ไลฟ์สไตล์
100 year

กทม.ป่วยพุ่งทะลุพันราย โควิดคร่า ตายเพิ่มอีก 3 ศพ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 เม.ย. 2563 05:28 น.
SHARE

หาดใหญ่สั่งกักตัว จากอินโดนับร้อย สาวเอ็นฯก็ติดเชื้อ ไป "แพร่" งานเลี้ยง ไวรัสกินโลกวิกฤติ ยอดสะสม 1.2 ล้าน

สถานการณ์โควิด-19 ในไทยกลับมาแกว่ง หลังพบผู้ติดเชื้อทะลุหลักร้อยราย ตายเพิ่มอีก 3 ศพ โดย 1 ใน 3 เป็นหนุ่มก่อสร้าง วัยแค่ 30 ปี เดินทางจากพัทลุงมาสุรินทร์ พฤติกรรมร่ำสุราเป็นประจำ ส่งผลยอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 23 ราย ติดเชื้อสะสม 2,169 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อใน กทม. ทะลุเกิน 1 พันราย สาธารณสุข-กทม.ปรับทัพจัดสถานที่ดูแลผู้ป่วยอาการไม่หนักอีก 3 แห่ง สั่งยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มอีก 1 แสนเม็ด ขณะที่กองทัพจัด รพ.สนามรองรับคนไทยคืนถิ่นอีกเพียบ ใช้มาตรการเดียวกันกักตัวดูอาการ 14 วัน ส่วนติดเชื้อทั่วโลก 1.2 ล้านคน รักษาหายใกล้แตะ 2.5 แสนราย สลดดาราดังระดับตำนานฮอลลีวูด “แพทริเซีย บอสเวิร์ธ” ติดโควิด-19 ดับในวัย 86 ปี

ข่าวแนะนำ

หลังจบปัญหา 152 คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการของรัฐในสถานที่ที่รัฐกำหนดไปเรียบร้อย ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) ในไทยและทั่วโลกก็ยังไม่มีทีท่าจะลดลง

158 คนไทยกักตัวหมดแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์กรณี 158 คนไทยเดินทางมาจากต่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. โดยสั่งการให้ผู้รับผิดชอบบูรณาการการทำงานอย่างเต็มที่จนสามารถดำเนินการได้อย่างดี และนายกฯฝากขอบคุณครอบครัวของ 158 คน ที่ร่วมมือกับภาครัฐ และมีความมั่นใจในระบบการจัดการได้มากขึ้น คนเหล่านี้ยังไม่ถือเป็นผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เข้าไปคัดกรองโรคแล้วพบว่ามีอาการป่วย 3 ราย สำหรับคนที่ เดินทางมาจากต่างประเทศ ถ้าคุมได้ไม่ดีเพียง 1-2 คน เราไม่อยากใช้คำว่าจะเป็น Super Spreader แต่เรามีบทเรียนมาแล้ว ทุกประเทศที่มาถือว่าเสี่ยงทั้งนั้น แม้จะบอกว่าตัวเองแข็งแรง นายกฯจึงมีมาตรการออกมา พร้อมชื่นชมทุกฝ่ายหลังมีการบูรณาการการทำงานกันแล้ว

ไทยป่วยเพิ่ม 102 ราย ตายเพิ่ม 3

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลกมี 1,200,319 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 64,667 ราย ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 102 รายใน 66 จังหวัด ยอดผู้ป่วยสะสม 2,169 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 62 ราย หายป่วยสะสม 674 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 23 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 21 เป็นชายไทยอายุ 46 ปี อาชีพรับจ้าง มีประวัติเดินทางกลับมาจากอังกฤษ ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 มี.ค.เข้ารักษาตัววันที่ 25 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก และเสียชีวิตวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา

อายุแค่ 30 ปี แต่ดื่มเหล้าประจำ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 22 เป็น ชายอายุ 82 ปี สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีประวัติไปร่วมงานเลี้ยงในหมู่บ้านที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเดินทางมาที่บาร์ย่านสุขุมวิท วันที่ 29 มี.ค. มีไข้ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 31 มี.ค. มีไข้ ความดันสูง หายใจเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าปอดบวม ระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน และเสียชีวิตในวันที่ 2 เม.ย. ส่วนรายที่ 23 เป็นชายไทย อายุ 30 ปี อาชีพก่อสร้าง ดื่มสุราเป็นประจำ วันที่ 19 มี.ค. เดินทางจาก จ.พัทลุง ไป จ.สุรินทร์ และทำงานปกติ วันที่ 29 มี.ค. มีอาการไอ แต่ไม่มีไข้ เสมหะเขียว อาเจียนเป็นเลือด น้ำหนักลด เหนื่อยหอบ วันที่ 2 เม.ย. ไอมากขึ้น จนเข้าโรงพยาบาลรักษาตัว มีออกซิเจนในเลือดต่ำ และมีโรคปอดอักเสบรุนแรง

กทม.ติดเชื้อเพิ่มทะลุพันราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม.ทะลุหนึ่งพันคน และมี 11 จังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ และจากการวิเคราะห์ข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 4 ม.ค.-4 เม.ย.2563 ผู้เสียชีวิต 20 ราย หรือคิดเป็น 0.97 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อ อายุผู้เสียชีวิตต่ำสุดอยู่ที่ 35 ปี สูงสุด 84 ปี เป็นชาย 18 ราย หญิง 2 ราย โรคประจำตัวที่พบร่วม ได้แก่ เบาหวาน เสียชีวิต 50 เปอร์เซ็นต์ ความดันโลหิตสูง เสียชีวิต 35 เปอร์เซ็นต์ โรคไตเรื้อรังและไขมันในเลือดสูง เสียชีวิต 15 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ขอย้ำว่า อย่าเข้าใกล้ผู้สูงอายุ เพราะถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ส่วนปัจจัยเสี่ยงมาจากสนามมวย 5 ราย เดินทางจากต่างประเทศมาเลเซีย อังกฤษ ปากีสถาน อาชีพเสี่ยง ขับรถสาธารณะ ร้านอาหาร พนักงานขายของ 5 ราย สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย สถานบันเทิง สถานพยาบาล สถานที่แออัด อย่างละ 1 ราย

ยืนยันรัฐ-เอกชนเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อถามว่าปัจจุบันยังมีสายการบินเข้าประเทศ จะมีการป้องกันการแพร่กระจายของโรคอย่างไร นพ. ทวีศิลป์กล่าวว่า นายกฯสั่งการให้กักตัวในสถานที่ ที่รัฐจัดไว้ให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับกติกา ถ้าไม่กักตัวก็ไม่ได้เข้าประเทศ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าการทำงานระหว่างรัฐกับเอกชนไปคนละทิศละทาง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ตอนนี้สรรพกำลังที่ทำงานเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แต่ในภาครัฐอย่างเดียว แต่ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการทำงานสูงมาก รัฐและเอกชนเป็นหนึ่งเดียว โดยเอกชน 60 แห่ง มีเตียงรองรับผู้ป่วย 31 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งหมด 1,622 เตียง ขอให้ประชาชนมั่นใจ เราต้องก้าวไปด้วยกัน ตัวเลขความร่วมมือต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปถึงจะได้ผล

เปิดอาการผู้ป่วยโควิด-19

ต่อมา ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวในการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ว่าการดูแลรักษาผู้ป่วยใน ประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนไปตามการศึกษาวิจัยจากทั่วโลก ซึ่งวันที่ 6 เม.ย.จะมีการปรับอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อาการของผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่อาการไม่ค่อยรุนแรงคล้ายไข้หวัดใหญ่ ภาพถ่ายรังสีปอดปกติ 65 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอาการ 20 เปอร์เซ็นต์ เอกซเรย์แล้วปอดอักเสบไม่รุนแรง 12 เปอร์เซ็นต์ เอกซเรย์แล้วปอดอักเสบรุนแรง 3 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแบ่งการรักษาตามอาการและทุกรายมีการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน

จัดที่รับผู้ป่วยในกรุง 600 ห้อง

ส่วนเรื่องการจัดสรรสถานที่ดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงนั้น นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นใน กทม.เตรียมไว้ 3 แห่ง ที่กรมการแพทย์ดูแลได้แก่ โรงแรมแถวดินแดง 270 ห้อง นำผู้ป่วยไปพักแล้วเกือบ 100 ราย หอพัก ม.ธรรมศาสตร์รังสิต 308 ห้อง และโรงแรมแถวจุฬาฯ 40 ห้อง รวมมีประมาณ 600 ห้อง ส่วนเรื่องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ญี่ปุ่นจะมีการบริจาคนั้น จะเป็นการศึกษาวิจัยที่ญี่ปุ่น ต้องการจะทำให้เห็นผลที่ชัดเจน โดยจะเป็นการร่วมกับโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ในผู้ป่วยประมาณ 100 ราย

สั่งซื้อ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เพิ่มอีก

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงการนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์ไทยมีการนำเข้าครั้งแรกวันที่ 24 ก.พ.ซื้อจากญี่ปุ่น 5,000 เม็ด ครั้งที่ 2 วันที่ 2 มี.ค. จีนบริจาคมาให้ 2,000 เม็ด ครั้งที่ 3 วันที่ 12 มี.ค. ซื้อจากญี่ปุ่น 40,000 เม็ด และวันที่ 30 มี.ค. ซื้อจากญี่ปุ่น 40,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 87,000 เม็ด มีการใช้ไปแล้วในผู้ป่วย 515 ราย 48,875 เม็ด คงเหลือ 38,125 เม็ดและกำลังจัดซื้ออีก 100,000 เม็ด ซึ่งจะมาถึงไทยวันที่ 6 เม.ย.นี้ และกำลังสั่งซื้อเพิ่มจากญี่ปุ่นอีก 100,000 เม็ด

ต้องชะลอการระบาดให้ได้

ขณะที่ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ถึงแม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรง หายได้เอง แต่ที่ต้องวิตกกังวล เพราะโรคนี้สามารถแพร่ได้เร็ว โดยผู้ป่วย 1 รายมีโอกาสแพร่เชื้อได้มากกว่า 2 ราย หากไม่ระวัง ไม่ควบคุม จะพบป่วยจำนวนมากและสัดส่วนผู้ป่วยอาการหนักก็จะเพิ่มตามมาด้วย และหากพบผู้ป่วยอาการรุนแรงมีมาก อาจเกินศักยภาพที่โรงพยาบาลจะดูแลได้ เราจึงต้องชะลอการระบาดของโรคและพยายามเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยอาการหนัก ดังนั้น จึงไม่อาจปล่อยให้การแพร่ระบาดเกิดขึ้นเร็วได้ เพื่อให้สามารถมีอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยที่เพียงพอ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันกดตัวเลขผู้ป่วยลงให้ได้

ชาติอาเซียนป่วยพุ่งสองเท่า

สำหรับการเก็บข้อมูลในกลุ่มประเทศอาเซียน นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยผลการศึกษาจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข้อมูลถึงวันที่ 4 เม.ย. ว่า กลุ่มประเทศอาเซียนมีจำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นสองเท่า จาก 6,275 ราย เป็น 12,369 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 140 เปอร์เซ็นต์ จาก 175 ราย เป็น 420 ราย โดยอันดับที่ 1 คือ มาเลเซีย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 2,161 ราย เป็น 3,483 ราย หรือเพิ่มขึ้น 61 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 26 ราย เป็น 57 ราย หรือเพิ่มขึ้น 119 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 4 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 367 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 7 ราย

ไทยรั้งอันดับ 4 ยอดตายทะยาน

อันดับที่ 2 คือ ฟิลิปปินส์ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 803 ราย เป็น 3,094 ราย หรือเพิ่มขึ้น 285 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 54 ราย เป็น 144 ราย หรือเพิ่มขึ้น 167 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 4 เม.ย.2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 461 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 37 ราย อันดับที่ 3 คือ อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 1,046 ราย เป็น 2,092 ราย หรือเพิ่มขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 87 ราย เป็น 191 ราย หรือเพิ่มขึ้น 119 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 4 เม.ย.2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 302 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 21 ราย อันดับที่ 4 คือ ไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 1,136 ราย เป็น 2,067 ราย หรือเพิ่มขึ้น 82 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 5 ราย เป็น 20 ราย หรือเพิ่มขึ้น 300 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 4 เม.ย.2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 89 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย

เวียดนามไร้ผู้ป่วยตาย

นพ.สิริฤกษ์กล่าวต่อว่า อันดับที่ 5 คือ สิงคโปร์ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 732 ราย เป็น 1,114 ราย หรือเพิ่มขึ้น 52 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 2 ราย เป็น 6 ราย หรือเพิ่มขึ้น 200 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 4 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 65 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 ราย อันดับที่ 6 คือ เวียดนาม มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 169 ราย เป็น 240 ราย หรือเพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซ็นต์ โดยยังไม่มีผู้เสียชีวิต ในวันที่ 4 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7 ราย ส่วนประเทศบรูไน กัมพูชา พม่าและลาว ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อไม่มากนัก ซึ่งสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในแต่ละประเทศ ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังมากขึ้นอย่างมาก ยกระดับมาตรการสำคัญ เพิ่มการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและงดกิจกรรมทางสังคม

จุฬาฯ ติดเชื้อรายที่ 3

วันเดียวกัน นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินไวรัสโคโรนา 2019 จุฬาฯ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการฯได้รับแจ้งจาก น.สพ.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ว่ามีนิสิต บัณฑิตศึกษาของคณะสัตวแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน ขณะนี้เข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาฯเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 3 ของจุฬาฯ

ชุมชนชัยมงคลผวาโควิด–19

บ่ายวันเดียวกัน ที่ชุมชนชัยมงคล ซอยเจริญนคร 60 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กทม. เจ้าหน้าที่อปพร.และอาสาสมัครหมู่บ้าน เข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ตามตรอกซอกซอย หลังชาวบ้านรวมตัววิพากษ์วิจารณ์ว่าที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นหลังหนึ่งภายในชุมชนมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 และแจ้งให้ตำรวจ สน.สำเหร่ เข้ามาตรวจสอบพบว่าบ้านหลังนี้อยู่กัน 8 คน และมีผู้ติดเชื้อ 2 คน เป็นแม่ลูกกัน อายุ 58 ปี และ 19 ปี ขณะนี้รักษาอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านธนบุรี ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ส่วนอีก 6 คน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังหวาดผวากลัวจะติดเชื้อ เพราะที่ผ่านมาครอบครัวดังกล่าวเดินเข้าออกในร้านสะดวกซื้อกับในตลาดทุกเช้า จึงขอวอนสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนด้วย

เตรียมรับคนไทยกลับจากอินโดฯ

สำหรับการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ วันเดียวกัน ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา นายนฤทธิ์ มงคลศรี รอง ผวจ.สงขลา เดินทางมาตรวจความพร้อมรับการเดินทางกลับของชาวไทยมุสลิม 100 คน ที่ไปร่วมดาวะห์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำในวันที่ 6 เม.ย. ทั้งด้านเจ้าหน้าที่และสถานที่ตั้งแต่ลงจากเครื่องจนถึงจุดตรวจคัดกรองที่อาคารอเนกประสงค์ ก่อนนำขึ้นรถโดยสารไปส่งศูนย์กักตัวเฝ้าระวังโควิด-19 ที่สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้ การกีฬาแห่งประเทศไทยภาค 4 (พรุค้างคาว) ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ โดยจัดเตรียมห้องรับรองไว้ 29 ห้อง เพื่อกักตัวดูอาการ สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากอินโดนีเซียครั้งนี้ เป็นชาวสงขลา 25 คน นราธิวาส 9 คน ปัตตานี 19 คน ยะลา 10 คน สตูล 33 คน อีก 4 ราย มาจาก กรุงเทพฯ เชียงราย สมุทรปราการ และกระบี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละจังหวัดจะมารับตัวนำไปที่ศูนย์กักตัวของแต่ละจังหวัดอีกทอดหนึ่ง

พัทลุงลุยเคาะประตูบ้าน

ด้านนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 10 ราย รักษาหายแล้ว 6 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชายอายุ 51 ปี กับชายอายุ 61 ปี ได้รับเชื้อจากการไปประกอบพิธีทางศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต่อไปการป้องกันการแพร่ระบาดต้องเพิ่มความเข้มขึ้นอีก ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานเกี่ยวข้องพร้อมลงพื้นที่เอกซเรย์ประชากรทุกหมู่บ้านและชุมชน ตั้งแต่วันที่ 6-16 เม.ย.อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ในแต่ละพื้นที่จะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และจิตอาสาเข้ามาร่วมปฏิบัติงาน หลังจากนั้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.จะเฝ้าระวังมิให้ใครเข้า-ออกในหมู่บ้านโดยเด็ดขาด

ญาติผู้ติดเชื้อเป็นไข้ยกครัว

ส่วนที่ จ.กระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสาย วันที่ 5 เม.ย. ทีมแพทย์ รพ.กระบี่ ไปรับตัวผู้ป่วยมีอาการไข้สูง 4 ราย เป็นหญิง 2 คน และเด็กชาย 2 คน ที่หมู่ 3 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ทั้งหมดอยู่บ้านเดียวกับผู้ติดเชื้อรายที่ 13 โดยเป็นแม่ หลานสาว และลูกชาย ของผู้ติดเชื้อรายที่ 13 ของ จ.กระบี่ ที่เป็นหญิงวัย 33 ปี ทำงานอยู่ย่านหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต กลับมาอยู่บ้านเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ต่อมามีอาการป่วยเข้ารับการตรวจรักษาผลยืนยันติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีคนในครอบครัวอีก 5 รายที่ยังต้องกักตัวสังเกตอาการอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน

เกาะสมุยติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย

นายนภดล ขาวมะลิ ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นพ.คำรพ เดชรัตนวิไชย ผอ.โรงพยาบาลเกาะสมุย แถลงข่าวว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 2 ราย รายแรกเป็นผู้ชายอายุ 18 ปี ส่วนรายที่ 2 เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบ ทั้ง 2 รายนี้เป็นลูกชายและลูกสาวของผู้ที่ติดโควิด-19 รายที่ 4 ของเกาะสมุย เป็นหญิงอายุ 42 ปี ทำงานเป็นบุคลากรทางการแพทย์อยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย ผู้ที่ติดรายใหม่ทั้ง 2 รายนี้ ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้าน และได้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายที่ 4 ส่วนสามีของผู้ติดเชื้อรายที่ 4 ที่พักอยู่ด้วยกันจนถึงขณะนี้ยังไม่พบอาการ แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวัง 14 วัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จนถึงขณะนี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 6 ราย เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย และเป็นคนไทย 4 ราย

สุรินทร์พบตายเป็นรายแรก

ที่ จ.สุรินทร์ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดมีผู้ติดเชื้อสะสม 9 ราย อยู่ระหว่างรักษา 6 ราย กลับบ้านแล้ว 2 ราย และเสียชีวิต 1 ศพ เป็นรายแรกของ จ.สุรินทร์ สาเหตุเสียชีวิตเนื่องจากมีการติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง ติดเชื้อแบคทีเรียและติดเชื้อในกระแสเลือด สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ เป็นชายอายุ 30 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ ก่อนมาทำงานก่อสร้างบ้านให้กำนันที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ สอบสวนมีประวัติการเดินทางมาจาก จ.พัทลุง ญาติมาติดต่อรับศพไปที่ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เย็นวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา

ลูกเจ้าของรีสอร์ตหนีกักตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 เม.ย. พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นำกำลังเข้าไปตรวจสอบรีสอร์ตแห่งหนึ่งในซอยอีเด็น ต.ป่าตอง หลังรับแจ้งมีหนุ่มลูกครึ่ง อายุ 21 ปี ลูกเจ้าของรีสอร์ตเป็นผู้กักตัวเฝ้าระวังโรคโควิด-19 หนีออกจาก รพ.ป่าตอง เมื่อคืนที่ผ่านมา และพบหนุ่มลูกครึ่งเดินอยู่ในรีสอร์ต จึงประสานเจ้าหน้าที่ รพ.ป่าตอง และ รพ.วชิระภูเก็ต ร่วมควบคุมตัว ซึ่งหนุ่มลูกครึ่งขัดขืนโวยวาย แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ส่งไปกักตัวที่ รพ.วชิระภูเก็ต สำหรับหนุ่มลูกครึ่งรายนี้ แม่เป็นคนไทย พ่อเป็นชาวยุโรป โดยหนุ่มลูกครึ่งกับแม่ถูกกักตัวเฝ้าระวังที่ รพ.ป่าตอง เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสชาวต่างชาติ กระทั่งคืนที่ผ่านมา คาดว่าหนุ่มรายนี้จะเกิดความเครียด จึงหนีออกจากโรงพยาบาล

โชเฟอร์รถตู้ห้าวโพสต์หลบด่าน

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร เปิดเผยข้อมูลว่า มีผู้เข้ากักตัว 14 วัน มากถึง 12,929 ราย เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อ 146 ราย รู้ผลแล้วไม่พบเชื้อ 138 ราย รอผลตรวจอีก 7 ราย มีผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นหญิงสาววัย 21 ปี ชาวบ้าน ดงสง่า ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร กลับมาจาก จ.ภูเก็ต นอกจากนี้แล้วมีรายงานเพิ่มเติมว่ามีชายชาว อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ขับรถตู้โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนลูกค้าขับรถหลบด่านจุดคัดกรองโรคได้ ล่าสุดตำรวจ สภ.วานรนิวาส ไปหาที่บ้านชายดังกล่าว แต่ไม่พบ โทรศัพท์ติดต่อทราบว่า ขับรถไปส่งผู้โดยสารที่ จ.ชลบุรี อยู่ระหว่างเดินทางกลับ จ.สกลนคร ตำรวจให้มาพบในวันที่ 6 เม.ย. เพื่อซักถามประวัติและกักตัวดูอาการต่อไป

พริตตี้สาวติดเชื้อกลุ่มเสี่ยงเพียบ

ด้านนายคมสัน ไชยวรรณ์ รอง สสจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยผลตรวจยืนยันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย แต่ 1 ใน 3 ได้เสียชีวิตลงแล้ว ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 17 ราย และผู้เสียชีวิตสะสมรวม 2 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 15 เป็นชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 82 ปี บ้านอยู่ อ.หัวหิน ส่วนผู้ป่วยรายที่ 16 เป็นภรรยา อายุ 81 ปี รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนที่อำเภอหัวหิน ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 17 เป็นหญิง อายุ 31 ปี ชาวปราณบุรี ทำงานเอนเตอร์เทน และขายประกัน มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปร่วมงานจัดเลี้ยงที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 19-20 มี.ค. มีผู้ร่วมงาน 22 คน มีผู้สัมผัสใกล้ชิดเป็นคนในบ้าน 7 คน ซึ่ง 6 คนมีอาการไข้ อีกคนอยู่ต่างจังหวัด และมีคนทำงานร่วมกัน 6 คน กำลังรอผลตรวจว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่

จับตา “พูลวิลลา” ลอบให้บริการ

ด้านนายภิรมย์ นิลทยา รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ผู้ที่ออกจากบ้านไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ตามคำสั่งของทางจังหวัด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ได้แจ้งให้ชาวต่างชาติรับรู้ทุกช่องทาง สำหรับผู้ค้าในตลาดทุกแห่ง หากไม่สวมหน้ากากอนามัย จะห้ามไม่ให้ขายสินค้าโดยเด็ดขาด ส่วนคำสั่งให้ปิดโรงแรมถึงวันที่ 30 เม.ย.แต่ยังพบบ้านพักประเภทพูลวิลลาบางแห่งในอำเภอหัวหินลักลอบเปิดให้บริการ จะต้องกวดขันจับกุมทุกราย นอกจากนี้ ยังห้ามเรือจากนอกพื้นที่จอดเทียบท่าในจังหวัด ลูกเรือประมงที่ขึ้นฝั่งทุกรายต้องตรวจคัดกรองอย่างเคร่งครัด

“อนุทิน” ตรวจศูนย์กักเฝ้าระวัง

ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานดูแลคนไทยในพื้นที่เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง มีอาคารพักรับรอง 6 อาคาร ตั้งอยู่ห่างชุมชน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้งมีหน่วยด้านการแพทย์ที่ สามารถรองรับผู้ป่วยหนัก ขณะนี้มีผู้ถูกส่งมาพักเพื่อเฝ้าระวัง 75 คน เป็นชาย 33 คน เป็นหญิง 42 คน เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย เข้ามากักตัวเมื่อวันที่ 2-3 เม.ย.ที่ผ่านมา หากตรวจพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จะส่งต่อผู้ป่วยให้โรงพยาบาลรักษาต่อไป

แยก 30 คนกักตัวโรงแรมเมืองกรุง

ส่วนที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี สถานที่กักตัวดูอาการคนไทยเดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น จำนวน 291 คน เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จัดรถบัส 3 คัน นำผู้กักตัว 30 คน ส่งไปกักตัวที่โรงแรมย่านพระราม 9 กทม. เพื่อลดความแออัดตามความประสงค์ของผู้กักตัว ทำให้มียอดผู้ถูกกักดูอาการที่สัตหีบเหลือ 261 คน ใช้มาตรการเดียวกับกลุ่มคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น แรงงานไทยจากเกาหลีใต้ นักเรียนไทยจากอิตาลี โดยจัดให้อยู่ห้องละ 3 คน แยกนอนคนละเตียง แยกของใช้เป็นสัดส่วน อาหาร 3 มื้อ มีทีมแพทย์คอยตรวจสอบอาการไข้ของผู้ที่กักตัวทุกวัน

แจงเหตุทหารมะกันเกลื่อนพัทยา

ขณะเดียวกัน พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ และโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กรณีมีกำลังพลทหารสหรัฐอเมริกามารวมตัวกันที่พัทยานั้น เป็นผลมาจากการฝึก Hanuman Guardian 2020 กับกองทัพบกไทย ที่ทางสหรัฐฯได้แจ้งยกเลิกการฝึกไปเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงใช้พื้นที่พัทยาเป็นที่นัดหมายคอยการส่งกลับทางเรือเนื่องจากมีเครื่องมือยุทโธปกรณ์ที่ต้องลำเลียงกลับจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวอยู่ในช่วงเดือน ก.พ.-พ.ค. จะมีกำลังพลสหรัฐฯมาร่วมฝึกกระจายอยู่ตามกองทัพภาคต่างๆ แต่มีการแจ้งขอยกเลิกการฝึก และฝ่ายไทยได้ทราบว่าอาจมีอากาศยานหรือเรือมารับทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์กลับต่อไป ส่วนการจัดการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธยังไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากเพิ่งรับแจ้งเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อขออนุญาตให้อากาศยาน หรือเรือบรรทุกเข้ามาได้ เพราะอยู่ในช่วงมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องมีขั้นตอนมากกว่าปกติ

สาวสัตหีบติดเชื้อจากสามี

ด้านประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 2 ราย มียอดสะสมรวม 69 ราย โดยผู้ติดเชื้อเป็นหญิงไทยวัย 48 ปี ชาว อ.บางละมุง อีกรายเป็นหญิงไทยอายุ 33 ปี ชาว อ.สัตหีบ ได้รับเชื้อมาจากสามีที่เป็นผู้ป่วยชายรายที่ 67 เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งใน ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ส่วนผู้ติดเชื้อที่รักษาหาย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้วมี 25 ราย อีก 44 รายอยู่ระหว่างรับการรักษาที่ รพ.ชลบุรี

รพ.ลำพูนแจงเหตุ จนท.เสียชีวิต

ขณะที่โรงพยาบาลลำพูน ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่เอกซเรย์เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคโควิด-19 เป็นเจ้าหน้าที่เพศชายอายุ 47 ปี มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง ควบคุมโรคได้ดี สุขภาพทั่วไปแข็งแรง เข้าปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 4 เม.ย. มาเอกซเรย์ผู้ป่วย หลังจากนั้นขณะจะอาบน้ำมีอาการวูบแน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย พูดคุยได้ เคลื่อนย้ายมารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน ต่อมาหัวใจ หยุดเต้นได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ เบื้องต้นอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจคลาดเคลื่อนจึงขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกัน

คนไทยกลับมาอีก 99 คน

วันเดียวกัน ที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายงานผลการคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า วันที่ 4 เม.ย.มีเที่ยวบินที่ได้รับการยกเว้นตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องห้ามอากาศยานทำการบินสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เดินทางเข้ามาประเทศไทย จำนวน 3 เที่ยวบิน ได้แก่ สายการบิน Mahan Air เที่ยวบินที่ W5051 มีผู้โดยสารคนไทย 1 คน, สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH782 มีผู้โดยสารคนไทย 51 คน และสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR7511 มีผู้โดยสารคนไทย 47 คน เดินทางมาจากประเทศอิหร่าน ประเทศมาเลเซีย และประเทศกาตาร์ ตามลำดับ ในจำนวนนี้ตรวจพบคนไทยที่มาจากกาตาร์ 1 คน เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงส่งต่อโรงพยาบาล ส่วนผู้โดยสารอีก 98 คน ถูกนำไปกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดไว้ ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขอความกรุณาญาติ ผู้โดยสารทุกท่านงดมารอรับที่สนามบิน เนื่องจากผู้โดยสารจะถูกกักตัวตามมาตรการของรัฐ โดยทางการจะจัดรถไปส่งสถานที่ที่ได้กำหนดไว้ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สำหรับการดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารขาออก จำนวน 1,021 คน ไม่พบผู้โดยสารรายใดเข้าเกณฑ์ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ตรวจพบคนไทย 1 คน และผู้โดยสารชาวแอลจีเรีย 1 คน มีไข้ จึงเก็บตัวอย่างอยู่ระหว่างรอผลแล็บ

ทหารจัด รพ.สนามรองรับคนไทย

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมของ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อมปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับเหล่าทัพติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการประเมินสถานการณ์ในภาพรวม หากอัตราการแพร่ระบาดยังไม่ลดลงจากปัจจุบัน จนถึงกลาง เม.ย.อาจเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ที่จะรับผู้ป่วยติดเชื้อได้ ขณะที่คนไทยจำนวนมากในต่างประเทศกำลังทยอยเดินทางกลับไทย จำเป็นต้องเตรียมสถานที่รองรับเพิ่มเติม ทุกเหล่าทัพจัดกำลังพลและเครื่องมือบุคลากรทางการแพทย์ สนับสนุนทำงานร่วมกับ สธ.อย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมของ รพ.สนาม และ รพ.ค่ายทหารทั่วประเทศ เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการไม่หนักจำนวน 2,662 เตียง

พบคนไทยติดเชื้อในต่างแดน

สำหรับการดูแลคนไทยในต่างแดนช่วงโรคโควิด-19 ระบาดนั้น สถานทูตไทยในแต่ละประเทศรายงานเข้ามาดังนี้ นายวศิน เรืองประทีปแสง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แจ้งว่ามีคนไทยติดเชื้อโควิด-19 และอยู่ในระหว่างรักษาในโรงพยาบาลในเขตเมโทรมะนิลา จำนวน 2 คน โดยคนไทยในฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน มีประมาณ 800-1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท นักธุรกิจ นักศึกษา ขณะที่นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เปิดเผยว่า มีคนไทยที่ติดเชื้อในสิงคโปร์ 1 ราย ส่วนคนไทยในสิงคโปร์ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30,000 คน ด้านนายจักรี ศรีชวนะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบุมีคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ป่วยโควิด-19 จำนวน 4 ราย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1 ราย อีก 3 ราย แพทย์ให้ยามารับประทานและกักตัวที่บ้านพัก ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้โทรศัพท์สอบถามอาการและความคืบหน้าในการรักษาอยู่เสมอ ขณะเดียวกันมีคนไทยเดินทางกลับประเทศไทยไปแล้วกว่า 300 คน ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ประมาณ 25,000 คน สถานเอกอัครราชทูตฯ ประเมินว่า รัฐบาลสวิสยังสามารถควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้ และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในชั้นนี้จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องอพยพคนไทยกลับประเทศ

สอท.ลุยช่วยคนไทยตกค้างสนามบิน

ด้านนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตในประเทศที่มีคนไทยตกค้าง ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว อาทิ ญี่ปุ่น มีผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยานฮาเนดะ 12 คน ที่เกาหลีใต้ มีตกค้างที่ท่าอากาศยานอินชอน 35 คน ที่เนเธอร์แลนด์ มีตกค้างที่ท่าอากาศยานสคิปโฮล อัมสเตอร์ดัม 1 คน ขอแนะนำคนไทยในต่างประเทศที่มีแผนเดินทางกลับไทยในช่วงนี้ โดยเฉพาะหากต้องเปลี่ยนเที่ยวบิน ให้ตรวจสอบก่อนเดินทางกับสายการบิน เพื่อยืนยันว่าเที่ยวบินขาเข้าประเทศไทยยังทำการได้ปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกค้างในท่าอากาศยานระหว่างเปลี่ยนเครื่อง

ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 1.2 ล้านคน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 206 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เมื่อวันที่ 5 เม.ย.มีรายงานยอดสะสมผู้ติดเชื้อ 1,205,801 ราย เสียชีวิตสะสม 64,973 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้นเป็น 247,961 ราย โดยสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในโลก ตามด้วยสเปน อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส และจีน โดยยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศสหรัฐฯ จากกว่า 7,000 คน เพิ่มขึ้น1,497 ราย เป็น 8,454 คน ติดเชื้อเพิ่มจากราว 278,000 ราย เป็น 311,637 ราย และในหลายรัฐเริ่มขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 400คน ที่เครื่องช่วยหายใจจะไม่มีใช้ในสัปดาห์หน้า

“แจ็ค หม่า” บริจาคเครื่องช่วยหายใจ

ขณะที่หลายรัฐในอเมริกาเริ่มได้รับความช่วยเหลือจากจีน อาทิ รัฐแมสซาชูเสตต์ นำเครื่องบินไปรับหน้ากากอนามัย 1 ล้านชิ้นจากจีน ส่วนรัฐนิวยอร์กจะได้รับเครื่องช่วยหายใจ 1 พันเครื่องจากการบริจาคของนายแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน และได้จากรัฐโอเรกอนอีก 140 เครื่อง หลังรัฐนิวยอร์กกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อกว่า 113,700 ราย นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราว 15,000 ราย อยู่ห้องไอซียูกว่า 4,100 ราย เสียชีวิตกว่า 3,500 ราย

“ทรัมป์” เตือนใกล้หนักสุด

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงข่าวร่วมกับนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี และ ดร.เดโมบราห์ เบิร์ซ และ ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดเชื้อ เตือนว่า ประเทศอาจเจอกับช่วงที่ยากลำบากสุดในหลายสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และเป็นเรื่องโชคร้ายที่จะมีผู้เสียชีวิตอีกมากมาย พร้อมกันนี้ก็เตรียมเคลื่อนกำลังทหารหลายพันนายไปยังแต่ละรัฐ รวมถึงที่นครนิวยอร์ก 1,000 นาย ทั้งแพทย์ทหารและพยาบาล อีกทั้งสร้างโรงพยาบาลสนาม 2,500 เตียง ที่นครนิวยอร์กด้วย

สลดดาราระดับตำนานดับ

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลานสาวของนางแพทริเซีย บอสเวิร์ธ ดาราฮอลลีวูดระดับตำนาน เปิดเผยว่า บอสเวิร์ธเสียชีวิตเพราะโรคโควิด-19 ขณะอายุ 86 ปี ทั้งนี้ บอสเวิร์ธเคยแสดงภาพยนตร์ร่วมกับดาราดังอื่นๆ มากมาย รวมทั้งออเดรย์ เฮพเบิร์น และเป็นผู้เขียนอัตชีวประวัติดาราฮอลลีวูดที่โด่งดังมากมาย รวมทั้งมาร์ลอน แบรนโดและมอนโกเมอร์รี คลิฟต์

ผู้นำเอกวาดอร์ขอโทษทิ้งศพ

ส่วนที่ประเทศเอกวาดอร์ รองประธานาธิบดีออตโต ซอลเนนโฮลซ์เนอร์ แถลงขอโทษเมื่อ 5 เม.ย. หลังมีผู้เผยแพรวิดีโอว่อนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ถูกทิ้งไว้ตามริมถนนจำนวนมากในเมืองกวายากิล เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมีการระบาดหนักที่สุด ก่อนเจ้าหน้าที่ตามเก็บศพไปฝังแล้วอย่างน้อย 150 ศพ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อในเอกวาดอร์สูงเกือบ 3,500 ราย เสียชีวิต 172 ราย แต่คาดว่ายอดที่แท้จริงสูงกว่านี้มากส่วนประธานาธิบดีเม็กซิโกประกาศจะเร่งผลิตเครื่องช่วยหายใจภายในประเทศ หลังพยายามหาซื้อเครื่องช่วยหายใจ 5,000 เครื่องจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ทางการยังระบุว่านิสัยการกินอาหารที่แย่ๆของชาวเม็กซิโก ทำให้มีคนเป็นโรคอ้วน เบาหวานและอื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อัตราการตายจากโควิด-19 สูง โดยมีผู้ติดเชื้อในประเทศแล้ว 1,890 ราย เสียชีวิต 79 ราย

2 พยาบาลฆ่าตัวเพราะเครียด

ส่วนสถานการณ์ในยุโรป ที่เข้าขั้นวิกฤติในหลายประเทศนั้น มีรายงานว่า นพ.คาร์โล พาเลอร์โม หัวหน้าสหภาพคณะแพทย์อิตาลี ถึงกับร่ำไห้ต่อหน้าสื่อมวลชนระหว่างแถลงข่าวในกรุงโรม ถึงกรณีนางพยาบาล 2 คนฆ่าตัวตายจนกลายเป็นข่าวดัง โดยคาดว่าเกิดจากความเครียดจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ แม้โดยรวมการติดเชื้อทั่วประเทศเริ่มชะลอตัว มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,805 ราย รวมเป็น 124,632 ราย เสียชีวิตอีก 681 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกเป็น 15,362 ราย

“สเปน-กรีซ” ขยายเวลาล็อกดาวน์

ที่สเปน นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ประกาศเตรียมขยายเวลาล็อกดาวน์ประเทศครั้งที่ 2 ไปอีก 2 สัปดาห์ ถึงเที่ยงคืนวันที่ 25 เม.ย. จากเดิมที่ประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มี.ค. เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 11 เม.ย. และอาจขยายเพิ่มอีก แม้การเสียชีวิตลดน้อยลงเป็นวันที่ 2 อยู่ที่ราว 674 ราย และผู้ติดเชื้อก็ลดลง เช่นเดียวกับนายนิกอส ฮาร์ดาเลียส รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคุ้มครองพลเรือนกรีซ แถลงว่า รัฐบาลประกาศขยายคำสั่งล็อกดาวน์ประเทศอีก 3 สัปดาห์ไปถึงวันที่ 27 เม.ย. หลังพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 9 รายเป็น 68 ราย เฉลี่ยผู้เสียชีวิตอายุ 74 ปี ติดเชื้ออีก 60 ราย รวมสะสม 1,673 ราย พร้อมทั้งแสดงความกังวลกรณีพลเมืองอาจเพิกเฉยต่อกฎจำกัดการเดินทางไปยังพื้นที่รอบนอกเมือง หรือตามเกาะต่างๆ เพื่อเตรียมฉลองอีสเตอร์ที่จะถึงวันที่ 19 เม.ย.นี้

ควีนมีพระราชดำรัส

วันเดียวกัน สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ มีพระราชดำรัสในโอกาสพิเศษเป็นครั้งที่ 4 นับแต่ทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีกำหนดออกอากาศไปทั่วประเทศในเวลาราว 02.00 น. วันจันทร์ที่ 6 เม.ย. ตามเวลาไทย พระองค์ทรงเรียกร้องให้ประชาชนมีวินัยในตัวเองและช่วยกันแก้ปัญหาเพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปด้วยกัน พร้อมทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์กับความพยายามที่จะฝ่าฝันในห้วงวิกฤตินี้ ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตรายวันยังขยับเพิ่มอีก 708 ราย รวมถึงเด็ก 5 ขวบ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย 7 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตสะสมเป็น 4,313 ราย ติดเชื้ออีก 3,735 ราย ยอดสะสมเป็น 41,903 ราย

จ่อนำพลาสมาผู้หายป่วยมาใช้

ส่วนที่ฝรั่งเศส ศูนย์พยาบาล AP-HP ในกรุงปารีส คำแถลงร่วมกับสถาบันวิจัยศึกษาค้นคว้าทางการแพทย์ INSERM และศูนย์บริจาคเลือดแห่งชาติ EFS เผยถึงการเริ่มทดลองนำพลาสมา หรือน้ำเหลืองของผู้ป่วยที่รักษาหายจากไวรัสโควิด-19 เพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยที่อาการขั้นรุนแรง โดยจะเริ่มทดลองในวันที่ 7 เม.ย.นี้ ด้วยมีข้อพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาเชื้อไวรัสที่เป็นสายพันธุ์เดียวกัน เช่น อีโบลา และซาร์ส ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น โดยรวมยอดสะสม 7,560 ราย ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 89,953 ราย รวมอาการหนักอยู่ในห้องไอซียู 6,838 ราย

ปากีฯตามผู้แสวงบุญนับหมื่น

สำหรับในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปากีสถาน เร่งตามหาตัวผู้แสวงบุญหลายหมื่นคนที่ไปร่วมชุมนุมทางศาสนาของกลุ่ม “ทาบลิกี จามาอัต” ที่เมืองละฮอร์ ในช่วงวันที่ 10-12 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่การชุมนุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 100,000 คน มีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 2,500 คนถูกกักตัว และตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 154 คน ขณะที่อิหร่าน ซึ่งมีการระบาดหนักที่สุดในตะวันออกกลาง พบผู้ติดเชื้อแล้ว 58,226 ราย เสียชีวิต 3,603 ราย และคาดว่าการแพร่ระบาดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน อาจกลับมารุนแรงอีก หลังสิ้นสุดวันหยุดปีใหม่ของชาวเปอร์เซียเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่นครรัฐดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ห้ามผู้คนออกนอกบ้านตลอด 24 ชม. นาน 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 4 เม.ย.ส่วนซาอุดีอาระเบียสั่งปิดบางส่วนของเมืองท่าเจดดาห์ ริมทะเลแดง และจอร์แดนประกาศใช้โดรนกับกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อควบคุมภาวะเคอร์ฟิวทั่วประเทศ

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนเริ่มนิ่ง

ส่วนในเอเชีย ที่ประเทศจีน ต้นตอการระบาดของไวรัสมรณะ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน เผยการติดเชื้อในประเทศรายใหม่เพิ่มอีก 30 ราย แยกเป็น 25 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ และ 5 รายพบที่เมืองกวางตุ้ง พื้นที่พรมแดนติดกับฮ่องกง ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 81,699 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตพบเพียง 3 รายที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ขณะเดียวกัน ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีการสั่งกักตัวตำรวจปราบจลาจลราว 130 นาย ในค่ายกักกันแห่งหนึ่ง เป็นเวลา 14 วัน หลังพบตำรวจ 2 นายที่สถานีตำรวจเขตเกาลูนตะวันตก ป่วยโควิด-19 โดยตำรวจหน่วยดังกล่าวถูกส่งไปควบคุมกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

โตเกียวติดเชื้อรายวันสูงสุด

ที่ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกรุงโตเกียว กว่า 130 ราย นับเป็นยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุด ทำให้มีผู้ติดเชื้อในกรุงโตเกียวรวมแล้วกว่า 1,000 ราย รัฐบาลต้องออกมาเรียกร้องให้ชาวโตเกียวอยู่แต่ในบ้าน หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศอยู่ที่ 3,139 ราย เสียชีวิต 77 ราย ขณะที่ออสเตรเลีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มใน 24 ชม.อีก 139 ราย รวมยอดสะสม 5,635 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย รวมสะสม 34 ราย และรัฐบาลได้ออกมาเตือนว่าจะใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไปอีกหลายเดือน

หลายชาติอาเซียนยังน่าห่วง

ส่วนสถานการณ์ในประเทศต่างๆในอาเซียน ฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 152 ราย เป็น 3,246 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย รวมเป็น 152 ราย มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 179 ราย รวมสะสม 3,662 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย รวมสะสม 61 ราย อินโดนีเซีย พบผู้ติดเชื้อ 2,092 ราย เสียชีวิต 191 ราย สิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดถึง 120 ราย ทำให้ป่วยสะสม 1,309 ราย เสียชีวิต 6 ราย บรูไนพบผู้ติดเชื้อ 135 ราย เสียชีวิต 1 ราย กัมพูชาพบผู้ติดเชื้อ 114 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต เมียนมาพบผู้ติดเชื้อ 21 ราย เสียชีวิต 1 ราย และลาวพบผู้ติดเชื้อ 10 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

บีอาร์เอ็นระงับการเคลื่อนไหว

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กลุ่มมุสลิมแบ่งแยกดินแดน “ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี” (บีอาร์เอ็น) โพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ประกาศระงับกิจกรรมทั้งหมด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและองค์กรอื่นๆ ที่มีภารกิจป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการระงับความเคลื่อนไหวนี้จะมีผลตราบใดที่กลุ่มบีอาร์เอ็นไม่ถูกโจมตีจากกองกำลังรัฐบาลไทย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โควิด-19ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรนาไวรัสอู่ฮั่นยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าสุขภาพ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 23:17 น.