียงพอ 

ในการพิจารณาดังกล่าว มีฉากทัศน์ทางเลือกที่สำคัญสองฉากทัศน์ สำหรับประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย ได้แก่

  • ฉากทัศน์ที่หนึ่ง คือ การทำให้ประเทศปลอดจากเชื้อโควิด-19 โดยการปิดเมือง หรือล็อกดาวน์เป็นระยะยาว เช่น สองหรือสามเดือน และทำการค้นหาผู้ติดเชื้อ ทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ แบบเคาะประตูบ้าน มาแยกรักษา แต่การทำแบบนี้ได้ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ทางเลือกนี้อาจไม่เหมาะที่จะทำทั้งประเทศ แต่อาจนำมาใช้ในพื้นที่หรือชุมชนเล็กๆ ที่มีการติดเชื้อสูง

ดังนั้นความคิดที่ว่า คนไทยทั้งประเทศควรยอมทนเจ็บครั้งเดียวเป็นเวลาสักสามเดือน ให้จบปัญหาโควิด-19 แล้วกลับไปมีชีวิตปกติ จึงไม่อาจเป็นจริงได้

  • ฉากทัศน์ที่สอง คือ การยอมรับว่า เราไม่สามารถหยุดการแพร่ของเชื้อโควิด-19 ได้ แต่เราสามารถควบคุมให้มีการแพร่ในระดับที่ต่ำ (low transmission) มีการสูญเสียชีวิตน้อย เพราะโรงพยาบาลรองรับได้ทัน ในขณะเดียวกันก็เริ่มเปิดให้ผู้คนทำมาหาเลี้ยงชีพ ทำธุรกิจ ทำการผลิด นักเรียนได้เรียนหนังสือ คนได้ทำงาน และสังคมไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาที่สมดุล ทั้งการควบคุมโรคและการประกอบกิจการและกิจกรรมต่างๆ เป็นการกลับสู่ชีวิตปกติแต่ด้วยวิถีแบบใหม่ (New Normal)

ฉากทัศน์นี้จะสามารถทำให้เป็นจริงและเกิดขึ้นได้ โดยอาศัยองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการคือ

  • เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการทางสาธารณสุขและการแพทย์ ประกอบด้วยการขยายการตรวจให้ครอบคลุมทุกจังหวัด มีการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว แยกรักษา เฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในบางกลุ่มประชากรที่เสี่ยงต่อการระบาด เช่น กลุ่มที่อยู่กันแออัด เรือนจำ บ้านคนชรา ชุมชนแรงงานข้ามชาติ เป็นต้น มีการติดตามผู้สัมผัสอย่างรวดเร็ว มีสถานที่รองรับการแยกกัก และหอพักผู้ป่วยโควิดที่เพียงพอ สะดวกได้มาตรฐานในทุกจังหวัด
  • ทำให้ทุกคน ทุกสังคม และทุกพื้นที่ เข้าใจและปฏิบัติตามมาตรการสุขลักษณะ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน การมีระยะห่างทางกาย งดการชุมนุม งดงานสังคมที่จัดใหญ่โต มีคนมากๆ เปลี่ยนเป็นงานขนาดเล็กภายในหมู่ญาติสนิทและครอบครัว เป็นต้น
  • เปิดให้ธุรกิจเริ่มเดินหน้า โดยมีการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินงานโดยองค์กร ธุรกิจ อุตสหกรรม หากมีความเสี่ยงต้องปรับให้เข้ามาสู่ความเสี่ยงต่ำที่จัดการได้ เช่น ใช้มาตรการตรวจวัดไข้ เว้นระยะห่างทางกาย ลดการใช้เสียง เพิ่มการระบายอากาศ การลดจำนวนผู้คนที่มาติดต่อใช้บริการ และการใช้เทคโนโลยีให้ทำงาน ประชุม ติดต่อบริการ โดยไม่ต้องมีการพบปะกันมากๆ
  • การปิดแหล่งแพร่โรคที่สำคัญ บริการ หรือกิจการ ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งถูกสอบสวนพบว่าเป็นแหล่งแพร่ระบาดให้เกิดผู้ติดเชื้อมากๆ อันได้แก่ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบริการทางเพศ ทั้งตรงและแฝง สนามการพนันในรูปแบบต่างๆ ต้องปิดในระยะยาว สำหรับการปิดกิจการอื่นๆ ในอนาคต ควรใช้วิธีปิดแบบจำเพาะ Selective measures แทนการปิดแบบครอบจักรวาล
  • มีระบบเฝ้าระวังตรวจจับ และคาดการณ์ความรวดเร็วของการแพร่ระบาดในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อเป็นการจัดระดับสถานการณ์ เป็นการเตือนและเพิ่มมาตรการหรือผ่อนคลายมาตรการตามบริบทของแต่ละจังหวัดหรือหากเป็นไปได้ย่อยลงไประดับอำเภอ และมีการเฝ้าระวังโดยภาคประชาชน

การเปลี่ยนผ่านจากมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ ไปสู่มาตรการสร้างเสถียรภาพควรต้องเตรียมตัว และให้มั่นใจว่ามาตรการที่สำคัญยังคงอยู่ ไม่เปลี่ยนผ่านแบบรวดเร็ว ผลที่คาดว่าจะได้รับคือ ก่อนจะถึงเวลาที่มีวัคซีนป้องกันโรคโควิค-19 ประเทศไทยจะสามารถควบคุมให้มีการติดเชื้อโควิด-19 ในระดับต่ำ มีผู้เสียชีวิตจำนวนไม่มาก ในขณะที่ประชาชนสามารถเริ่มทำงานประกอบอาชีพได้ ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม และประชาชนเกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบใหม่.

สามารถดูโพสต์ต้นฉบับทั้งหมด ได้ที่นี่ 

ข้อมูลจาก เฟซบุ๊กเพจ ติดตามการปฏิรูปประเทศกับหมอชูชัย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไวรัสโคโรน่าเคอร์ฟิวประกาศเคอร์ฟิวพรก.ฉุกเฉินไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าผ่อนปรนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 14:56 น.