ข่าว
100 year

ฮาว ทู สุข ยุวพุทธิกสมาคมฯ ชวนฟังธรรมสร้างสุขให้ชีวิต

ข้อมูลจากเว็บไซต์ สสส.5 ก.พ. 2563 06:01 น.
SHARE


ทุกครั้งที่หยิบมือถือขึ้นดูในแต่ละวันนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องไวรัสร้ายที่ระบาดข้ามประเทศ คนปล้นฆ่า ภัยพิบัติทั่วโลก ค่าฝุ่นที่เพิ่งจะซาไปแต่ไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกวันไหน ยังไม่นับรวมโพสต์ของเพื่อนคนรอบตัวที่ชอบแชร์ชีวิตส่วนตัวตีแผ่ทุกแง่มุม ทั้งช่วงเวลาแฮปปี้ กินเที่ยวช็อป หรือช่วงเครียดเลิกกับแฟน โดนนายว่าต่างๆ นานาเหล่านี้ต่างมีผลต่อใจของเราทั้งนั้น บ้างก็ทำให้เครียด วิตก หดหู่ กระตุ้นความอยาก ฟุ้งซ่านกันไปเรื่อย สุดท้ายตัวเราเองนี่แหละที่เป็นทุกข์!

วันนี้มีกิจกรรมหนึ่งที่อยากแนะนำ เป็นกิจกรรมที่จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ “ฮาวทูที่จะทำให้มีความสุข” ผ่านเรื่องราวชีวิตของ “ไอดอล” กลุ่มหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เมื่อ 2500 กว่าปีที่แล้ว

กิจกรรมนี้จัดขึ้นด้วยความตั้งใจของผู้จัดงานที่อยากจะชวนคนทุกเจเนอเรชั่น ไม่ว่าจะวัยไหน เพศอะไร จะมาคนเดียว พากันมาเป็นคู่ หรือจะยกครอบครัวกันมาก็ได้... ใช่แล้ว เรากำลังจะชวนทุกคนมา “ฟังธรรมและทำธรรม” ด้วยกัน

กิจกรรมบรรยายธรรมในหัวข้อ “เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา” จัดขึ้นโดยยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโอกาสครบรอบการก่อตั้งปีที่ 70 หากเปรียบอายุกับคนก็เป็นถือว่าเป็นผู้สูงวัย แต่หากเปรียบกับ “พุทธศาสนา” ที่มีอายุมากกว่า 2500 ปีแล้วนั้น กล่าวได้ว่าที่นี่ก็ยังคงเป็น “เยาวชน” ที่พร้อมเจริญเติบโตไปได้อีกไกล

เป็นที่น่าสนใจว่ายุวพุทธิกสมาคมแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นมาในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยหนุ่มสาวชาวพุทธ หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าในสมัยนั้น เพื่อเปิด “บ้านแห่งธรรม” ให้คนได้เข้ามาปฏิบัติธรรมและเรียนรู้หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นที่รู้จักในปัจจุบันว่าเป็นที่ให้คนทั่วไปเข้ามาฝึกวิปัสสนาหรือเรียนทำสมาธิ เพราะสมาธินั้นเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิด “ปัญญา”

มองย้อนกลับไปว่าช่วงเวลาที่เพิ่งจบสงครามใหญ่แบบนั้นคงวุ่นวายไม่น้อยไปกว่าวันนี้ที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ แม้บริบทจะเปลี่ยนไป แต่ 2 ตัวแทนของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ อาจารย์มรกต ศรีแสงนาม และอาจารย์ธนา เตรัตนชัย บอกว่า “ธรรมะ” จะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปได้

ที่ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สอนวิธีการพัฒนาความสุข ด้วยวิธีที่เรียกว่า “วิปัสสนากรรมฐาน” ซึ่งหมายถึง “การมองเห็นตามจริง” แต่การจะมองเห็นตามจริงให้ได้นั้น ต้องเริ่มที่ทำสมาธิ เพื่อสร้างใจที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ความชอบของคนหลายวัย คอร์สเรียนต่างๆ ตลอดทั้งปี จึงถูกจัดให้เหมาะกับประสบการณ์และความสนใจของกลุ่มคนที่แบ่งเป็น เด็กเยาวชน วัยรุ่นวัยเรียน คนทำงาน หนุ่มสาว หรือรุ่นใหญ่ โดยมีผู้บรรยายทั้งที่เป็นพระอาจาย์และคนธรรมดา

บางคนมองว่าพุทธศาสนาเป็นเรื่องยาก แต่อาจารย์ธนากล่าวว่า “คนส่วนใหญ่ถูกภาษาบาลีหลอกตา จริงๆ แล้วแก่นของศาสนาพุทธนั้นเป็นสิ่งที่โมเดิร์นและเบสิกมาก ทุกสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไม่ได้บอกให้เราเชื่อ แต่บอกให้เราทำ ให้พิสูจน์ก่อนที่จะเชื่อ พุทธศาสนานั้นสอนให้คนมองเห็นตามความจริง ด้วยใจที่เป็นกลาง จนทำให้เกิดปัญญาในการใช้ชีวิต พระพุทธเจ้าสอนให้รู้จักทุกข์ ต้นเหตุของทุกข์ และวิธีดับทุกข์ เพื่อพัฒนาความสุขที่มาจากใจ” แก่นของพุทธศาสนาจากคำบอกเล่าของอาจารย์ธนา

อาจารย์มรกต ประธานการจัดงานนี้บอกถึงแรงบันดาลใจในการจัดบรรยายธรรมลักษณะนี้เป็นครั้งแรกว่า “อยากสร้างวัฒนธรรมให้คนในครอบครัวจูงมือพากันมาฟังธรรมะด้วยกัน เห็นว่าคนสมัยนี้จะมีไอดอลที่ชอบ มียูทูบเบอร์ที่ติดตาม คนชอบดูชอบฟังและทำตาม ในศาสนาพุทธเองก็มีบุคคลที่น่าเอาเป็นแบบอย่างหลายคน เชื่อว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังทุกวัยได้ โดยเฉพาะวัยรุ่นเยาวชนที่อยู่ในช่วงสำคัญของชีวิต สิ่งเร้าปัจจุบันมันเยอะ ถ้าเขาได้มีแบบอย่างหรือมีไอดอลที่ดี ก็จะทำให้ชีวิตนั้นดีไปด้วย จึงเกิดความคิดที่นำประวัติของ “เอตทัคคะ” แต่ละท่านมาเล่าสู่กันฟัง ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แฝงข้อคิดธรรมะ และยังได้ทำการเผยแผ่ศาสนาตามเป้าหมายของสมาคม”

“เอตทัคคะ” คือตำแหน่งที่พระพุทธเจ้าตั้งให้แก่ผู้ที่มีความยอดเยี่ยมเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนนั้นจะไม่ซ้ำกัน ซึ่งมีทั้งพระอรหันต์ พระโสดาบัน และชาวพุทธทั่วไป การบรรยายธรรมครั้งนี้ เป็นลักษณะการเล่าประวัติ เกร็ดชีวิต และวิธีการสอนของพระพุทธเจ้าที่ทำให้แต่ละท่านได้ตำแหน่ง “เอตทัคคะ” โดยได้คัดสรรเอตทัคคะมา 9 ท่าน ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาฟังจะได้รู้ฮาวทูเคล็ดลับความสำเร็จที่จะสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้ในชีวิตจริง

การบรรยายธรรม “เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา” แบ่งจัดเป็น 9 ครั้ง ตลอดปี 2563 ที่ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซอยเพชรเกษม 54 เปิดให้เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่จำกัดเพศ และอายุ งานนี้ไม่ต้องเป็นชาวพุทธจ๋าๆ ก็มาได้ ชวนมาทั้งครอบครัวยิ่งดี

ลงทะเบียนร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ที่ https://is.gd/TVwAsZ 

กำหนดการจัดงาน

ครั้งที่ ๑ วันจันทร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
"พระอัญญาโกณฑัญญะเถระ" แสดงธรรมโดย พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร

ครั้งที่ ๒ วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๓
"พระสารีบุตร" แสดงธรรมโดย อาจารย์อุรุปัติ จรณธมฺโม และ พระสมทบ ปรกฺกโม

ครั้งที่ ๓ วันเสาร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๓
"นางวิสาขา" แสดงธรรมโดย พระครูวินัยธรกิตฺติศักดิ์ โคตมสิสฺโส และ พระสมทบ ปรกฺกโม

ครั้งที่ ๔ วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๓
"พระอนุรุทธเถระ" แสดงธรรมโดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

ครั้งที่ ๕ วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒
"พระโสณาเถรี/พระนางเขมาเถรี" แสดงธรรมโดย พระไพศาล วิสาโล / พระครูบวรวีรวงศ์ (ครรชิต อกิญฺจโน) / พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ

ครั้งที่ ๖ วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๓
"พระมหากัจจายนะเถระ" แสดงธรรมโดย ดร.สุภีร์ ทุมทอง

ครั้งที่ ๗ วันอาทิตย์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๓
"พระโมฆราชเถระ" แสดงธรรมโดย พระมานพ อุปสโม

ครั้งที่ ๘ วันอาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๓
"พระราหุล" แสดงธรรมโดย พระครูวินัยธรกิตฺติศักดิ์ โคตมสฺิสโส / พระครูวรวงศ์ (วีรภัทร ถิรญาโณ)

ครั้งที่ ๙ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๓
"พระมหากัสสปะเถระ" แสดงธรรมโดย อาจารย์อุรุปัติ จรณธมฺโม
 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สสส.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพฟังธรรมและทำธรรมเอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนายุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยบ้านแห่งธรรมธรรมะการศึกษา

Most Viewed