ไลฟ์สไตล์
100 year

7 วัน 373 ศพ เจ็บ 3,499 กรุงเทพฯคว้าแชมป์ 15 ศพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ม.ค. 2563 05:10 น.
SHARE

ศปถ.สรุป 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ยอดตาย 373 ศพ บาดเจ็บ 3,499 คน ยอดสถิติน้อยกว่าปี 62 แต่คดีเมาแล้วขับ 11,997 คดี พุ่งสูงขึ้น อุบลฯ ติดอันดับ 1 รวม 707 คดี ขณะที่รอง ผบ.ตร. เผยไอเดียการรณรงค์อุบัติเหตุเฉพาะในช่วงเทศกาลคงจะไม่ได้ผล เตรียมวางแผน ดำเนินการต่อเนื่องทั้งปี

สรุป 7 วันอันตราย ยอดตายและบาดเจ็บลดลง จากปีก่อนเปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 ม.ค. เป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 354 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 45 ราย ผู้บาดเจ็บ 359 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วร้อยละ 30.23 ตัดหน้ากระชั้นชิดร้อยละ 23.73 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย.ร้อยละ 82.97 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรงร้อยละ 61.30 ถนนกรมทางหลวงร้อยละ 42.94 ถนนใน อบต.หมู่บ้านร้อยละ 29.66

ข่าวแนะนำ

สำหรับช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.53 ทั้งนี้ จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,029 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,957 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 953,238 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 230,603 ราย ความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 56,447 ราย ไม่มีใบขับขี่ 51,686 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา (21 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา (21 คน)

นายนิพนธ์กล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.2562-2 ม.ค.2563) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,421 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 373 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,499 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 6 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่สงขลา (116 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ (15 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (121 คน) สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับร้อยละ 32.68 ขับรถเร็วร้อยละ 29.00 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัยร้อยละ 56.12 ดื่มแล้วขับร้อยละ 22.49 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย.ร้อยละ 79.97 รถปิกอัพร้อยละ 6.81 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 63.37 ถนนใน อบต.หมู่บ้านร้อยละ 39.02 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.28

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า จากสถิติพบสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนน ยังคงเกิดจากการดื่มสุราแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถ จยย.เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ศปถ.ประสานให้แต่ละจังหวัดบูรณาการ สร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี กำชับให้แต่ละจังหวัดถอดบทเรียน และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รวมทั้งค้นหาปัญหา อุปสรรค และปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการ และแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ พร้อมบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลในโอกาสต่อไป

ด้านนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการ ศปถ.กล่าวว่า ปภ.จะบูรณาการทุกหน่วยงานในการวางแนวทาง และกำหนดทิศทางการสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนน และลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในทุกมิติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ความเข้าใจ เพื่อสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน และผู้ใช้รถใช้ถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสถิติการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ทั้งจำนวนอุบัติเหตุสะสม ยอดผู้บาดเจ็บและยอดผู้เสียชีวิต ถือว่าลดลงจากสถิติปี 2562 โดยปีที่ผ่านมา มียอดอุบัติเหตุสะสม 3,791 ครั้ง ลดลง 370 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิต 463 ราย ลดลง 90 ราย และยอดผู้บาดเจ็บ 3,892 คน ลดลง 393 คน

ขณะที่นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ครบ 7 วัน อันตราย ช่วงเทศกาลปีใหม่ กรมคุมประพฤติพบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศมี 3,311 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 3,103 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.72 คดีขับเสพ 205 คดี คิดเป็นร้อยละ 6.19 และคดีขับรถประมาท 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.09

“สำหรับยอดสะสมสถิติคดีศาลสั่งคุมประพฤติรวม 7 วัน ที่มีการควบคุมเข้มงวด ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 มี 12,360 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 11,997 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.06 คดีขับเสพ 345 คดี คิดเป็นร้อยละ 2.79 คดีขับซิ่งและแข่งรถ 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.01 คดีขับรถประมาท 17 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.14 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จ.อุบลราชธานี 707 คดี จ.ขอนแก่น 643 คดี และ จ.มหาสารคาม 615 คดี” นายวิตถวัลย์กล่าว

อธิบดีกรมคุมประพฤติเปิดเผยอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ สะสมทั้ง 7 วัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 และ พ.ศ.2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุราปี พ.ศ.2562 มี 8,706 คดี ส่วนปี พ.ศ.2563 มี 11,997 คดี เพิ่มขึ้นถึง 3,291 คดี คิดเป็นร้อยละ 37.80 นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติยังดำเนินการตรวจสอบประวัติการกระทำผิดในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา 7,900 คดี มีผู้กระทำผิดซ้ำ 277 คดี

ที่สำนักงานศาลยุติธรรม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตัวเลขสรุปยอดรวม ปริมาณคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศของกลุ่มศาลอาญา กลุ่มศาลจังหวัดและกลุ่มศาลแขวง ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 รวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรมว่า จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 25,376 คดี พิพากษาเสร็จทั้งสิ้น 24,986 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.46

ส่วนจังหวัดที่มีคดีขึ้นมาถึงศาลสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.จ.นครราชสีมา 1,140 คดี 2.กรุงเทพฯ 1,124 คดี 3.จ.ชลบุรี 997 คดี 4.จ.เชียงใหม่ 982 คดี และ 5.จ.ร้อยเอ็ด 870 คดี ส่วนศาลชั้นต้นที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่ชั้นพิจารณาแล้วสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ศาลแขวงเชียงใหม่ 876 คดี 2.ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 870 คดี 3.ศาลแขวงอุบลราชธานี 734 คดี 4.ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ 634 คดี และ 5.ศาลแขวงนครราชสีมา 619 คดี สำหรับข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 23,723 คน 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 3,879 คน และ 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 344 คน

ทั้งนี้ ในส่วนสถิติความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว (เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี) มีถูกดำเนินคดี ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ เป็นวิธีการของศาลเยาวชน ดังนี้ 1.ขับรถขณะเมาสุรามี 284 คดี 2.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 63 คดี 3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 6 คดี 4.ขับรถประมาท 2 คดี สำหรับผู้ต้องหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 359 คน แบ่งเป็นเพศชาย 341 คน และเพศหญิง 18 คน

ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ กล่าวว่า จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อัตราผู้ได้รับบาดเจ็บ อัตราการสูญเสียชีวิต ลดลงจากอัตราค่าเฉลี่ยในระยะเวลา 3 ปี แนวความคิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเมื่อมีสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากสาเหตุไม่ต่างกัน การจะรณรงค์เฉพาะในเทศกาลคงจะไม่ได้ผล มีแผนการที่จะดำเนินต่อเนื่องทั้งปี ดังนั้น สรุปว่าตำรวจจะดำเนินการมาตรการต่างๆโดยไม่สนใจว่าเป็นเทศกาลอะไร ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณกำลังพลทุกนาย ภาคีเครือข่ายทั้งหมด และผู้สนับสนุนทุกฝ่ายอย่างจริงใจ ที่ทุกท่านอาบเหงื่อต่างน้ำไม่ได้ไปไหนเหมือนกับคนอื่นเขา ส่วนความพึงพอใจพี่น้องประชาชนจะเป็นผู้ประเมิน และขอให้มั่นใจว่าตำรวจมีความตั้งใจจริง อะไรที่เป็นปัญหาจะรับไว้แก้ไม่หนี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า17 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่อุบัติเหตุอุบัติเหตุทางถนนผู้เสียชีวิตศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09:37 น.