ข่าว
100 year

มุมข้าราชการ : รับมือโควิด-19

ซี.1215 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ทำลายสถิติของโรคระบาดยุคใหม่ทำให้คนตายมากกว่า 1 พันศพแล้ว

องค์การอนามัยโลก เพิ่งกำหนดชื่อเสียงเรียงนามของไวรัสนี้ว่า COVID-19 หรือ โควิด-19 ให้ใช้เรียกขานตรงกันทั่วโลก

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของโรคนี้ตลอดจนแนวทางป้องกันและรักษา นั้น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา ได้แถลงให้ความรู้เรื่อง โดยมี ศาสตราจารย์ นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ภาคีสมาชิกราชบัณฑิต นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข และดร.ดวงตา ตันโช เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา ร่วมสรุปถึงสำคัญดังนี้

ไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสขนาดใหญ่และเป็นกลุ่มใหญ่ ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมีรูปร่างคล้ายมงกุฎจึงเรียกว่า “โคโรนา” พบได้ทั้งในคนและสัตว์ ไวรัสโคโรนาที่เกิดโรคในคนมี 6 สายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ที่พบดั้งเดิม ทำให้เกิดโรคหวัด และทางเดินหายใจอยู่ประจำถิ่นแล้วมี 4 ชนิด และอุบัติใหม่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบแบบเฉียบพลันคือ SARS และ MERS ซึ่งเป็นโรคที่รุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 10 และร้อยละ 30 ตามลำดับ

โรคปอดบวมอู่ฮั่น อุบัติใหม่ที่เมืองอู่ฮั่นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นมา วินิจฉัยได้หลังปีใหม่ ถอดรหัสพันธุกรรมสำเร็จในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2563 จุดกำเนิดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้ป่วยกลุ่มแรกที่พบส่วนใหญ่มีแหล่งสัมผัสจากตลาดสด ที่มีการขายอาหารทะเลและสัตว์สิ่งมีชีวิต ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เช่นเดียวกันกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ มีได้ทั้งแบบไม่มีอาการ (เป็นส่วนใหญ่) หรือมีอาการทางเดินหายใจอักเสบแบบเฉียบพลัน จนถึงปอดบวมและโรคแทรกซ้อน (เป็นส่วนน้อย) เหมือนภูเขาน้ำแข็ง

ระยะฟักตัวของโรคประมาณ 2-7 วัน ในทางปฏิบัติการเฝ้าสังเกตอาการหลังสัมผัสโรคหรือมาจากแหล่งระบาดของโรค จึงใช้เวลาเป็น 2 เท่าคือ 14 วัน

อาการที่ต้องสงสัยคือผู้ที่มาจากแหล่งระบาดของโรคร่วมกับอาการไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ในรายที่รุนแรงจะมีปอดอักเสบหรือปอดบวมเกิดขึ้น อาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงกับเสียชีวิตได้ แต่ส่วนมากอาการไม่รุนแรงเหมือนไข้หวัดใหญ่

โรคนี้สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้จึงเกิดการแพร่กระจายได้เร็ว การยืนยันผลการวินิจฉัยจำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการตรวจหาพันธุกรรมของไวรัส

ขณะนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาและไม่มีวัคซีนในการป้องกัน สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกัน โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือสัมผัสให้น้อยที่สุด

การล้างมือจะป้องกันการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” จึงยังใช้ได้เสมอในการป้องกันโรคที่ติดต่อทางฝอยละออง

การเดินสวนกันไปมาไม่ติดโรคนี้ แต่การอยู่ในระยะใกล้ในการพูดคุยหรือมีการจาม และมีฝอยละอองกระเด็นมาถูกบริเวณใบหน้า จะทำให้เกิดการติดโรคได้ การสัมผัสจะต้องหมั่นล้างมือ

ผู้ที่ไม่สบายเป็นโรคทางเดินหายใจทุกรายควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค การใช้หน้ากากอนามัยชนิด N95 ต้องใช้ให้ถูกวิธี จะใช้ในบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ รวมทั้งชุดในการป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโรค

ในภาวะปกติที่โรคยังไม่ระบาด ควรดำเนินชีวิตแบบปกติ รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ใครมีโรคประจำตัวก็หมั่นดูแลรักษา

นี่คือคำเตือนด้วยความปรารถนาดีของราชบัณฑิตยสถานแหล่งรวมปราชญ์ของแผ่นดิน.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มุมข้าราชการซี.12ไวรัสโคโรนาโควิด-19COVID-19สุรพล อิสรไกรศีลไวรัสโคโรนา 2019สุขภาพ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้