ข่าว
100 year

ฝุ่นในกรุงทวีรุนแรง สามเสน 97

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ม.ค. 2563 05:35 น.
SHARE

น้ำยมแห้งเป็นลำธาร

แม่น้ำยมวิกฤติ น้ำแห้งขอดทำชาวบ้าน 3 จังหวัดเดือดร้อนหนัก ที่พิจิตรเจอสันดอนทรายโผล่ ส่วนพิษณุโลกและสุโขทัยเหลือน้ำแค่ก้นแอ่ง ทหารต้องนำรถแบ็กโฮไปลอกและขุดบ่อกลางแม่น้ำ ชาวบ้านเฮลั่น หลังมีน้ำใช้ให้รอดพ้นภัยพิบัติ ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาน่าเป็นห่วง เขื่อนต้องลดระบายน้ำเพื่อรักษาน้ำต้นทุน ส่งผลให้น้ำลดฮวบ แพลูกบวบแลนด์มาร์กชื่อดัง จ.ชัยนาท เกยเนินทราย ด้าน รพ.หนองมะโมง ขาดน้ำต้องขอรถน้ำชลประทานมาช่วย ขณะที่กรุงเทพฯ ยังเผชิญฝุ่นพิษ ล่าสุดค่า PM2.5 ซอยลาดพร้าว 95 พุ่งถึง 95 มคก./ลบ.ม.

สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ จ.พิจิตร ช่วงสายวันที่ 19 ม.ค. พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผบ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร นำเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ 3 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 7 ลงพื้นที่ติดตามปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ล่าสุดพบก้นแม่น้ำยมหน้าวัดท่าบัวทอง ต.โพธิ์ประทับช้าง น้ำแห้งจนสันดอนทรายโผล่

พล.ท.ฉลองชัยเปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 3 ที่รับผิดชอบ 17 จังหวัดภาคเหนือ มอบหมายให้มณฑลทหารบกในพื้นที่จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยขึ้นเพื่อรับผิดชอบในแต่ละจังหวัด ขณะนี้ภัยแล้งอยู่ในระดับที่ 2 คืออยู่ในภาวะที่เข้าขั้นรุนแรง การนำส่วนราชการมาดูที่ จ.พิจิตร เพื่อให้เห็นสภาพแม่น้ำยมที่แห้งขอด ขณะที่การกักเก็บน้ำตามเขื่อนต่างๆในภาคเหนือพบน้ำต้นทุนเหลือ 43 เปอร์เซ็นต์ใช้ได้เพียง 23 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่เมื่อ 3 เดือนก่อนแม่น้ำยมแห่งนี้ยังใช้แข่งเรือได้ แต่ปัจจุบันมีสภาพแห้งขอดอย่างที่เห็น

ส่วนแม่น้ำยมที่ไหลผ่านมาพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ลดเหลือเพียงลำธารเล็กๆ บางจุดแห้งขอด โดยเฉพาะพื้นที่ ต.วังอิทก อ.บางระกำ เขตติดต่อ ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร โดยมีทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำเครื่องจักรกลไปขุดลอกแม่น้ำยมบริเวณสถานีสูบน้ำที่ 1 หมู่ 5 บ้านวัดกลางสุริยะวงศ์ ต.วังอิทก เพื่อนำน้ำที่อยู่ตามแอ่งต่างๆให้ไหลไปรวมกันที่สถานีสูบน้ำให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ จากนั้นจะย้ายไปขุดลอกท้องน้ำที่สถานีสูบน้ำจุดที่ 2 หมู่ 3 ต.วังอิทก และจุดสุดท้ายที่สถานีจุดที่ 3 หมู่ 2 ต.วังอิทก เพื่อช่วยเหลือพืชผลทางการเกษตรทั้งนาข้าวและข้าวโพดเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ไม่ให้ยืนต้นตาย

ด้านนายสุรินทร์ คำโสภา อายุ 35 ปี ชาวนาบ้านกระทุ่มยอดน้ำ หมู่ 2 ต.วังอิทก อ.บางระกำ เปิดเผยว่า แม่น้ำยมแห้งมากว่า 1 เดือนแล้วทำให้นาข้าวกว่า 30 ไร่ได้รับผลกระทบไม่มีน้ำต้องลงทุนเจาะบ่อบาดาลในแม่น้ำยม ใช้เงินกว่า 3 หมื่นบาทต่อ 1 บ่อลึกกว่า 9 วา ชาวบ้านในตำบลวังอิทกต้องเจาะบ่อบาดาลกันทุกบ้าน เพื่อนำน้ำมาใส่นาข้าวภัยแล้งปีนี้หนักเทียบเท่าปี 58 ทำให้ชาวนาเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

เช่นเดียวกับแม่น้ำยมพื้นที่บ้านวังทอง หมู่ 1 ต.วังทอง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย แห้งขอดเกือบตลอดสาย ทำให้ประชาชนสองฝั่งไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคและทำเกษตร ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33 นำรถแบ็กโฮไปขุดก้นแม่น้ำบริเวณใต้สะพานแขวน หลังวัดวังทอง หมู่ 1 ต.วังทอง ขนาดกว้างกว่า 20 เมตร ลึก 10 เมตร พบน้ำทะลักเกือบเต็มบ่อ ชาวบ้านต่างร้องไชโยด้วยความดีใจ เนื่องจากที่ผ่านมาแทบไม่มีน้ำเลย โดยมีการรณรงค์ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้ผ่านวิกฤติภัยแล้งนี้ไปได้ จากนั้นทหารย้ายไปขุดก้นบ่อน้ำยมขนาดเดียวกันที่บ้านคลองจำลอง หมู่ 3 ต.วังทอง อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม.

ที่ จ.อุดรธานี อ่างเก็บน้ำโสกรัง อ.โนนสะอาด ที่มีปริมาณเก็บกัก 590,000 ลบ.ม. ขณะนี้เหลือน้ำอยู่ 10,000 ลบ.ม.เท่านั้น ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าท่อดูดน้ำดิบ สถานีผลิตประปาโนนสะอาดไม่สามารถผลิตน้ำได้ ต้องมีมาตรการจ่ายน้ำเป็นเวลา พร้อมใช้แผนสำรองส่งน้ำประปาจากสถานีผลิตน้ำประปา อ.กุมภวาปี ที่ใช้น้ำดิบจากหนองหานกุมภวาปี และหนองปะโค มาช่วยพื้นที่เทศบาลตำบลโนนสะอาดและใกล้เคียง รวมทั้ง ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี ขณะเดียวกันมีการขุดร่องชักน้ำจากก้นอ่างโสกรังมายังสถานีสูบน้ำประปาโนนสะอาด เพื่อให้สามารถสูบมาผลิตน้ำประปาได้

ส่วนภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทวีความรุนแรง แม่น้ำสายหลักลดลงอย่างมาก ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ต้องลดการระบายน้ำเพื่อรักษาน้ำต้นทุน เช้านี้มีการระบายน้ำอัตรา 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนลดต่ำจนเกิดเนินทรายโผล่เป็นแนวยาวหลายช่วง โดยที่บริเวณหาดเจ้าพระยา แลนด์มาร์กชื่อดังหน้าวัดกำแพง ต.สรรพยา อ.สรรพยา ที่มีแพลูกบวบบริการนักท่องเที่ยวพบว่าแพลูกบวบทั้งที่เป็นสะพานและแพนั่งเกยตื้นอยู่บนเนินทราย บางจุดสามารถเดินข้ามฝั่งได้

นายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 (เขื่อนเจ้าพระยา) จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจาก รพ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ เพื่อเติมน้ำให้กับโรงพยาบาลที่มีความต้องการใช้น้ำวันละ 30-50 ลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง แหล่งน้ำบาดาลของโรงพยาบาลไม่เพียงพอ จึงขอสนับสนุนรถบรรทุกน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปริมาณ 250 ลูกบาศก์เมตร ให้เพียงพอความต้องการของโรงพยาบาล

ส่วนปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานคร ยังคงเกินมาตรฐานหลายพื้นที่ ล่าสุดกรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เวลา 16.00 น.ในพื้นที่กรุงเทพฯ เกินมาตรฐานบริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, แขวงบางนา เขตบางนา, แขวงดินแดง เขตดินแดง, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, แขวงพญาไท เขตพญาไท, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง สูงสุดที่ริมถนนสามเสน เขตพระนคร อยู่ที่ 97 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) รองลงมาริมถนนลาดพร้าว ซอย 95 เขตวังทองหลาง 82 มคก./ลบ.ม.

ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานบริเวณ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก, ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน, ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา, ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง, ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่, ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ สูงสุดที่ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ที่ 97 มคก./ลบ.ม. รองลงมา ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 87 มคก./ลบ.ม.

ที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา กทม. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นำ ส.ส.กทม.ของพรรค ลงพื้นที่รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับประชาชน นายธนาธรกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาขณะนี้หากทำในเชิงรูปธรรมคงยาก รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านการบรรเทาผลกระทบสุขภาพประชาชน โดยให้ข้อมูลเพื่อตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยและเข้าไม่ถึงหน้ากากอนามัยชนิดที่กันฝุ่น PM 2.5 ได้ ทั้งนี้ หากค่าฝุ่นละอองมีมากจนส่งผลต่อสุขภาพควรปิดเรียนชั่วคราว เป็นมาตรการที่ทุกประเทศนำมาใช้ และต้องคิดล่วงหน้าว่าหากปีหน้าต้องเผชิญปัญหาอีกจะทำอย่างไร

ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า พรรคพลังประชารัฐสนใจแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในระยะสั้น 2 เดือนนี้จะตั้งศูนย์ประสานงานด้านฝุ่น PM 2.5 ขึ้นมา รวมถึงมาตรการในระยะกลางและระยะยาว โดยร่วมมือกับทีมนักวิชาการและหน่วยงานต่างๆเพื่อแก้ปัญหาต่อไปและป้องกันปัญหาอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นห่วงประชาชนและขอให้ช่วยกันทำเพื่อลูกหลาน ทำให้มลพิษมีปัญหาต่อสุขภาพน้อยที่สุด ฝุ่นพิษเป็นปัญหาทั่วโลกมาแล้ว ประเทศไทยช่วง 2 ปีนี้ปัญหาค่อนข้างแรง

ด้านนิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “การจัดการวิกฤติฝุ่นละออง” วันที่ 15-16 ม.ค. จากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 1,256 ตัวอย่าง ถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญวิกฤติฝุ่นละออง ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.98 ระบุสวมหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน ร้อยละ 21.50 ระบุหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน ร้อยละ 10.59 ระบุงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง เมื่อถามถึงประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองของหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 40.84 ระบุไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เพราะยังแก้ไขได้ไม่ตรงจุด ทำงานไม่จริงจัง ไม่ต่อเนื่อง รองลงมาร้อยละ 36.22 ระบุไม่มีประสิทธิภาพเลย ส่วนการมีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองของประชาชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 30.57 ระบุใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัว รองลงมาร้อยละ 24.20 ระบุฉีดน้ำล้างฝุ่นละอองหน้าบ้านตนเอง และร้อยละ 23.09 ระบุหยุดเผาขยะ ใบไม้ เศษวัสดุ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่น PM2.5ฝุ่นเกินมาตรฐานค่าฝุ่นพิษฝุ่นพิษกรมควบคุมมลพิษข่าวหน้า1แล้ง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้