แม้ว่านับแต่โลกได้ก่อกำเนิดขึ้น ทุกสรรพสิ่งมีชีวิตล้วนถือกำเนิดมาจากสารเคมี ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษยชาติ ชีวิตดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้ยังคงต้องพึ่งพาสารเคมีทุกวินาที
แต่ด้วยกระแสของกลุ่มองค์กรที่ใช้ความหวาดกลัวของคนมาเป็นช่องทางหาประโยชน์ ได้ส่งผลให้ผู้คนต่างหวาดผวาสารเคมีไปกันหมด...
มองสารเคมีเป็นปีศาจร้ายที่ต้องกำจัดให้หมดสิ้นไปจากประเทศ
คนประเภทนี้ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำนิยามว่า chemophobia กลัวสารเคมีจนคลั่ง
ทั้งที่ทุกอย่างในจักรวาลล้วนเป็นองค์ประกอบทางเคมี ในร่างกายมนุษย์ทุกอณูล้วนประกอบไปด้วยเคมี ปฏิกิริยาเคมี สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ อย่างน้ำ มาจากสารเคมี ไฮโดรเจนกับออกซิเจน ฉะนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะไปหวาดกลัวสารเคมี
ดร.เจษฎา อธิบายเพิ่มเติม ความจริงความกลัวที่เกิดขึ้นในกรณีนี้น่าจะมาจากการอธิบายแบบคลุมเครือ เลยทำให้คนเหมารวมว่า สารเคมีทุกอย่างมีอันตราย ทั้งที่สารเคมีนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มหลักๆ สารเคมีธรรมชาติ กับสารเคมีสังเคราะห์
สารเคมีไม่ว่ามาจากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ล้วนมีประโยชน์และโทษด้วยกันทั้งสิ้น
แต่ด้วยเทคนิคจิตวิทยาเอาความกลัวของมนุษย์มาเป็นเครื่องมือหากินขององค์กรบางกลุ่ม เลยทำให้ผู้คนเข้าใจไปเอง...อะไรก็ตามที่เกิดจากธรรมชาติจะปลอดภัย ดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าสิ่งที่สังเคราะห์มา
ทั้งที่แท้จริงแล้วสารเคมีธรรมชาติ ใช่ว่าจะมีประโยชน์เสมอไป
เพราะปฏิกิริยาเคมีธรรมชาติ บางครั้งควบคุมหรือจัดการได้ยาก และบางอย่างไม่สามารถควบคุมได้ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา
ยกตัวอย่างกรณี ดารา นักร้อง นักแสดง ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ ฆ่าตัวตายเพราะสาเหตุจากความเครียด และป่วยซึมเศร้า...สาเหตุสำคัญมาจากความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง ที่มิอาจควบคุมให้อยู่ในภาวะปกติได้
...
พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ...แท้จริงแล้ว สารเคมีที่เราพากันเกลียดกลัวขึ้นสมอง จนอยากจะแบนให้สิ้นนั้น มันคืออะไรกัน.
สะ–เล–เต