“โคโรนา 2019” ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก มีที่มาจาก... ค้างคาวมงกุฎ
มีชื่อวิทยาศาสตร์ Chiroptera เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดเดียวที่บินได้จริง และบินต่อเนื่องด้วยขาหน้า ที่ปรับตัวกลายเป็นปีก บินได้คล่องตัวกว่านก เนื่องด้วยขาที่ยื่นยาวออกมาถูกคลุมไปด้วยเยื่อบุผิวบางๆ ทำหน้าที่เป็นปีกขนาดใหญ่คล้ายนก มีรูปร่างเหมือนหนู เลยถูกขนานนามว่า เจ้านกมีหูหนูมีปีก
ทั้งยังเป็นกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีต้นกำเนิดจากอนุทวีปทางเหนือของ Laurasia หรือ มหาทวีปลอเรเชีย เมื่อ 99 ล้านปีก่อน มักชอบอาศัยอยู่ตามถ้ำ แต่บางชนิดกินแมลง กินเลือด และกินผลไม้
ชอบออกหากินในตอนกลางคืน กลายมาเป็นเหตุทำให้เข้าใจว่า ค้างคาวมีสายตาดี สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางคืน ความจริงแล้วอาศัยหูใช้ในการฟังเสียงเป็นหลัก
รศ.ดร.ประทีป ด้วงแค อ.ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ บอกถึงสาเหตุการแพร่เชื้อของค้างคาวสายพันธุ์นี้ได้ เพราะเป็นสัตว์กลุ่มพิเศษชนิดหนึ่ง ที่เป็นแหล่งเชื้อโรคต่างๆ แต่เหตุที่ไม่ป่วย ไม่อ่อนแอ เพราะมีภูมิต้านทานต่อโรคตลอดเวลา เป็นวิวัฒนาการที่เกิดคู่กันมานานนับล้านปี
ดร.หวู่ กุ้ยเจิน ทีมวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีน (CCDC) ระบุว่า เชื้อไวรัส 2019 มาจากค้างคาวแน่นอน แต่ตรวจไม่พบจากค้างคาวที่วางจำหน่ายในตลาดสดขายส่งอาหารทะเลของเมืองอู่ฮั่น ทำให้สันนิษฐานได้ว่า น่าจะมาจากงู ไปกินค้างคาวและคนจับงูมากินสดๆ เลยกลายเป็นตัวกลางแพร่เชื้อ
ชาวจีนบางกลุ่มนิยมเปิบเนื้อค้างคาว เพราะในภาษาจีน ค้างคาวคือ “เปียนฝู” พ้องเสียงคำว่า โชคลาภ แต่เชื้อโรคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับค้างคาวทุกชนิดในบ้านเรา โดยเฉพาะค้างคาวแม่ไก่ อย่าเข้าใจผิด.
...