ข่าว
100 year

คาราวานแก้แล้ง : ทส.เปิดยุทธศาสตร์เจาะ "บ่อบาดาล" แหล่งน้ำกูวิกฤติทั่วประเทศ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 ม.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

สถานการณ์ภัยแล้งจัด ลุกลามราวไฟลามทุ่ง...

ที่สำคัญคือแล้งปีนี้มาเร็ว และ แล้งนานแถมมีความรุนแรงมากเป็นอันดับสองในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2522

ขณะที่แหล่งน้ำทั่วประเทศมีปริมาณ 48,204 ล้าน ลบ.ม. แต่มีน้ำใช้การได้แค่ 24,132 ล้าน ลบ.ม.

ส่วนน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั้งหมด มีปริมาณน้ำรวมกัน 44,970 ล้าน ลบ.ม.ของความจุอ่างฯ แต่ใช้การได้ประมาณ 21,169 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าปี 2562 จำนวน 10,327 ล้าน ลบ.ม.

เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา คือ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 10,558 ล้าน ลบ.ม. แต่มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 3,862 ล้าน ลบ.ม.

ส่วนเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่า 30% ของความจุอ่างฯ มีถึง 15 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การ 16% เขื่อนสิริกิติ์ 26% เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 24% เขื่อนแม่มอก 17% เขื่อนจุฬาภรณ์ 5% เขื่อนอุบลรัตน์-6% เขื่อนลำพระเพลิง 12% เขื่อนมูลบน 30% เขื่อนลำแซะ 25% เขื่อนลำนางรอง 16% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 21% เขื่อนทับเสลา 13% เขื่อนกระเสียว 8% เขื่อนคลองสียัด 15% และเขื่อนหนองปลาไหล 19%

เรียกว่าแล้งจัดถึงขนาดกระทบต่อการผลิตน้ำประปาของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

“เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้นิ่งนอนใจ จะจัดโครงการคาราวานแก้ภัยแล้ง ออก ตระเวนไปเจาะบ่อบาดาลหรือแหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเดียวที่เหลืออยู่ในประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำใต้ดินอยู่อีกเกือบ 3 หมื่นลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับเขื่อนขนาดเล็ก โดยจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ทั้งในเรื่องอุปโภคและบริโภค ต่อมาจะใช้เพื่อการเกษตร และถ้าเราสามารถใช้ทฤษฎีนาแปลงใหญ่ มีบ่อบาดาลควบคู่กันกับกรมทรัพยากรน้ำ เชื่อมั่นว่าช่วงแล้งนี้เราจะสามารถฝ่าวิกฤติไปได้ พร้อมๆกัน เราจะไปรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนเกี่ยวกับภัยแล้ง เพื่อจะได้บริหารจัดการและแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยมอบให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำรับผิดชอบ ซึ่งคาราวานจะเริ่มออกในพื้นที่ภาคกลางก่อนในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้” นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน

สำหรับรูปแบบของโครงการคาราวานแก้ภัยแล้ง ของ ทส.จะลงพื้นที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เริ่มที่ จ.อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี เป็นต้น มีทั้งเรื่องการเจาะน้ำบาดาล การนำน้ำไปช่วยเหลือเรื่องอุปโภคบริโภค การรับฟังเรื่องราวร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

“คาราวานแก้ภัยแล้ง เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ระดับหนึ่ง ควบคู่กันไปกับการดำเนินการเร่งขุดเจาะบ่อบาดาลตามที่ประชาชนร้องขอ โดยมีรถสำหรับขุดเจาะกว่า 90 คัน อีกทั้งยังได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ ไปขุดเจาะบ่อบาดาลเสริมน้ำประปาหมู่บ้านอีกจำนวน 704 บ่อ

ที่สำคัญ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลมายื่นขอขึ้นทะเบียนการใช้น้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัด เพื่อนำน้ำไปแบ่งปันกับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำสำหรับอุปโภค บริโภคหรือการอื่นที่จำเป็นและจะได้รับการยกเว้นค่าใช้น้ำบาดาลหรือค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาล ขณะที่ผมก็ได้ทำหนังสือถึง ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัง-หวัดทุกจังหวัดด้วย” นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าว

ที่สำคัญ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะทำการเจาะสำรวจเพื่อก่อสร้างบ่อขนาดใหญ่แบบ RBF หรือการเจาะและก่อสร้าง
บ่อในชั้นกรวดทรายใกล้แม่น้ำ เพื่อให้เชื่อมโยงกับโครงการคาราวานแก้ภัยแล้งในพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่ จ.ชัยนาท เพื่อให้เป็นแหล่งน้ำบาดาลปริมาณมากสำหรับแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ จ.ชัยนาท จำนวน 2 จุด โดยจุดที่ 1.วัดใหม่วงเดือน ม.5 ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท ได้เจาะสำรวจเพื่อออกแบบก่อสร้างบ่อ RBF ด้วยขนาดบ่อ 6 นิ้ว ความลึก 57 ม. ผลิตน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จุดที่ 2 บ้านธัญญอุดม ติดกับ รพ.สต.บ้านธัญญอุดม ม.6 ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท เจาะสำรวจด้วยบ่อขนาด 6 นิ้ว ความลึก 42 เมตร ได้น้ำบาดาลไม่น้อยกว่า 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งทางจังหวัดสามารถส่งต่อแบบส่งระยะไกลไปยังพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมด

“นอกจากนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.ยังสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยขณะนี้สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลทั้ง 12 พื้นที่ทั่วประเทศได้ประสานกับโรงเรียน โรงพยาบาล วัด เข้าไปดำเนินการล้าง เป่า ทำความสะอาดบ่อบาดาลที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ได้น้ำในปริมาณที่มากเพียงพอกับความต้องการด้วย” นายศักดิ์ดา กล่าว

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” มองว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้หนักหนาสาหัสมาก ฝนที่น้อยมากตั้งแต่ปี 2562 มาจนถึงปี 2563 อาจจะมาล่าช้าไปจนถึงเดือน มิ.ย. ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาการใช้น้ำจากเขื่อนที่มีน้อยมากจนถึงติดลบเป็นหลัก ยิ่งทำให้ยากลำบากต่อการบริหารจัดการภัยแล้ง

ดังนั้น การที่หน่วยงานเกี่ยวกับน้ำคิดหาทางช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ดีกว่าต้องรอพึ่งธรรมชาติเพียงอย่างเดียว.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัยแล้งบ่อบาดาลทีมข่าวสิ่งแวดล้อมคาราวานแก้ภัยแล้งจตุพร บุรุษพัฒน์ผู้ประสบภัยธรรมชาติวราวุธ ศิลปอาชาการศึกษา

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้