"วิ่งไล่ลุง" ทั่วประเทศคึกคัก ประชาชนแห่ร่วมกิจกรรมแต่เช้า ย้ำฝากถึงรัฐบาล ปชช.มีสิทธิพลเมืองแสดงออก ท่ามกลางเจ้าหน้าที่รัฐ เข้มงวดความ "เรียบร้อย-ปลอดภัย-จราจร"

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ จ.เชียงใหม่ มีประชาชนจำนวนกว่า 500 คน นัดรวมตัวกันทางสื่อโซเชียลพร้อมกับประชาชนในกรุงเทพฯ เพื่อพากันเดินทางมาเข้าร่วมทำกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" โดยสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมในครั้งนี้ของ จ.เชียงใหม่ นั้นได้จัดที่บริเวณประตูท่าแพ แลนด์มาร์กอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ โดยเริ่มเวลา 06.30 น. ได้ปล่อยตัวนักวิ่งชุดที่ 1 วิ่งไปตามคูเมืองเชียงใหม่ โดยเส้นทางที่ใช้ คือ เริ่มต้นออกจากประตูท่าแพแต่นั้นได้วิ่งไปตามถนนมูลเมือง และเลี้ยวซ้ายที่แจ่งศรีภูมิ จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ และมาเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้า ถนนพระปกเกล้า จากนั้นวิ่งยาวมาเรื่อยๆ จนผ่านสี่แยกกลางเวียง และตรงไปเรื่อยๆผ่านหน้าวัดเจดีย์หลวง จนทะลุออกประตูเชียงใหม่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนบำรุงบุรีมุ่งหน้ากับประตูท่าแพ ซึ่งเป็นเส้นชัย

...

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีการปล่อยตัวนักวิ่งอยู่ 2 ชุด โดยชุดแรกปล่อยในเวลา 06.30 น. ชุดที่ 2 ปล่อยในเวลา 07.30 น. ซึ่งในกิจกรรมของ จ.เชียงใหม่ นั้น ก็มีเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงทางการเมืองในจังหวัดมาร่วมด้วยหลายคน เช่น นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และดาบชิต ตามูล อดีตแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่ และนักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายมาดูแลรักษาความปลอดภัย และความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด 

โดย นายชำนาญ เปิดเผยว่า ที่ตนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อมาดูความตื่นตัวของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพราะประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายก็ทำกิจกรรมในลักษณะรูปแบบนี้ ฝากถึงรัฐบาลชุดนี้ว่าประเทศไทยนั้น เป็นประเทศประชาธิปไตย และประชาชนมีสิทธิพลเมืองในการแสดงออก  

ด้าน ดาบชิต เปิดเผยว่า ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะสื่อถึงผู้นำประเทศ ว่า ตอนนี้ประชาชนทั่วไปลำบากยากแค้นกันมาก หลังจากที่งบประมาณก็ผ่านหมดแล้ว อยากให้ลงมาดูแลใส่ใจเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนและเรื่องของบ้านเมือง ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ต้องการให้รัฐบาลรับรู้ รับทราบถึงความไม่พึงพอใจในหมู่ประชาชน

ขณะกิจกรรม ที่เวทีสวนชมน่านฯ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา มีมวลชนในจังหวัด ประมาณ 200 คน ได้มาร่วมตัวกันเพื่อร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายเพศหลายวัย ทั้งเด็ก เยาวชน คนทำงาน และผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งสวมเสื้อวิ่งไล่ลุง อีกจำนวนหนึ่งสวมชุดกีฬาออกกำลังกายทั่วไป และมี ส.ส.พิษณุโลกเขต 1 พรรคอนาคตใหม่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พร้อมทีมงานเข้าร่วมด้วย ซึ่งการจัดวิ่งไล่ลุงในจังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นชาร์ตการจัดวิ่งไล่ลุงทั่วประเทศ แต่ได้มีการนัดหมายกันทางออนไลน์ ในเพจ "วิ่งไล่ลุง" พิษณุโลก ที่มีแกนนำในการจัดวิ่ง คือ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 9 คน ได้ร่วมกันจัดทำเพจและนัดแนะมวลชนมาร่วมกันทำกิจกรรมในวันนี้

โดย นายปดิพัทธ์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 พิษณุโลก เปิดเผยว่า "วิ่งไล่ลุง" พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เป็นแกนนำในการจัด ทราบข่าวจากทางเพจ มีน้องๆ นิสิต ม.นเรศวร เป็นผู้ดำเนินการ จึงแชร์กิจกรรมมายังเพจตน และมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศวิ่งไล่ลุงพิษณุโลกโดยทั่วไปนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ได้มีการตรวจสอบจากทางการ แต่มีเจ้าหน้าที่การข่าวนอกเครื่องแบบทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง มาเฝ้าสังเกตการณ์การจัดกิจกรรมกว่า 100 นาย

...

ขณะที่ บรรยากาศกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนทยอยเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สวมเสื้อวิ่งไล่ลุง รวมถึงเขียนข้อความด้วยตัวเองบอกความรู้สึกส่วนตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ทั้งชุดสืบสวนและนอกเครื่องแบบ ร่วมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอธัญบุรี คอยเฝ้าดูแลสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ครั้งนี้ ได้ใช้เส้นทางการเดินทางจากบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เดินถือป้ายข้อความต่างๆ เดินผ่านเส้นทางตามที่กำหนดเอาไว้ คือ เดินผ่านตลาดรังสิตลอดใต้สะพานข้ามทางรถไฟรังสิต มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี และไปสิ้นสุดที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขารังสิต รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร จากนั้นได้แยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ขณะที่ จ.อุบลราชธานี สำหรับบรรยากาศกิจกรรม "วิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งไล่ลุง เก็บขยะ" บริเวณด้านหน้าศาลหลักเมืองอุบลราชธานี ถนนอุปราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เป็นได้ด้วยความสงบเรียบร้อย ปราศจากอาวุธ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคงอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้มีการใส่เสื้อที่มีข้อความหมิ่นเหม่การต่อต้านรัฐบาล หรือขัดต่อ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แต่ก็ไม่เป็นผล ยังมีกลุ่มประชาชนที่ยืนยันจะใส่เสื้อ "วิ่งไล่ลุง" โดยอ้างว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ นอกจากการสวมเสื้อที่มีข้อความ "วิ่งไล่ลุง" แล้ว ยังมีกลุ่มประชาชนที่สวมเสื้อสีแดง มีรูปภาพ "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หน้าอกซ้ายและด้านหลัง

...

กิจกรรมเริ่มจากการที่ตัวแทนกลุ่มนำวอร์มร่างกายประมาณ 20 นาที ก่อนปล่อยตัวในเวลา 06.00 น. ใช้เส้นทางในการวิ่งประมาณ 5 กิโลเมตร จากด้านหน้าศาลหลักเมืองอุบลราชธานี มุ่งหน้าตามถนนอุปราช เข้าถนนชยางกูร ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ก่อนกลับเข้าเส้นทางเดิม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและฝ่ายความมั่นคง คอยอำนวยความสะดวกเรื่องความปลอดภัยจนสิ้นสุดในเวลา 08.00 น.

สำหรับกิจกรรมการวิ่งในครั้งนี้ มีผู้ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมหลากหลายช่วงอายุ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ที่สนใจแสดงออกทางด้านการเมือง จะสวมเสื้อมีข้อความ "วิ่งไล่ลุง" กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มวัยกลางคน และเป็นผู้สูงอายุสวมเสื้อสีแดงมีการสกรีนภาพอดีตนายกทักษิณ ทั้งนี้ยังมีนักการเมืองระดับประเทศ และท้องถิ่นบางคนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่กิจกรรมใน จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มประชาชนชาวนครศรีธรรมราช จำนวนเกือบ 100 คน นำโดย นายธนาชัย เกตุโรจน์ ประธานชมรมทนายความเพื่อประชาชน จ.นครศรีธรรมราช, นายสุวัฒน์ ตั้งตระกูล ได้พร้อมใจกันใส่เสื้อยืดสีขาว โดยมีป้ายข้อความ "วิ่งไล่ลุง" ติดที่หน้าอกเสื้อทุกคน โดยรวมตัวกันบนถนนราชดำเนิน หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนนับร้อย คอยรักษาความสงบตลอดเวลาจัดกิจกรรม

...

จากนั้นคณะ "วิ่งไล่ลุง" ทั้งหมดได้เริ่มออกวิ่งจากหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าไปยังศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร โดยกลุ่มนัก "วิ่งไล่ลุง" มีทั้งวิ่งทั้งเดินไปตลอดเส้นทาง โดยมีกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง โดยไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากคณะนักวิ่งได้วิ่งมาถึงศาลหลักเมืองแล้ว ได้มีการรวมตัวถ่ายรูปพร้อมชูสามนิ้วและส่งเสียงไชโยพร้อมกัน และตะโกน "ตู่ออกไป" ก่อนสลายตัวในที่สุด

ด้าน นายธนาชัย แกนนำวิ่งไล่ลุงนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การวิ่งครั้งนี้เพื่อต้องการมารวมตัวกันออกกำลังกายเท่านั้น และเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของการวิ่งไล่ลุงเท่านั้น ไม่มีการแอบแฝงอะไร ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่จะทำได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หลังจากพ้นยุค คสช.แล้ว