วิกฤติพนักงานสอบสวนปัญหาสะสมขององค์กรสีกากี
ปัจจุบันคลี่คลายได้ระดับหนึ่ง เมื่อระดม “มันสมอง” ในเวทีสัมมนาก่อนหน้า ได้ข้อสรุปว่า อาจจะคืนแท่งความเจริญก้าวหน้ากลับมา และปรับโอกาสให้คนที่ถูกปรับเกี่ยวแบบไม่เต็มใจย้ายออกไป
รวมถึงเร่งแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังเรื่องค่าตอบแทนในการทำสำนวน
ล้วนเป็น “ของขวัญ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
แต่อีกประเด็นที่ถูกมองข้าม คือบรรดาพนักงานสอบสวนทำตัวเป็น “อีแอบ” แฝงตาม “โรงพักหัวเมือง” รับเงินประจำตำแหน่ง ทว่าไม่ยอมทำหน้าที่ อาศัยมีของดีไป “วิ่งเต้น” ให้ผู้บังคับบัญชาขอตัวมาช่วยราชการอ้างเพื่อทำคดีสำคัญ
พนักงานสอบสวนกลุ่มหนึ่งระบายความอึดอัดว่า เวลานี้กำลังระบาดไปทั่วหลายกองบัญชาการภูธรภาค ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจทำงานยังไม่ถึง 2 ปี ขอ “รุ่นพี่–รุ่นเฮีย” ทำเรื่อง “เอาชื่อ” ไปช่วยตรงนั้นตรงนี้ โดยยังคงรับเงินตำแหน่งพนักงานสอบสวน และไม่ยอมย้ายออกให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน
เหมือนได้เงินกินเปล่า เข้าข่ายผิดทุจริตต่อหน้าที่ชัดเจน
พนักงานสอบสวนที่เหลือต้องแบกรับภาระก้มหน้าก้มตาทำสำนวนกันต่อไป ท่ามกลางการถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในองค์กรเดียวกัน ลุกลามกระทบไปถึงชาวบ้านที่เดือดร้อนต้องการให้ตำรวจช่วยปัดเป่าทุกข์ แต่ขาดกำลังพลช่วยได้ไม่มากเท่าที่ควร
พวกเขาอยากให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาตรวจสอบขอดูตารางเวรตามโรงพักหัวเมือง คนไหนเข้าเวรจริง คนไหนไม่เข้าเวร หายไปทำอะไร ช่วยราชการทำคดีสำคัญจริงหรือไม่
...
หากพบพฤติกรรมดังกล่าวช่วย “ลงดาบ” กำราบด้วยการเรียกคืนเงินประจำตำแหน่ง ไม่ใช่ปล่อยลอยไปลอยมา
ถึงตอนนั้นผู้มีอำนาจจะรู้ว่า “ใครเป็นอีแอบ”
ใครช่วยอีแอบ “กินแรง” เพื่อนร่วมอาชีพ.
สหบาท