ไลฟ์สไตล์
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : โควิด-19 ร้ายจริง? ตื่นตัวไวรัสมรณะ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 มี.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส “โควิด-19” ระลอกนี้มีความท้าทายสำคัญอยู่หลายปัจจัย

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยหยิบยกข้อมูลอ้างอิงรายงานของศาสตราจารย์ Linfa wang ชาวสิงคโปร์ ที่เป็นคนรู้เรื่องเชื้อไวรัสโควิด-19 ดีที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งระบุว่าการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรตรวจภูมิคุ้มกันในเลือด

ข่าวแนะนำ

เพราะหากมีคนติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น จึงไม่สามารถตรวจหาเจอเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้โดยวิธี PCR (Polymerase Chain Reaction) เป็นสาเหตุทำให้คนติดเชื้อมีการแพร่เชื้อมากขึ้น

ขณะนี้ทางศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ ของ รพ.จุฬาฯ ได้ร่วมมือกับศาสตราจารย์ Linfa wang ใช้วิธีการตรวจเลือดแบบง่ายๆ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าใครติดเชื้อไปแล้ว แม้ไม่มีอาการก็ตาม และ...ดูว่าใครได้รับการติดเชื้อมาใหม่ๆ ซึ่งมีโอกาสแพร่เชื้อได้

“ถือเป็นความยากในการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากธรรมชาติของเชื้อไวรัสตัวนี้ เพราะเชื้อลงไปที่ปอด ถ้าเอาน้ำในจมูกหรือในคอมาตรวจจะได้ผลลบ ต้องตรวจจากเสมหะที่ไปอยู่ในปอดลึกๆเท่านั้น

ทำให้...ที่ผ่านมาผลการตรวจเชื้อไวรัสตัวนี้ทำไม่ได้ 100% อีกอย่างการใช้วิธีให้ได้น้ำล้างจากจมูกและคอไปตรวจ ต้องเอาไม้ล้วงเข้าไปลึกๆ เข้าโพรงจมูกด้านลึก อาจทำให้เจ็บจึงค่อนข้างยากลำบาก”

น่าสนใจด้วยว่า...ที่ผ่านมาได้ปรากฏมาแล้ว จากการตรวจได้ผลลบปลอม กรณีคนไข้จีนใน รพ.มหาราชเชียงใหม่ จนมาเก็บครั้งที่ 3 ส่องกล้องที่ปอดเพื่อเอาน้ำที่ปอดมาตรวจ กระทั่งพบเชื้อ

“โรคโควิด–19 แสดงอาการน้อย เลยวางใจคิดว่าไม่เป็นไร ท่องเที่ยวไปทั่ว ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อง่าย...และอายุน้อยไม่มีโรคประจำตัว ป่วยหนัก วิกฤติได้”

ประโยคข้างต้นตอกย้ำประเด็นตื่นตัวแต่อย่าตื่นตูม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ขอย้ำว่าถึงแม้ว่าพอจะมียาที่ทำให้ไวรัสลดจำนวนไปจนกระทั่งตรวจไม่เจอในเวลาอันรวดเร็วได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อปอดถูกทำลายไปสาหัสแค่ไหน ก่อนที่จะเริ่มได้รับยา ทั้งนี้ จะอยู่ไม่ได้เมื่อเหลือเนื้อปอดอยู่ไม่มาก

บทสัมภาษณ์ผ่านสื่อ “PPTV” ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาจารย์หมอพุ่งเป้าไปที่การสังเกตลักษณะอาการผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19...อาการเป็นตั้งแต่อาการน้อยนิด และไม่มีไอ ไม่มีน้ำมูกก็ได้

เพราะคนติดเชื้อจำนวนมาก เชื้อไปที่ปอดโดยตรง ไม่มีระคายคอไอ

แถมอาการไม่ค่อยมาก เดินไปเดินมา...เมื่อออกอาการเป็น หนาวๆ ร้อนๆ เพลีย มีบ้างที่มีอาการทางท้องเสีย...100 คน มีอาการมาก 20 คน

แนะทางออก “โรคโควิด–19 แสดงอาการน้อย”...ทางที่ดีที่สุด หากรู้สึกไม่สบาย หนาวๆ ร้อนๆตัวรุมๆ แยกตัวอยู่บ้าน ห่างจากคนในครอบครัว

“การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วในขณะนี้ว่า ไวรัสตัวนี้ติดง่ายและแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าไวรัสธรรมดาทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันอาการความรุนแรงของโรคยังขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อที่ได้รับและระยะเวลาการสัมผัสระหว่างผู้แพร่เชื้อกับผู้รับว่าจะนานเพียงใด”

นอกจากนั้น ยังขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่รับเชื้อแล้วติดเชื้อไปอ่อนแออยู่แล้วโดยมีโรคประจำตัวหรือไม่?

ขณะเดียวกันคนอายุน้อยไม่มีโรคประจำตัว?ก็มีอาการรุนแรงได้เช่นกัน โดยขึ้นกับปัจจัยดังข้างต้นและอาจเกี่ยวพันกับปฏิกิริยาของร่างกายผู้นั้นต่อการติดเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงเกินความจำเป็น และอาการหนัก ดังที่เห็นในบุคลากรทางสาธารณสุขไทย...อายุน้อยที่ติดจากเจ้าหน้าที่ขายสินค้าคนไทย ซึ่งแข็งแรงดี แต่ใกล้ชิดกับผู้ซื้อลูกค้า ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ โดยที่ลูกค้าไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ

ลักษณะธรรมชาติของการแพร่ดังกล่าวจะทำให้เกิดความยากลำบากในการให้การวินิจฉัยแยกกักตัว ทั้งนี้...การที่จะมาพบแพทย์ยังโรงพยาบาลจะเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งในการแพร่เชื้อให้ผู้ป่วยอื่นๆ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต่อไปอีก

อย่างการรับทราบว่าตนเองไม่สบาย แต่เป็นเพียงแค่หนาวๆร้อนๆ ตัวรุมๆ แต่ยังสามารถพอใช้ชีวิตประจำวันได้ อาจจะแยกตัวอยู่บ้านและอยู่ห่างจากคนในครอบครัว ใส่หน้ากากปิดปากปิดจมูก แยกภาชนะเครื่องใช้และอาหารการกิน จนกระทั่งอาการเป็นปกติทุกประการ

แต่ในทางกลับกัน...ถ้าอาการแย่ลงจนอ่อนเพลียทั้งนี้ ไม่ต้องรอจนกระทั่งรู้สึกหายใจเหนื่อยต้องไปโรงพยาบาลโดยแจ้งให้สถานพยาบาลนั้นๆทราบล่วงหน้าและส่งรถพยาบาลที่เตรียมพร้อมในการรับผู้ป่วยติดเชื้อ แต่พาหนะที่ใช้ ถ้าเป็นรถส่วนตัวหรือรถสาธารณะ เช่น แท็กซี่ ต้องบอกสถานะให้ผู้ขับทราบในการป้องกันตัวและทำความสะอาดตัวรถหลังจากนั้น

วิธีการนี้ในการแยกตัวอยู่บ้าน เป็นวิธีที่ทำในประเทศจีนและเริ่มจะเป็นวิธีปฏิบัติในประเทศอังกฤษ

ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 เนื่องจากมีปัญหาและมีภาระในการรับส่งผู้ป่วยมายังสถานพยาบาลและการที่จะต้องทำความสะอาดรถพยาบาล โดยใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

อีกทั้งยังสร้างความแออัดในโรงพยาบาล วิธีการเช่นนี้สามารถใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ประจำถิ่น ซึ่งก็มีการแพร่ในลักษณะเดียวกันกับ “โควิด-19 (covid-19)”

ขีดวงย้ำประเด็นอาการสำคัญของโรคโควิด-19 และโรคติดต่ออื่นๆที่เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิด ละอองฝอย พูด ไอ จะเสี่ยงสุดคือในแหล่งชุมชนหนาแน่น ดังนั้น...ควรเดินทางเท่าที่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีที่มีมากมายมหาศาลอยู่แล้วเอาไปใช้ประโยชน์เต็มที่ การทำงานก็เน้นดูผลงานเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องมาทำงานที่ออฟฟิศก็ได้

...โลกสวย ต้องทำ ไม่ใช่ให้มดงานนิรนามทำโดยไม่มีรองรับงบ บุคลากร อุปกรณ์

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ฝากอีกประเด็นทิ้งท้ายด้วยว่า “โรคไม่น่ากลัว พูดทุกวัน”...คนขับรถอย่างน้อยติด 3 คน...วิธีการฆ่าเชื้อในรถ? คนขายของ แม่บ้าน พยาบาล...ตายในคนหนุ่ม...ไม่มีการประกาศกักคนมาจากพื้นที่เสี่ยง คนไทย “ขอร้อง” ให้อยู่บ้าน แล้วไม่ใช่คนไทยก็ไม่เป็นไร

แน่ใจว่า “ยา” พอ อุปกรณ์ สถานที่ บุคลากร เหลียวแลอะไร มีอีกมาก...

“โควิด–19” ถ้าจะบอกว่า “ไม่น่ากลัว”...หมายความว่าอะไร?

“ประชาชนทุกคนต้องรู้จักวิธีป้องกันตนเองและต้องทำตลอด ... พื้นที่สาธารณะ รถประจำทางสาธารณะ ห้องที่พักโรงแรม ต้องมีวิธีในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไวรัส”

โรงพยาบาลทุกแห่งในประเทศไทยมีบุคลากรเพียบพร้อมและอุปกรณ์เต็มที่ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยอาการหนักซึ่งเกิดขึ้นได้ 20% ของผู้ติดเชื้อ

อย่างน้อยมียาที่ช่วยลดปริมาณไวรัสและจะทำให้สามารถลดระดับปอดอักเสบลงได้ ก่อนที่จะต้องถึงขั้นใส่ท่อหายใจ

ที่กล่าวมานี้พร้อมแล้ว ทำแล้ว มียาแล้วใช่หรือไม่?

ถ้ายังไม่พร้อม ยังไม่ได้ทำ แต่ประกาศ ว่า “ไม่น่ากลัว” “ไม่รุนแรง” และอีกหลายรายการ ถือว่าเป็น “fake news”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า 1โควิด-19การแพร่ระบาดธีระวัฒน์ เหมะจุฑาการตรวจหาเชื้อผู้ติดเชื้อ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 07:40 น.