ข่าว
100 year

5 เขตกทม.มีฝุ่นพิษ แม่นํ้าเมยแห้งขอด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ม.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

แม่น้ำเมยแห้งกระทบประชาชนสองฝั่งชายแดนไทย-พม่า ไม่มีน้ำดิบทำประปา ขณะที่ชาวบ้าน 5 อำเภอของจังหวัดตากขาดน้ำอุปโภคบริโภค ต้องรอคอยรถน้ำที่มีหน่วยงานต่างๆหมุนเวียนกันไปแจกจ่ายถึงที่ ส่วนแม่น้ำยมเหือดแห้งชาวนาบางระกำ จ.พิษณุโลก ต้องลงทุนเจาะบ่อในแปลงนา ด้านประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยองหวั่นภัยแล้งลามถึงภาคอุตสาหกรรม หลังแหล่งน้ำต้นทุนในจังหวัดมีใช้เพียง 80 วันเท่านั้น กรุงเทพฯยังเผชิญหมอกควันเกินมาตรฐานถึง 5 เขต คพ.ชี้สาเหตุจากสภาพความกดอากาศเกิดภาวะฝาชีครอบ ทำฝุ่นพิษสะสมอีกพักใหญ่

สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ จ.ตาก แม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนไทย-พม่าอำเภอซีกตะวันตกของจังหวัด ประกอบด้วยแม่สอด พบพระ อุ้มผาง แม่ระมาด และท่าสองยาง เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคจากภาวะน้ำในแม่น้ำเมย แหล่งน้ำสำคัญหล่อเลี้ยงชีวิตประชาชนทั้งสองประเทศลดลงอย่างมาก บางจุดแห้งขอด ทำให้ไม่มีน้ำดิบไปใช้ทำประปา หลายหน่วยงานได้บรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ล่าสุดนายสนิท ทองมา ผอ.แขวงทางหลวงตากที่ 2 สั่งรถบรรทุกน้ำหมวดการทางอุ้มผาง หมวดการทางแม่ระมาด และหมวดการทางท่าสองยางไปให้ประชาชน ในถิ่นทุรกันดารอย่างทั่วถึงทุกวัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน

ส่วนในพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แม่น้ำยมสายหลักและแม่น้ำยมสายเก่าที่ไหลผ่านคลองเมม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ผ่านคลองแม่ระหัน คลองบางแก้ว และคลองวังแร่ รวมถึงแหล่งน้ำต่างๆ ในพื้นที่อยู่ในสภาพแห้งขอดเหลือน้ำขังเป็นแอ่งๆและถูกชาวนาใช้เครื่องสูบน้ำดึงน้ำขึ้นไปใส่นาข้าวตลอดสาย คาดว่าอีกไม่กี่วันน้ำจะแห้งหมดจนไม่เหลือติดก้นคลอง นับว่าภัยแล้งรุนแรงใกล้เคียงปี 58 บางรายลงทุนเจาะบ่อบาดาลในแปลงนา เพื่อสูบน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว นายดำรง ทองรอด อายุ 70 ปี ชาวนาบ้านห้วยชัน หมู่ 5 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ เผยว่า ทำนา 20 ไร่ เดิมใช้น้ำจากคลองบางแก้วหรือแม่น้ำยมสายเก่าเป็นหลัก ปกติชลประทานจะส่งน้ำจากแม่น้ำน่านมาช่วย แต่ปีนี้งดส่งน้ำ ต้องหันไปเจาะบ่อหมดเงินไป 20,000 บาท

ด้านนายสมศักดิ์ บ่องเขาย้อย กำนันตำบลท่านางงาม กล่าวว่า นาปรังรอบนี้ชาวบ้านใน ต.ท่า-นางงามปลูกข้าวเต็มพื้นที่ 25,000 ไร่ แม้ว่าจะมีการประกาศแจ้งเตือนไปแล้วว่าปีนี้มีน้ำไม่เพียงพอ แต่ชาวบ้านไม่เชื่อ เพราะช่วงแรกหลังหมดหน้าฝนใหม่ๆ น้ำในคลองบางแก้วค่อนข้างมาก เพราะมีการเตรียมกักเก็บน้ำไว้ เมื่อชาวนาเห็นน้ำมากก็คิดว่าน่าจะเพียงพอทำนา แต่หลังทำนาไปไม่นานน้ำค่อยๆเหือดแห้ง ตอนนี้ในคลองบางแก้วแทบไม่เหลือน้ำเลย แต่ส่วนใหญ่ชาวนาที่นี่จะมีบ่อบาดาลในพื้นที่ของตัวเอง คนไหนไม่มีก็ต้องลงทุนเจาะบ่อบาดาลใหม่ เพื่อสูบน้ำใส่นาให้ข้าวรุ่นนี้รอดไปได้

ที่ อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ ภัยแล้งขยายวงกว้าง แหล่งน้ำต่างๆแห้งขอด ไม่มีน้ำใส่ข้าวนาปรัง ทำให้ต้นข้าวเหี่ยวแห้งใกล้ยืนต้นตาย หากไม่มีน้ำจะทำให้ข้าวตายยกแปลงแน่นอน ทั้งนี้ชาวนา ต.ดอนจาน ที่ประสบภัยแล้ง เผยว่าช่วงก่อนทำนาปรังมีฝนตกลงมา ทำให้ชาวบ้านเร่งไถหว่าน ตอนนี้ข้าวโตมากแล้ว แต่ไม่มีน้ำเลย ทำให้พื้นดินแตกระแหง ไม่รู้จะไปหาน้ำที่ไหนมาใส่นาข้าว เพราะแถวนี้ไม่มีแหล่งน้ำสำรอง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ เพื่อให้ข้าวรอดตายผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ เนื่องจากอาชีพทำนาเป็นอาชีพเดียวที่เลี้ยงคนในครอบครัว

ส่วน จ.ระยอง ภัยแล้งไม่เพียงแต่กระทบภาคการเกษตร และน้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือน แต่ยังเดือดร้อนไปถึงภาคอุตสาหกรรม ล่าสุดนายสุรพล สุทธจินดา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เผยว่า จากสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญใน จ.ระยอง ไม่ว่าจะเป็นอ่างดอกกราย อ่างหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ รวมถึงอ่างเก็บน้ำประแสร์ แหล่งน้ำต้นทุน ของจังหวัดอยู่ในสภาวะวิกฤติต่ำกว่าปี 48 ที่เกิดวิกฤติการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง โดยปีนี้โครงการชลประทานจังหวัดระยองคาดว่าจะมีน้ำใช้ไม่เกิน 70 หรือ 80 วันเท่านั้น อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาห- กรรม ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งมือหามาตรการมารองรับทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤติขาดน้ำในปีนี้ และขอเรียกร้องให้ชลประทานจังหวัดระยองเปิดเผยข้อมูลน้ำที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมาเหมือนยังปกปิดข้อมูลหรือรายงานไม่ตรงกับความเป็นจริง

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะลงพื้นที่หมู่ 9 บ้านโยทะกา ต.บางเตย อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำ หลังฤดูแล้งนี้มีปัญหาน้ำไม่พอ รวมถึงไม่มีระบบน้ำประปาใช้ ต้องอาศัยน้ำผิวดินเป็นหลัก และสูบน้ำจากลุ่มน้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกงมาใช้ แต่มีปัญหาคุณภาพน้ำสกปรก และค่าความเค็มเกินมาตรฐาน แหล่งน้ำคลองสายต่างๆที่มีสภาพตื้นเขิน ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก ทั้งนี้ นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 3 (สระบุรี) เผยว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดสรรงบประมาณปี 62 เพื่อพัฒนาน้ำบาดาลแก้ไขปัญหาน้ำบ้านโยทะกา จำนวน 73 ครัวเรือน 210 คน เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนจากภาวะการขาดแคลนน้ำและมีคุณภาพน้ำที่ดีในการอุปโภคบริโภค

ขณะที่ กทม.ยังเผชิญกับหมอกควันและฝุ่นพิษ โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสภาพอากาศพื้นที่ กทม.วันที่ 18 ม.ค.ว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ คพ.ร่วมกับ กทม.จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 41-86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกพื้นที่เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของวันนี้ พบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพหรือพื้นที่สีส้ม 41 สถานี 5 ลำดับพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นสูงสุดคือ 1.เขตพระนคร 86 มคก./ลบ.ม 2.เขตวังทองหลาง 79 มคก./ลบ.ม 3.เขตบึงกุ่ม 74 มคก./ลบ.ม 4.เขตคลองเตย 73 มคก./ลบ.ม และ 5.เขตหลักสี่ 72 มคก./ลบ.ม

สำหรับหมอกควันภาคเหนือพบว่า คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว (คุณภาพอากาศดี) 7 พื้นที่ พื้นที่สีส้ม (คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) 6 พื้นที่ และพื้นที่สีเหลือง (คุณภาพอากาศปานกลาง) 4 พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรลดทำกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ คพ.ยังคงรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมกำกับดูแลภารกิจตามมาตรการ “ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อน วาระแห่งชาติ” อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองให้กลับสู่ปกติ

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น สาเหตุการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นละอองจนมีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงประกอบด้วย 1.สาเหตุจากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น เกิดภาวะลมสงบต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของ กทม. และปริมณฑล ทำให้การกระจายตัวของฝุ่นละอองลดต่ำลง ประกอบกับสภาพความกดอากาศในพื้นที่ประเทศไทยเกิดภาวะฝาชีครอบ (inversion) ระดับต่ำกว่า 1 กม. ทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่นละออง 2.สาเหตุจากการจราจรถือว่าติดขัดมากที่สุดในรอบสัปดาห์ของวันทำงาน มีดัชนีรถติดสูงสุดที่ 7.2 หมายถึงการจราจรในภาพรวมหลายเส้นทางติดขัดและเคลื่อนตัวช้า อย่างไรก็ดี ทส.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการภารกิจตามแผนเร่งด่วน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการจราจร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัยแล้งสภาพอากาศฝุ่นละอองPM2.5หมอกควันภาคเหนือข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้