ไทยตายรายแรก ไข้เลือดออกแล้วติดเชื้อโควิด (คลิป)

ข่าว

    ไทยตายรายแรก ไข้เลือดออกแล้วติดเชื้อโควิด (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    2 มี.ค. 2563 05:32 น.

    ขายสินค้าสัมผัสชาวจีน สถานการณ์ทั่วโลกหนัก อเมริกัน-ออสซีก็มีตาย

    นายกฯแสดงความเสียใจคนไทยป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายแรก เป็นชายวัย 35 ปี ยันไม่ใช้ พ.ร.บ. มั่นคงคุมการระบาด ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงทำเต็มที่ แต่ผู้ป่วยอาการรุนแรงเพราะเจอทั้งเชื้อก่อโรคโควิด-19 และไข้เลือดออก ส่งผลปอดถูกทำลายต้องใส่ปอดเทียมช่วยจนสุดยื้อ ด้านภาคธุรกิจโอดได้รับผลกระทบหนักไร้ทัวร์ลง-ส่งออกไม่ได้ ตกงานเพียบ ต้องหาวิธีเอาตัวรอดกันเอง ขณะที่การระบาดในต่างแดน “อิหร่าน-อิตาลี-เกาหลีใต้” นับวันยิ่งอาการหนัก พบผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดต่อเนื่อง ส่วน “สหรัฐอเมริกา-ออสเตรเลีย” พบผู้ติดเชื้อเสียชีวิตรายแรก โดยมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐวอชิงตัน ปธน.สหรัฐฯจ่อปิดพรมแดนเม็กซิโก ป้องกันการแพร่ระบาดหนัก

    การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ก่อโรคโควิด-19 ยังอยู่ในภาวะวิกฤติในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ในไทยมีทั้งรักษาผู้ป่วยหายดี และพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ รวมถึงมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตเป็นรายแรกของประเทศ

    รักษาหายกลับบ้าน 2 ราย

    ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 1 มี.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป น.สพ.พรพิทักษ์ พันธ์หล้า ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน ศ.สพ.ญ.พรทิพภา เล็กเจริญสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 โดย นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สำหรับไทยขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านได้ 2 ราย รายที่ 1 เป็นชายชาวจีน อายุ 33 ปี รายที่ 2 เป็นเด็กหญิงไทย อายุ 3 ขวบ ทั้งคู่รักษาอยู่สถาบันบำราศนราดูร

    ไทยพบผู้ป่วยตายรายแรก

    นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย ขณะนี้เสียชีวิต 1 ราย เมื่อคืนวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นชายไทยอายุ 35 ปี เป็นผู้ที่มีอาชีพสัมผัสใกล้ชิดกับชาวจีน ผู้ป่วยรายนี้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมาก่อน ต่อมามีการติดเชื้อโควิด-19 ร่วมด้วย จึงถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลเอกชนและเข้ารักษาที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ทำการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่ดีที่สุดร่วมกับการให้แอนติบอดี้ผู้ป่วยแท็กซี่ที่หายป่วย และตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 16 ก.พ.2563 แต่อาการก็ยังวิกฤติจากโรคไข้เลือดออก หลังจากรักษาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนและต้องใส่เครื่องเอคโม่หรือเครื่องพยุงการทำงานของปอด แต่ด้วยสภาพปอดที่เสื่อมแต่เดิม หัวใจและอวัยวะภายในทำงานหนัก ทำให้อวัยวะภายในหลายระบบล้มเหลว (Multiorgan failure) จึงเสียชีวิตในที่สุด

    ยันตรวจไม่พบเชื้อมรณะแล้ว

    นพ.สุวรรณชัย กล่าวถึงผู้เสียชีวิตรายนี้อีกว่า เนื่องจากตรวจไม่พบเชื้อแล้ว ดังนั้นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตจะเกี่ยวกับโควิด-19 หรือไม่ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติต่อไป โดยสรุปในขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 30 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 42 ราย ส่วนอีก 1 ราย ที่มีการติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย ตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

    ปกปิดข้อมูลเฝ้าระวังมีความผิด

    นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เน้นย้ำให้มีการเฝ้าระวังและการแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ กรณีพบผู้ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จะต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง หากฝ่าฝืนจะมีความผิด โดยปรับไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับกรณีที่เป็นข่าวการพบเชื้อไวรัสโคโรนาในสุนัข ยังไม่มีรายงานในประเทศไทยแต่อย่างใด อยู่ระหว่างเฝ้าระวังและค้นหาข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม ขอแนะนำให้เจ้าของ ผู้ดูแลสุนัข รักษาความสะอาดของทั้งผู้เลี้ยงและสุนัข และหมั่นล้างมือบ่อยๆ หลังสัมผัสสุนัข หรือหากไปในประเทศกลุ่มเสี่ยงก็ให้แยกตัวเองออกจากสัตว์เลี้ยงด้วย

    แจกฟรีหน้ากากอนามัยที่ สธ.

    อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังกล่าวถึงการกระจายหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชนในวันที่ 2 มี.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข แจกให้ประชาชนที่หาซื้อไม่ได้นำไปใช้สำหรับตนเองและครอบครัว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย สำหรับป้องกันเชื้อโรคตามความจำเป็น โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การเภสัชกรรมบริจาคให้ประชาชน ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยที่แจกฟรีให้ประชาชนเป็นคนละส่วนกับที่จัดสรรให้กับสถานพยาบาล ซึ่งมีแผนการจัดสรรชัดเจนตามความต้องการที่แจ้งผ่านมายังสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดและเขตสุขภาพ ต้องมีเพียงพอต่อการใช้งานในการบริการผู้ป่วย

    พบระยะเชื้อฟักตัว 5–7 วันแรก

    ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับระยะฟักตัวนั้น คือช่วงระหว่าง 2-14 วัน พบเยอะที่สุดคือช่วง 5-7 วัน เป็นช่วงที่คนไข้จีนนั้นพบเยอะ ส่วนที่บอกว่า 27 วันนั้น ค่อนข้างมีข้อยกเว้นและหากจะบอกต้องขอดูรายงาน สำหรับคนไข้ที่เสียชีวิตนั้น อาการค่อนข้างรุนแรงแต่แรก ซึ่งจะถือเป็นกรณีศึกษาต่อไป ส่วนกรณีลงปอดนั้นมักจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ที่มีการรับเชื้อ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องลงปอดเพราะร้อยละ 80 ไม่ลงปอด มีอาการเหมือนเพียงไข้หวัดธรรมดาเพราะบางคนมีภูมิต้านทานดี

    ติดเชื้อ 2 ตัวอาการยิ่งรุนแรง

    นพ.ทวียังกล่าวถึงผู้ป่วยชายที่เสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 29 ก.พ.นั้น เป็นชายไทยอายุ 35 ปี ป่วยโรคไข้เลือดออก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้โรคไข้เลือดออกจะไม่ได้เป็นเชื้อที่ลงปอด แต่การเป็นไข้เลือดออกทำให้ร่างกายอ่อนล้ามาก เวลามีเชื้อก่อโรคโควิด-19 มาร่วมด้วย จะมีอาการแรงกว่าเชื้อตัวเดียว ทั้งนี้เชื้อก่อโรคโควิด-19 จะเป็นโรคที่มุ่งไปที่ปอด และก่อความรุนแรง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะปอดอักเสบหรือปอดบวมเสมอไป จะพบเพียงร้อยละ 15-20 เท่านั้นที่ลงไปที่ปอด แต่พอลงปอดไปแล้วจะค่อนข้างก่อความรุนแรงพอสมควร ซึ่งขึ้นกับร่างกายของแต่ละบุคคล

    หมอทำเต็มที่แต่เชื้อทำลายปอด

    นพ.ทวีกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการเสียชีวิตของเคสนี้ ขอเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมานอกจากจะมีการให้ยาต้านไวรัสหลายตัวแล้ว ยังมีการให้น้ำเหลืองหรือแอนติบอดี้ของแท็กซี่ที่หายจากโรคติดเชื้อโควิด-19 มีการให้ร่วมด้วยทุกทาง ทั้งยังมีการตรวจสอบด้วยว่าระหว่างทางที่มีการให้น้ำเหลืองไปก็มีการวัดระดับของภูมิที่พบว่ามีสูงขึ้น แสดงว่าเจ้าของเลือดที่บริจาคมีภูมิค่อนข้างสูง จึงเป็นที่ยืนยันว่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 หมดไปแล้ว แต่จากการที่ติดเชื้อนั้นมันได้ทิ้งร่องรอยของการทำลายเอาไว้เยอะมาก จึงต้องมีการใส่เครื่องเอคโม หรือปอดเทียมทำงานแทน ซึ่งทางทีมแพทย์ทำงานเต็มที่ เราเสียใจและเสียดายกับกรณีนี้ อย่างไร ก็ตาม ในส่วนของการรับศพผู้เสียชีวิตนั้น ทางญาติสามารถรับได้เหมือนกรณีปกติ เนื่องจากผู้เสียชีวิตรายนี้ไม่มีเชื้อก่อโรคโควิด-19 แล้ว

    นายกฯ เสียใจคนไทยเสียชีวิต

    ต่อมา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แสดงความเสียใจกรณีชายไทยอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสองของผู้ป่วยที่มีอาการหนักก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิต โดยป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก และต่อมาติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ร่วมด้วย ย้ำว่าระบบสาธารณสุขและการรักษาของคณะแพทย์ไทยมีมาตรฐานระดับสูง ขณะนี้มีสถิติการรักษาผู้ป่วยหายแล้ว 30 ราย จากยอดผู้ป่วยสะสม 42 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 11 ราย จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตรายนี้ จะเร่งตรวจสอบต่อไป และนายกฯยังฝากให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาอย่างเต็มที่ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และขอความเป็นส่วนตัวให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย ที่สำคัญได้กำชับให้ทุกหน่วยทำงานเต็มที่ สร้างความมั่นใจให้ประชาชน และขอความร่วมมือคนไทยป้องกันตนเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯกับกรณีการควบคุมการระบาดของไวรัส เป็นคนละประเด็นกัน

    หมอจุฬาฯ เห็นต่างหนุ่มตายรายแรก

    อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของไทย โดยยืนยันว่า “ไข้เลือดออก ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายนี้” ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขแถลงว่าข้อมูลของกระทรวงกับข้อมูลของเราไม่ตรงกันดังด้านล่าง

    “แถลงกระทรวงกับโพสต์อาจารย์หมอธีรวัฒน์ มีข้อต่างกันเล็กน้อยกรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชาวไทยเสียชีวิตรายแรก/ข้อมูลที่ตรงกัน คือชายไทยวัย 35 เสียชีวิตจริง/ข้อต่าง!!! ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ รพ.จุฬาฯ ระบุผู้เสียชีวิตไม่มีโรคประจำตัวใดๆ/ ส่วน สธ. ระบุ ผู้เสียชีวิตมีอาการป่วยไข้เลือดออกมาก่อนนะครับ” เข้าใจว่ากระทรวงสาธารณสุขอาจจะประเมินสภาวะของผู้ป่วยและตัวโรคคลาดเคลื่อนไปบ้าง การวินิจฉัยผู้ป่วยรายนี้ ในครั้งแรกสุดผลจากห้องปฏิบัติการออกมาเป็นไข้เลือดออกโดยไม่พบตัวไข้เลือดออก ทำให้พยาบาลที่เข้าไปดูแลในวันแรกไม่ได้เตรียมตัวป้องกันและติดเชื้อไวรัสนี้ไปด้วยเกิดปอดบวมรุนแรง แต่ได้รับยาทัน และกลับบ้านไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มีเนื้อปอดที่เสียหายอยู่ระดับหนึ่ง ในผู้ป่วยที่เสียชีวิตรายนี้ ลักษณะของโรคและการดำเนินโรคมีปอดบวมรุนแรงทั้งสองข้างเป็นลักษณะของโควิด 19 ทั้งสิ้นตั้งแต่แรก ไม่ใช่เกิดจากไข้เลือดออก แต่เนื่องจากประเทศไทยได้รับยา favipiravir ในระยะหลังโดยผู้ป่วยมีอาการรุนแรงใส่เครื่องช่วยหายใจและถึงแม้ว่าจะทำให้เชื้อไวรัสหายไปหมดก็ตามแต่มีเนื้อปอดเสียหายมาก และในที่สุดผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบ

    คิง เพาเวอร์แจงหนุ่มติดเชื้อตาย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข่าวไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 เสียชีวิต 1 ราย เป็นพนักงานขายสินค้า ต่อมาส่วนงานสื่อสารองค์กร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานส่งเสริมการขายสินค้า (PC-Product Consultant) ของบริษัทคู่ค้า ที่มีสินค้าจำหน่ายในสาขาศรีวารี มีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ระบุว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ในวันที่ 29 มกราคม 2563 อาการดีขึ้นจึงกลับมาทำงาน ภายหลังในช่วงเย็นมีอาการป่วย จึงเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และแจ้งลางานกับต้นสังกัดด้วยโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากนั้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ถูกส่งตัวไปสถาบันบำราศนราดูร แพทย์ตรวจพบไวรัส COVID-19 ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ทางบริษัทจึงปิดให้บริการสาขาศรีวารี เป็นต้นมา และให้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่ทำงานสาขาศรีวารีเป็นที่เรียบร้อยในวันเดียวกัน จากนั้นก็ดำเนินการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส (H1N1-COVID-19) มาโดยตลอด

    เหตุการณ์ดังกล่าว ถึงแม้ผู้เสียชีวิตจะไม่ได้เป็นพนักงานในสังกัดบริษัทโดยตรง แต่เมื่อทราบข่าว บริษัทมิได้นิ่งนอนใจให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ อนึ่ง สาเหตุของผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้มีผู้เข้าใช้บริการที่สาขาศรีวารีลดลงเป็นจำนวนมากนับแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา รวมถึงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาขาศรีวารี จึงได้ปิดให้บริการเป็นการชั่วคราวนับแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 อย่างเข้มงวด บริษัทได้พ่น อบ น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส (H1N1-COVID-19) ที่สาขาศรีวารี มาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2563 ซึ่งสาขาอื่นๆได้มีการดำเนินการเช่นเดียวกัน เป็นมาตรฐานที่บริษัทดำเนินการทุกสัปดาห์ นอกเหนือแนวทางดูแลด้านอื่นๆ ตั้งแต่การดูแลพื้นที่และพนักงาน ตรวจวัดไข้ รวมถึงให้ปฏิบัติตามประกาศของทางกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

    รพ.ตำรวจเตรียมพร้อมรับมือ

    ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีหนังสือวิทยุ ตร.ที่ 0007.35/550 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมการป้องกันการแพร่ระบาดโรค กรณีหากจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค ขอให้เตรียมความพร้อมด้านการป้องกันตนเอง และเมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้ว เพื่อความปลอดภัยต่อส่วนรวม ผู้เดินทางควรเฝ้าระวังอาการของตนเองในพื้นที่อาศัยเป็นเวลา 14 วัน หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ จาม หายใจเหนื่อยหอบ ให้ไปรีบพบแพทย์โดยทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการรักษา พร้อมทั้ง ให้โรงพยาบาลตำรวจ ดูแลรักษาผู้ป่วยและพิจารณาออกหน่วยรักษาพยาบาลเคลื่อนที่ ตามความเหมาะสม จัดหาและเตรียมเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ในการรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นต้น

    พปชร.เล็งแจกหน้ากาก–เจลล้างมือ

    ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่าพรรคกำลังหารือเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และอยากให้ประชาชนช่วยกันให้ความสำคัญกับการสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและการแพร่ระบาดสู่สาธารณะ ไม่ตื่นตระหนกจนเกินขอบเขต โดยพรรคจะจัดหาเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายประชาชนในช่วงขาดแคลน

    สวนกล้วยไม้อ่วมเซ่นพิษโควิด–19

    วันเดียวกัน นายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ผจก.ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ แอร์ออร์คิดส์ซุปเปอร์มาเก็ต กล้วยไม้ อ.บางเลน จ.นครปฐม เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้ชาวสวน กล้วยไม้ทั่วประเทศกว่า 20,000 ไร่ ที่ผลิตออกจำหน่ายในประเทศเพียงร้อยละ 20 ส่งออกไปต่างประเทศร้อยละ 80 และส่งออกไปประเทศจีนถึงร้อยละ 70 ต้องหยุดการส่งออกทั้งหมด โดยเฉพาะกล้วยไม้ตัดดอกที่เคยส่งออกไปวันละ 1.5 ล้านช่อ ตอนนี้ส่งออกไปไม่ได้เลย แม้จะส่งออกไปได้บางส่วนแต่ไม่มีผู้รับซื้อ ทำให้สิ้นเปลืองค่าแรงงาน ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งเป็นจำนวนมาก ทางเราได้ติดต่อกับทางพาณิชย์จังหวัดนครปฐม เพื่อให้แจ้งไปทุกหน่วยราชการทุกจังหวัดนำไปใช้ได้ โรงพยาบาลไปแจกผู้ป่วย วัดไปบูชาพระ หรือประชาชนผู้ที่สนใจกล้วยไม้ตัดดอกสามารถเข้ามาตัดฟรีได้ที่สวนแอร์ออร์คิดส์ อ.บางเลน จ.นครปฐม ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม หากปล่อยไว้ก็ไร้ประโยชน์ โดยเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.airorchidthailand.com  และเฟซบุ๊ก AIRORCHID SUPERMARKET

    ให้ นร.สวมหน้ากากสอบโอเน็ต

    ที่โรงเรียนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นสนามสอบโอเน็ตระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนตามแนวชายแดน ประกอบด้วยโรงเรียนวัฒนานคร โรงเรียนตาพระยา โรงเรียนซับม่วง โรงเรียนทัพราชพิทยา โรงเรียนคลองน้ำใส และโรงเรียนอรัญประเทศ นายประสาน เลือดทหาร ผอ.โรงเรียนอรัญประเทศ เผยถึงว่า ได้ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้นักเรียนทุกคนที่จะมาสอบเตรียมหน้ากากอนามัยมา รวมถึงกรรมการทุกคนที่มาคุมสอบ และทางโรงเรียนได้นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือมาเตรียมไว้ด้วย ซึ่งนักเรียนทุกคนที่เข้าสอบส่วนใหญ่นำหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ แต่มีบางคนหาซื้อไม่ได้ หน้ากากมีราคาแพง ทางโรงเรียนแก้ปัญหาโดยการซื้อสำรองไว้แจกนักเรียนกับกรรมการบางคนที่ไม่สามารถหาหน้ากากมาได้ ส่วนการคัดกรองเบื้องต้นพบว่ามีเด็กอาการคล้ายเป็นไข้หวัด ไอ จาม 3 คน ให้ครูที่คุมสอบห้องนั้นมารับหน้ากากอนามัยไปเพื่อดูแลเด็กเป็นกรณีพิเศษ

    ทัวร์หายคนเรือตกงานเพียบ

    ส่วนที่บริเวณท่าเรือสุระกุล ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จุดรับส่งนักท่องเที่ยวไปอ่าวพังงา และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลับเงียบเหงาเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าใจหาย เป็นผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อก่อโรคโควิด-19 ทำให้เรือทัวร์กว่า 200 ลำจอดสนิท ผู้ประกอบการต้องสลับจ้างคนงานหมุนเวียนกันมาทำงานเป็นช่วง ทั้งนี้ นายโสภณ พุ่มพฤกษ์ คนขับเรือทัวร์กล่าวว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ได้เดินทางมาขึ้นเรือ ทำให้ผู้ประกอบการเรือทัวร์และพนักงานเรือไม่มีงานทำหลายร้อยคน

    พัทยาระดมฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ

    ขณะที่พัทยา นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยา พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ซัพพลาย จำกัด นำเครื่องพ่น AIROFOG U260 มาฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นถนนและตามหน้าร้านสถานประกอบการในพื้นเสี่ยง เริ่มตั้งแต่ถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ตลอดทั้งเส้นไปถึงท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสก่อโรคโควิด-19 สร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยจะฉีดยาพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเดือนละ 2 ครั้งตามสถานที่สำคัญ อาทิ โรงเรียน สถานที่ราชการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆในเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ตาย–ติดเชื้อทั่วโลกพุ่ง

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 มี.ค.ว่า ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตทั่วโลกยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยจากการรวบรวมสถิติของสำนักข่าวเอเอฟพีจนถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 29 ก.พ. เวลาสากล หรือเที่ยงคืนตามเวลาไทย มียอดผู้ติดเชื้อใน 61 ประเทศและดินแดนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากวันก่อน 1,802 ราย รวมป่วยกว่า 86,000 ราย มีผู้เสียชีวิต 2,941 ราย ส่วนคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงว่าเมื่อวันที่ 29 ก.พ.พบผู้ติดเชื้อในจีนเพิ่มอีก 573 ราย รวมเป็น 79,824 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการแพร่ระบาด และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 35 ราย ซึ่งลดจากวันก่อนเล็กน้อย ทำให้รวมยอดตายสะสม 2,870 ราย

    “เกาหลีใต้­–อิตาลี–อิหร่าน” ยิ่งอ่วม

    ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากอันดับ 2 รองจากจีน คือเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากที่สุดในวันเดียวถึง 376 ราย รวมเป็น 3,526 ราย เกือบร้อยละ 90 อยู่ที่เมืองแทกู ศูนย์กลางการแพร่ระบาด และที่จังหวัดกยองซังเหนือ ใกล้เมืองแทกู และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย ส่วนอิตาลี ซึ่งมีการระบาดหนักที่สุดในยุโรป พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 1,128 ราย เสียชีวิตแล้ว 29 ราย ขณะที่อิหร่าน ซึ่งมีการระบาดหนักที่สุดในตะวันออกกลาง รัฐบาลระบุมีผู้ติดเชื้อแล้ว 593 ราย เสียชีวิต 43 ราย แต่คาดว่ายอดที่แท้จริงสูงกว่านี้หลายเท่า ขณะที่อิหร่านเตรียมตรวจเชื้อประชาชนหลายหมื่นคน ซึ่งจะทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้านญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อแล้ว 230 ราย เสียชีวิต 11 ราย ถ้านับรวมผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ “ไดมอนด์ พรินเซส” ที่ถูกกักโรคที่ชายฝั่งเมืองโยโกฮามา 705 ราย จะมีผู้ติดเชื้อกว่ า 930 ราย

    ทรัมป์แถลงสหรัฐฯตายรายแรก

    ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่า พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกในสหรัฐฯ เป็นชายวัย 50 ปีเศษ ในโรงพยาบาลเอเวอร์กรีน เฮลธ์ เมืองเคิร์กแลนด์ เขตคิงเคาน์ตี ใกล้เมืองซีแอตเติล เมืองเอกของรัฐวอชิงตัน อยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยผู้ตายป่วยเรื้อรังด้วยโรคอื่นอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าติดเชื้อไวรัสมรณะจากที่ไหน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯอยู่ที่ 62 ราย ในจำนวนนี้มี 4 ราย ในรัฐวอชิงตัน โอเรกอนและแคลิฟอร์เนีย ในภูมิภาคเวสต์โคสต์ ซึ่งติดเชื้อโดยไม่ทราบแหล่งที่มา เพราะไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศหรือสัมผัสผู้ติดเชื้ออื่น ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเชื้อโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในสหรัฐฯ

    จ่อปิดพรมแดนเม็กซิโก

    นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เผยด้วยว่า ยอดผู้ติดเชื้อที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบภายในสหรัฐฯ อยู่ที่ 22 ราย เมื่อรวมกับผู้ติดเชื้อที่อพยพกลับจากต่างประเทศ ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 70 ราย โดย 4 รายอาการหนัก ตนคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่สหรัฐฯพร้อมยิ่งกว่าพร้อมในการรับมือในทุกกรณี ไม่มีเหตุผลอะไรต้องตื่นตระหนก ขอให้สื่อมวลชน นักการเมืองและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆทุกคนอย่าปลุกปั่นสร้างความตื่นตระหนก เขายังระบุว่าผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อที่สุขภาพแข็งแรงจะหายดี ตนจะประชุมกับกลุ่มบริษัทเวชภัณฑ์ในทำเนียบขาววันที่ 2 มี.ค. เพื่อหารือเรื่องการรักษาผู้ป่วยและการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 อีกทั้งกำลังคิดที่จะปิดพรมแดนสหรัฐฯติดกับเม็กซิโกเพื่อยับยั้งการระบาด หลังเม็กซิโกพบผู้ติดเชื้อที่กลับจากอิตาลีแล้ว 4 ราย

    รัฐวอชิงตันประกาศภาวะฉุกเฉิน

    ขณะที่นายเจย์ อินสลี ผู้ว่าการรัฐวอชิงตัน ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐเพื่อรับมือโควิด-19 เจ้าหน้าที่รัฐวอชิงตันยังเร่งสอบสวนว่าอาจมีการระบาดของโควิด-19 ในศูนย์ดูแลผู้ป่วยและคนชราระยะยาว “ไลฟ์ แคร์ เซ็นเตอร์” ในเมืองเคิร์กแลนด์ หลังพบผู้ติดเชื้อที่นั่น 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ และผู้ป่วยสตรี วัย 70 ปีเศษ นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ 25 คนและผู้พักในศูนย์ฯ 27 คนมีอาการคล้ายป่วยโควิด-19 จึงคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

    ห้ามไป 3 ประเทศระบาดหนัก

    ส่วนรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ แถลงว่า สหรัฐฯสั่งห้ามชาวต่างประเทศ ทุกคนที่เดินทางไปอิหร่านใน 14 วันหลังเดินทางเข้าสหรัฐฯ ทั้งยังยกระดับคำแนะนำในการเดินทางเป็นระดับ 4 “ห้ามเดินทาง” ไปภูมิภาคที่โรคโควิด-19 ระบาดหนักในเกาหลีใต้และอิตาลี ขณะที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินต่อสู้โควิด-19 ในสัปดาห์หน้า สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (เอฟดีเอ) ยังอนุญาตให้ห้องทดลองบางแห่งใช้อุปกรณ์ตรวจเชื้อที่ตนกำลังพัฒนาในการตรวจเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัติเป็นทางการ

    ออสเตรเลียพบผู้ป่วยตายรายแรก

    กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแถลงว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกของประเทศ เป็นชาย วัย 78 ปี เสียชีวิตในโรงพยาบาลเมืองเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย เมื่อเช้าวันที่ 1 มี.ค. ผู้ตายเป็นหนึ่งในผู้โดยสารชาวออสเตรเลียกว่า 150 คน บนเรือสำราญ “ไดมอนด์ พรินเซส” ที่ถูกกักนอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามาในญี่ปุ่น ส่วนภรรยาของเขาวัย 79 ปี ก็ติดเชื้อไวรัสมรณะ และกำลังรักษาตัวอยู่ท่ีเดียวกัน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อในออสเตรเลียอยู่ที่ 25 ราย

    ระบาดลามพบผู้ติดเชื้อในหลายชาติ

    นอกจากนี้ ในหลายประเทศเริ่มพบผู้ป่วยติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ถ้วนหน้า อาทิ ลักเซมเบิร์กที่ประกาศพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก เป็นชายวัย 40 ปีเศษที่เพิ่งกลับจากอิตาลี เช่นเดียวกับ ไอร์แลนด์ พบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นชายที่เพิ่งกลับจากภาคเหนืออิตาลี ที่ฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 27 ราย รวมเป็น 100 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย รัฐบาลสั่งห้ามชุมนุมกันเกิน 5,000 คนขึ้นไปเป็นการชั่วคราว รวมทั้งยกเลิกการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟ-มาราธอน สวิตเซอร์แลนด์ สั่งระงับการจัดงานอีเวนต์ทุกอย่างที่มีผู้คนเข้าร่วมกว่า 1,000 คนจนถึง 15 มี.ค. ส่วนกาตาร์ พบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นชายวัย 36 ปี ที่เพิ่งกลับจากอิหร่าน ทำให้ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ส่วนเอกวาดอร์ พบผู้ติดเชื้อรายแรก อิรัก พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย รวมเป็น 13 ราย กรีซ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย รวมเป็น 7 ราย บราซิล พบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 และเม็กซิโกพบผู้ติดเชื้อรายที่ 4 ขณะที่ตุรกี ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ สั่งระงับเที่ยวบินโดยสารทุกเที่ยวทั้งไปกลับอิรัก อิตาลี และเกาหลีใต้

    ชาติระบาดอาการหนักดิ้นสู้

    ส่วนประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักต่างเพิ่มมาตรการต่อสู้เชื้อก่อโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น รัฐบาลอิตาลี สั่งขยายเวลาปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งหมดใน 3 ภูมิภาคที่มีการระบาดหนักออกไปอีก 1 สัปดาห์ ทั้งยังขอให้รัฐสภาอนุมัติงบประมาณแบบขาดดุลเพิ่มเติม เพื่อนำเงินมาสู้โควิด-19 รัฐบาลเกาหลีใต้ขอให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและเตือนว่าประเทศเข้าสู่ห้วงวิกฤติในการต่อสู้กับโควิด-19 ส่วนนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เรียกร้องให้สาธารณชนร่วมมือในการต่อสู้ที่สุดแสนยากลำบากกับโควิด-19 ขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน “โตเกียว 2020” ในเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ตามแผนเดิม หนังสือพิมพ์ซันไก ยังรายงานว่า กำหนดการเยือนญี่ปุ่นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีนในต้นเดือน เม.ย.อาจถูกเลื่อนออกไปเพราะการระบาดของโควิด-19

    อัตราการตายอาจต่ำกว่าที่คิด

    สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จากรายงานของบรรดานักวิจัยชาวจีน ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ หลังการวิเคราะห์ผู้ป่วยโควิด-19 รวม 1,099 ราย ในโรงพยาบาลกว่า 500 แห่งทั่วประเทศจีน สามารถคำนวณอัตราการตายได้ที่ร้อยละ 1.4 ซึ่งต่ำกว่าผลการวิจัยที่เน้นไปที่ผู้ป่วยในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐฯ เขียนในบทบรรณาธิการของวารสารฉบับเดียวกัน เมื่อวิเคราะห์ว่ามีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรงอีกจำนวนมาก อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 อาจไม่ถึงร้อยละ 1

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่าไวรัสอู่ฮั่นไทยตายรายแรกข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 16:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์