อิทธิฤทธิ์โรค ASF ในสุกรที่ระบาดในหลายประเทศ ทำให้ราคาหมูขยับขึ้นเป็นแถว โดยเฉพาะในเอเชีย จีน เวียดนาม ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มพุ่งสูงขึ้นไปถึง กก.ละ 151 บาท และ 110 บาท

โชคดีที่ประเทศไทยยังคงป้องกันได้เป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาค จากความร่วมมือร่วมใจของรัฐ เอกชน เกษตรกร และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้คนไทยไม่ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนหมู

อาจกล่าวได้ว่า วันนี้คนไทยได้กินหมูที่มีระบบป้องกันโรคที่ดีที่สุดและมีราคาถูกที่สุดในภูมิภาค

หมูในจีนและเวียดนามมีราคาสูง เนื่องจากมีประชากรมาก ความต้องการบริโภคเลยสูงเป็นเงาตามตัว...ข้อมูล สิงหาคม 2562 จีนต้องนำเข้าเนื้อหมูเพิ่มขึ้น 76% ตอกย้ำความเดือดร้อนด้านการขาดแคลนเนื้อหมูที่รัฐบาลจีนต้องเร่งแก้ปัญหาด้วยการนำเข้า

แม้หมูไทยจะเนื้อหอม เป็นที่ต้องการของตลาดกัมพูชาและฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง แต่คนไทยจะไม่มีทางเผชิญสถานการณ์เช่นนั้น

ในความเป็นจริงอีกมุม น่าเห็นใจเกษตรกรไทย เพราะการป้องกันโรค ASF ล้วนมีต้นทุน ทั้งระบบ แรงงาน ตัวเงิน ความเข้มงวดใส่ใจใน ทุกขั้นตอน ต้นทุนสูงขึ้น ทำมาหากินบนความหวาดหวั่นเชื้อร้ายจะกล้ำกราย พอถึงเวลาขายในราคาที่ต้องขยับตามกลไกตลาดโลก ผู้บริโภคกลับไม่เข้าใจและรู้สึกว่าทำไมหมูแพง...คนเลี้ยงหมูได้แต่กล้ำกลืน หวังให้ผู้บริโภคเข้าใจสถานการณ์

เพราะการผนึกกำลังป้องกันโรคได้มาถึงวันนี้ สิ่งที่เกษตรกรทุกคนภูมิใจยิ่งกว่าคือการทำให้ผู้บริโภคชาวไทยไม่เดือดร้อน...แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาหมูจะขยับขึ้น เป็นเพราะกลไกตลาดที่เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีการเฉลิมฉลองกัน

ถึงอย่างไรคนไทยยังโชคดีตรงที่มีอาหารมากมายให้เลือกบริโภค โปรตีนหลากหลายชนิดสามารถทดแทนกันได้ แต่เกษตรกรคนเลี้ยงหมูมีอาชีพเดียวที่เลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัวอยู่ จึงต้องวอนขอให้ทุกคนเข้าใจในสถานการณ์...ถึงอย่างไรหมูไทยยังถูกที่สุดอยู่ดี.

สะ–เล–เต