ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สหรัฐเซ่นโควิด วันเดียวเกือบ 2 พัน (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์9 เม.ย. 2563 05:30 น.
    SHARE

    ไทยป่วยอีก 111-ดับ 3 จากอินโดฯ ติดโรค 42 ‘อู่ฮั่น’ เปิดเมืองแล้ว

    รัฐบาลยกการแก้ปัญหาโควิด-19 เป็นวาระ แห่งชาติ ระบุผู้ประกอบการต้องได้รับการดูแล ผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อที่ดิ่งลงทำให้ ศบค.หัวใจพองโต ดีใจได้สองวัน กลับเด้งขึ้นเป็นพบติดเชื้อใหม่อีก 111 คน ดับ 3 ศพ เผยดาวะห์ที่กลับจากอินโดฯ ติดเชื้อมากถึง 42 คน วอนขอสงกรานต์เว้นระยะห่างอย่ารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ คนไทยหนีโควิดต่างแดนกลับบ้านมาอีก 2 เที่ยวบินและยอมให้กักตัวตามมาตรการป้องกันโรคแต่โดยดี รวมทั้งคนไทยที่ติดที่สนามบินฮาเนดะ ญี่ปุ่น บิ๊กตู่ย่องตรวจโรงแรมที่ใช้เป็นสถานกักตัวดูอาการเฝ้าระวังไวรัสอันตราย เจ้าของโรงแรมใจหล่อบอกไม่ถือเป็นภาระ เต็มใจและยินดีที่ช่วยเหลือรัฐบาล ชาวอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ต้นตอการระบาด “ไวรัสโควิด-19” เฮโลแห่ออกจากบ้านกันเพียบหลังทางการยกเลิกประกาศปิดเมืองและมาตรการกักตัวอยู่บ้าน แต่ทุกคนต้องมีแอปพลิเคชันติดตามตัวได้ตลอด วอนต่างชาติอย่าโทษจีนที่เป็นต้นเหตุทำคนตายทั่วโลกจากไวรัสมรณะ ยันมาตรการปิดเมือง สวมหน้ากาก ล้างมือและรักษาระยะห่าง ได้ผลทำให้ยอดคนติดเชื้อน้อยลง

    ภายหลังตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของในแต่ละวัน มียอดดิ่งลงได้ 2 วัน ก็ทะยานกลับขึ้นมาแตะยอดหลักร้อยอีกครั้ง โดยเป็นผู้ติดเชื้อจากผู้ที่เดินทางกลับจากอินโดนีเซียเมื่อวันก่อน กับผู้ติดเชื้อกระจายตามจังหวัดต่างๆ

    แก้โควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ

    เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีมติออกมาให้การแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องร่วมมือร่วมแรงของคนในชาติ ผู้ประกอบการต้องได้รับการดูแล ผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา

    พบป่วยติดเชื้อใหม่ 111 ดับ 3

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 111 ราย ยอดสะสม 2,369 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวม 30 ราย ผู้เสียชีวิตรายที่ 28 เป็นชายชาวรัสเซีย อายุ 48 ปี วันที่ 18-21 มี.ค. เดินทางไป จ.ภูเก็ต วันที่ 22 มี.ค. เกิดอาการป่วยและเดินทางกลับพัทยา ชลบุรี วันที่ 25 มี.ค.เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชน มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ แต่ไม่ได้นอนพักรักษาที่โรงพยาบาล กลับไปกักตัวที่บ้าน เสียชีวิตวันที่ 5 เม.ย.

    เชื่อมโยงคนเดินทางเข้าประเทศ

    โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 29 มี.ค. เป็นชายชาวอินเดีย อายุ 69 ปี ทำธุรกิจส่วนตัว มีโรคเบาหวาน โรคหัวใจ วันที่ 17 มี.ค. มีอาการป่วย วันที่ 21 มี.ค.ไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม. ด้วยอาการไข้ 39.3 ไอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ ถ่ายเหลว เป็นอาการที่มากกว่าคนอื่น และย้ายไปรักษาในห้องไอซียูวันเดียว จากนั้นวันที่ 29 มี.ค.ส่งไปตัวโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง อาการไม่ดีขึ้น เสียชีวิตในวันที่ 7 เม.ย. รายที่ 30 เป็นชายชาวอเมริกัน อายุ 69 ปี เริ่มป่วยวันที่ 9 มี.ค. เป็นโรคไตเรื้อรัง มีอาการไอ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก วันที่ 21-22 ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ หายใจหอบเหนื่อยมากขึ้น วันที่ 23 มี.ค. ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เสียชีวิตในวันที่ 7 เม.ย. จะเห็นว่าทั้ง 3 ราย เป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น จะเห็นว่าตัวเลขเชื่อมโยงกับตัวเลขผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

    กลับจากอินโดฯติดเชื้อ 42 คน

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า จากตัวเลขผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่เพิ่มขึ้นมาแค่ 38 คน ทำให้หัวใจพองโตได้แป๊บเดียว ตนจึงบอกว่า อย่าให้การ์ดตก แต่วันนี้ไม่อยากจะพูดเลยว่า เห็นแล้วมั้ยล่ะ ว่าแล้วมั้ยล่ะ ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อสามหลักเป็นตัวเลขที่ไม่อยากเจอเลย ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้พบว่า เป็นผู้กลับจากประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 7 เม.ย. จำนวน 42 ราย แม้จะมีใบรับรองแพทย์ยืนยันจากต้นทาง แต่เมื่อมาถึงไทยเราตรวจแล้วเจอ ก็จะรับมาดูแล นอกจากนี้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างสอบสวนโรคในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 21 ราย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ทำให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้มี 111 คน

    กลับจากเกาหลีไม่ผ่านคัดกรอง 8 คน

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 7 เม.ย. ยังพบว่ามีผู้กลับมาจากเกาหลีใต้ 57 คน ไม่ผ่านการคัดกรองถึง 8 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ขณะที่ผู้กลับจากกาตาร์ 14 คน ผ่านการคัดกรอง ส่งตัวไปที่สถานกักตัวที่รัฐจัดไว้ให้แล้ว เหล่านี้คือ คนที่กลับมาจากต่างประเทศ แต่คนไทยที่อยู่ในประเทศ 60 กว่าล้านคน เราก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะในตัวเลข 111 คน มี 69 คน เป็นผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศ อย่างไรก็ตาม นายกฯยืนยันว่าจะดูแลทุกคน ทั้งคนไทยที่กลับจากต่างประเทศและคนไทยในประเทศ

    25 จว.ผู้ติดเชื้อรายแรกมาจาก ตปท.

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ถ้านับจำนวนผู้ติดเชื้อเทียบกับจำนวนประชากรในพื้นที่นั้นๆ ตัวเลขสูงสุดคือ จ.ภูเก็ต จึงมีมาตรการสแกนหาโดยเร็ว โดยตรวจเจาะบางพื้นที่ ขีดวง ตามวิธีของระบาดวิทยา ขณะนี้ที่ จ.ภูเก็ตสามารถตรวจได้ 2,000 คนต่อวัน จึงเห็นได้ว่ามีตัวเลขพุ่งขึ้นมา วิธีการเหล่านี้ยังต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ จังหวัดอื่นอยากทำสามารถทำได้ เพื่อร่วมมือกันให้ตัวเลขลดลง ถ้าดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายแรกของจังหวัดมีถึง 25 จังหวัดที่เป็นผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ รวมถึง จ.สตูล ที่ผู้ติดเชื้อรายแรกกลับจากอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ส่วนอีก 41 จังหวัด ผู้ติดเชื้อรายแรกมาจากปัจจัยภายในทั้งสนามมวยและสถานบันเทิง เราจึงมีทั้งศึกในและศึกนอกต้องระวังด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัย ที่องค์การอนามัยโลกยืนยันว่าป้องกันได้ ทั้งนี้ ตอนนี้เหลือ 10 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ

    เพิ่มตรวจฟรีป่วยหมู่ไปได้เลย

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้มีการขยายขอบเขตนิยามผู้ป่วยที่ต้องสอบสวนโรค จะได้รับการตรวจฟรีจากรัฐบาล ประกอบด้วย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศ ถ้ามีอุณหภูมิ 37.3 ขึ้นไป หรือมีอาการของระบบทางเดินหายใจ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก จะมีไข้หรือไม่หากมีอาการนี้ตรวจได้ กลุ่มเฝ้าระวังในสถานพยาบาล มีอุณหภูมิ 37.5 ขึ้นไป มีไข้ และมีอาการข้างต้น มีประวัติเดินทางไปพื้นที่ที่มีการติดเชื้อไปตรวจได้ กลุ่มเฝ้าระวังบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้อำนาจแพทย์ผู้ตรวจหากสงสัยสามารถตรวจได้เลย และกลุ่มเฝ้าระวังการป่วยเป็นกลุ่มก้อน หากใครอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มในสถานที่ทำงาน ถ้าป่วยพร้อมๆกันเข้าไปตรวจได้เลย ที่กังวลกันว่าประเทศไทยตรวจน้อยเลยพบผู้ป่วยน้อยนั้น จากการประเมินตัวเลขทั่วโลกจะพบว่า ถ้าเราเลือกตรวจในจุดที่มีความเสี่ยงจะได้ผลไม่ต่างกัน ยกตัวอย่างที่เกาหลีใต้ มีการตรวจ 9,999 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน ตรวจเจอ 2.19% เมื่อเทียบเคียงกับไทย เราตรวจ 1,079 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน ตรวจเจอ 2.88% ดังนั้น คนที่ไม่เสี่ยงก็ไม่ต้องตรวจให้เสียเงิน

    โต้ปกปิดซ่อนยอดผู้ติดเชื้อไม่ได้

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่มีข้อสังเกตว่า รัฐบาลหลอกตัวเลขว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่นั้น ยืนยันเราซ่อนตัวเลขไม่ได้ แพทย์ผู้ตรวจรู้ว่าคนไข้เป็นอะไร ถ้ารู้ว่าเป็นโควิด-19 ทุกคนกังวลหมด แพทย์ก็กลัว คนไข้ก็กลัว ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด แต่นี่เชื้อโรคตัวนิดหน่อย ปิดนิดหน่อยที่ไหนก็รู้ ยิ่งมีโซเชียลยิ่งปิดไม่ได้ คนที่ทำงานในห้องแล็บก็กลัว ถ้าเป็นแล้วมาปิดกันก็มีเคืองกัน ไม่มีทางปิดซ่อนได้ เราได้รับนโยบายมาทุกระดับ ไม่เคยให้ซ่อน เพราะจะเป็นผลเสียต่อประชาชนขอให้มั่นใจ เราจะเพิ่มห้องปฏิบัติการจากเดิมวันที่ 7 เม.ย.มี 80 ห้อง วันที่ 8 เม.ย.จะเปิดให้ได้ 110 ห้องทั่วประเทศ

    ขอสงกรานต์เว้นระยะห่างรดน้ำดำหัว

    โฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า สำหรับผลการปฏิบัติงานช่วงประกาศเคอร์ฟิววันที่ 7 เม.ย. ต่อเนื่อง วันที่ 8 เม.ย. พบว่าผู้ฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิวลดน้อยลง เหลือ 1,156 ราย ถือว่ายังไม่น่าดีใจ ต้องลดลงให้เหลือหลักร้อยหรือหลักหน่วยให้ได้ ในช่วงเทศสงกรานต์ จะมีการคุมเข้มเรื่องการจำหน่ายสุรา หรือเมาไม่ขับหรือไม่นั้น เราอยู่ในช่วงโรคระบาด แค่นี้ก็สาหัสแล้ว ด้านอื่นๆขอให้ลดลงอยู่ที่แต่ละจังหวัด จะมีการประกาศในเรื่องของการห้ามจำหน่ายสุราหรือไม่ แต่กระทรวงวัฒนธรรม รณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมสงกรานต์ปีนี้ไปก่อน แทนที่จะรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ก็ให้เว้นระยะห่างผู้ใหญ่ก่อน อีกทั้งวัฒนธรรมการดื่มไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทยแน่นอน

    กักตัวคุมโรคไม่ใช่เพื่อความสบาย

    นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 15.30 น. จะมีคนไทยเดินทางกลับจากญี่ปุ่นมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 32 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการไว้ทุกอย่างแล้ว เมื่อกลับมาต้องไปสถานที่ซึ่งรัฐจัดให้เท่านั้น มีหลายคนไม่เคยนอนสองคน แต่เนื่องจากที่พักมีข้อจำกัด ท่านต้องอยู่ในข้อตกลงของเรา ไม่ใช่โรงแรมที่จะมาเลือกเตียงเดี่ยว เตียงคู่ เตียงคิงไซส์ ไม่ได้ เพราะเป้าหมายของเราคือการควบคุมโรคมากกว่าความสะดวกความสบาย จึงต้องแลกกัน

    คนไทยกลับถิ่นอีก 2 เที่ยวบิน

    อีกด้าน ที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สรุปผลการคัดกรองผู้โดยสารประจำวันที่ 7 เม.ย. ว่า มีเที่ยวบินที่ได้รับการยกเว้นตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บินเข้าประเทศไทย จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ สายการบินกาตาร์ เที่ยวบินที่ QR832 มีผู้โดยสารคนไทย 14 คน สายการบินโคเรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KE651 มีผู้โดยสารคนไทย 57 คน เดินทางมาจากประเทศกาตาร์และเกาหลีใต้ จากการคัดกรองพบผู้โดยสารชาวไทยจากเกาหลีใต้ 8 คนมีไข้ จึงส่งต่อโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจหาเชื้อ ส่วนผู้โดยสารอีก 63 คน ถูกนำไปกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดให้ตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

    ประชุมเตรียมการคัดกรอง ผดส.

    ขณะที่ พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินฯได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการคัดกรอง ผู้โดยสารชาวไทย 32 คน ที่ตกค้างที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และกลับไทยโดยสายการบินออลนิปปอนแอร์เวย์ ในบ่ายวันเดียวกัน และกล่าวหลังประชุมเสร็จว่า พอใจกับผลการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ทำงานกันอย่างหนักในการคัดกรองผู้เดินทางกลับ ไทย และขอบคุณผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนที่ให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันการแพร่ไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี

    คนไทยจากฮาเนดะมีไข้ 6 คน

    เวลา 15.30 น. กลุ่มคนไทยที่ตกค้างที่สนามบินฮาเนดะ จำนวน 32 คน เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ตรวจพบผู้เดินทาง 6 คนมีไข้ จึงส่งต่อโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจหาเชื้อ ส่วน 26 คนที่เหลือ หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ตำรวจท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกนำขึ้นรถไปกักตัวเฝ้าระวังอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงแรมเดอะภัทรา กทม.

    “บิ๊กตู่” ย่องตรวจโรงแรมที่กักตัว

    ขณะที่ในเวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางไปยังโรงแรมเดอะภัทรา พระราม 9 กทม. เพื่อตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ต้องถูกกักกันตัวเพื่อดูอาการและเฝ้าระวังโรคไวรัสโควิด-19 เป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการ State Quarantine เพื่อขอบคุณผู้ประกอบการ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และต้องการติดตามรับทราบปัญหาด้วยตนเอง เพื่อนำไปหารือประชุมศบค.ในวันที่ 9 เม.ย.

    เจ้าของ รร.ใจหล่อบอกไม่ถือเป็นภาระ

    นายกฯกล่าวกับเจ้าของโรงแรมว่า มีอะไรขาดเหลือหรือไม่ จะได้ช่วยดูแล ขอบคุณโรงแรมที่เสียสละให้ความร่วมมือแก้ปัญหา คนไทยซาบซึ้งในน้ำใจที่มีต่อกัน ทั้งนี้ เจ้าของโรงแรมตอบว่า ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ถือเป็นภาระ เพียงแต่เรื่องที่ละเอียดซับซ้อนต้องปรับตัว และรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี ไม่กังวลว่าจะมีปัญหาในอนาคตหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพราะกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาทำความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อ สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ปลอดภัย ไม่มีอะไรตกค้าง

    หวั่นผู้กักตัวฟ้องยอมให้อยู่คนละห้อง

    ขณะที่ทีมแพทย์ได้รายงานนายกฯว่า มีบางรายที่มากักตัวไม่พอใจ ให้พักรวมกัน 2-3 คนห้องเดียวกัน เกรงทำให้ติดเชื้อ ขู่ว่าหากทำให้ติดเชื้อจะฟ้องร้องรัฐบาล จึงกระจายเป็นห้องละ 1 คน เพื่อป้องกันการติดเชื้อแล้ว โดยนายกฯกล่าวว่า ส่วนนี้ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม คงไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นนายกฯยังพูดคุยให้กำลังใจผู้ที่กลับจากสหรัฐฯ ที่มากักตัวด้วยว่า รัฐบาลจะดูแลเป็นอย่างดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ไม่ได้แจ้ง กำหนดการล่วงหน้า

    เสนอปิดโรงซ่อมรถไฟมักกะสัน

    ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ภายหลังจากมีการพบช่างซ่อมรถไฟมักกะสัน 1 ราย ติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯแล้ว ต่อมาการสอบสวนโรคพบว่ามีพนักงานผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับ ผู้ติดเชื้อและลูกจ้างเข้าข่ายมีความเสี่ยงรวม 67 ราย เป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากทำงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ 32 ราย เสี่ยงปานกลาง 23 ราย เสี่ยงต่ำ 12 ราย และได้มีการพ่นยาฆ่าเชื้อที่บริเวณบ้านพักพนักงานรถไฟและที่ทำงานของผู้ติดเชื้อแล้ว ขณะที่นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. เผยว่า ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายบริหาร รฟท.เพื่อให้ตัดสินใจปิดโรงงานมักกะสันชั่วคราว เพราะปัจจุบันรถไฟมีการหยุดเดินรถเชิงพาณิชย์และรถอื่นๆเกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทำให้โรงงานมักกะสันไม่มีงานซ่อมใหญ่ จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

    นิสิตจุฬาฯ ติดเชื้อเพิ่มอีก 1

    เย็นวันเดียวกัน นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล ประธานคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ไวรัสโคโรนา 2019 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย ว่า มีนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 1 คน หลังจากเดินทางกลับจากสเปน และไปรับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ตามประกาศของมหาวิทยาลัย ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ว่าผลเป็นบวก ขณะนี้นิสิตคนดังกล่าวอยู่ในความดูแลของแพทย์ นับเป็นนิสิตจุฬาฯติดเชื้อรายที่ 4

    เด็ก AFS บราซิลกลับไทยครบ

    น.ส.นิธิวดี มานิตกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 21-27 มี.ค. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้ให้ความช่วยเหลือนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ชาวไทย 25 คน ที่พำนักตามเมืองต่างๆในประเทศบราซิล ในการเดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบราซิลขณะนี้รุนแรงกว่าในเมืองไทย นักเรียนกลุ่มแรก 13 คน ออกจากบราซิล วันที่ 23 มี.ค. กลุ่มที่สอง 11 คน ออกจากบราซิล วันที่ 26 มี.ค. ทั้งสองกลุ่มเดินทางถึงไทยแล้วโดยสวัสดิภาพ ส่วนนักเรียนคนสุดท้าย ออกจากบราซิลวันที่ 27 มี.ค. ถึงไทยวันที่ 29 มี.ค. ขณะนี้ไม่มีนักเรียน AFS ตกค้างอยู่ในบราซิลแล้ว ขณะเดียวกันสถานทูตได้ประ สานกับนักเรียนทั้ง 25 คนและผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ทั้งการแนะนำให้กักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งการตรวจสุขภาพออกใบรับรองแพทย์ Fit To Fly ก่อนการเดินทางด้วย

    ตั้งโรงทานตามพระดำริสังฆราช

    ที่วัดธาตุทอง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ตรวจเยี่ยมโรงทาน ตามพระดำริสมเด็จพระอริยวงศา คตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยโรงทานที่วัดธาตุทอง เปิดแจกจ่ายอาหารให้ประชาชน 2 เวลา คือ 10.00-13.00 น.และ 16.00-18.00 น. แจกอาหารได้ช่วงละ 200 คน พระราชวรญาณโสภณ (ชุบ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง กล่าวว่า นับเป็นพระเมตตาของสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงต้องการให้วัดที่มีศักยภาพช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากโรคโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

    กสทช.ช่วยสู้โควิดกว่า 344 ล้านบาท

    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 8 เม.ย. มีมติอนุมัติเงินสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐต่อสู้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) และเงินงบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช.ประจำปี 2563 รอบแรก จำนวน 41 แห่ง วงเงิน 344.647 ล้านบาท โดยโรงพยาบาลที่ได้รับอนุมัติในการพิจารณาจัดสรรงวดแรก มีโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี โรงพยาบาลรามาธิบดี

    “สิงห์” มอบเงิน รพ.เชียงรายฯ

    ขณะที่นางเพลินพิศ หาญเจริญวนะภูษิต ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สิงห์ปาร์คเชียงราย จำกัด นายวินัย แสงแก้ว ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจท่องเที่ยว บริษัท สิงห์ปาร์คเชียงราย จำกัด นายวันชัย ธนาบริบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์พายัพ จำกัด และนายปิยพันธุ์ ธนะโสภณ ที่ปรึกษาบริษัท สิงห์ปาร์คเชียงราย จำกัด เป็นตัวแทนบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มอบเงินจำนวน 2 ล้านบาท ผ่านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย และ นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแก่แพทย์ พยาบาลและบุคลากรทาง การแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของ รพ.เชียงราย–ประชานุเคราะห์ นอกจากนี้ บริษัทยังมอบเงินรวมทั้งหมด 50 ล้านบาท สนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลต่างๆในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ชุด PPE หน้ากากอนามัย Face Shield จัดหาเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น จัดซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยในการคัดกรองผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย

    กลุ่มดาวะห์ติดเชื้อ 42 ราย

    สำหรับชาวไทยมุสลิมเดินทางกลับจากดาวะห์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากกรุงจาการ์ตามายังท่าอากาศยานหาดใหญ่ เป็นผู้โดยสาร 76 คน นักบินและลูกเรือ 35 คน รวม 111 คน เจ้าหน้าที่ศูนย์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ตรวจคัดกรองผู้โดยสาร ตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบ่งเป็นชาวสงขลา 22 คน แสดงอาการเสี่ยง 12 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบติดเชื้อ 11 คน ชาวปัตตานี 13 คน แสดงอาการเสี่ยง 8 คน ในจำนวนนี้ติดเชื้อ 7 คน ชาว จ.ยะลา 8 คน แสดงอาการเสี่ยง 7 คนและต่อมาตรวจพบว่าทั้ง 7 คนติดเชื้อ ชาวสตูล 26 คน แสดงอาการเสี่ยง 20 คน และติดเชื้อ 15 คน ชาวนราธิวาส 7 คน แสดงอาการเสี่ยง 5 คน ติดเชื้อ 2 คน รวมผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 42 คน ทั้งหมดถูกนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่ ส่วนผู้ที่ตรวจไม่พบเชื้อ ได้สั่งเฝ้าระวังสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่นักบินและลูกเรือไม่มีอาการต้องสงสัย

    เตรียมมาตรการรับ 800 แรงงาน

    นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.สตูล เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสตูลจำนวน 15 คน ขณะนี้พักดูอาการอยู่ที่ รพ.สนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล มีผู้ป่วย 1 คน อายุ 74 ปี อาการน่าเป็นห่วงเพราะเป็นผู้สูงอายุ ก่อนหน้านี้ จ.สตูล ปลอดการติดเชื้อ เนื่องจากประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ผู้ป่วยที่พบติดเชื้อมาจากต่างประเทศ เรามีสถานที่กักกันอย่างดี อยู่ในการควบคุมของแพทย์ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จ.สตูล ยังคงปลอดภัย ส่วนกรณีแรงงานไทยในมาเลเซียกว่า 800 คน จะเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่ จ.สตูล วันที่ 15 เม.ย. เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว จะมีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นและนำไปกักตัว 14 วัน ตามสถานที่ต่างๆรวม 21 แห่ง ขณะที่นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สำหรับผู้ติดเชื้อของปัตตานี 7 คน ถูกนำไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์ประสานบริหารเขตอุตสาหกรรม ต.บานา อ.เมืองปัตตานี

    พม่าดับปริศนาในป่าอ้อย

    วันเดียวกัน ร.ต.อ.อรรษนัย ผาบจันดา สว.สส.สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่าช่วงเย็นวันที่ 7 เม.ย. ได้ไปตรวจสอบศพนางเวเว อายุ 23 ปี ชาวเมียนมา เสียชีวิตอยู่ในป่าอ้อย หมู่ 2 ต.ท่ามะเขือ สภาพศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย มีเลือดออกทางปากและจมูก ขณะเดียวกันมีชาวบ้านลือกันว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด-19 นายเตงุย อายุ 27 ปี ชาวเมียนมาสามีผู้ตาย เผยว่า เดินทางมากับภรรยาเพื่อหางานทำ แต่ภรรยามีโรคประจำตัวอาการป่วยกำเริบจนเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะส่งศพชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งและจะแจ้งผลให้ชาวบ้านทราบ เพื่อลดความตื่นตระหนก สำหรับ จ.กำแพงเพชร ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อ 62 ราย ไม่พบเชื้อ 57 ราย รอผลตรวจ 5 ราย

    เชือด ผญบ.ซดเหล้ากับผู้ป่วยโควิด

    นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 กลับจากประเทศอังกฤษ เป็นผู้ป่วยยืนยันจาก จ.นครปฐม 1 คน เป็นชายอายุ 48 ปี เดินทางเข้ามา จ.สุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 24 มี.ค.-5 เม.ย. สั่งให้มีการสอบสวนโรคอย่างละเอียดว่าไปพื้นที่ใดบ้าง พร้อมสั่งให้ตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง อ.บางปลาม้า ไม่ยอมรายงานพบผู้ป่วยคนดังกล่าวเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ แถมยังนั่งดื่มเหล้ากับผู้ป่วยอีกด้วย จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด พร้อมนำไปกักตัว 14 วัน หากพี่น้องประชาชนที่ใกล้ชิดกับ
    ผู้ป่วยรายดังกล่าว หรือมีความเสี่ยงสูงให้รีบแจ้งหน่วยราชการทราบด่วน

    อู่ฮั่นเปิดเมือง–คนแห่เดินทางอื้อ

    ด้านสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน โดยที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ที่เคยเป็นจุดศูนย์กลางแพร่ระบาดในประเทศจีน รัฐบาลจีนได้ประกาศยกเลิกข้อบังคับออกนอกพื้นที่อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังปิดเมืองมาเกือบ 11 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. แต่ยังบังคับใช้มาตรการสกัดกั้นเชื้ออย่างเข้มงวด ผู้เดินทางจำเป็นต้องมีแอปพลิเคชันติดตามตัวในโทรศัพท์มือถือ แสดงหลักฐานให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่ได้ป่วย และไม่มีประวัติการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อในช่วงไม่นานมานี้ พร้อมต้องกักบริเวณตัวเองอีก 14 วัน เมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทางนอกเมืองอู่ฮั่น ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่นด้วยรถไฟและเครื่องบินไปแล้วกว่า 65,000 คน หลังทางการยกเลิกข้อบังคับ

    เปิดใจช่วงกักตัวกว่า 2 เดือน

    ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษได้ติดต่อสัมภาษณ์ชาวเมืองอู่ฮั่นว่า รู้สึกเช่นไรที่ต้องกักตัวในบ้านนานกว่า 2 เดือน หลายคนต่างบอกว่า เป็นความทรงจำที่มีค่า แต่น่าสะเทือนขวัญ การกักบริเวณถือเป็นการร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน เป็นการยอมเสียสละเพื่อให้ได้ ความมีอิสระคืนมาโดยเร็ว ช่วงแรกก็มองว่าการปิดเมืองไม่เห็นจำเป็นเลย แต่ปรากฏสถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อยๆ อยากให้ทั่วโลกเรียนรู้จากความผิดพลาดของเมืองอู่ฮั่น พร้อมมีคำแนะนำสามีภรรยาว่า ควรสื่อสารกับคนรักบ่อยๆ ทำสิ่งดีๆให้กัน เพราะการอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง อาจทำให้เห็นข้อเสียของอีกฝ่ายมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมโทรศัพท์หาพ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ เนื่องจากพวกเขาก็เครียดพอกัน หรืออาจจะมากกว่า

    ยอดเชื้อในจีนเพิ่มขึ้น

    วันเดียวกัน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน รายงานพบผู้ติดเชื้อรายวัน 62 คน ในจำนวนนี้ 59 คนเดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งพบผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการป่วยวันเดียว 137 คน ถือเป็นยอดที่เพิ่มสูงจากวันที่ 7 เม.ย. คือติดเชื้อ 32 คน ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ 30 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในวันเดียวอยู่ที่ 2 คน พบในนครเซี่ยงไฮ้ และมณฑลหูเป่ย หลังจากวันที่ 7 เม.ย. รัฐบาลจีนรายงานไม่พบผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว

    ผู้นำอังกฤษนอน รพ.ต่อ-กำลังใจดี

    รัฐบาลอังกฤษรายงานความคืบหน้ากรณีนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ล้มป่วยจากไวรัสโควิด-19 จนต้องเข้าโรงพยาบาล โดยระบุว่านายจอห์นสันยังคงต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเซนต์ โธมัส ในกรุงลอนดอน เป็นวันที่3 อาการทรงตัว แต่มีขวัญกำลังใจดี ขณะที่นายโดมินิก ราบบ์ รมว.ต่างประเทศอังกฤษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่านายจอห์นสันจะหายดี และก่อนหน้านี้ก็ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในอังกฤษอยู่ที่ 55,242 คน เสียชีวิตแล้ว 6,159 คน พร้อมประกาศมาตรการสกัดกั้นเชื้อเพิ่มเติม ห้ามขึ้นรถโดยสารตรงประตูคนขับ หลังมีพนักงานขับรถโดยสารเสียชีวิตแล้ว 9 คน

    นิวยอร์กยอดตายสูงทำสถิติ

    ที่สหรัฐอเมริกา นายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตในวันเดียวที่รัฐนิวยอร์กทำสถิติ 731 คน ส่งผลให้ยอด ผู้เสียชีวิตรวมในรัฐอยู่ที่ 5,489 คน ขณะที่สถาบันการแพทย์จอห์นส์ ฮอปกินส์ รายงานว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศสูงถึง 1,939 คน เป็นการทำลายสถิตินับตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมในสหรัฐฯ กลายเป็น 12,857 คน ติดเชื้อแล้วกว่า 400,546 คน ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะตัดเงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะดูให้ความสำคัญกับจีนมากเกินไป และทำผิดพลาดเรื่องการประกาศสถานการณ์การแพร่ระบาด

    นักร้องดังดับ-ทวิตเตอร์บริจาค

    สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ รายงานด้วยว่า จอห์น ไพร์น นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และนักแต่งเพลงระดับรางวัลแกรมมี่ วัย 73 ปี ได้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เป็นเวลากว่าสัปดาห์ ส่วนนายแจ๊ก ดอร์ซี ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ ประกาศบริจาค 28 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินตัวเอง หรือคิดเป็นเงินมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดรุนแรงในสหรัฐฯ

    สิงคโปร์ห้ามรวมตัวในบ้าน

    ที่สิงคโปร์ รัฐบาลได้ยกระดับมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัส ห้ามจับกลุ่มรวมตัวในที่สาธารณะและที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม ยกเว้นเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันมาก่อน แต่ยังไม่เปิดเผยโทษที่อาจได้รับ ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศให้รักษาระยะห่างทางสังคมในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 229,000 บาท นอกจากนี้ รัฐบาลยังพิจารณาใช้มาตรการเพิ่มการผลิตสินค้า ใช้ดาดฟ้าลานจอดรถ และอาคารสาธารณะ ทำเป็นแปลงเกษตร

    ญี่ปุ่นเมินฉุกเฉิน-ใช้ชีวิตปกติ

    ด้านนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์หลังประกาศใช้คำสั่งภาวะฉุกเฉิน 1 เดือน เมื่อวันที่ 7 เม.ย. โดยกล่าวย้ำว่า หากจะให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่ง ประชาชนควรให้ความร่วมมือเรื่องการอยู่แต่ในที่พักอาศัย และลดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตตามปกติ แม้จะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว นครโอซากา และ 5 จังหวัดสำคัญ การสัญจรด้วยรถไฟยังคงแน่นขนัด เต็มไปด้วยผู้โดยสาร เช่นเดียวกับบรรยากาศในร้านอาหารหลายแห่ง ยังมีลูกค้าแน่นร้าน ซึ่งผิดหลักการรักษาระยะห่างทางสังคม

    โสมขาวปิดผับ-นักร้องแพร่เชื้อ

    ส่วนที่เกาหลีใต้ นายปัก วอน-ซูน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ได้ประกาศปิดสถานบันเทิงและสถานบริการกลางคืน ทั้งผับ บาร์ดิสโก้ ไนต์คลับ 422 แห่ง ทั่วกรุงโซล จนถึงวันที่ 19 เม.ย. หลังพบพนักงานหญิง 2 คน ในบาร์แห่งหนึ่ง ติดเชื้อมาจากยุน ฮัก นักร้องวงบอยแบนด์เคป๊อป “ซุปเปอร์โนวา” ที่ไปใช้บริการในช่วงปลายเดือน มี.ค. ก่อนถูกตรวจพบว่าตัวเองติดไวรัสเมื่อวันที่ 1 เม.ย. พร้อมเผยว่ามีพนักงานสถานบริการอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ 118 คน ตรวจไปแล้ว 18 คนมีผลเป็นลบไม่ติดเชื้อ ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ รายงานพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 53 คน ส่งผลให้ยอดรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 10,384 คน เสียชีวิต 200 คน

    บ.มะกันเตรียมทดสอบวัคซีน

    บริษัทโนวาวัคซ์ ด้านไบโอเทคโนโลยีในรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐฯ เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทการแพทย์หลายสิบแห่งในสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนที่เชื่อว่าใช้ได้ผลกับผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยเป็นวัคซีนชื่อรหัส NVX-CoV2373 ที่ผสมเข้ากับสารเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันเรียกว่า Matrix-M และเตรียมที่จะทดลองกับมนุษย์ในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งผลลัพธ์เบื้องต้นทั้งเรื่องการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และเรื่องความปลอดภัยกับร่างกาย คาดว่าจะทราบภายในเดือน มิ.ย.

    ยอดรวมทั่วโลกพุ่งไม่หยุด

    ในช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานยอดเหยื่อไวรัสโควิด-19 ใน 209 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ประจำวันที่ 8 เม.ย. โดยจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 1.44 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 83,109 คน รักษาหาย 309,113 คน โดยอิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 17,127 คน สเปน 14,555 คน สหรัฐฯ 12,857 คน และฝรั่งเศสผู้เสียชีวิตแตะหลักหมื่นเป็นครั้งแรก อยู่ที่ 10,328 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อเกินแสนคนได้แก่ ประเทศสหรัฐฯ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี ตามลำดับ

    WHO มองยุโรปน่ากังวล

    สำนักงานองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรป ออกแถลงเตือนรัฐบาลยุโรปว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะผ่อนคลายมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะสถานการณ์ภาพรวมถือว่าน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศสเปนที่เจ้าหน้าที่เพิ่งกลับมาจากการลงพื้นที่ เห็นพ้องว่าแม้อัตราการระบาดในสเปนจะดูเหมือนชะลอลง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะมองแง่บวก ขณะที่ ดร.บรูซ อิลวาร์ด ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ออกชี้แจงกรณีผู้นำสหรัฐฯ ขู่ตัดเงินว่า เราจำเป็นต้องทำงานใกล้ชิดกับจีน เพราะไวรัสเริ่มระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่น

    โควิดในอาเซียนเพิ่มต่อเนื่อง

    ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานยอดผู้ติดเชื้อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 218 คน ยอดรวมอยู่ที่ 2,956 คน เสียชีวิต 240 คน ที่ฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 106 คน ยอดรวมอยู่ที่ 3,870 คน เสียชีวิต 182 คน ที่มาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 156 คน ยอดรวมอยู่ที่ 4,119 คน เสียชีวิต 65 คน ที่สิงคโปร์ ยอดผู้ติดเชื้อ 1,481 คน เสียชีวิต 6 คน ที่เมียนมา ยอดผู้ติดเชื้อ 22 คน เสียชีวิต 3 คน ที่กัมพูชา ยอดผู้ติดเชื้อ 117 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรนาCOVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้