ประเทศไทยมีนกเงือก 13 ชนิด พบได้ในผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั่วทุกภาค แต่มีนกเงือกบางชนิดไม่อยู่ประจำที่ มักอพยพย้ายถิ่นหากินตามแหล่งอาหารไปเรื่อย บินจากป่าหนึ่งไปสู่ป่าอีกแห่ง ถึงแม้จะไกลกันเป็นร้อยกิโลเมตรก็ตาม
นั่นคือนกเงือกกรามช้าง หรือนกกู๋กี้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhyticeros undulatus พบในป่าจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ประเทศภูฏาน ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหมู่เกาะซุนดา ยกเว้นแค่เกาะซูลาเวซี
ลำตัวยาว 75-100 ซม. ตัวผู้และตัวเมียสามารถสังเกตได้โดยสีของลำคอ ตัวผู้ลำคอเป็นสีเหลือง ตัวเมียเป็นสีฟ้า โดยมีแถบสีดำเป็นแนวยาวอยู่ด้วย
นกตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ชอบอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบ โดยเกาะอยู่ตามกิ่งไม้สูง ชอบอยู่เป็นคู่หรือฝูงเล็กๆ มักออกบินเป็นฝูงในตอนเช้าและตอนเย็น และบินออกจากรังไปหาอาหารไกลๆ จัดว่าเป็นนกอายุยืนชนิดหนึ่ง บางตัวมีอายุขัยไม่ต่ำกว่า 25 ปี
น.สพ.เกษตร สุเตชะ จากโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บอกว่า มีการพิสูจน์ทราบทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า นกเงือกทุกชนิดช่วยแพร่กระจายพันธุ์เมล็ดพืชป่าได้ตลอดชีวิต ให้ต้นไม้ไปงอกไกลๆ ตามระยะที่นกเงือกบินหาอาหารไป และผลไม้หลายชนิดก็วิวัฒนาการปรับตัวให้ผ่านระบบการย่อยของนก เพื่อให้เมล็ดพืชมีความเหมาะสมพอดี พร้อมงอกทันทีเมื่อถูกขับถ่ายออกมา
ฉะนั้นหน้าที่ของนกเงือกจึงสำคัญมากที่ช่วยปลูกป่าได้ตลอดเวลา
เพราะเมล็ดพืชเดินทางด้วยตนเองไม่ได้ โดยเฉพาะผลไม้ป่าต่างๆ และการที่มีนกเงือกอยู่คู่ผืนป่าจึงมีความจำเป็นมาก...ป่าไหนมีนกเงือกอยู่มาก ป่านั้นจะคงอยู่และเติบโตไปเรื่อยๆอย่างอุดมสมบูรณ์.