ข่าว
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : เยียวยาเหยื่อคดีอาญา สิทธิประโยชน์ต้องได้รับ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.พ. 2563 05:05 น.
SHARE

โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ “จ่าคลั่งสติแตก” ปล้นปืนสงครามค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ขับรถตระเวน “ยิงผู้บริสุทธิ์” ในวัดป่าศรัทธารวม และห้างเทอร์มินอล 21 อ.เมืองนครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 29 ศพ บาดเจ็บ 58 ราย มีปมแค้นถูกโกงเงินกู้สวัสดิการทหารไปสร้างบ้าน กลายเป็นเหตุสะเทือนใจคนทั้งประเทศ

แต่บุคคลต้องเผชิญกับเหตุการณ์รอดชีวิตมาได้ หรือญาติผู้สูญเสียในเหตุการณ์นี้คงเป็นเรื่องยากที่ทำใจได้ ในการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักแบบกะทันหัน แต่ก็ต้องมีกำลังใจ ก้าวข้ามช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ให้ได้...

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤติ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการสาธารณสุข ต่างเข้าไปช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

ทำให้หลักการเยียวยา...มีความสำคัญ เพราะผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ... คือ ผู้ได้รับความเสียหายทางร่างกาย หรือจิตใจ หรือการเสียชีวิต ที่เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาของผู้อื่น

ในเหตุกราดยิงครั้งนี้ “รัฐบาล” มีการตั้งคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ในการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บรรเทาความเดือดร้อน เพราะบางคนเป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะสูญเสียรายได้ไป

ประเด็นมีอยู่ว่า...“คดีอาญาทั่วไป” ที่มี “ผู้เสียหาย”...ได้รับความเสียหายเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต หรืออันตรายแก่ร่างกาย หรือจิตใจ ในการเกิดจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ที่เกิดจากการกระทำความผิดของผู้อื่น ซึ่งตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดนั้น ก็ย่อมสามารถขอรับการเยียวยาจากรัฐได้เช่นกัน...

กล่าวคือ...ความผิดเกี่ยวกับเพศ เช่น ข่มขืนกระทำชำเรา อนาจาร ความผิดต่อชีวิตหรือต่อร่างกาย เช่น ถูกทำร้ายไม่ว่าโดยจงใจ หรือประมาท เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ความผิดฐานทำให้แท้งลูก การทอดทิ้งเด็ก คนเจ็บป่วย หรือคนชรา เป็นต้น

สามารถขอรับการเยียวยาเหยื่ออาชญากรรมจากรัฐได้ โดยยื่นสิทธินี้กับ...กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม...ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559

เรื่องหลักการรับความช่วยเหลือจากรัฐในกรณีตกเป็นเหยื่อทางอาชญากรรมนั้น สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้ข้อมูลว่า ในการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายในคดีอาญา หรือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นหลักตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560...

ม.25 วรรคท้าย...บุคคลได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ จากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ย่อมมีสิทธิรับการเยียวยา หรือช่วยเหลือจากรัฐ ประกอบ ม.68...รัฐต้องดูแลกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และประชาชน เข้าถึงสะดวก รวดเร็ว ไม่เสียค่าใช่จ่าย

เมื่อประชาชนไม่มีความปลอดภัย มีเหตุการณ์ทำให้ต้องบาดเจ็บหรือล้มตาย ที่ไม่ใช่เฉพาะ “เหตุจ่าคลั่งกราดยิงผู้บริสุทธิ์ จ.นครราชสีมา” แต่ภาครัฐต้องดูแลชดเชยทุกกรณีในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายแก้จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559...

ตามหลักเกณฑ์...การรับรองสิทธิกับประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นทางการเงิน ที่มีคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ตามสิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือให้กับผู้เสียหาย และกรณีเสียชีวิต ให้แก่ทายาท...

มีตัวอย่าง...“กรณีบาดเจ็บ”...ค่าตอบแทนรักษาพยาบาลไม่เกิน 4 หมื่นบาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และจิตใจไม่เกิน 2 หมื่นบาท ค่าขาดประโยชน์ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่นั้นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

“กรณีเสียชีวิต”...ค่าตอบแทนตั้งแต่ 3 หมื่นบาทถึง 1.6 แสนบาท ค่าจัดการศพ 2 หมื่นบาท ขาดอุปการะเลี้ยงดูไม่เกิน 4 หมื่นบาท หากเป็น “พลเมืองดี” ที่ช่วยเหลือหน่วยงานราชการ ก็ให้เพิ่มการตอบแทนจากการเสียชีวิตได้สูงขึ้นอีก ซึ่งในการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นทางการเงินนี้ยังรวมถึงคดีอุบัติเหตุจราจรด้วย...

แต่ว่า...“คดีอุบัติเหตุจราจร” อาจมีกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ...รองรับในการช่วยเหลืออยู่ด้วย ทำให้ต้องพิจารณาเยียวยาตามความจำเป็น หรือเยียวยาในสิ่งที่ขาดให้ได้ตามความเหมาะสม แม้แต่คดีอาญาเกี่ยวกับ “กักขังหน่วงเหนี่ยว” ก็สามารถขอรับเงินนี้ได้เช่นกัน...

อีกทั้งยังมี “กองทุนยุติธรรม” ในการช่วยเหลือ “จำเลยคดีอาญา” ต้องกลายเป็น “แพะ” ติดคุกทั้งที่คุณไม่มีความผิด ก็สามารถขอรับการเยียวยาจากรัฐได้ ถ้าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ว่า ไม่ได้ทำความผิด มีเกณฑ์รับค่าตอบแทนค่าถูกคุมขังในระหว่างพิพากษาคดีวันละ 500 บาท รวมค่าขาดประโยชน์ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่

และยังมีกองทุน...สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

อดีต...พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายแก้จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 กำหนดให้ สนง.คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้แจ้งสิทธินี้ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับเยียวยาทั่วถึง ในปี 2559 มีการแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้พนักงานสอบสวน ต้องแจ้งสิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหายในคดีอาญานี้

เพื่อให้ทายาท หรือผู้เสียหายรับทราบสิทธิในการดำเนินตามขั้นตอนขอเงินเยียวยากับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน จะพิจารณาทราบผลภายใน 21 วัน...ในการเยียวยาเฉพาะด้านชีวิต และร่างกาย แต่ไม่รวมถึงความเสียหายของทรัพย์สิน

สิ่งสำคัญ...ถ้าพนักงานสอบสวน...ไม่ดำเนินการแจ้งสิทธินี้อาจมีความผิด ป.อ.ม.157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ...ทำให้เปอร์เซ็นต์ผู้ขอรับสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเยียวยาในคดีอาญาสูงถึงร้อยละ 80 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมก่อนหน้านี้ที่มีเพียงร้อยละ 10–30...

กระทั่งการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายในคดีอาญาเพิ่มขึ้น ในปีงบประมาณ 2561 มีผู้ยื่นคำขอค่าตอบแทนผู้เสียหาย 12,612 ราย จำเลย 530 ราย จ่ายเงินไปแล้ว 513,000,000 บาท ในปี 2562 มีผู้ยื่นคำขอค่าตอบแทนผู้เสียหาย 9,426 ราย จำเลย 504 ราย จ่ายเงินไปแล้ว 479,493,500 บาท

ย้อนกลับมา...“คดีจ่าคลั่งยิงกราดโคราช” ตอนนี้ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ที่สำนักงานยุติธรรม จ.นครราชสีมา ในการช่วยเหลือเยียวยา แยก 2 กรณี คือ กรณีเสียชีวิต...มีการพิจารณาการช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อย จะได้รับเงินเยียวยา 110,000-160,000 บาท

ส่วน กรณีบาดเจ็บ...อาจมีค่าเสียเวลาการทำงาน หรือคนพิการจะได้รับการดูแลด้วย ส่วนค่ารักษาพยาบาล คงรอดูผู้บาดเจ็บใช้สิทธิรักษาประเภทไหน หากไม่มีก็ได้รับสิทธิค่าตอบแทน และมีการประสานหน่วยอื่น หากผู้เสียหายร้องขอ ด้านอาชีพ การศึกษาบุตร ส่วนนักท่องเที่ยว อาจได้เงินประกันภัยสำหรับการท่องเที่ยวด้วย

นอกจากนี้ยังมีกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี...คณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเหยื่อผู้เสียชีวิตผู้บริสุทธิ์ 27 ราย ได้รับรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส 29 คน เยียวยาคนละ 200,000 บาท คนที่ไม่สาหัส 29 คน เยียวยาไม่เกินคนละ 100,000 บาท

ซึ่งเป็นการเยียวยานอกเหนือจากสิทธิที่จะได้รับจากกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ 3 นาย และตำรวจอาสา 1 นาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเงินเยียวยาจากกองทุนต่างๆ มอบให้รายละ 3 ล้านบาท

หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่เบอร์โทร. 1111 ต่อ 77 สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่องของปัญหา หรือในคดีต่างๆ รวมถึงการดำเนินการขั้นตอนเยียวยาในคดีอาญา เพราะนี่คือ...หลักประกันให้แก่ประชาชน...บนผืนแผ่นดินประเทศไทย ต้องได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและร่างกาย

“รัฐ” มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายทุกกรณี...เมื่อเกิดเหตุก็ควรต้องรับผิดชอบ หรือเยียวยาผู้เสียหาย และ “เหยื่อ” จากการก่ออาชญากรรมนี้...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า 1คดีอาญาเหยื่อผู้เสียชีวิตผู้บาดเจ็บกองทุนยุติธรรมสิทธิประโยชน์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้