ไลฟ์สไตล์
100 year

ชักธงรบ : ภูมิคุ้มใจ

กิเลน ประลองเชิง6 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

ทุกครั้งที่ผมตั้งใจฟัง “หมอยง” รู้สึกได้ทันที คำแนะนำของหมอช่วยให้คนไทย เผชิญหน้าไวรัสโคโรนา...ได้เหมือนที่นายกประยุทธ์ว่า “อย่าตื่นตระหนก แต่จงตื่นตัว”

“หมอยง” เคยบอกการแพร่ระบาดโรคอู่ฮั่น เป็นสองแบบ แบบแรกระบาดแพร่หลายไปเร็ว คนป่วยมาก ทางการตั้งรับโรคแทบไม่ทัน

ข่าวแนะนำ

ไม่นาน คนป่วยก็จะสร้างภูมิคุ้มกันไว้ในตัว...ไม่ป่วยอีก

อีกแบบ โรคระบาดช้า...ทางการตั้งรับได้ แต่ภูมิคุ้มกันก็จะเกิดช้า...เป็นปัญหาอีกด้าน

ครั้งนี้หมอยงพูดให้ความหวังมากยิ่งขึ้น ไทยเราตั้งรับโรคระบาดได้เข้มแข็ง รักษาโรคให้หายได้ในเวลารวดเร็ว ทั้งยังควบคุมการระบาดได้

หมอย้ำเรื่องภูมิคุ้มกัน...โรคนี้ระบาดแล้ว จนคนมีภูมิคุ้มกัน ระดับของโรคก็ลดลงเป็นโรคประจำถิ่น ประจำฤดูกาล...

ฟังหมอแล้วคิดได้...ไวรัสโคโรนา ไม่น่ากลัวสักเท่าไร

แต่เรื่องของความตื่นตระหนก...ห้ามกันไม่ได้ ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ ติดป้ายห้ามลูกค้าจีนเข้า คนจีนที่เคยเป็นสินค้าที่ต้องการมากในธุรกิจท่องเที่ยว...กลายเป็นสินค้าต้องห้าม

กฎกติกามากมายที่รัฐบาลจีนใช้...ไม่ว่าจะรักจะชัง คนจีนก็เหลืออยู่ในประเทศไทยให้รักให้ชังน้อยเต็มที

โดยวิถีคนชราอย่างผม...ภูมิคุ้มกันน้อย...ช่วงเวลาโรคระบาด ช่วงเวลาที่ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 รุกล้ำหนัก...ก็ไม่น่าจะออกไปเอาโรคเข้าตัว โดยใช่ที่ แต่คนชราหลายคนก็มีเหตุจำเป็น

สี่ห้าวันที่แล้ว ในรถไฟฟ้า...ผมได้ที่นั่งที่มีสองหมวยตี๋จากเมืองจีนนั่งกระหนาบ ผมกำลังคิดจะลุกให้เขานั่งติดกัน แต่ก็ไม่ลุก

คิดว่าเดี๋ยวเขาหรือเดี๋ยวเราก็ลง

ตี๋ก็ยื่นโทรศัพท์เปิดให้เห็นบาร์โค้ด...ให้หมวยกดเอาไปใช้... แล้วสองหมวยตี๋ก็เสวนากันสนุกสนาน โดยมีผมนั่งเป็นกรรมการกลาง... โดยไม่ได้บันเทิงอะไรไปกับเขาด้วย

ในรถไฟฟ้า เที่ยวที่มีคนเบียดเสียดนี่แหละ มีเสียงจามเสียงไอ

ใครอยู่ใกล้ก็ต้องทำใจ ใครอยู่ไกลก็โชคดี ผมเองที่มีวาระต้องไปหาหมอทุกวัน เข้าใจว่าได้แขกไม่ได้เชิญ คือเจ้าโรคหวัด จากรถไฟฟ้านี่ล่ะกระมัง

ถึงวันนี้ ในบรรยากาศของความหวาดระแวง...ระวัง...มนุษย์ไม่ว่าชาติไหน ไทยจีนแขกฝรั่ง ก็ต้องสวมหน้ากากเข้าหากัน...

อย่างน้อยก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน

หน้ากากที่ปิดหน้า...ใช้ได้เกินค่า...ป้องกันโรคไม่ได้รับเชิญจากคนอื่นก็ได้ ปิดกั้นไม่ให้โรค (หวัด) จากตัวเราแพร่ไปเป็นแขกไม่ได้เชิญคนอื่นก็ได้

ลงจากรถไฟฟ้า...เดินอยู่ริมถนน ก็ยังแถมป้องกันฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มหาภัยได้อีก

สถานการณ์อับใจสิ้นหนทาง หันไปทางไหนก็หนีไม่พ้น...

นี่แหละ...ผมนึกถึงคำพูดหมอใหญ่ ท่านบอกไว้นานแล้วว่า มนุษย์เราหลั่งสารอะดรีนาลิน เวลาตื่นเต้น เวลาโกรธ...สารตัวนี้ เป็นสารก่อกลายพันธุ์ ก่อโรคมะเร็งได้

ตรงกันข้าม เราจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน...สารความสุขหลังออกกำลังจนได้เหงื่อ

สารความสุข ผมถือว่าเป็นสารแห่งความรัก คนมีความสุข ไม่เห็นแก่ตัว มักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่...คนอื่น ยิ่งเป็นคนจีน...เราก็รู้อยู่กับใจ จีนไทยไม่ใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน

เจ้าสารแห่งความรัก นี่ถ้าออกมามากๆ ผมเชื่อเองครับว่า มีอานิสงส์ให้เกิดภูมิคุ้มใจ...ความโล่งว่าง ความผ่องแผ้ว เมื่อเกิดขึ้น...

ใจเราจะหนักแน่น...มั่นคง เห็นตามความเป็นจริง

สร้างสารเป็นภูมิคุ้มใจ เอาตัวเองให้รอดแล้ว ถ้ามีกำลังเหลือ ก็เจือจานเผื่อแผ่ไปให้คนอื่น...

หลายสิ่งคนไทยทำ ส่งของจำเป็นไปช่วยจีน...น่าชื่นใจจริงๆ.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงไวรัสโคโรนาสารเอ็นโดรฟินสารความสุขภูมิคุ้มใจ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 02:10 น.