ข่าว
100 year

ไวรัสระบาดแล้ว 59 จังหวัด ยะลาตายศพแรก (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์30 มี.ค. 2563 05:33 น.
SHARE

ผวจ.ปิดเมืองห้ามคนข้ามเขต ตลิ่งชันสั่งกัก พตท.กับ 6 ตร. ยุโรปดับ 2 หมื่น-สหรัฐ 2 พัน

ไทยยังยืนอยู่ปากเหว หลังผู้ป่วยโควิด-19 ตายเพิ่มอีกที่ยะลาเป็นรายแรกของจังหวัด ส่งผลพ่อเมืองงัดมาตรการสูงสุดสั่งห้ามเข้าออกพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย ขณะที่รอง ผกก.จร.ตลิ่งชันป่วยด้วยยังไม่รู้ติดเชื้อมาจากไหน กระทบลูกน้องโดนกักตัวรวด 6 นาย ด้าน สธ.ประกาศผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะยานไป 143 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,388 รายกระจายใน 59 จังหวัด ตายแล้ว 7 ราย โดยนนทบุรีประกาศเร่งตามหากลุ่มเสี่ยงพบปะเซียนมวยย่านไทรม้าที่ตายจากโควิด-19 หลังอาจปกปิดประวัติจนตัวเองป่วยหนัก ด้าน อย.เตือนภัยชุดตรวจโควิดแบบ Rapid test จากจีนไม่ได้มาตรฐานให้ผลไม่แม่นยำ ส่วนในต่างประเทศทารกติดเชื้อไวรัสมรณะตายรายแรก รวมถึงพบแมวติดเชื้อตามเจ้าของด้วย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) ในไทย ยังไร้แววจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้ หลังพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นกว่าวันวาน รวมถึงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

“บิ๊กตู่” เรียกประชุมวงเล็ก

ทั้งนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เดินทางเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เรียกประชุมวงเล็กที่ห้องประชุมเล็กชั้น 2 มี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ความคืบหน้าการแก้ปัญหาหลังการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ และแต่งตั้งหน่วยงานภายใต้ ศบค. 10 หน่วยงาน รวมถึงติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัยที่ยังขาดแคลน ไม่เพียงพอต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน และราคาไข่ไก่ที่ขาดตลาด มีราคาแพง

เน้นวิเคราะห์ข้อมูลหาทางออก

ต่อมาเวลา 11.15 น. นพ.ทวีศิลป์แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เจ้าหน้าที่ ศบค.ทุกคนที่ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย สื่อมวลชนและประชาชนที่เผยแพร่ข้อความสร้างสรรค์ นี่คือสิ่งที่ประเทศชาติต้องการ พร้อมเน้นย้ำว่าใครปฏิบัติไม่ถูกต้องตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะมีการลงโทษเด็ดขาด นายกฯให้ความสำคัญเรื่องตัวเลข ข้อมูล โดยให้ สธ.รายงานเป็นไทม์ไลน์จะได้วิเคราะห์ออกมาตรการแก้ปัญหา และให้แต่ละจังหวัดรวบรวมรายงานและข้อกำหนดที่จังหวัดออกมา เพื่อนำมาสื่อสารให้ประชาชนปฏิบัติตาม รวมถึงกำชับเรื่องการหาหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ประชาชนมีใช้เพียงพอ ทั้งนี้ นายกฯระบุว่าเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแล้วยังเป็นห่วงและกังวล ดังนั้นมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจะต้องมีมาตรการที่เฉพาะเจาะจงลงไป สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งมาเลยว่าแต่ละแห่งมีมาตรการอย่างไร ให้รายงานต่อนายกฯทุกวัน ตอนนี้ทุกพื้นที่เข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการประกาศห้ามเดินทางเข้า-ออก ยกเว้นต้องการรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้า หากใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รัฐบาลต้องทำแบบนี้อาจเสียความสะดวกสบายไปบ้าง แต่อดทนสักนิดทุกอย่างจะกลับคืนมาเหมือนเดิม ขอย้ำว่ารวมกันติดหมู่แยกกันอยู่เรารอด

ชายชาวนนท์เสียชีวิต 1 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ณ วันที่ 29 มี.ค. มีคนติดเชื้อทั้งโลกแล้ว 645,158 ราย เสียชีวิต 29,951 ราย ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 143 ราย ยอดสะสม 1,388 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 68 ปี ชาว จ.นนทบุรี ติดเชื้อมาจากสนามมวย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยวัยทำงานที่สูงขึ้นเป็นเพราะประชาชนตื่นตัวและเข้ารับการตรวจมากขึ้น ไม่ได้มีการปิดบังตัวเลข

นายกฯแนะคุมใจตัวเองให้ได้

จากนั้นเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเดินทางกลับด้วยรถยนต์ส่วนตัวมาที่ศูนย์ ศบค. ที่ตึกสันติไมตรี ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับนายกฯกล่าวว่า กำชับมาตรการไปหมดแล้ว ให้แต่ละส่วนชี้แจงข้อมูล เมื่อถามว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวันและจะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ให้ทำตามมาตรการจะได้ลดลง เมื่อถามย้ำว่าจะมีมาตรการที่เข้มข้นกว่านี้อีกหรือไม่ เพราะบางจังหวัดมีมาตรการที่เข้มข้นและปิดพื้นที่ไปแล้ว นายกฯกล่าวว่า “คุมใจตัวเองให้ได้แล้วกัน สื่อก็คุมตัวเองด้วย”

พบคนติดเชื้อเพิ่ม 143 ราย

อีกด้านหนึ่ง ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 143 ราย ทำให้มียอดรวมผู้ป่วยสะสม 1,388 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นรายที่ 7 ของไทย เป็นเพศชายอายุ 68 ปี มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีอาการเหนื่อยหอบ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ตรวจพบปอดอักเสบ และภาวะวิกฤติระบบทางเดินหายใจ จึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า แต่อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตวันที่ 26 มี.ค. นอกจากนี้มีผู้ป่วยรักษาหายและกลับบ้านได้เพิ่ม 11 ราย รวมผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 111 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,270 ราย โดยผู้ป่วยอาการหนัก 17 ราย มีอาการปอดอักเสบ ใส่เครื่องช่วยหายใจและเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด ในจำนวนนี้ 1 ราย ใช้เครื่อง ECMO อาการอยู่ในภาวะวิกฤติ

รอหาแหล่งที่มาของเชื้อ 30 ราย

นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยเพิ่ม 143 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 70 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 5 ราย, กลุ่มสถานบันเทิง 15 ราย, กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 49 ราย และผู้ร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 43 ราย ได้แก่ กลุ่มที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงทั้งคนไทยและคนต่างชาติ 22 ราย กลุ่มผู้ทำงาน/อาศัย และเดินทางไปในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 8 ราย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 8 ราย และกลุ่มอื่นๆตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ 5 ราย และกลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ แต่อยู่ระหว่างรอสอบประวัติและสอบสวนโรค 30 ราย

ห่วงคนวงการแพทย์ติดเชื้อ

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวอีกว่า ในส่วนของบุคลากรการแพทย์ที่ติดเชื้อนั้น พบว่าติดจากผู้ป่วย 6 ราย อีก 1 ราย ติดจากแหล่งอื่น และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 1 ราย โดยย้ำว่าบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างมากในเรื่องของการติดเชื้อ ซึ่งต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าติดมาจากไหน และติดแล้วหยุดพักหรือไม่ ถ้าเกิดมีอาการขึ้นมาและรู้ตัวช้า ก็จะมีผู้สัมผัสค่อนข้างมาก และยิ่งจะต้องดูแลผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาจเกิดปัญหาตามมาได้ ซึ่งเราไม่อยากเห็นบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ จึงออกแบบเรื่องป้องกันโรคในโรงพยาบาลให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้บุคลากรทุกคนช่วยกันดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้มีใครติดเชื้อ เพราะติดเพียงคนเดียวก็ถือว่าเสี่ยงสูงแล้ว

เชื้อกระจายไปใน 59 จังหวัด

นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยกระจาย ไปยัง 59 จังหวัด โดยการระบาดของโรคทำให้มีมาตรการของแต่ละจังหวัดแตกต่างกัน ทั้งมาตรการดูแล ลักษณะการป้องกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ไม่มีผู้ป่วยเลยซึ่งมีหลายสิบจังหวัด จะทำเหมือน กรุงเทพฯ เมื่อช่วงต้น ม.ค. คือ ผู้ป่วยระยะแรก เป็นคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จึงต้องเฝ้าระวัง ติดตามคนเดินทางเข้าพื้นที่ให้ดูอาการ14 วัน 2.กลุ่มจังหวัดที่มีผู้ป่วยจำนวนน้อยเช่น 1-3 คน กลุ่มนี้ก็มาจากผู้ป่วยที่มาจากพื้นที่อื่นที่แพร่ระบาดอยู่แล้วโดยต้องพยายามตรวจจับคนไข้ที่มาจากต่างจังหวัดให้เร็วที่สุด เพื่อสอบสวนโรค ควบคุมโรค และหยุดแพร่โรคให้เร็วที่สุด ถือเป็นยุทธศาสตร์ยุติโรคให้เร็วที่สุดเพราะเราต้องการจังหวัดปลอดผู้ป่วยมากสุดในประเทศ ยิ่งมีจังหวัดปลอดผู้ป่วยมากเท่าไร การดำเนินงานควบคุมโรคจังหวัดใกล้เคียงจะง่ายขึ้นไปด้วย

เน้นหาตัวผู้ติดเชื้อโดยเร็ว

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า 3.กลุ่มจังหวัดที่เริ่มมีผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ยังไม่แพร่กระจายไปในวงกว้าง เช่น สุรินทร์ อุดรธานี กาญจนบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา เป็นต้น ให้ทำเหมือนกรุงเทพฯ ช่วงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยเน้นหนัก 2 เรื่องคือ การตรวจจับผู้ป่วยให้เร็ว ลงไปสอบสวนโรค และอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาคือ มาตรการเชิงสังคมเพิ่มระยะห่างบุคคลให้มากขึ้น และ 4.กรุงเทพฯที่มีผู้ป่วยค่อนข้างมาก แพร่กระจายกว้างขวางให้พยายามตะครุบตัวให้ได้ทุกคน แต่มาตรการที่ต้องทำสูงขึ้นเรื่อยๆคือ ระยะห่างทางสังคมและบุคคล เพื่อให้คนออกมาพบปะที่สาธารณะให้น้อยที่สุด แต่การป้องกันการแพร่กระจายของโรคไม่ใช่แค่ออกมาตรการ แต่ยังอยู่ที่ความร่วมมือของทุกคนด้วย อย่างอิตาลีประกาศปิดเมืองเข้มข้นกว่าไทย แต่สถานการณ์ก็ไม่ดี เพราะคนออกมาในที่สาธารณะ และสังสรรค์มาก

คาดตายรายล่าสุดปกปิดประวัติ

ด้าน นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า รายที่เสียชีวิตนี้อาจจะพลาดในการตรวจหาเชื้อและระบุว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยให้กลับบ้านไปก่อน แต่ต่อมามีอาการจึงกลับมาพบแพทย์ใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนไข้รายนี้อาจจะไม่ให้ประวัติด้วย ดังนั้น ผู้มีอาการทุกรายควรซักตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่า ไปไหนมาบ้าง จำเป็นต้องบอกประวัติกับแพทย์ถ้ากลัวว่าเป็นแล้วแพร่คนอื่นแล้วไม่บอก จะกลายเป็นทำร้ายคนอื่น สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่หนักต้องมีการควบคุมคนไข้ให้พักในโรงพยาบาลของรัฐที่ได้จัดหาไว้รองรับ ซึ่งอาจจะมีการลักลั่นบ้าง ระหว่างรอผลตรวจ

เตือนชุดตรวจโควิดจีนไม่แม่นยำ

ขณะที่ นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีบริษัทนำเข้าชุดตรวจโควิด Rapid test จากจีนเข้ามาจำหน่ายในไทย แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้ากับ อย. หลังสเปนออกมาให้ข้อมูลว่า ชุดตรวจจากบริษัทจีนแห่งนี้ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถบ่งบอกผลการติดเชื้อได้อย่างแม่นยำว่า อย.ทำงานร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบเพื่อการอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์ โดยให้มีการประเมินจากกรมวิทยาศาสตร์ฯก่อน และ อย.จะตรวจสอบหนังสือรับรองการขายจากผู้ผลิตจากประเทศต่างๆ และตรวจแค็ตตาล็อกให้ตรงกับที่กรมวิทยาศาสตร์ฯประเมินก่อนที่จะอนุญาตให้นำเข้าได้ ที่ผ่านมามีบริษัทได้รับอนุญาตนำเข้า 2 ราย ซึ่งหลังเกิดเหตุที่ประเทศสเปนแล้ว มีบริษัทขอยกเลิกนำเข้า 1 บริษัท ส่วนอีก 1 บริษัท ขอข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัทผู้ผลิต และประเทศต้นทาง ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่าไทยยังไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิด Rapid test ที่เป็นข่าว

ชม ปชช.มีวินัยให้ความร่วมมือ

ด้านการทำงานของตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งเตรียมแผนรองรับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ตำรวจเข้มจุดตรวจร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คัดกรองการเดินทางของบุคคล ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และป้องกันเหตุคดีอาชญากรรมลักจี้ชิงปล้นเพื่อไม่ให้ก่อเหตุซ้ำเติมพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล ขอความร่วมมือประชาชนรักษาในเรื่องวินัยเพื่อช่วยให้การแก้ปัญหาผ่านพ้นไปได้ ตำรวจจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนตามแผนป้องกันเชื้อไวรัส มีหน้าที่หลัก คือ ตั้งจุดตรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ในการคัดกรองการเดินทางของกลุ่มบุคคล ขอความร่วมมือประชาชน อยู่บ้าน ไม่เคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค เบื้องต้นพบว่าประชาชนมีวินัย และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะยังต้องเข้าไปทำความเข้าใจเพิ่มเติม ส่วนตำรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กำชับให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต้นสังกัดดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนตำรวจผู้ที่ติดเชื้อต้องดูแลตัวเอง ไม่ให้แพร่ระบาดไปยังบุคคลอื่น และได้กำชับให้ตำรวจทุกนาย ยังคงปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปัญหาอาชญากรรมอย่างเคร่งครัด

รอง ผกก.จร.ตลิ่งชันติดโควิด

มีรายงานว่า พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน ลงนามในหนังสือคำสั่งสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน ที่ 29/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจกักบริเวณภายในบ้านพัก ระบุว่า ด้วยได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.วรชัย ธนนิธิสกุล สว.จร.สน.ตลิ่งชัน ว่า พ.ต.ท.สมเกียรติ อนันตกาล รอง ผกก.จร. สน.ตลิ่งชัน เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโรคดังกล่าว สน.ตลิ่งชัน มีคำสั่งให้ผู้ที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.สมเกียรติ กักตัวอยู่ในบริเวณบ้านพักของตนเองเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ถึง 8 เม.ย. ได้แก่ 1. ร.ต.อ.วิชาญ จันทร์มณี รอง สว.จร. 2. ร.ต.อ.บุญเชิด สิงห์ภิรมย์ รอง สว.จร. 3. ร.ต.อ.เสนีย์ กันพาวงศ์ รอง สว.จร. 4. ร.ต.ท.ประสงค์ น้อมระวี รอง สว.จร. 5. ด.ต.สมทรง นามดิลก ผบ.หมู่ จร. 6. ด.ต.บุญธรรม อินทร์ทองน้อย ผบ.หมู่ จร. สน.ตลิ่งชัน ทั้งนี้ให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัด ลงวันที่ 28 มี.ค.63 ส่วนบรรยากาศใน สน.ตลิ่งชัน มีร้อยเวร 2 นาย ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน มีประชาชนมาติดต่อตามปกติ 2-3 คน ส่วนห้องปฏิบัติงานฝ่ายจราจร เป็นอาคารชั้นเดียวแยกออกจากโรงพักอยู่ด้านหลัง มีการปิดประตูและไม่พบเจ้าหน้าที่ มีรถ จยย.เจ้าหน้าที่จอด 5-6 คัน

ผกก.ชี้ไม่น่าติดจากด่านคัดกรอง

พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องทำหนังสือไปยังผู้บังคับบัญชาโดยให้รอง ผกก.จร. ที่ติดเชื้อพักรักษาตัวที่ รพ.ตร. และผู้ใกล้ชิดฝ่าย จร. 6 นาย กักตัวเองในที่พัก 14 วัน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าติดเชื้อจากที่ไหน เพียงแต่มีอาการไข้ ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อไปตรวจ รพ.ตร. ปรากฏพบเชื้อ แพทย์ให้รักษาตัวทันที ไม่น่าจะติดจากด่านตรวจโควิด หน้าศูนย์โตโยต้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. เนื่องจากเป็นด่านเจ้าหน้าที่ฝ่าย สวป.ในพื้นที่โรงพัก บก.น.7 ปฏิบัติงาน ฝ่าย จร. ไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย ส่วน สน.ตลิ่งชัน เปิดให้บริการประชาชนตามปกติ ปิดแต่ห้องรอง ผกก.จร. ที่เป็นห้องเดี่ยวบนชั้น 2 เพื่อรอการฆ่าเชื้อ สำหรับห้องปฏิบัติการฝ่าย จร. อยู่หลังโรงพัก เจ้าหน้าที่ยังปฏิบัติงานตามปกติ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก ผกก.สน.ตลิ่งชัน ยืนยันว่า พ.ต.ท. ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ารักษาตัวที่ รพ.ตร.ไปแล้ว ก่อนตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สอบถาม พ.ต.ท.ดังกล่าวทราบว่าไปแข่งบอลมากระทั่งสงสัยว่าตัวเองผิดปกติติดเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตามต้องรอผลตรวจสอบสาเหตุการติดเชื้อละเอียดอีกครั้งว่าติดมาได้อย่างไร ส่วนลูกน้อง 6 นายที่ทำงานใกล้ชิดกับ พ.ต.ท. ดังกล่าวได้ให้กักตัวรอดูอาการแล้ว

รองโฆษก ตร.คาดติดเชื้อจากที่อื่น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.กล่าวถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว “ผวาทั้ง สน. พ.ต.ท.ติดโควิด” หลังตั้งด่านคัดกรอง สั่งกักตัวอีก 6 ราย การสอบสวนประวัติโรคติดต่อของ พ.ต.ท. รายดังกล่าว คาดว่าน่าจะติดมาจากที่อื่น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจจุดตรวจคัดกรองควบคุมการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ผู้ป่วยได้ไปพบแพทย์ รพ.ศิริราช ปัจจุบันถูกส่งตัวมารักษา ณ รพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจ ณ จุดตรวจคัดกรอง มีมาตรการในการรับมือและป้องกันตนเองจากเชื้อโรค COVID-19 ขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้มั่นใจและเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่คัดกรองของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อนี้ ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงสุขภาพตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ กำชับให้เพิ่มความระมัดระวังและความรอบคอบในการป้องกันตนเองให้มากที่สุด

ยิ่งดื่มเหล้ายิ่งเสี่ยงติดเชื้อ

ขณะที่ วันเดียวกัน นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่าทางมูลนิธิเมาไม่ขับ ห่วงใยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานได้จัดทำหน้ากากอนามัยแบบผ้ามามอบให้ นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้ภูมิในร่างกายอ่อนแอเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่าคนปกติที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนั้นแล้วการดื่มแอลกอฮอล์ยังนำมาซึ่งอุบัติเหตุทางถนน จึงอยากขอให้คนไทยเปลี่ยนวิกฤติไวรัสโคโรนา มาเป็นโอกาสในการงดเหล้าเพื่อยับยั้งการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และลดอุบัติเหตุไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งถ้าคนไทยทั้งประเทศร่วมแรง ร่วมใจกัน เชื่อว่าประเทศไทยจะรอดพ้นจากภัยพิบัติร้ายแรงนี้ไปได้

ยะลาพบผู้ติดเชื้อตายรายแรก

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในส่วนภูมิภาค พบว่ายังน่าห่วงในหลายพื้นที่ โดยที่ภาคใต้ นพ.สงกรานต์ ไหมชุม สสจ.ยะลา ออกประกาศแจ้งมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตรายแรกของจังหวัด เป็นชายอายุ 54 ปี อาชีพค้าขาย ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง เดินทางกลับจากไปส่งลูกสาวที่เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ต่อมามีไข้ ไอ หายใจลำบากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกระทั่งผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ให้ยาต้านไวรัส ฆ่าเชื้อ ใส่เครื่องช่วยหายใจ กระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 01.56 น. วันที่ 29 มี.ค. ส่วนคนในบ้าน 5 คน ตรวจพบเชื้อ 2 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีก 3 คน อยู่ระหว่างกักตัวอยู่ที่บ้าน

ย้ำแนวทางจัดการศพชาวมุสลิม

สสจ.ยะลา ยังประกาศถึงแนวทางจัดการศพผู้ติดเชื้อตามข้อแนะนำจากสำนักจุฬาราชมนตรีว่า ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในการจัดการศพและให้บุคคลที่เป็นมุสลิมทำการตะยัมมุม (แทนการอาบน้ำศพ) ในห้องปลอดเชื้อ และจะต้องสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ ย้ำห้ามญาติหรือผู้มาเยี่ยมสัมผัสหรือจูบศพ

ผลตรวจยันติดเชื้ออีก 7 ราย

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 35 ราย เป็นรายใหม่ผลตรวจเพิ่งยืนยัน 7 ราย รักษาหายสะสม 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย รายใหม่ที่พบผลตรวจเพิ่งยืนยันเมื่อวันที่ 28 มี.ค. โดย 5 คน เป็นกลุ่มที่กลับจากร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย แยกเป็นชาว อ.ยะหา 2 คน อ.กาบัง 2 คน และ อ.กรงปินัง 1 คน อีกสองคนแยกเป็นคนที่ติดเชื้อจากผู้ป่วยชาวสุราษฎร์ธานี 1 คน และคนที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียอีก 1 คน

ห้ามเดินทางเข้า-ออกยะลา

ต่อมานายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จ.ยะลา มีคำสั่งที่ 05/2563 ลว.29 มี.ค.2563 ห้ามประชาชนเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่จังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันจังหวัดยะลามีการแพร่เชื้อโควิด-19 ในหลายอำเภอ พบการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อยับยั้งการแพร่เชื้อไปสู่ประชากรเป็นวงกว้าง การควบคุมพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค จังหวัดยะลาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้มาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มข้นลดโอกาสการแพร่ระบาดโรคในสถานที่ต่างๆ

ปัตตานีเพิ่มความเข้มงวด

ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จุดเชื่อมรอยต่อ อ.เทพา จ.สงขลา ถือเป็นประตูสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่า ได้สั่งห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่ยังผ่อนผันให้ผ่านได้เนื่องจากประชาชนอ้างเหตุจำเป็น แต่ในวันที่ 31 มี.ค.นี้จะเพิ่มความเข้มงวด ประเมินความจำเป็นเป็นหลัก ยกเว้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การขนส่งสินค้าที่จำเป็น อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ยานพาหนะเพื่อการกู้ชีพ กู้ภัยฉุกเฉิน รถพยาบาล และยานพาหนะของทางราชการ

คัดกรองเข้มนักศึกษากลับจากปากีฯ

ที่ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการและแก้ปัญหาผลกระทบโรคโควิด-19 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. รายงานกรณีนักศึกษาไทย 237 คน เดินทางกลับจากประเทศปากีสถาน ด้วยเที่ยวบินทีจี 350 มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 06.05 น. เป็นนักศึกษา จ.ยะลา 38 คน จ.ปัตตานี 57 คน จ.นราธิวาส 112 คน และ จ.สงขลา 30 คน ทางการจัดรถบัส 12 คัน ส่งกลับภูมิลำเนา และทาง ศอ.บต.ได้ประสานข้อมูลไปยังแต่ละจังหวัดเพื่อตรวจคัดกรองต่อไป โดย จ.นราธิวาส อยู่ที่ กองร้อย อส.จังหวัด และกองร้อย อส.อ.ระแงะ จ.ปัตตานี อยู่ที่โรงยิมสนามกีฬากลาง อบจ.ปัตตานี จ.ยะลา อยู่ที่ศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน อ.เมืองยะลา และ จ.สงขลา อยู่ที่ค่ายทหาร ร.5 พัน.3 อ.นาทวี

พ่อเมืองโคราชสั่งปิด 1 หมู่บ้าน

ส่วนภาคอีสาน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา แถลงที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 14 ราย ผู้ป่วยรายล่าสุดเป็นหญิง อายุ 66 ปี อยู่บ้านท่าอ่าง หมู่ 3 ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย เป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย 3 รายก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้มีมติปิดหมู่บ้าน 1 แห่งเป็นเวลา 14 วัน คือ หมู่ 3 ต.ท่าอ่าง รัศมี 150 เมตร เพราะพบผู้ติดเชื้อในหมู่บ้านถึง 4 ราย ส่วน จ.ศรีสะเกษ พบผู้ติดเชื้ออีก 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 4 ราย โดยนายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเป็นนักศึกษาหญิง มีอาชีพเสริมเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารย่านสุขุมวิท กทม. พ่อขับรถไปรับกลับบ้านที่ อ.ราษีไศล ก่อนจะป่วยมีไข้เข้ารักษาตัวที่ รพ.ราษีไศล กระทั่งผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อดังกล่าว

สกลนคร ตั้ง 73 ด่านสกัดเชื้อมรณะ

ที่สี่แยกบ้านธาตุ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.เมืองสกลนคร นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน ตั้งจุดตรวจรถทุกคันที่ผ่านสี่แยกบ้านธาตุ เป็นเส้นทางผ่านของผู้เดินทาง จ.นครพนม ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยตรวจวัดไข้ แจกเอกสารแนะการปฏิบัติตัวป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อ ด้านนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.สกลนคร กล่าวว่า ได้สั่งให้ตั้งด่านตรวจ 73 จุด ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ เนื่องจากจังหวัดในภาคอีสานมีผู้ติดเชื้อ ยกเว้นสกลนครและบึงกาฬ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาป้อมปราการให้ปลอดจากเชื้อโควิด-19 ขณะนี้มีที่กักตัวสังเกตอาการ 2,563 ราย รู้ผลแล้วไม่พบเชื้อ 76 ราย รอฟังผล 9 ราย

จับร้านหมูกะทะให้ลูกค้านั่งดื่มกิน

ที่ จ.อุดรธานี นายชัยวัฒน์ ธรรมวัตร ปลัดอาวุโส รักษาราชการนายอำเภอเมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเข้าตรวจสอบร้านน้องแบงค์บุฟเฟต์เนื้อย่าง เลขที่ 666/1 ถนนนิตโย เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อสามทุ่มวันที่ 28 มี.ค. หลังพบเปิดร้านให้ลูกค้านั่งดื่มกินราว 3-4 โต๊ะ และจำหน่ายเบียร์ ฝ่าผืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานีและคำสั่งจังหวัดอุดรธานีที่ 1640/2563 ลว.22 มี.ค.63 อันเป็นความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จึงคุมตัว น.ส.อัมพร โปรยโคกสุข เจ้าของร้านไปดำเนินคดี

ส่งนักศึกษาอิตาลีสู่อ้อมอกพ่อแม่

ส่วนที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ใช้เป็นสถานที่กักตัวดูอาการนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน 78 คน นักท่องเที่ยว 3 คน และพนักงานสายการบิน 2 คน รวม 83 คน เดินทางมาจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นเวลา 14 วัน ปรากฏว่าผลตรวจทั้งหมดไม่มีเชื้อไวรัสมรณะจึงปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา มีพ่อแม่และญาติๆผู้ถูกกักตัวมารอรับด้านหน้าอาคาร ทันทีที่พบหน้ากันต่างโผเข้าโอบกอดกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นที่น่าประทับใจ ส่วนคนที่ไม่มี ญาติมารับเจ้าหน้าที่ทหารเรือจัดรถบัส 1 คัน รถตู้ 1 คัน ไปส่งยังสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งเอกมัย และสถานีขนส่งสายใต้ เพื่อเดินทางต่อกลับไปยังภูมิลำเนาของแต่ละคน

ชลบุรีเตือน 200 คนเสี่ยงต้องกักตัว

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อสะสมยังคงอยู่ที่ 49 คน ในส่วนของกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดเซียนมวยน่าจะหมดแล้ว เหลือแต่กลุ่มเสี่ยงจากธนาคารกสิกร สาขาบ่อวิน อ.ศรีราชา ที่ได้รับเชื้อจากสามี มีประมาณ 200 คน ฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ถ้ารู้ตัวว่าอยู่กลุ่มเสี่ยงให้กักตัวเองจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แพร่กระจายของเชื้อโรคออกไปอีก

นนท์เร่งหากลุ่มเสี่ยงเจอเซียนมวย

ส่วนที่ จ.นนทบุรี หลังจากเซียนมวยชายชาว ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี วัย 68 ปี ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเป็นรายที่ 7 ของประเทศ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.พนัส โสภณ พงษ์ สสจ.นนทบุรี ว่านายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี สั่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่สืบค้นเก็บข้อมูลจากญาติผู้เสียชีวิตว่า ผู้เสียชีวิตไปที่ไหนบ้าง มีคนสัมผัสใกล้ชิดกี่คน เพื่อรายงาน ศบค.ทราบและประกาศให้คนในกลุ่มเสี่ยงกักตัวจนกว่าจะครบกำหนด 14 วัน

ซึ่งมีรายงานว่าญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เซียนมวยผู้ตายไม่ได้บอกคนในครอบครัวว่าไปดูมวยที่สนาม มวยลุมพินี และสนามมวย อตก.3 นนทบุรี จนกระทั่งวันที่อาการทรุดหนักไปหาแพทย์ที่ รพ.นนทเวช ถึงยอมเล่าให้ครอบครัวฟัง ซึ่งคนในครอบครัว 4 คน คือภรรยา ลูกชาย ลูกสาว และลูกเขย อยู่ระหว่างกักตัว ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบเชื้อ

นครสวรรค์ป่วยเพิ่มอีก 2

ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 รายเป็นชายอายุ 24 ปี อาศัยอยู่ที่ อ.ปาย มีประวัติเดินทางมาจากประเทศปากีสถาน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 5 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นญาติกับผู้ติดเชื้อ 4 รายแรก รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ปาย 4 ราย และรพ.ปางมะผ้า 1 ราย ขณะเดียวกันประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์ รายงานพบผู้ติดเชื้อใน จ.นครสวรรค์ เพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งสิ้น 5 ราย

ลำพูนไข่แตกพบติดเชื้อ 2 ราย

ด้านนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.ลำพูน แถลงพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งแรก จำนวน 2 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังอาการ ผลตรวจเพิ่งยืนยัน รายแรกเป็นชายอายุ 39 ปี เดินทางมาจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เข้าสู่ระบบกักตัวดูอาการ รายที่ 2 เป็นชายอายุ 30 ปี ติดเชื้อมาจากสถานบันเทิงนอกพื้นที่ ก่อนหน้านี้กักตัวอยู่ที่บ้านกระทั่งเริ่มมีอาการเข้ารับการตรวจรักษา ขณะนี้มีคนอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังดูอาการ 58 ราย ยืนยันติดเชื้อ 2 ราย

ผีน้อยทยอยถึงไทยต่อเนื่อง

ที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายงานผลการดำเนินงานคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 มี.ค. ว่า ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ คัดกรองผู้โดยสารขาเข้า ระหว่างประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,834 คน จากเที่ยวบิน ระหว่างประเทศ 87 เที่ยวบิน ไม่พบผู้โดยสารรายใด เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่ม ผู้โดยสารที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ มีทั้งสิ้น 170 คน จากจำนวนเที่ยวบิน 2 เที่ยวบิน เป็นคนไทย 131 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีแรงงานไทยที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ ที่วีซ่าการเดินทางหมดอายุ จำนวน 48 คน ซึ่งทั้งหมด ไม่พบว่ามีรายใดเข้าเกณฑ์ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนการดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารขาออก จำนวนทั้งสิ้น 12,289 คน ไม่พบผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัย ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นกัน

ตม.โต้สาวไทยป่วยผ่านด่านฉลุย

ส่วนที่ บก.ตม.2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้าด่าน ตม.ท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ ในฐานะรองโฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 พบว่ามีการโพสต์ของผู้ใช้นามว่า Martin X Khemmathin โพสต์ข้อมูลการโพสต์ ของผู้ใช้เฟซบุ๊กหญิงไทยรายหนึ่ง ซึ่งแจ้งว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 โดยเขียนโพสต์ไทม์ไลน์ การเริ่ม มีอาการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยระบุว่า ปัญหาการไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งที่สงสัยว่าอาจติดเชื้อโควิด-19 แต่ต่อมาได้ขอใบรับรอง Fit to Fly และผ่านการรับรองจาก สถานทูตไทย ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากสายการบิน ออกตั๋วเดินทางมาไทย เมื่อบินมาถึงไทยอ้างว่าผ่านจุด ตม.คัดกรองคน และอ้างว่าได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีไข้ แต่ จนท.ไม่สนใจ ให้ผ่าน ตม.ออกมาได้ โดยล่าสุดผู้โพสต์ได้ลบข้อความออกไปแล้ว แต่มีผู้แคปหน้าจอส่งต่อทางโซเชียล

มั่นใจในมาตรฐานคัดกรอง

พ.ต.อ.ธานินทร์ ชี้แจงว่า จุด ตม.ที่ผู้โพสต์อ้างถึง น่าจะเป็นจุดคัดกรองของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค โดยตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้โดยสารบินมาถึงไทย เที่ยวบิน TG 917 เมื่อวันที่ 22 มี.ค.63 ถึงเวลา 16.50 น. โดยกระบวนการคัดกรองวัดอุณหภูมิ ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ยืนยันว่ามีการตรวจ วัดอุณหภูมิทุกราย หากมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 จะถูก ควบคุมตัวเพื่อเข้ากระบวนการรักษา และสอบสวนอาการ หากไม่มีไข้จึงจะผ่านไปลงทะเบียน และแสดง เอกสารรับรองสุขภาพ หรือ Fit to Fly อีกครั้งจาก เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ซึ่งจะประทับตรา สธ.ให้ จึงจะ สามารถเดินผ่านการตรวจคนเข้าเมืองได้ หากไม่มีตรา สธ.รับรอง ทาง ตม.จะไม่ให้ผ่านเด็ดขาด ทั้งนี้ การ ระบุว่าป่วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อวินิจฉัยของแพทย์

ลั่นใช้ ก.ม.จัดการหากมีข้อมูลเท็จ

รองโฆษก บก.ตม.2 กล่าวอีกว่า ในรายดังกล่าว อ้างว่า ได้ผ่านกระบวนการตรวจมาตั้งแต่อังกฤษ มีเอกสาร Fit to Fly และรับรองจากสถานทูต มีการ วัดอุณหภูมิ มีตราประทับ สธ.จากควบคุมโรคแล้ว ทาง ตม.จึงประทับตราขาเข้าให้ จึงมีข้อสงสัยว่าเหตุใด จึงสามารถออกใบรับรอง Fit to Fly มาตั้งแต่ต้นทาง ได้อย่างไร ซึ่งจะประสานทางด่านควบ คุมโรค และทางสายการบินเพื่อตรวจสอบโดยละเอียด รวมถึงการตรวจสอบผู้โดยสาร ที่มาร่วมกับผู้โพสต์ เพื่อแจ้ง ควบคุมโรคติดตามตรวจสอบตามข้อมูลที่มีการลงใน AOT Application ต่อไป แต่เนื่องจากมีการพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่หลายหน่วย เชื่อว่า คงมีการตรวจสอบและมีการชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ชายไทยในเกาหลีใต้ติดเชื้อรายที่ 3

สำหรับการดูแลคนไทยในต่างประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเพจชุมชนคนไทยในเกาหลีใต้ Thaikuk KR ได้เผยแพร่สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ว่า พบผู้ติดเชื้อที่ร้านนวดไทยในจินจู ผู้ติดเชื้อเป็นหญิงเกาหลีอายุ 53 ปี เป็นพนักงานเคาน์เตอร์ร้านนวดไทย ไม่มี ประวัติเดินทางไปต่างประเทศและไม่มีความสัมพันธ์กับลัทธิซินชอนจิ โดยนายจ้าง 2 คน พนักงาน 1 คนและหมอนวดไทย 6 คนในร้านนวดไทยได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งผลออกมาเป็นลบทุกคน โดยเมืองจินจูได้เร่งตรวจสอบเส้นทางการติดเชื้อและตรวจสอบลูกค้าที่แวะมาใช้บริการในร้าน ส่วนคนไทยที่อาศัยและทำงานในเกาหลีใต้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวม 3 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นชาย อายุ 38 ปี อาศัยในเขตซอแดมุน-กู กรุงโซล ขณะนี้เข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.อึนพย็องซ็องมู รัฐบาลเกาหลีกำลังเร่งหาเส้นทางการเดินทางของผู้ติดเชื้อ โดยคนไทย 2 รายที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้เป็นหญิง คนแรกทำงานในร้านซักผ้า อีกคนติดจากแฟนชาวเกาหลีซึ่งทำงานคอลเซ็นเตอร์ในกรุงโซล

ดูแล นร.ไทยในออสเตรเลียใกล้ชิด

ส่วนที่ประเทศออสเตรเลีย นางบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด และเผยแพร่ข้อมูลและมาตรการต่างๆของทางการออสเตรเลีย ซึ่งมุ่งเน้นที่จะลดการแพร่ระบาดอยู่ต่อเนื่อง เพื่อแจ้งให้คนไทยได้รับทราบและปฏิบัติตน ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ขณะเดียวกันทางสถานเอกอัครราชทูตฯ รับทราบถึงปัญหาที่คนไทยและนักเรียนไทยประสบ สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและยินดีช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยได้แนะนำแหล่งข้อมูลเรื่องการขอต่อวีซ่าพำนักในออสเตรเลีย กรณีที่คนไทยอาจประสบปัญหาวีซ่าจะหมดอายุ

สัปดาห์นี้จัดถุงยังชีพแจกคนไทย

นอกจากนั้นในสัปดาห์นี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะเริ่มจัดถุงยังชีพบรรจุอาหารแห้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้แก่ชุมชนและนักเรียนไทยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยประสานงานกับสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ที่เมลเบิร์นและบริสเบน ทั้งนี้ หากประสบปัญหาด้านอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตฯ มีมาตรการรองรับตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการใช้จ่ายเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ พ.ศ.2562 โดยขอให้ติดต่อมาได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 04-0273-5642 และ 04-2959-7191 และ Line ID cbrconsular พร้อมกันนี้ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เพื่อให้ดูแลแนะนำและช่วยเหลือคนไทยที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือให้ทั่วถึง

ติดเชื้อเพิ่มหลักแสนใน 2 วัน

ส่วนภาพรวมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 199 ประเทศและเขตปกครองพิเศษทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 29 มี.ค.ว่ายอดผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็นมากกว่า 680,000 ราย เสียชีวิตมากกว่า 32,000 ราย ขณะที่รักษาหายได้มากขึ้นเป็น 146,000 ราย ถือเป็นรายงานการเพิ่มของจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า100,000 คน ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ขณะที่จีน ประเทศต้นทางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ กลับมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน เผยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 45 ราย เทียบกับวันก่อน 54 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ทำให้ตลอด 7 วันที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อจากต่างแดน 313 ราย ยกเว้น 6 รายที่ติดเชื้อในประเทศ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 5 รายทั้งหมดอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ศูนย์การแพร่ระบาดที่เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค.ปีกลาย กระนั้นที่เมืองอูฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ก็มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ตลอด 10 วันที่ผ่านมาเพียงรายเดียว ขณะที่สนามบินทุกแห่งในมณฑลหูเป่ย เริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินในประเทศ ยกเว้นสนามบินเทียนเหอ ของเมืองอู่ฮั่น ที่จะเริ่มเปิดบริการเที่ยวบินในประเทศวันที่ 8 เม.ย.นี้

สหรัฐฯเสียชีวิตทะลุ 2,000 ศพ

ตรงกันข้ามกับการแพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกา ที่กลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกิ้นส์ เผยตัวเลขผู้เสียชีวิตในระยะเวลาเพียง 3 วัน เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว อยู่ที่ 2,229 ราย ส่วนยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 123,774 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในรัฐนิวยอร์ก กว่า 52,000 ราย เสียชีวิต 672 ราย ทั้งมีทารกอายุไม่ถึง 1 ขวบเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งถือเป็นเคสแรกของโลกที่มีเด็กทารกอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เสียชีวิตจากโรคนี้ และยังมีนักโทษวัย 49 ปี เสียชีวิตในเรือนจำจากการติดเชื้อที่รัฐหลุยส์เซียนา เป็นรายแรกของประเทศ

“ทรัมป์” ล้มแนวคิดปิด 3 รัฐ

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปลี่ยนความคิดที่จะปิด 3 รัฐ ทั้งรัฐนิวยอร์ก รัฐ นิวเจอร์ซีย์ และรัฐคอนเนกติกัต หลังทีมงานที่ทำเนียบขาวและผู้ว่าการทั้ง 3 รัฐ ต่างไม่เห็นด้วย และเปลี่ยนมาเป็นการแนะนำให้ประชาชนใน 3 รัฐดังกล่าว งดการเดินทางที่ไม่จำเป็น นาน 14 วัน ยกเว้นรถบรรทุกสินค้า การจัดส่งอาหาร การทำธุรกรรมทางการเงิน

ยุโรปเสียชีวิตทะลุ 2 หมื่น

ส่วนในยุโรปที่การแพร่ระบาดรุนแรง สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยอิตาลีเผยว่า พบผู้เสียชีวิตรายใหม่อีก 889 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมทะลุเป็น 10,023 ราย ส่วนยอดสะสมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 92,472 ราย รวมรายใหม่ที่แคว้นล็อมบาดี ที่มีผู้ติดเชื้ออีกราว 2,117 คน ทั้งที่ประกาศล็อกดาวน์ประเทศ 16 วัน ทำให้นายกรัฐมนตรี จูเซปเป คอนเต เผยถึงความพร้อมที่จะขยายเวลาปิดเมืองต่อไป หลังหมดเขตวันที่ 3 เม.ย.นี้ ขณะที่สเปนมีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันเดียว 838 ราย รวมเป็น 6,528 ราย ยอดรวมผู้ติดเชื้อ 78,797 ราย ฝรั่งเศสเสียชีวิตเพิ่มเป็น 2,314 ราย ติดเชื้อเป็น 37,575 ราย เยอรมนีเสียชีวิตอีกเพิ่มเป็น 433 ราย ติดเชื้อเป็น 57,695 ราย ซึ่งทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั้งภูมิภาคยุโรป พุ่งทะลุ 20,000 คนแล้ว

สเปนเข้มล็อกดาวน์ประเทศ

ด้านนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชส แห่งสเปน แถลงถึงมาตรการที่ทำเช่นเดียวกับรัฐบาลอิตาลี โดยเพิ่มมาตรการคุมเข้มในการล็อกดาวน์ประเทศ หยุดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทุกชนิด พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จำเป็น ต้องพักอยู่กับบ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ แม้อัตราการติดเชื้อจะเริ่มช้าลง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าใกล้ถึงจุดสูงสุดของการแพร่เชื้อในประเทศแล้ว

ยอดตายฝรั่งเศสอาจมากกว่านี้

ต่างจากฝรั่งเศสที่ นายกรัฐมนตรี เอดัวร์ ฟิลิป เตือนถึงสงครามที่ประเทศกำลังต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน เม.ย.อาจเลวร้ายกว่าเดือน มี.ค.อีกทั้งตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมดอาจสูงกว่าที่บันทึกได้ เพราะนับเฉพาะในโรงพยาบาล ยังไม่รวมผู้เสียชีวิตตามบ้านหรือที่บ้านพักคนชรา ขณะเดียวกัน นายโอลิวิแยร์ เวรัน รมว.สาธารณสุขฝรั่งเศส ให้คำมั่นว่าจะเริ่มตรวจหาเชื้อด้วยวิธีเดิมอีก 50,000 ราย และแบบชุดตรวจด่วนอีก 30,000 รายต่อวันภายในสิ้นเดือน เม.ย.นี้ หลังสั่งชุดตรวจไปแล้ว 5 ล้านชิ้น อีกทั้งยังสั่งหน้ากากอนามัยอีกกว่า 1,000 ล้านชิ้น ส่วนใหญ่มาจากจีน เนื่องจากกำลังผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ

อังกฤษเสียชีวิตเกินพันราย

ด้านนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ เขียน จม.เตือนประชาชน ถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะรุนแรงหนักขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ หลังยังพบผู้เสียชีวิต 260 ราย ทำให้ทะลุเป็น 1,019 ราย ติดเชื้อเพิ่มเป็น 17,089 ราย จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์ อยู่กับบ้าน รักษาชีวิตตัวเอง ซึ่งรัฐบาลเองสามารถตรวจหาเชื้อได้วันละ 10,000 ราย และพยายามเพิ่มให้เป็นวันละ 25,000 ราย ขณะที่นายสตีเฟ่น โพวิส ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ประจำระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ หวังว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะไม่เท่าอิตาลี ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเราสามารถรับมือการแพร่ระบาดได้ดีแล้ว

แมวป่วยหลังเจ้าของติดโควิด–19

ขณะที่หนังสือพิมพ์บรัสเซลส์ ไทม์ส ของเบลเยียมรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพบแมว 1 ตัว ในเมืองลีจ ติดโรคโควิด-19 จากเจ้าของ โดยจากการตรวจสอบพบว่าเริ่มป่วย 1 สัปดาห์หลังจากเจ้าของได้รับผลยืนยันว่าติดเชื้อ แมวมีอาการหายใจลำบาก อาเจียน และท้องเสีย คล้ายกับอาการป่วยของคน ทั้งพบเชื้อไวรัสในอุจจาระของแมว แต่เบื้องต้นยังต้องศึกษาต่อไป พร้อมยืนยันว่ามีโอกาสน้อยที่คนจะติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ถือเป็นเคสแมวติดเชื้อครั้งแรกของโลก หลังจากที่เคยพบสุนัข 2 ตัว ในฮ่องกงติดเชื้อจากเจ้าของ โดยตัวแรกที่ติดเชื้อตายในเวลาต่อมา เป็นสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนวัย 17 ปี

เชื่อเครียดโควิดฆ่าตัวตาย

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐเฮสเซิน ทางภาคตะวันตกของเยอรมนี พบนายโธมัส เชเฟอร์ วัย 54 ปี มนตรีฝ่ายเศรษฐกิจรัฐเฮสเซิน ถูกพบเสียชีวิตบริเวณรางรถไฟเขตเวส์บาเดน จากการตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะที่นายโวลเกอร์ บุฟฟิเออร์ มนตรีแห่งรัฐออกแถลงด้วยเสียงสั่นเครือว่า ในช่วงที่ผ่านมานายเชเฟอร์ทำงานข้ามวันข้ามคืน เพื่อช่วยเหลือบริษัทและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด แต่พักหลังเจ้าตัววิตกกังวลอย่างหนักถึงผลกระทบรุนแรงทางเศรษฐกิจที่จะตามมาหลังสถานการณ์ยุติลง

ออสซีเชื่อเว้นระยะได้ผล

วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี สก็อตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย เผยถึงอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัดส่วนร้อยละ 13-15 จากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 25-30 โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มวันเดียว 431 ราย เป็น 3,969 ราย เสียชีวิต 16 ราย ชี้ให้เห็นว่ามาตรการเว้นระยะทางสังคม หรือ social distancing ได้ผลจริง ขณะที่นิวซีแลนด์พบผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ และยืนยันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 514 ราย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โควิด-19COVID-19ไวรัสโคโรนายอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ข่าววันนี้สุขภาพ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้