ข่าว
100 year

ถึงติดเชื้อประจำวันแค่ 54 มีคนตาย 2 แต่อย่ากะพริบตา (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 เม.ย. 2563 05:28 น.
SHARE

คนไทยต่างแดน จ่อกลับนับหมื่น ระบุศักยภาพรัฐ รับได้-วันละ200 บุคลากรแพทย์ เจอไวรัสแล้ว 80

“บิ๊กตู่” ประชุมประเมินสถานการณ์ หลังครบ 7 วันประกาศเคอร์ฟิว ยันยังไม่ขยายเวลาเพิ่มแม้จะยังมีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมปาร์ตี้ไม่เลิก ศบค.เผยบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวม 80 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 9 เม.ย. ดิ่งลงเหลือ 54 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย รวมเสียชีวิตถึงปัจจุบัน 32 ราย ศบค.วอนคนไทยเคร่งครัดทำตามกฎ กลาโหม-มหาดไทยเตรียมหาพื้นที่กักตัวคนเดินทางกลับไทยเพิ่ม อธิบดีกรมการแพทย์ยันใส่หน้ากากอนามัยนานๆ เลือดไม่เป็นกรดตามข่าวลือ ดึง อสม.คัดกรองคนกลับบ้านช่วงสงกรานต์

การพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยในวันที่ 9 เม.ย. เป็นที่น่ายินดีว่ามีจำนวนลดลงครึ่งหนึ่งของยอดที่พบเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ในขณะที่ผู้เสียชีวิตจากไวรัสหยุดโลกตัวนี้มีเพียง 2 ศพ

นายกฯถก ศบค.ครบ 7 วันเคอร์ฟิว

ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบ รัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลและอดีต รมว.สาธารณสุข นพ.อุดม คชินทร อดีต รมช.ศึกษาธิการและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม โดยเชื่อมสัญญาณผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การประชุมนั่งเว้นระยะห่างตามมาตรการสาธารณสุขและไม่ใช้ไมโครโฟนร่วม เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาด หลังผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 8 เม.ย.เพิ่ม 111 ราย มาตรการรองรับคนไทยที่ทยอยเดินทางกลับ และหลังจากยังมีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมเล่นการพนัน จัดปาร์ตี้ รวมทั้งประเมินผลการประกาศเคอร์ฟิว ช่วงเวลา 22.00-04.00 น.หลังครบ 7 วัน

ขอบคุณทุกคนที่เสียสละทุ่มเท

นายกฯได้กล่าวในที่ประชุมว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกระดับ ที่ทุ่มเทเสียสละ อดทนร่วมมือทำงานอย่างเรียบร้อยในแต่ละด้านในงานสำคัญครั้งนี้ ขอให้กำลังใจเพราะเข้าใจดีว่าการทำงานเพื่อประชาชนทั้งประเทศย่อมมีความยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรค อาจมีผู้ที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ทั้งดีและไม่ดี ขอให้ทุกคนอดทน สร้างความเข้าใจชี้แจงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ก่อนมีมาตรการใดๆออกมา ด้านการแพทย์ให้พิจารณามาตรการทั้งการดูแล ติดตามเพื่อตรวจสอบสาเหตุการติด เชื้อแหล่ง ที่มาของเชื้อ มีการตรวจสอบคัดกรองและรักษาในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน

เข้มภาคใต้ให้ไร้ปัญหา

นายกฯกล่าวอีกว่า โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังมีตัวเลขแพร่ระบาด การคัดกรองและกักตัวเฝ้าระวังให้ทุกหน่วยบูรณาการให้ดีจัดการอย่าให้มีปัญหา โดย เฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้ทยอยเดินทางกลับเพื่อรัฐบาลจะได้จัดระบบที่เหมาะสมรองรับ ทั้งนี้ คนไทยที่กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องผ่านกระบวนการ State Quarantine ที่เหมาะสม และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลคนไทยที่พักอาศัยในต่างประเทศที่ไม่ประสงค์จะเดินทางกลับให้ดีด้วย

สั่ง กห.–มท.ทำที่กักตัวให้พร้อม

นายกฯกล่าวด้วยว่า กระบวนการกักตัวดูอาการ State Quarantine ให้กระทรวงกลาโหมและมหาดไทยเตรียมการให้เพียงพอพร้อมใช้ ทั้งอุปกรณ์ บุคลากร สถานที่บางแห่งซึ่งได้ปรับเปลี่ยนใช้เป็นโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วย ขอให้บันทึกแนวทางการรักษา เตรียมรับมือสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆไว้เพื่อเป็นประวัติศาสตร์และเป็นแนวทางหากเกิดโรคระบาดใหม่ สิ่งที่บันทึกจะเป็นเสมือนคู่มือดำเนินการ รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ข้อยกเว้นตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคระบาด เรื่องหน้ากากขอให้ชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนไม่ให้เกิดข้อสงสัย หน้ากากอนามัยแต่ละชนิดผลิตได้มากแค่ไหน ต้องการใช้จำนวนเท่าใด หน้ากากอนามัย N95 หน้ากากผ้า และให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับความพร้อมเรื่องยารักษาโรคว่ามีเพียงพอ

ย้ำชัดยังไม่ขยายเวลาเคอร์ฟิว

นายกฯกล่าวต่อในที่ประชุมว่า ส่วนการ ประกาศเคอร์ฟิว ยังไม่ปรับอะไรเพิ่มเติม ยังใช้ตามประกาศเดิมคือตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ขอให้ดำเนินการตามมาตรการที่ประกาศไปก่อน และมีข้อยกเว้นตาม พ.ร.ก. กำหนด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานแจ้งให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้ ภายหลังประชุม ระหว่างที่นายกฯเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวถามนายกฯถึงการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า จะขยายเวลาประกาศเคอร์ฟิว จากเดิมช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ออกไปหรือไม่ นายกฯได้โบกมือและกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ยังๆ” พร้อมชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้สื่อมวลชนแล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

“บิ๊กตู่” ชมทุกภาคส่วนร่วมสู้โควิด

อีกด้าน ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวในที่ประชุม ศบค.ขอบคุณและชื่นชมทุกหน่วยงานที่ทำงานป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สั่งให้มีการดูแลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายกฯไปตรวจเยี่ยมโรงแรมภัทรา พระราม 9 ซึ่งใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐ จึงอยากให้คนไทยเข้าใจว่าการที่โรงแรมต่างๆ มาช่วยเช่นนี้เป็นเรื่องดี เพื่อรองรับคนไทยที่จะเดินทางกลับมา หลังจากนี้จะมีการปรับห้องพักจากห้องละ 2 คน ให้เหลือห้องละ 1 คน เพื่อให้มีมาตรฐานมากขึ้น

หาที่กักตัวคนกลับไทยเพิ่ม

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า นายกฯกำชับในที่ประชุม 6 ประเด็นคือ 1.การชี้แจงข้อมูลกับประชาชนให้เข้าใจถึงมาตรการต่างๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง 2.การบริหารจัดการข้อมูลที่มีจำนวนมากและหลากหลาย ให้มีการจัดระเบียบข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจออกมาตรการต่างๆ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ 3.การเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย ต้องมีสถานกักตัวในส่วนกลางและภูมิภาคป้องกันการแพร่ระบาด โดยอำนวยความสะดวกและควบคุมโรคไปพร้อมกัน ในส่วนของกระทรวงกลาโหม มีที่พัก 2,037 ห้อง ยังไม่เพียงพอ กำลังจะเพิ่มให้ได้ 3,500 ห้อง ส่วนกระทรวงมหาดไทย มีสถานที่กักตัวของรัฐในต่างจังหวัด 460 แห่ง พักได้ 13,000 คน นายกฯสั่งให้มีการบูรณาการการทำงานกัน

เตรียมผ่อนปรนเคอร์ฟิว 30 อาชีพ

โฆษก ศบค. กล่าวด้วยว่า ข้อ 4. รัฐบาลยังไม่มีการปรับหรือขยายเวลาเคอร์ฟิว แต่ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ใครที่มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านในเวลาดังกล่าวจะมีการผ่อนปรนให้ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำลังรวบรวมอาชีพต่างๆ ให้เป็นกลุ่มก้อนเพื่อนำเสนอและอนุมัติเพิ่มในทีเดียว เท่าที่ทราบมีกว่า 30 อาชีพ

เพิ่ม 80 เตียงไอซียูรับเหตุเลวร้ายสุด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า 5. เรื่องหน้ากากอนามัย ขณะนี้ได้คลี่คลายปัญหาไปแล้ว ต้องจัดหาให้บุคลากรทางการแพทย์พึงพอใจก่อน ในส่วนของประชาชนสามารถใช้หน้ากากผ้าได้ กระทรวงมหาดไทยจัดหาแล้ว 50 ล้านชิ้น กระทรวงอุตสาหกรรม 20 ล้านชิ้น ขณะนี้ถึงมือประชาชนแล้ว หน้ากากอนามัย N95 ที่สั่งซื้อไป วันนี้มาถึงไทยแล้ว 203,520 ชิ้น และยังมีข่าวดีว่า จากการวิจัยหน้ากากดังกล่าวสามารถนำมาใช้ซ้ำได้รวม 4 ครั้ง นอกจากนี้ ในเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะนี้นำเข้ามาแล้ว 187,000 เม็ด ใช้ไปเพียง 4.6 หมื่นเม็ด คงเหลือ 1.3 แสนเม็ด ยืนยันถ้าไม่มีผู้ป่วยเพิ่มมีเพียงพอแน่นอน

ได้เงิน 5 พันถ้าโกหกลงโทษ-ยึดคืน

โฆษก ศบค.ยังกล่าวต่อด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.ยังพูดถึงเรื่องโรงพยาบาลสนาม สำหรับรองรับสถาน-การณ์ที่เลวร้ายที่สุด เรามีโรงพยาบาลสนามใน กทม.และปริมณฑล 98 แห่ง ปริมาณเตียงไอซียูที่ต้องการเพิ่ม 80 เตียง นายกฯสอบถามถึงงบประมาณและจะบูรณาการมาให้ ส่วนเครื่องช่วยหายใจเมื่อได้รับพระราชทานมา ถือว่าเพียงพอ แต่การจะใช้งบประมาณดำเนินการอะไรอย่างไร ที่ประชุมกำชับให้ไปดูข้อ กฎหมายให้ถูกต้องตามระเบียบ และ 6.มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน นายกฯมีความห่วงใย ต้องการให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแล ทุกหน่วยงานต้องทำงานหนักให้ได้ผลดีที่สุด ต้องให้คนเดือดร้อนจริงๆ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ถูกต้อง จะต้องส่งเงินคืนและถูกลงโทษ อีกทั้งต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าเงินก้อนนี้มีจำกัด ต้องร่วมมือกัน

ติดเชื้อใหม่ 54 ตายเพิ่ม 2

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54 ราย รวม 2,423 ราย ใน 67 จังหวัด หายป่วย 940 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เสียชีวิตสะสม 32 ราย รายที่ 31 เป็นชายชาวฝรั่งเศส อายุ 74 ปี เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.มีอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลใน จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ต่อมาวันที่ 7 เม.ย.มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เสียชีวิตในวันเดียวกัน รายที่ 32 เป็นชายไทย อายุ 82 ปี เริ่มป่วยวันที่ 25 มี.ค. มีไข้ อุณหภูมิ 38.5 ไอ เหนื่อย เข้ารักษาในโรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ จากนั้นวันที่ 30 มี.ค.มีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่รู้สึกตัว และเสียชีวิตในวันที่ 8 เม.ย.

บุคลากรแพทย์ติดเชื้อแล้ว 80 คน

นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวอีกว่า จังหวัดที่อัตราผู้ป่วยเทียบกับประชากรในจังหวัดนั้นๆสูง อันดับ 1 คือภูเก็ต รองลงมา กทม. ยะลา นนทบุรี ที่ จ.ภูเก็ตพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเพียง 3 คนในวันนี้ เพราะมาตรการเชิงรุกในการตรวจหาผู้ป่วย ทำให้การกระจายตัวลดลงผู้ป่วย 54 คนวันนี้เรายังไม่พึงพอใจ ต้องเข้มงวดทุกมาตรการต่อไปอย่ากะพริบตาเลยทีเดียว ในส่วนจำนวนบุคลากรทางแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ย้อนกลับไปตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึง 8 เม.ย. พบว่าติดเชื้อทั้งสิ้น 80 คน เป็นผู้ช่วยพยาบาลและพยาบาล 36 คน แพทย์ 16 คน ติดเชื้อจากโรงพยาบาล 50 คน ติดในชุมชน 18 คน อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 12 คน คนกลุ่ม นี้จึงต้องระวังถ้าติดโรคขึ้นมาจะกระทบต่อการให้บริการประชาชน

วอนคนไทยเคร่งครัดทำตามกฎ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมออกประกาศกระทรวงเรื่องแนว ทางที่เกี่ยวกับการปฏิบัติในช่วงเทศสงกรานต์ เช่น งดเว้นการจัดสงกรานต์ในทุกระดับ งดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำ เนา งดเว้นการดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในทุกกรณี งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก ถ้าจะสืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน แสดงความกตัญญูด้วยการกราบไหว้โดยเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร หรือการขอพรทางออนไลน์

ปิดเมืองพัทยา 21 วัน

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า ขณะที่มาตรการเข้มงวดในต่างจังหวัด อย่างที่ จ.ชลบุรี เห็นชอบให้ปิดเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันที่ 9 เม.ย. เป็นเวลา 21 วัน นอกจากนี้ ยังมีบางจังหวัดที่แม้ไม่มีผู้ติด แต่ก็มีมาตรการห้ามบุคคลเข้า-ออกในเขตพื้นที่ ยกเว้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลและการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ที่ จ.บึงกาฬ

เผยคนยังดื้อเรื่องห้ามมั่วสุม

นพ.ทวีศิลป์แถลงอีกว่า ผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงประกาศเคอร์ฟิวเมื่อคืนวันที่ 8 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 9 เม.ย. มีด่านตรวจ 926 จุด มีการฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 1,221 ราย รวมกลุ่มมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ 114 ราย มีการดำเนินคดี 1,204 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้น แสดงว่ามีการละเมิดมากขึ้น จึงขอให้ช่วยกันให้ตัวเลขลดลง ถ้าจะดูตัวอย่างตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง อยากให้ดูประเทศเยอรมนี เพราะคนของเขามีระเบียบวินัย ให้ความร่วมมือ แตกต่างจากคนไทย ที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่าทำอะไร ตามใจคือไทยแท้ ตนไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ไม่อยากให้เอาไปเป็นวัฒนธรรม จึงขอให้อยู่ในระเบียบวินัยกันอย่างเคร่งครัด

ถ้าไม่จำเป็นอย่ารีบเสี่ยงกลับไทย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.มีการหารือเรื่องมาตรการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่ามีคนไทยรอกลับประเทศโดยทางเครื่องบิน 5,453 ราย ส่วนที่ด่านพรมแดนมีประมาณ 14,664 ราย เข้ามาแล้ว 12,771 ราย นายกฯอยากให้การเข้ามาในประเทศไทย พอเหมาะกับศักยภาพที่จะดูแลเพียงพอคือ 200 คนต่อวัน เพื่อจะทำให้เราจัดหาที่พักได้ เรายินดีต้อนรับคนไทยทุกคนที่จะกลับประเทศ แต่ถ้าเห็นคิวยาวมีศักยภาพที่จะอยู่ต่างประเทศได้ ก็ขอให้อยู่ต่อไปก่อน เพราะการเดินทางจะมีความเสี่ยง หากใครจำเป็นต้องกลับ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กักตัวก่อนเดินทาง 14 วัน มีใบรับรองแพทย์ เมื่อถึงไทยต้องกักตัว 14 วัน ส่วนใครที่อยู่ต่างประเทศแล้วเดือดร้อน รัฐจะจัดหา งบประมาณเพื่อให้อยู่อาศัยตรงนั้นได้ เพราะรัฐ สนับสนุนให้อยู่กับพื้นที่ก่อน ส่วนจะให้การช่วยเหลือเท่าไรนั้น กำลังคิดกันอยู่

โอ่อัตราตาย-เงินเยียวยาไม่แพ้ใคร

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับอัตราการเสียชีวิตในไทยเมื่อเทียบกับทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพสูงกว่าเราในทุกๆด้าน ไทยถือว่ามีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า เช่น อิตาลี ที่มีอัตราการเสียชีวิต 12.63% สหราชอาณาจักร 11.03% สหรัฐอเมริกา 3.23% ขณะที่ไทยมีเพียง 1.26% ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ที่หลายคนพูดว่าทำไมเราแจกน้อย หากไปดูประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมนีใช้งบประมาณ 21.8% ของจีดีพี มาเลเซีย 16.5% ส่วนไทย 12.0% มากกว่าญี่ปุ่นที่มี 10.8% และสหรัฐฯ 10.7% ทั้งที่หลายประเทศในนี้เก็บภาษีสูงกว่าเรามาก จึงเห็นว่าน้อยประเทศมากที่จะดูแลได้ดีขนาดนี้

ชวนคนกรุงใช้เว็บ BKK วัดความเสี่ยง

บ่ายวันเดียวกัน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กรุงเทพมหานคร แถลงที่ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล ว่า ปัจจุบันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายคนสงสัยและมีคำถามว่าติดหรือไม่ เมื่อติดแล้วควรจะทำตัวอย่างไร ใครจะมาช่วย กทม.เห็นถึงปัญหานี้จึงจัดทำระบบบีเคเคโควิด-19 แค่เข้าเว็บไซต์ http://bkkcovid19.bangkok.go.th  ระบบดังกล่าวจะประเมินท่านว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ และควรทำตัวอย่างไร รวมถึงใครจะช่วยเหลือท่าน โดยเริ่มแรกระบบจะทำการประเมินความเสี่ยงของท่าน ซึ่งมีแบบประเมิน 2 ส่วนคือ 1.แบบประเมินความเสี่ยง 2.ประเมินอาการ หากท่านเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูง ระบบจะจัดเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปสอบถามยืนยันและให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ใครเข้าข่ายเสี่ยงจัดรถนำส่ง รพ.ทันที

ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ประเมินแล้วมีความเสี่ยงและต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันที ระบบจะจัดคนพร้อมรถพยาบาล ไปรับนำไปส่งโรงพยาบาล ระบบดังกล่าวขอเริ่มต้นใช้สำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน กทม. ก่อน หากผู้ที่ไม่ได้อาศัยใน กทม.สามารถใช้ระบบนี้ได้ โดยการประเมินความเสี่ยงและวิธีการปฏิบัติตัว ทั้งหมดนี้จะไม่มีค่าใช้จ่าย และข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคนจะไม่ถูกเปิดเผย
โดยจะเก็บอย่างเป็นความลับทางการแพทย์เท่านั้น

ปรับเกณฑ์รักษาป่วยโควิด

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เบื้องต้นทุกรายต้องนอนที่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะมีอาการน้อย มีอาการปานกลาง หรือมีอาการมาก ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลา 2-7 วัน หากอาการดีขึ้นเร็ว จะให้ย้ายไปนอนในที่พักที่รัฐจัดให้ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ต่อให้ผู้ป่วยจะมีอาการน้อย ต้องอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให้ 14 วัน นับแต่วันที่เริ่มมีอาการ ส่วนการรักษาปัจจุบันได้ปรับเกณฑ์การรักษาคือ หากไม่มีอาการจะไม่ให้ยา แต่หากมีอาการเพียงเล็กน้อย จะให้ยาต้านมาลาเรียและยาต้านไวรัสเอดส์ทันที แต่หากผู้ป่วยเป็นปอดบวมไม่ว่าจะมีอาการมากหรือมีอาการ น้อย แพทย์จะให้ยามาลาเรีย ยาต้านไวรัสเอดส์ ร่วมกับยาฟาวิพิราเวียร์ทุกรายทันที คาดว่าจะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยที่เป็นปอดบวมรุนแรงได้ดีขึ้น และมีผลการรักษาที่ดีขึ้น

ใส่หน้ากากนานเลือดไม่เป็นกรด

เมื่อถามว่าหากใส่หน้ากากเป็นเวลานานจะทำให้เลือดเป็นกรดตามที่มีข่าวจริงหรือไม่ นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เรื่องเลือดเป็นกรดยังไม่มีการศึกษา มีแพทย์ท่านหนึ่งมีการศึกษาว่าไม่จริง แต่หากเป็นคาร์บอนไดออกไซด์คั่งอยู่ในหน้ากากยังคงมี แต่หากสังเกตถ้าใส่หน้ากากนานๆ ลมหายใจส่วนหนึ่งจะถูกกักอยู่ในหน้ากากส่วนหนึ่ง และส่วนใหญ่การหายใจออกมาจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา จะทำให้เราเหนื่อยล้า ง่วงนอน จึงแนะนำว่าหากอยู่คนเดียวก็ไม่ต้องใส่หน้ากาก แต่หากไปในที่ชุมชนให้ใส่หน้ากาก

หญิงชัยภูมิไม่ได้ติดโควิด–19 ซ้ำ

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้ป่วยหญิงชาว จ.ชัยภูมิ ที่เคยป่วยโควิด-19 นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และมีอาการไม่มาก นอนในโรงพยาบาลครบ 14 วัน แพทย์แนะนำให้กลับบ้านและแยกตัวจากคนในครอบครัว ผู้ป่วยจึงขับรถกลับชัยภูมิ และอยู่บ้านแยกตัวเองอย่างดีเยี่ยม แต่ประมาณวันที่ 3-4 เม.ย. เริ่มมีน้ำมูกนิดหน่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกเหมือนมีไข้ จึงไปโรงพยาบาลหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ โรงพยาบาลเห็นว่าเคยพบเชื้อจึงตรวจสวอปหาเชื้อที่ลำคอและพบเชื้อ ผู้ป่วยไม่มีไข้ แต่เพื่อความปลอดภัยแพทย์ได้แยกตัวให้อยู่โรงพยาบาลและใส่ชุดป้องกันตามมาตรฐาน ผู้ป่วยรายนี้น่าจะไม่ได้เป็นการติดเชื้อซ้ำ แต่น่าจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียเพราะเม็ดเลือดขาวสูง และผลแล็บอย่างอื่นก็ปกติ

เชื้อที่ตรวจพบเป็นซากเก่า

“สำหรับเชื้อโควิดที่ตรวจพบ น่าจะเป็นซากของเชื้อไวรัส เพราะต่างประเทศสามารถตรวจเจอได้ 30 วัน และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของสหรัฐฯ ออกแนวทางหากผู้ป่วยอาการไม่มากเมื่อดีขึ้นแล้วให้อยู่โรงพยาบาล 7 วัน นับจากวันเริ่มมีอาการให้กลับบ้านได้โดยไม่ต้องตรวจซ้ำ แต่ของไทยจะให้อยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให้ 14 วัน แพทย์แนะนำให้แยกตัวหรือรักษาระยะห่างเมื่อกลับถึงบ้านให้ครบ 30 วัน ทั้งนี้ ขอย้ำว่าซากที่พบหรือตัวเชื้อไม่มีชีวิต จึงไม่สามารถแพร่เชื้อได้ นอกจากนี้ กรมการแพทย์ จะเพาะซากเชื้อว่าขึ้นหรือไม่ หากไม่ขึ้นแสดงว่าตายแน่นอน ที่ผ่านมาไทยยังไม่มีข้อมูล แต่ข้อมูลที่ได้จะเป็นของต่างประเทศที่รายงานมา” นพ.สมศักดิ์กล่าว

เด็ก 1 เดือนติดโควิดอาการดี

นพ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับการรักษาผู้ป่วยเด็กอายุ 1 เดือน ซึ่งเป็นเด็กไทยที่อายุน้อยที่สุดที่ติดโควิด-19 ขณะนี้ยังไม่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็นคนที่มีอาการกับไม่มีอาการ มีโรคแทรกซ้อนหรือไม่ เด็กรายนี้สบายดีและกำลังรักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร แต่อาจต้องเว้นระยะห่างระหว่างแม่ลูก

ทั่วโลกจับตาเด็กเล็กติดโควิด

ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับครอบครัวที่มีเด็กยังไม่น่ากังวล เพราะเด็กมีอาการน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่กรณีที่เด็กเล็กมากๆ ทั่วโลกกำลังดูว่าจะอาการรุนแรงแค่ไหน จึงยังไม่น่าไว้ใจ ดังนั้นพ่อแม่ที่ไปทำงานนอกบ้าน เมื่อกลับเข้าบ้านต้องล้างมือ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แล้วค่อยไปใช้ชีวิตในบ้านกับเด็กเล็ก ทำให้เป็นนิสัย ถ้าสังเกตตัวเองมีอาการ
ผิดปกติ ควรแยกตัวไม่คลุกคลีกับเด็ก

รับพยาบาลว่างไปดูแลคนป่วย

ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล เปิดเผยว่า การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาระหนักของทุกวิชาชีพทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยหนัก เช่น กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมาก ปัจจุบันมีเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยหนัก 120 เตียง จำเป็นต้องเพิ่มอีก 80 เตียง เมื่อเพิ่มเตียงก็ต้องเพิ่มแพทย์และพยาบาล สภาการพยาบาลจึงประกาศรับพยาบาลอาสาสมัครที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ พยาบาลวิสัญญี จำนวน 400 คน โดยขอให้เป็นผู้ที่ยังทำงานอยู่ทั้งในภาครัฐและเอกชนที่ยังว่างอยู่เพราะภาระงานบางส่วนถูกงดไป สมัครได้ที่เว็บไซต์สภาการพยาบาลจนถึงปลายเดือน พ.ค. โดยได้รับค่าตอบแทนจากต้นสังกัดเหมือนเดิม ส่วนพยาบาลที่เกษียณอายุไม่เปิดรับ

ห่วงหวัดระบาดผสมโรงโควิด

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รพ.เชียงคาน จ.เลย ที่ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มอาคารใน รพ.จนเสียหายหลายหลัง นายอนุทินได้รับฟังแนวทางการเตรียมรับผู้ป่วยโควิด-19 พร้อมอนุมัติ งบฯให้ รพ.เชียงคาน สร้างห้องแยกโรคความดันลบ 2 ห้อง ขณะเดียวกัน ช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง รัฐบาลขอแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก งดจัดกิจกรรมและงานการแสดงต่างๆ ป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด หมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ

ต่างชาติกลับภูมิลำเนากว่า 250 คน

ส่วนที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ Row G นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย พร้อม เจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมัน เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย เดินทางมาอำนวยความสะดวก แก่ชาวเยอรมัน และชาวยุโรป พลเมืองประเทศสมาชิก อียู ที่ตกค้างในไทยจากสถานการณ์โควิด-19 กว่า 250 คนในการเช็กอินขึ้นเครื่องบินของสายการบินคอนดอร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ DE8765 เป็นเที่ยวบิน พิเศษเช่าเหมาลำของรัฐบาลเยอรมัน และเป็นเที่ยวบินสุดท้ายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลับไปยังนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ในเวลา 11.00 น.

นายเกออร์ก ชมิดท์ กล่าวว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือชาวเยอรมันและพลเมืองประเทศสมาชิกอียูกลับประเทศดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. จนถึงวันที่ 9 เม.ย. ช่วยให้ชาวเยอรมันในไทยที่ประสงค์ขอกลับประเทศ จำนวน 3,000 คน รวมพลเมืองประเทศสมาชิกอียูชาติต่างๆ อีกประมาณ 300 คน ได้กลับประเทศเป็นที่เรียบร้อย ส่วนชาวเยอรมันที่ยังอยู่ในไทยตามพื้นที่ต่างๆ เช่น ที่เมือง พัทยา เกาะสมุย ภูเก็ต ไม่สามารถเดินทางกลับเที่ยวบินพิเศษของรัฐบาลได้ ขอให้รักษาตัว ดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยแข็งแรง ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราเข้าใจใน ความพยายามแก้ไขสถานการณ์ของรัฐบาลไทยและ หวังว่าจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ชาวเยอรมันที่ต้องการจะกลับประเทศหลังจากนี้ ยังใช้บริการเครื่องบินโดยสารที่บินตรงระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับนครแฟรงก์เฟิร์ตได้ทุกวัน เพราะรัฐบาล เยอรมัน ไม่มีนโยบายห้ามบินเข้าประเทศ

พิษณุโลกพบผู้ป่วยเพิ่ม

สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศ ที่ จ.พิษณุโลก นพ.รัฐภูมิ ชามพูนท รักษาการนพ.สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 1 คน เป็นชายอายุ 28 ปี มีอาชีพก่อสร้างในกรุงเทพฯ หลังมีประกาศหยุดงานเดินทางกลับ อ.นครไทย ด้วยรถยนต์ส่วนตัว เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พร้อมกักตัวเองในกระท่อม กระทั่งมีอาการป่วยเมื่อตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่ รพ.พุทธชินราชพิษณุโลก ส่วนที่พะเยา พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้ออีก 1 คนเป็นชายอายุ 42 ปี อาชีพพนักงานอิสระ ป่วยเมื่อ 6 เม.ย. เข้ารักษาที่ รพ.พะเยาแล้ว รวมยอดผู้ป่วยสะสม 3 คน

พังงาพบเด็กป่วยรายแรก

ทางด้าน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.พังงา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เป็นเด็กชายอายุ 8 ขวบ ชาว อ.เกาะยาว ถูกนำไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสกับหญิงชาว จ.กระบี่ที่ป่วยโควิด เดินทางมาเยี่ยมญาติในพื้นที่ อ.เกาะยาว เมื่อวันที่ 24 มี.ค. และยังพบมีผู้สัมผัสใกล้ชิดหญิง คนดังกล่าวอีก 68 คน นำเข้าสู่การกักตัวเพื่อรอดูอาการ 14 วัน ส่วน จ.ปัตตานี พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 11 คน รวมยอดผู้ป่วยสะสม 66 คน เป็นผู้ป่วยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 5 คน สัมผัสในครอบครัว 3 คน ติดเชื้อในชุมชน 3 คน ส่วน จ.ยะลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 คน รวมยอดผู้ป่วยสะสม 42 คน ทั้งหมดมีประวัติเดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาในพื้นที่ อ.บันนังสตา

ยอดตายสหรัฐฯทำสถิติอีก

สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน ยอดติดเชื้อรวมทั่วโลกเพิ่มเป็น 1.52 ล้านคน เสียชีวิตเกือบ 90,000 คน รักษาหายกว่า 330,000 คน สหรัฐอเมริกายอดผู้เสียชีวิตรายวันยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นวันที่สองอยู่ที่ 1,973 คน ส่งผลให้ยอดเสียชีวิตรวมทั่วประเทศกลายเป็น 14,797 คน ยอดผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มมากกว่า 35,000 คน ทำให้สถิติรวมอยู่ที่ 435,160 คน นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าพบพื้นที่การแพร่ระบาดที่น่ากังวลในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลุยเซียนา ดีทรอยต์ โคโลราโด ฟิลาเดลเฟีย และนครชิคาโก ขณะที่ประมาณครึ่งหนึ่งของยอดเสียชีวิตทั่วประเทศอยู่ที่พื้นที่นครนิวยอร์ก

เชื่อยังไม่ถึงเวลาผ่อนมาตรการ

ดร.แอนโธนี เฟาซี ที่ปรึกษาด้านโรคติดต่อประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนเปิดประเทศ หลังเห็นว่ามาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเริ่มได้ผล แต่ส่วนตัวมองว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะผ่อนคลายมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) เผยแพร่คำแนะนำใหม่ ให้ผู้ที่ทำงานในสายอาชีพที่จำเป็น เช่น บุคลากรการแพทย์ และวงการอาหารกลับไปทำงานได้แม้จะเคยเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อหรือเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย และวัดไข้ตัวเองอย่างเคร่งครัด

สงสัยเครื่องช่วยหายใจได้ผล

ขณะเดียวกัน ดร.อัลเบิร์ต ริซโซ ประธานสมาคมการแพทย์ปอดสหรัฐฯ เผยว่า แพทย์บางส่วนในสหรัฐฯเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า เครื่องช่วยหายใจที่เชื่อว่าเป็นหนทางรักษาผู้ป่วยและรัฐบาลทั่วโลกพยายามจัดซื้อเพิ่มนั้น ใช้ได้ผลจริงหรือไม่ เพราะดูจากสถิติแล้ว ผู้ป่วยอาการหนักที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในสหรัฐฯ มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยที่ 40-50 เปอร์เซ็นต์ และสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในนครนิวยอร์ก เช่นเดียวกับในอังกฤษ ที่ผู้ป่วยอาการหนักและใช้เครื่องช่วยหายใจ มีอัตราเสียชีวิต 66 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญโรคปอดมองว่า การใช้เครื่องช่วยหายใจต่อเนื่อง อาจสร้างความเสียหายต่อปอดแก่ผู้ป่วยบางราย เนื่องจากเป็นการอัดออกซิเจนแรงดันสูงเข้าไปในถุงลมโดยตรง

ผู้นำอังกฤษอาการดีขึ้นพูดคุยได้

ที่อังกฤษ นายริชี สุนัค รมว.คลังอังกฤษ เปิดเผยความคืบหน้าอาการของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ล้มป่วยจนเข้าโรงพยาบาลจากพิษไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า ในทางการแพทย์ถือว่าอาการของนายจอห์นสันทรงตัว สามารถลุกจากหมอนได้ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์ โธมัส กรุงลอนดอน ส่วนสื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาขยายระยะเวลาปิดเมือง หลังสถานการณ์ยังน่าวิตก มีผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวัน 5,491 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 938 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 60,733 คน เสียชีวิตแล้ว 7,097 คน

ทารก 2 เดือนอิตาลีรอดโควิด

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข่าวดีจากอิตาลี หลังทีมแพทย์ในเมืองบารี ทางภาคใต้ ประสบความสำเร็จในการช่วยชีวิตหนูน้อยวัย 2 เดือน พร้อมมารดา หลังทั้งสองล้มป่วยจากไวรัสโควิด-19 มีไข้สูงและปอดบวม ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ส่วนกระทรวงสาธารณสุขอิตาลีเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตรายวันลดลงจากวันก่อน อยู่ที่ 542 คน และจำนวนผู้ป่วยรับการรักษาในห้องฉุกเฉินลดน้อยลง โดยทั้งนี้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในอิตาลีอยู่ที่ 139,422 คน เสียชีวิต 17,669 คน ซึ่งนายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี เผยว่า หากการแพร่ระบาดชะลอตัวต่อเนื่อง รัฐบาลก็อาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการสกัดกั้นไวรัสในช่วงปลายเดือน เม.ย.

ปูตินสั่งเพิ่มเงินบุคลากรแพทย์

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศมาตรการอัดฉีดเงินโบนัสให้บุคลากรการแพทย์รับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ จะได้รับเงินเพิ่ม 80,000 รูเบิล หรือราว 35,400 บาทต่อเดือน ขณะที่พยาบาล เจ้าหน้าที่รถพยาบาล และคนขับรถ จะได้รับเงินตั้งแต่ 25,000-50,000 รูเบิล หรือประมาณ 11,000-22,100 บาทต่อเดือน หลังยอดติดเชื้อในรัสเซียเพิ่มเป็น 10,131 คน โดยเป็นการพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 1,459 คน ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 76 คน ส่วนที่สเปน กระทรวง สาธารณสุขสเปนเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตในวันเดียวได้ลดลง อยู่ที่ 683 คน ส่งผลให้ยอดเสียชีวิตรวมทั่วประเทศ กลายเป็น 15,238 คน ติดเชื้อรวม 152,446 คน

ญี่ปุ่นพบติดเชื้อทำสถิติ

ที่ญี่ปุ่น กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ถือเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อในกรุงโตเกียวทำสถิติมากกว่า 500 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมทั่วประเทศเพิ่มเป็น 4,768 คน เสียชีวิต 94 คน ซึ่งสำนักข่าวเอพีระบุว่า กรณีนี้ก่อให้เกิดคำถามว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อ 7 เม.ย. จะก่อให้เกิดผลอะไรหรือไม่ เพราะยังไม่มีการบังคับใช้มาตรการใดๆ ยกเว้นการขอความร่วมมือรักษาระยะห่างทางสังคม ส่วนที่เกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (KCDC) รายงานพบผู้ติดเชื้อในวันเดียวน้อยที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. อยู่ที่ 39 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 10,423 คน เสียชีวิต 204 คน รักษาหาย 6,973 คน

วิจัยจีนพบแมวอยู่กลุ่มเสี่ยง

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานผลการวิจัยในประเทศจีน ที่ศึกษาระหว่างช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. พบว่าแมวมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 และล้มป่วย ต่างกับสุนัขที่ดูเหมือนจะไม่แสดงอาการ ขณะที่หมู เป็ด ไก่ ไม่พบหลักฐานการติดเชื้อแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าผลวิจัยไม่น่าประหลาดใจเพราะไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส ก็สามารถติดต่อแมวได้เช่นกัน ขณะที่องค์การอนามัยโลกให้ความเห็นต่อข้อมูลนี้ โดยเชื่อว่าแมวมีโอกาสติดไวรัสจากคน แต่ไม่ใช่พาหะ

อินโดฯ–มาเลย์–ปินส์ยอดพุ่ง

อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงที่สุดในวันเดียว ถึง 337 ราย รวมเป็น 3,293 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 40 ราย รวมเป็น 280 ราย มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 109 ราย เป็น 4,228 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็น 67 ราย ฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 206 ราย เป็น 4,076 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 21 ราย เป็น 203 ราย สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อรวม 1,623 ราย เสียชีวิต 6 ราย บรูไนมีผู้ติดเชื้อ 135 ราย เสียชีวิต 1 ราย เมียนมามีผู้ติดเชื้อ 22 ราย เสียชีวิต 2 ราย กัมพูชามีผู้ติดเชื้อ 117 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ลาวมีผู้ติดเชื้อ 16 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

อิหร่านตายทะลุ 4,000 ศพ

ส่วนอิหร่าน ซึ่งมีการแพร่ระบาดหนักที่สุดในตะวันออกกลาง พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,634 ราย รวมเป็น 66,220 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 117 ราย เป็น 4,110 ราย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 4,000 ราย ด้านอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เรียกร้องให้ชาวอิหร่านทำละหมาดอยู่ในบ้านในช่วงเทศกาลถือศีลอดหรือรอมฎอนซึ่งจะเริ่มในปลายเดือน เม.ย.นี้

ยูเอ็นถกฉุกเฉิน–เร่งช่วยเวเนฯ

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมฉุกเฉินแบบปิดลับผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์จากสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์กเมื่อ 9 เม.ย. เพื่อหารือเรื่องการต่อสู้โควิด-19 หลังเกิดความขัดแย้งภายในยูเอ็นเอสซี 15 ประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯกับจีน ด้านสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์ชุดแรกไปให้เวเน-ซุเอลาถึง 30 ตัน รวมทั้งชุดป้องกันส่วนบุคคล (พีพีอี) 28,000 ชุด เพื่อต่อสู้โควิด-19 ขณะที่เวเนซุเอลาพบผู้ติดเชื้อแล้ว 167 ราย เสียชีวิต 9 ราย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1COVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19โควิดวันนี้ข่าววันนี้สุขภาพ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้