การตลาดไม่ต่างอะไรกับปัญหาโลกแตกของการเกษตรในบ้านเรา ส่วนมากมักกลายเป็นจุดอ่อนตลอดมา...แต่ไม่ใช่กับ วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ขนุนตำบลหนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
เพราะที่นี่เขารวมตัวกันจนสามารถสร้างเป็นจุดรวบรวมและคัดแยกขนุน กลายเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ สาธิตการผลิตขนุนส่งออก ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3)
จากจุดเริ่มต้นในการรวมตัวของสมาชิก 74 ราย พื้นที่ปลูกรวม 749 ไร่ เนื่องจากต้องขนขนุนไปขายตลาดใหญ่ จ.ระยอง เสียค่าขนส่งคันรถละไม่ต่ำกว่า 500 บาท ราคาได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้ผลผลิตไม่เต็มรถก็ยังต้องเสียค่าขนส่งเท่าเดิม
สมจิตร พรมมะเสน ประธานกลุ่ม มองว่าน่าจะรวมกันผลิต รวมกันขาย มีจุดกระจายสินค้าในพื้นที่ตัวเอง ไม่ต้องขนส่งไปขายไกลๆ และน่าจะทำแบบครบวงจร ปลูกเอง แปรรูปเอง ขายเอง
จากนั้นพัฒนาสู่ตลาดนำการผลิต หาตลาดรองรับ โดยใช้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาของขนุนหนองเหียง ที่เปลือกเขียวมรกต ต่างจากที่อื่นที่เปลือกมักจะสีน้ำตาล เปลือกบาง เนื้อแน่น หนา กรอบ สีเหลืองทอง กลิ่นไม่หอมแรงจนเกินไป ที่สำคัญไม่หวานมากนัก อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของขนุนที่นี่
เริ่มที่ตลาดในประเทศ เพราะคนไทยมองขนุนเป็นไม้มงคล ปลูกหรือกินก็จะทำให้มีแต่คนเกื้อหนุน ค้ำจุน ขณะที่คนจีนมองว่าเนื้อสีทองของขนุนเป็นมงคล กินแล้วการค้าจะได้ผลดีมีผลตอบแทนเป็นทอง จึงนิยมนำมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้า
เลยใช้จุดนี้เป็นจุดขาย จนขนุนหนองเหียงเริ่มติดตลาดไทย จากข้อมูลต่างๆ ทั้งปากต่อปาก ทำให้คนจีนเริ่มรู้จักขนุนหนองเหียง มากขึ้น เริ่มเข้ามาซื้อในพื้นที่ จนสบโอกาสติดต่อกับผู้นำเข้าจีนโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลาง ส่งผลให้ปัจจุบันผลผลิตปีละเกือบ 3 ล้าน กก. ส่งออกไปจีน 80% ที่เหลือตกเกรดจึงจะถึงปากคนไทย.