ข่าว
100 year

กทม.คุมถึง 20 เมษายน ห้ามขายเหล้า (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 เม.ย. 2563 05:18 น.
SHARE

พัทยาปิดเมือง แฉเงินเยียวยา มีโอนผิดบัญชี

ผู้ว่าฯ กทม.ลงนามประกาศ กทม. ฉบับที่ 6 สั่งงดขายเหล้า ตั้งแต่วันที่ 10-20 เม.ย. และปรับห้ามร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ เปิดขายระหว่าง 22.00-04.00 น. มีผลตั้งแต่ 10 เม.ย.นี้ “อุตตม” กลับลำ จ่ายเยียวยา 5 พัน 6 เดือนแค่กรอบระยะเวลา ถ้าจบเร็วให้ไม่ถึง 6 เดือน แล้วแต่สถานการณ์ สศค.เตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มตกหล่นไม่ได้เยียวยาเสนอ “บิ๊กตู่” ช่วยเหลือ เล็งพวกโม้ได้รับเงิน 5 พันในโซเชียลตามตรวจสอบ ทั้งยึดเงินคืนและดำเนินคดี ปลัด มท.สั่งด่วน ผวจ.ห้ามปล่อยกักตัวที่บ้าน ตำรวจแถลงคดีหน้ากาก 328 ราย คดีใหญ่เกี่ยวพัน “เสี่ยบอย” 4 คดี ต้องตามสอบแหม่มโพธิ์ดำด้วย “พัทยา ร้อยเอ็ด นครพนม” ทยอยปิดเมือง หวั่นสกัดเชื้อโรคร้ายไม่อยู่ ศาลยันทุกเมืองที่ปิดยังทำงานปกติ

กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยทำท่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและติดเชื้อของประชาชนได้ ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. สั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน นอกจากนี้ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิดบริษัทป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย สร้างผลกระทบประชาชนจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com  เพื่อรับเงินเยียวยาหลายสาขาอาชีพ

“อุตตม” พบนายกฯแจงผลแจกเงิน

ความคืบหน้าจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 เม.ย. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เดินทางเข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานถึงมาตรการเยียวยา 5 พันบาทแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หลังทยอยจ่ายเป็นวันแรกไปเมื่อวันที่ 8 เม.ย.

ขู่ไม่เข้าเกณฑ์ยึดเงินมีโทษ

ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงมาตรการจ่ายเงินเยียวยา 5 พันบาทในที่ประชุมด้วยว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำงานอย่างหนักจนทำให้เกิดผลในการช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ดีการดำเนินการต้องผ่านมาตรการที่ถูกต้องตามระเบียบ หากไม่ถูกต้องจะต้องส่งเงินคืน และมีมาตรการลงโทษตามกฎหมาย หากกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เพียงพอที่จะใช้ลงโทษ ต้องปรับเพิ่ม และให้ศึกษาวงเงินที่ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากทั่วโลก พิจารณาตั้งคณะทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ

จบเร็วเยียวยาไม่ถึง 6 เดือน

ที่กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า กรณียืดเวลารับเงินเยียวยาให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ 5,000 บาท จากเดิม 3 เดือนเป็น 6 เดือน ตัวเลข 6 เดือนคือ กรอบระยะเวลาการเยียวยาที่ตั้งไว้ เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อใด จำเป็นต้องบริหารจัดการให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ดังนั้นระยะแรกจะเยียวยาแค่ 3 เดือนก่อน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น สามารถขยายระยะเวลาเพิ่มได้ ในทางกลับกันหากสถานการณ์จบก่อนสามารถยุติการเยียวยาได้เช่นกัน นอกจากนี้ เรื่องบริหารจัดการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ว่า จำเป็นต้องทำเร็วและเร่งด่วน แต่ต้องควบคู่ไปกับการจ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพที่สุด ปัจจุบันกระทรวงการคลังโอนเงินให้ผู้ผ่านเกณฑ์แล้ว 2 วัน จะทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ แยกย่อยไปตามกลุ่มอาชีพต่างๆ

ตรวจสอบโพสต์โม้ในโซเชียล

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวง การคลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มตกหล่น ไม่ได้รับการเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นไปตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ความช่วยเหลือครบทุกกลุ่ม เม็ดเงินจะอยู่ในส่วนการกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 7 เม.ย. สำหรับการตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทะเบียนกว่า 24 ล้านคน คาดว่าจะแล้วเสร็จสัปดาห์นี้ รายที่ผ่านคุณสมบัติจะทยอยจ่ายเงิน สัปดาห์นี้จะจ่ายประมาณ 1.6 ล้านราย สัปดาห์หน้าตัวเลขจะอยู่ที่หลักล้านคนเช่นกัน ส่วนรายที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งภายในวันที่ 11-12 เม.ย. รายที่ไม่ผ่านคุณสมบัติไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ตอนนี้รัฐบาลทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้คนเดือดร้อนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว การตรวจสอบอาจผิดพลาดบ้าง กระทรวงการคลังกำลังตรวจสอบข้อมูลผู้ที่โพสต์ผ่านระบบโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท กรณีระบุว่า ได้รับเงินทั้งที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง 2-3 ราย หากพบว่าให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ กระทรวงการคลังจะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดตามกฎหมาย

กทม.ประชุมห้ามขายเหล้า

ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง) มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครครั้งที่ 8/2563 พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมหารือถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม เช่น การออกคำสั่งงดขายสุราในร้านค้าหรือร้านประกอบการขายสุราประเภทที่ 1 และประเภท 2 ที่ได้รับการอนุญาตให้จำหน่ายสุราตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ให้งดจำหน่ายสุราทุกร้านตั้งแต่วันที่ 10-20 เม.ย.63 โดยผู้ว่าฯ กทม.จะลงนามในประกาศกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวภายในวันนี้ (9 เม.ย.)

ให้ร้านอาหารขายตี 4 ถึง 4 ทุ่ม

ต่อมาเวลา 16.20 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 6) ประกาศฉบับดังกล่าวปรับเปลี่ยนเวลาปิดสถานที่ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ถึงวันที่ 30 เม.ย.63 ได้แก่ 1.ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ ในคูหา รถเข็นและแผงลอย จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม (ให้เปิดตั้งแต่เวลา 04.01 ถึง 22.00 น. และเฉพาะการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรม หรือจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ยกเว้นร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในบริเวณสนามบิน และโรงอาหารในโรงพยาบาล สามารถจัดที่นั่งในการรับประทานอาหารได้) 2.ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์-มาร์เกต ร้านลักษณะเดียวกับร้านสะดวกซื้อปิดตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.

ห้ามขายเหล้าเด็ดขาด 10-20 เม.ย.

นอกจากนี้ สั่งให้ปิดร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุราประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ที่ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต 2560 ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2563 ถึงวันที่ 20 เม.ย.2563 สามารถจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นได้ สำหรับสถานที่ที่ได้รับยกเว้นตามประกาศนี้ หรือสถานที่อื่นนอกเหนือจากประกาศนี้ ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2563

หวั่นสงกรานต์รวมตัวกินเหล้า

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. เผยว่า สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.วันเดียวกันนี้ พูดคุยเรื่องหลัก 2 เรื่องคือ 1.การปรับเวลาเปิด-ปิดของร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านอาหาร หรือร้านเครื่องดื่มทั้งที่เป็นคูหา รถเข็น และแผงลอย จะปรับเวลาเปิด-ปิดให้สอดคล้องกับประกาศเคอร์ฟิวเวลา 22.00-04.00 น. และคณะกรรมการฯยังมีมติเรื่องเทศกาลวันสงกรานต์ ที่จะมีการรวมตัวกันของกลุ่มคน การเลี้ยงฉลอง สังสรรค์โดยเฉพาะการซื้อสุรา พิจารณาการออกคำสั่งห้ามขายสุรา ทั้งร้านขายสุราประเภทที่ 1 และ 2 ตั้งแต่วันที่ 10 ถึงวันที่ 20 เม.ย. ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือ เรามาไกลแล้ว อีกนิดเดียวจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดี

มีแบบฟอร์มขอออกบ้านช่วงเคอร์ฟิว

โฆษกกรุงเทพมหานครกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการขออนุญาตออกนอกเคหสถานในพื้นที่ กทม. เนื่องจากหลายคนจำเป็นต้องประกอบอาชีพ ตามประกาศอาชีพหลักที่ได้รับการยกเว้น อาจต้องขอแบบฟอร์ม ใน กทม.จะให้สแกนคิวอาร์โค้ด ดาวน์โหลดตามช่องทางต่างๆของรัฐ เช่น เพจของ กทม. หรือเพจศูนย์ข้อมูลโควิด-19 สำหรับอาชีพที่ได้รับการยกเว้นใช้เป็นแบบฟอร์ม เพื่อขออนุญาตและรับรองตนเอง หากออกนอกเคหสถานช่วงเคอร์ฟิว ส่วนอาชีพอื่นจะมีแบบฟอร์มให้เช่นกัน แต่ใช้สำหรับขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจหากต้องออกนอกเคหสถาน ตำรวจจะแจ้งให้ทราบว่า ต้องไปขออนุญาตกับใครอีกครั้ง

จับหน้ากากเกินราคา 328 ราย

ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.การข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส. แถลงผลจับกุมเครือข่ายกักตุนหน้ากากอนามัยราคาเกินกว่ากฎหมายกำหนด พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การกักตุนหน้ากากอนามัยและจำหน่ายในราคาเกินกว่ากฎหมายกำหนด เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสอบถามความคืบหน้าเป็นระยะ เป็นอาชญากรรมที่ซ้ำเติมความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน เบื้องต้นขอรายงานผลการดำเนินคดีรอบ 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.ถึงวันที่ 8 เม.ย. จับกุมผู้กระทำความผิด 328 ราย ยึดหน้ากากอนามัย 2,587,578 ชิ้น เครื่องวัดอุณหภูมิ 2,764 เครื่อง เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 80,500.6 ลิตร ชุดเครื่องตรวจ 55,048 ชิ้น รวมมูลค่าทั้งหมด 71,959,665 บาท

พฤติกรรมเป็นขบวนการ 4 คดี

พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบว่า คดีดังกล่าวเกี่ยวโยงกลุ่มผู้ต้องหาลักษณะเป็นขบวนการ มีตนเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีสำคัญประกอบด้วย คดีแรกของนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือบอย โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จว่า มีหน้ากากอนามัยจำนวนมาก คดีที่ 2 เกิดจากการนำข้อมูลของนายศรสุวีร์ โดยผู้ใช้นามว่า แหม่มโพธิ์ดำ นำมาโพสต์อีกรอบ คดีที่ 3 กรณีที่อธิบดีกรมการค้าภายใน มอบหมายให้ผู้แทนมาร้องทุกข์ดำเนินคดีโฆษกกรมศุลกากร ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คดีที่ 4 กรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ มาร้องทุกข์ดำเนินคดีนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร กรณีไปล่อซื้อหน้ากากอนามัยแล้วไม่ได้สินค้าตามที่ตกลง

ตามแหม่มโพธิ์ดำมาสอบสวน

รอง ผบช.ก.กล่าวต่อไปว่า คดีนายศรสุวีร์ ตรวจสอบพบว่า เป็นการกระทำเพื่อหวังให้ลูกค้าสั่งซื้อหน้ากากอนามัย นำผู้มีชื่อเสียงมาประกอบการโพสต์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนใกล้สรุปสำนวน แต่กรณีการโพสต์ของนายศรสุวีร์ กรณีซื้อขายหน้ากากอนามัย ตรวจสอบพบว่า มีมูลการซื้อขายกันจริง ขยายผลพบว่า เกี่ยวโยงกับนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคภราดรภาพ สั่งการให้กองปราบปรามสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง กรณีแหม่มโพธิ์ดำพบมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่า โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จ เนื่องจากนำข้อมูลนายศรสุวีร์มาโพสต์ต่ออีกรอบ ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เช่นกัน อยู่ระหว่างสืบสวนว่า แหม่มโพธิ์ดำเป็นใคร ส่วนคดีอธิบดีกรมการค้าภายในมอบผู้แทนมาถอนคำร้องทุกข์ เนื่องจากเป็นความผิดส่วนตัวยอมความได้ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งอัยการเป็นที่เรียบร้อย

หลักฐานไม่พอปล่อย “พันธ์ยศ”

พล.ต.ต.ปัญญากล่าวด้วยว่า สำหรับคดีร้องทุกข์นายอานนท์วัฒน์ ตำรวจสืบสวนและล่อซื้อหน้ากากอนามัยจากนายอานนท์วัฒน์ จนจับกุมตัวมาดำเนินคดี ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ร่วมกันขายหน้ากากอนามัยให้นายพันธ์ยศ ได้ส่วนแบ่งชิ้นละ 10 สตางค์ ต่อมาขออนุมัติจับกุมนายพันธ์ยศมาดำเนินคดีแล้ว ส่วนของกลางทั้งหมดขยายผลจนไปถึงบริษัทผู้ผลิต การสืบสวนสอบสวนขณะนี้ยังไม่พบผู้กระทำความผิดมากกว่านี้ แต่ในอนาคตจะมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ยังไม่แน่ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่จากการสอบสวนนายพันธ์ยศยังให้การปฏิเสธ แต่ขอยืนยันว่า นายพันธ์ยศ นายศรสุวีร์ และนายอานนท์วัฒน์ เป็นกลุ่มขบวนการที่เชื่อมโยงกัน เบื้องต้นปล่อยตัวนายพันธ์ยศชั่วคราวเนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนี แต่ยังมีความเชื่อมโยงอีกหลายกรณี

พาณิชย์บุกจับโรงงานเถื่อน

ด้านนายสุชาติ สินรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน ผกก.สภ.บางพลี พร้อมกำลังหลายหน่วย เข้าตรวจค้นบริษัทที อาร์เอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เมคเกอร์กรุ๊ป เลขที่ 271/6 หมู่ 10 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังสืบทราบว่า ลักลอบผลิตหน้ากากอนามัย พบ น.ส.รัตน์ติภรณ์ ทองดอนยอด อายุ 47 ปี เจ้าของบริษัทฯและพนักงานชายหญิง 6 คน กำลังนั่งผลิตหน้ากากอนามัย ตรวจค้นพบเครื่องจักร 5 เครื่อง และหน้ากากอนามัยที่กำลังผลิตและผลิตแล้วไม่ต่ำกว่า 40,000 ชิ้น แจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดคณะกรรมการกลาง ที่ไม่แจ้งต้นทุนราคาและสถานที่เก็บสินค้าซึ่งต้องขออนุญาตและแจ้งเป็นรายวัน

มท.สั่งห้ามกักตัวที่บ้าน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึง ผวจ.ทุกจังหวัด ว่า 1.ให้จังหวัดยืนยันข้อมูลสถานกักกันให้กระทรวงทราบอีกครั้งหนึ่ง เช่น อาคาร โรงพยาบาล โรงแรม พร้อมภาพถ่ายที่ยืนยันร่วมกับฝ่ายสาธารณสุข ผวจ. สามารถใช้เงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายกรณีเช่าอาคารของภาคเอกชน 2.การกักตัวผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรให้จังหวัดต้นทางกักตัวตามกระบวนการโดยเคร่งครัด ไม่ให้กลับไปกักตัวที่บ้าน และ 3.ผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมาย หากเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยห้ามมิให้ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาเดิม ให้กักกันตัวในสถานที่ที่จังหวัดเตรียมไว้

สอท.-สกญ.ช่วยคนไทยต่างแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยของสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศคงดำเนินการต่อเนื่อง อาทิ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ติดต่อนักศึกษาไทย ลูกจ้างคนไทยและเจ้าของธุรกิจในเมืองต่างๆในโปแลนด์และยูเครน ประสานสายการบินล๊อต โปลิช แอร์ไลน์ส (LOT Polish Airlines) ให้จำหน่ายตั๋วแก่คนไทยให้เดินทางกลับในเที่ยวบินพิเศษ 2 เที่ยวบินรวม 33 คน ส่วนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ถวายหน้ากากอนามัยให้วัดไทยในรัฐต่างๆในออสเตรเลียใช้และแจกจ่ายคนไทย เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ศรีลังกา ให้ความช่วยเหลือ 2 นักท่องเที่ยวไทยที่ตกค้าง จัดหายารักษาโรคประจำตัว หน้ากากอนามัย ประสานที่พักและอาหารระหว่างรอเดินทางกลับ ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว มอบสิ่งของช่วยเหลือ อาทิ หน้ากากอนามัย เครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้แก่ค่ายกักขังชั่วคราวหลัก 6 แขวงสะหวันนะเขต ที่มีนักโทษไทย 9 คน ส่วนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง จัดส่งหน้ากากอนามัย 31,000 ชิ้น ทางไปรษณีย์ด่วนให้แก่คนไทยในจีนกว่า 600 คน เป็นต้น

เหมาเครื่องขนคนไทยพ้นอินเดีย

นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตว่า สถานการณ์ที่อินเดียขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ 4,421 ราย ครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อมาจากการชุมนุมดาวะห์ของชาวมุสลิม มีคนไทยกว่า 100 คนเข้าร่วม และมี 59 คนถูกกักตัว 14 วัน พบติดเชื้อกว่า 10 คน หากผ่านกระบวนการกักตัวจะประสานให้เดินทางกลับสัปดาห์หน้า เตรียมแผนนำคนไทยในอินเดียที่ลงทะเบียนไว้ 1,600 คน เดินทางกลับวันละ 200 คน เสนอไปยังรัฐบาลว่า พร้อมจะนำเครื่องบินเช่าเหมาลำรับกลับระหว่างวันที่ 15-17 เม.ย.หลังจากที่อินเดียเปิดให้เครื่องบินต่างชาติเข้า-ออกตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. นำคนไทยในกรุงนิวเดลีและพื้นที่ใกล้เคียงกลับก่อนกลุ่มแรก จากนั้นเป็นนักเรียน ผู้สูงอายุ พระสงฆ์ ชาวมุสลิม และครอบครัวคนไทย ขอให้คนที่ต้องการเดินทางกลับลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของสถานทูตทันที

ล็อกดาวน์พัทยาศาลทำงานปกติ

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมีการประกาศจากฝ่ายปกครอง สั่งล็อกดาวน์ปิดพื้นที่เมืองพัทยาควบคุมการเข้า-ออกของบุคคล ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. อาจยาวนานเป็นเวลา 21 วัน ในส่วนของศาลยุติธรรมที่มีบุคลากรประจำในพื้นที่ ล่าสุดนางชนากานต์ นุชโอภาส ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลแขวงพัทยา รายงานว่า ตามมาตรการของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ห้ามบุคคลเข้าออก เขตพื้นที่เมืองพัทยา ยกเว้นผู้ที่อาศัยหรือข้าราชการให้แสดงบัตรหรือหนังสือรับรองของต้นสังกัดในเขตพื้นที่เมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงพัทยาออกหนังสือรับรองให้ผู้พิพากษาแล้ว รวมทั้งบุคลากรและลูกจ้างที่ทำงานในสำนักงานประจำศาลแขวงพัทยาเช่นกัน พร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และภารกิจอำนวยความยุติธรรม ศาลไม่ได้หยุดปฏิบัติราชการ การทำหนังสือรับรองให้บุคลากรทันท่วงที ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของหน่วยงานและการบริการประชาชน นอกจากนี้ยังประชุมกับสภาทนายความพัทยา แจ้งแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการ เน้นย้ำให้ฟ้องคดีแพ่งผ่านทางระบบ e-Filing รับชำระเงินเกี่ยวกับคดีผ่านระบบ อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (Internet Banking) เพื่อลดการมาศาลด้วย

ศาลอื่นเน้นวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

นายสราวุธกล่าวต่อไปว่า ในส่วนศาลพื้นที่อื่นที่ดำเนินการบริหารจัดการคดีสอดรับกับนโยบาย คำแนะนำประธานศาลฎีกา และสำนักงานศาลยุติธรรม รวมทั้งมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของภาครัฐ ตนได้รับรายงานว่า ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ใช้การประชุมทางไกลผ่านจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ไปยังเรือนจำทั้งหมด ทำให้ห้องควบคุมศาลไม่มีผู้ต้องขัง ใช้โอกาสนี้ทำความสะอาดห้องควบคุมครั้งใหญ่ให้สะอาดเอี่ยม ปลอดเชื้อปลอดโรค รวมทั้งมีจุดล้างมือและแอลกอฮอล์เจลไว้บริการก่อนผ่านเข้าห้องควบคุม หากมีคดีต้องอ่านคำพิพากษาศาลสูง (ศาลอุทธรณ์-ศาลฎีกา) ให้จำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวรอฟังในห้องควบคุม ขณะที่ศาลหัวหิน รายงานเข้ามาว่า มีการจัดเต็นท์ หรือสถานที่ร่มๆให้อากาศถ่ายเทไว้หน้าศาล เป็นจุดสำหรับพักรอด้านนอกสำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ จนกว่าจะพร้อมจึงให้เข้ามาในอาคารศาล

อัยการเตือนขอเยียวยาเท็จโทษหนัก

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษก สนง.อสส. เผยว่า ขณะนี้รัฐเริ่มทยอยจ่ายเงินทดแทนเดือนละ 5 พันบาทรวม 3 เดือนแก่ประชาชนแล้ว และจะเพิ่มวงเงินให้เป็น 6 เดือน มีคนกรอกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ถึง 20 ล้านคน แน่นอนย่อมมีคนกรอกข้อความเท็จ ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ อีกทั้งเอาเปรียบคนที่เดือดร้อนจริงๆ ตนเห็นว่าผู้กรอกข้อมูลเท็จนอกจากเข้าข่ายน่าจะผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (1) ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตาม ป.อ.มาตรา 137 แล้ว น่าจะมีความผิดฐานฉ้อโกง เพราะมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่น แจ้งโดยทุจริตทำให้ประโยชน์ทางทรัพย์สินไปจากผู้ถูกหลอกคือ รัฐ มีโทษจำคุกถึง 3 ปีปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พนักงานสอบสวนต้องสอบให้ได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิด จนสิ้นกระแสความแล้วรีบส่งสำนวนให้อัยการฟ้อง ใครสงสัยเรื่องสิทธิ์ให้ไปพบอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์ได้

โจรหลอกพ่นฆ่าเชื้อโควิด

พ.ต.อ.ภูมี อีคะละ ผกก.สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวถึงกรณีคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หลอกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด-19 และลักทรัพย์นางทร บุญรอด อายุ 71 ปี ชาว ต.โพนงาม อ.กมลาไสย ได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และเงินสดจำนวนหนึ่ง ว่า พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ สั่งให้เร่งติดตามตัวคนร้ายโดยเร็ว นอกจากนี้ พบผู้เสียหายอีก 1 ราย ในพื้นที่ ต.หลีกเมือง ถูกหลอกในลักษณะคล้ายกัน ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างลงพื้นที่แกะรอย คาดว่าคนร้ายเป็นคนนอกพื้นที่เลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือน ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวนี้ และหากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ร้อยเอ็ด-นครพนมปิดเมือง

สำหรับการรับมือการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นายวันชัย คงเกษม ผวจ.ร้อยเอ็ด ออกประกาศล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่จังหวัดด้วยการห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออก เขตพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ตลอด 24 ชั่วโมง เว้นเหตุจำเป็น เช่น การรักษาพยาบาล การควบคุมป้องกันโรค การขนส่งสินค้าที่จำเป็น ระหว่างวันที่ 10-17 เม.ย. รวมถึงห้ามขายสุราหรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับ จ.นครพนม มีคำสั่งล็อกดาวน์ในการเข้า -ออก ถือเป็นการยกระดับการควบคุม พร้อมตั้งจุดตรวจคัดกรองทุกเส้นทาง จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

พัทยาล็อกดาวน์วันแรก

นายบรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมคณะตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการล็อกดาวน์เมืองพัทยา ระหว่างวันที่ 9-30 เม.ย. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด- 19 สำหรับบรรยากาศวันแรกเจ้าหน้าที่ปิดถนนเข้า-ออก เมือง พัทยาทั้งหมด เปิดเส้นทางเพียง 5 จุด ได้แก่ ซอยชัยพรวิถี, ถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 ตอน 5, ซอยพรประภานิมิตร, ซอยชัยพฤกษ์ และถนนสุขุมวิท พร้อมตั้งจุดตรวจคัดกรองยานพาหนะและบุคคลอย่างเข้มงวด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ตร.ลุยจับฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

ส่วนการจับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เริ่มที่ จ.เชียงราย พ.ต.ท.ศักรินทร์ ไม้น้อย รอง ผกก.ตม.เชียงแสน สนธิกำลังทหาร และฝ่ายปกครอง ตั้งจุด ตรวจจุดสกัดผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว บริเวณถนนหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน หมู่ 2 ต.เวียง อ.เชียงแสน สามารถจับกุมชาย 3 คน ขณะขี่รถ จยย.ผ่านด่านตรวจ แจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามออกนอกเคหสถานโดยไม่มีเหตุจำเป็น มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกับ จ.เลย พ.อ.สมหมาย บุษบา รอง ผบ.มทบ.28 ในฐานะ รอง ผอ.รมน.จ.เลย สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ตรวจพื้นที่ อ.เมืองเลย อ.เชียงคาน และ อ.วังสะพุง จับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวได้ทั้งสิ้น 12 คน คุมตัวไปดำเนินคดี ขณะที่ จ.ยะลา ตำรวจ สภ.เมืองยะลา สนธิกำลังทหาร และฝ่ายปกครอง จับกุมวัยรุ่น 6 คน ขี่รถ จยย.ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในเขตเทศบาลนครยะลา

เงินเยียวยาเข้าผิดบัญชี

ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเริ่มมีปัญหา ที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ นาย สงกรานต์ กาอ้วน อายุ 38 ปี ชาว อ.สูงเม่น จ.แพร่ อาชีพช่างไม้ เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ระบุว่า ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาท เว็บไซต์เราไม่ ทิ้งกัน ได้รับ sms ยืนยันได้รับสิทธิ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชีอื่น ไม่ใช่บัญชีตนเองที่แจ้ง ในระบบ รีบเดินทางไปตรวจสอบกับธนาคารกรุง– ไทย สาขาสูงเม่น พบชาวบ้านอีกหลายรายมีปัญหาแบบเดียวกันไม่ต่ำกว่า 10 คน และทางธนาคารแจ้งว่าให้ติดต่อไปยังระบบ แต่เมื่อโทร.ไปก็ไม่มีใครรับสาย มาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบ เกรงว่าเงินช่วยเหลือจะไปตกในมือคนอื่น

ไม่เอาผิดโพสต์เศษเงิน

วันเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมตำรวจ กก.5 บก.ป. เชิญตัวนายกชพร แสงจันทร์ อายุ 25 ปี สาวประเภทสอง ชาว จ.ร้อยเอ็ด โพสต์ข้อความได้รับเงินโครงการเราไม่ทิ้งกัน 5 พันบาท เป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น จนเป็นกระแสของสังคม สอบสวนนายกชพรระบุว่า เป็นเจ้าของธุรกิจขายเสื้อผ้าชื่อ “นานาสโตร์” ตั้งอยู่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และได้ลงทะเบียนโครงการเราไม่ทิ้งกัน เนื่องจากไม่มีบัตรประกันสังคมและธุรกิจได้รับผลกระทบ ส่วนการโพสต์ข้อความคือ ดีใจที่ได้เงิน แต่เสียความรู้สึกที่เพื่อนและคนรู้จักหลายคนไม่ได้เงิน ไม่มีเจตนาทำให้รัฐบาลเสียหาย ภายหลังสอบปากคำเสร็จเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวไป

คุกหนุ่มแกล้งจามหนีกักตัว

พ.ต.อ.นเรศ พูลหน่าย ผกก.สภ.แม่ระมาด จ.ตาก พร้อมด้วยนายฉัตรชัย อิ่มอ่อง สาธารณสุขอำเภอแม่ระมาด ควบคุมตัวนายนิรุตติ์ มิฟองฟู อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ 2 ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก หลังเดินทางกลับมาจาก จ.เชียงใหม่ ไม่ยอมกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 รวมถึงออกจากบ้านโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และแกล้งไอจามใส่ชาวบ้านจนเป็น ที่หวาดกลัวของคนในชุมชน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาเป็นบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อ อันตรายฯ ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ให้แยกกัก กักกันหรือควบคุมไว้สังเกต ณ สถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนดฯ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ขณะที่ศาลจังหวัดแม่สอด มีคำสั่งพิพากษาจำคุก 5 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี และห้ามออกจากที่อยู่อาศัย 15 วัน

มอบ ผบ.ตร.อนุญาตช่วงเคอร์ฟิว

ช่วงค่ำ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่ 8/2563 เรื่องมอบหมายผู้กำหนดแนวทางอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่และเหตุจำเป็นอื่นๆ ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) เนื้อหาสรุปว่า ตามที่ออกข้อกำหนดที่ 2 ลงวันที่ 2 เม.ย. ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่าง 22.00-04.00 น.วันรุ่งขึ้น เว้นแต่มีความจำเป็นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้า อุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อนำเข้าหรือส่งออก ฯลฯ อาศัยอำนาจตามคำสั่งนายกฯที่ 4/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มอบหมายให้ ผบ.ตร. หรือผู้ที่ ผบ.ตร.มอบหมาย เป็นผู้พิจารณาแนวทางอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่และเหตุจำเป็นอื่น ตามข้อกำหนดฉบับที่ 2 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 8 เม.ย. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ห้ามขายเหล้าลงทะเบียนรับเงิน 5000ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันพ.ร.ก.ฉุกเฉินเคอร์ฟิวข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้