ข่าว
100 year

คนทยอยกลับ-รถติดหนึบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ม.ค. 2563 05:06 น.
SHARE

บขส.-รฟท.เพิ่ม 5 วันเสียชีวิตแล้ว 256 ศพเจ็บ 2,588

ศปถ.แถลงอุบัติเหตุ 5 วัน ยอดตาย 256 ศพ ส่วนใหญ่สาเหตุจากเมาแล้วขับและขับขี่รถเร็ว เมื่อเทียบยอดอุบัติเหตุลดลงกว่าปี 62 หลังเที่ยวเทศกาลปีใหม่หนำใจ ประชาชนเริ่มเดินทางกลับ ถนนทุกสายมุ่งเข้าเมืองกรุงรถติดหนึบ เร่งเปิดช่องทางพิเศษ ส่วน บขส.เพิ่มเที่ยวรถรองรับวันละกว่า 1 แสนคน ขณะที่ รฟท.เสริมขบวนรถไฟ ไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุในหลายพื้นที่ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. พ.ต.ท.กิตติพล สมสิทธิ์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองหนองบัวลำภู รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตที่สี่แยกบ้านห้วยบง ถนนสายรอบเมืองหนองบัวลำภู ใกล้เทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ไปตรวจสอบพบศพนายพีระกานต์ นิลพัฒน์ อายุ 18 ปี ใกล้กันพบรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีขาว ทะเบียน 1 กข 7529 หนองบัวลำภู

สอบถามเพื่อนผู้ตายทราบว่าผู้ตายขี่รถ จยย.ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เตรียมเคาต์ดาวน์รับปีใหม่ 2563 ภายในซอยตรงข้ามกับโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ขณะนั้นผู้ตายมีอาการเมา ขี่รถ จยย.ออกจากงานเลี้ยงเพื่อไปรับเพื่อนอีกคนมาร่วมวง ระหว่างทางขี่รถ จยย.ย้อนศรเสียหลักไปชนกับฟุตปาทหัวกระแทกพื้นเสียชีวิต อีกราย เจ้าหน้าที่ รพ.หนองบัวลำภู แจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน ไปตรวจสอบพบชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30-35 ปี สอบถามพลเมืองดีทราบว่าผู้ตายขี่รถ จยย.ไปชนกับรถกระบะที่ อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ส่วนคู่กรณีหลบหนีไป

อีกราย ตำรวจ สภ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนกันที่สามแยกหนองตะเคียน หมู่ 5 ต.ป่าพุทรา รถเก๋งชนกับรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บในรถกระบะรวม 8 คน เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ขาณุวรลักษบุรี สอบสวนทราบว่านายธงชัย ชอบทำทาน อายุ 46 ปี ขับรถกระบะพาญาติและเพื่อนไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดเขาพิมพาราม อ.ขาณุวรลักษบุรี ขณะกลับบ้านจอดรอจะวิ่งไปทางเข้าหมู่บ้าน รถเก๋งเกิดเสียหลักพุ่งมาชนเต็มแรง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน

ขณะที่ พ.ต.ต.จันทร์ติ วรรณูปถัมภ์ สว. (สอบสวน) สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ไปตรวจสอบเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิว เอชเอ ต.ปลวกแดง พบรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีเขียว ทะเบียน บท 5178 สุโขทัย ชนอัดก๊อบปี้ติดคาเสาไฟฟ้าข้างทาง มีนายประสูตร ถิ่นฐาน อายุ 26 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บติดภายใน เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตนำส่ง รพ.ปลวกแดง แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ส่วนที่ถนนนางรอง-ปะคำ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค พุ่งชนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อนายตันติกร สงห์วงศ์ อายุ 38 ปี และนายโชติพงศ์ สำรวจวงษ์ อายุ 17 ปี สอบสวนทราบว่าผู้บาดเจ็บและเพื่อนรวม 4 คนไปเที่ยวงานเคาต์ดาวน์ ขณะขับรถกลับบ้านรถเกิดเสียหลัก

สำหรับการจราจรตามเส้นทางหลักมุ่งสู่กรุงเทพฯ ช่วงเช้าวันที่ 1 ม.ค. รถเริ่มติดขัดแล้ว ประชาชนเดินทางมาจากภาคอีสานต่างทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ ส่งผลให้ถนนมิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ช่วงทางลงเนินเขากลางดง รถชะลอตัวติดขัดเป็นช่วงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนใช้เส้นทางเลี่ยงถนนแก่งคอย-บ้านนา เข้าสู่รังสิตได้อีกทาง ขณะที่ถนนสายพหลโยธินมุ่งสู่กรุงเทพฯ ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้าน พ.ต.อ.อรุษ คำตุ้ย ผกก.สภ.หนองแค จ.สระบุรี เปิดเผยว่า เส้นทางถนนพหลโยธินมีรถมากขึ้นต่อเนื่อง รถหนาแน่น ทั้ง 2 ช่องทางขนานและทางด่วน ขณะนี้ประสานตำรวจทางหลวงหินกอง สระบุรี ให้เปิดช่องทางพิเศษจาก กม.ที่ 102 อ.หนองแค จ.สระบุรี ไปถึง กม.ที่ 74 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเร่งระบายรถ

ด้าน พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เรียกประชุมตำรวจเพื่อวางกำลังเตรียมแผนรับมือคลื่นมหาชนชาวอีสานเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จากนั้น พล.ต.ต.ปราศรัยกล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่อีสานใต้และจังหวัดใกล้เคียงต่างพากันขนสัมภาระขึ้นรถ เพื่อเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ขณะนี้รถยังไม่ติดมาก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังคงหยุดต่อเนื่องอีก 1 วัน ตำรวจวางกำลังอำนวยการจราจรไม่ให้รถติดสะสม
ขณะเดียวกัน นายพนม ศรีพิทักษ์ ผอ.แขวงทางหลวงสิงห์บุรี เปิดเผยว่า หลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนเริ่มเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จำนวนรถที่ผ่าน จ.สิงห์บุรี บนถนนสายเอเชีย หมายเลข 32 ปริมาณรถเริ่มมากขึ้นในช่วง อ.อินทร์บุรี ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีปั๊มน้ำมันหลายแห่ง รถชะลอตัวเพื่อเข้าปั๊มเพื่อทำธุระส่วนตัว ทำให้รถติดเป็นระยะทางยาว ขณะนี้เตรียมเปิดช่องทางพิเศษเพื่อระบายการจราจรให้คล่องตัว

ต่อมาเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายวีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงว่า ศูนย์ อำนวยการปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธ.ค.2562 วันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 567 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับร้อยละ 32.29 ขับรถเร็วร้อยละ 29.52 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย.ร้อยละ 80.97 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ถนนใน อบต. หมู่บ้าน ถนนกรมทางหลวง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ช่วงเวลา 16.00-20.00 น. ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,043 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,072 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,030,105 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 236,341 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต สูงสุด ได้แก่ ระนอง ยโสธร และสกลนคร (จังหวัดละ 3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (21 คน)

นายวีระกล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (27-31 ธ.ค.2562) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,588 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 11 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (76 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ (12 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (77 คน)

นายวีระกล่าวต่อว่า วันที่ 1 ม.ค.เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเริ่มเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ และภูมิลำเนา ทำให้เส้นทางสายหลัก และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ประสานพื้นที่ปรับแผนการตั้งจุดตรวจ และจุดบริการประชาชนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้เกิดความคล่องตัว เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจเพื่อชะลอความเร็วรถ และประเมินความพร้อมผู้ขับขี่ เน้นการเฝ้าระวังตักเตือน พูดคุย ซักถาม หากเห็นว่าผู้ขับขี่มีสภาพอ่อนล้าควรแนะนำให้หยุดพักร่างกาย เพื่อป้องกันการหลับใน และให้คุมเข้มความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า ศปถ.ประสานให้จังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง ทั้งยานพาหนะ สภาพร่างกายสภาพการจราจรและเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนวางแผนก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบนเส้นทางสายต่างๆ พร้อมยึดหลัก “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับและใช้อุปกรณ์นิรภัย

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการรักษาความปลอดภัย และการจัดการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า จากข้อมูลจากศูนย์อำนวยการและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 สรุปอุบัติเหตุทางถนนช่วงวันที่ 27-31 ธ.ค.2562 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 2,529 ครั้ง ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 มีผู้บาดเจ็บ 2,588 คน ลดลง 240 คน คิดเป็นร้อยละ 8.49 จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 และผู้เสียชีวิต 256 คน ลดลง 72 คน คิดเป็นร้อยละ 21.95 จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย.และรถกระบะ

รองโฆษก ตร. เปิดเผยอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทเสียสละอดทน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การกระทำความผิดกฎหมายทุกประเภท รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุร้าย ตลอดจนอำนวยความสะดวกการจราจร ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้หน่วยงานทุกหน่วยเตรียมพร้อมที่จะรองรับปริมาณประชาชนที่จะเดินทางจากต่างจังหวัดกลับเข้ากรุงเทพฯ ผ่านการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งรถไฟ รถโดยสารบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) รถร่วม บขส.ให้พร้อม หากมีปริมาณผู้โดยสารเดินทางมากกว่าที่มีการประมาณการไว้ให้เพิ่มรถเสริมทันที ขณะเดียวกัน ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมพร้อมรถที่จะรับผู้โดยสารออกจากสถานีขนส่ง เชื่อมต่อระบบขนส่งทางด้านนอกสถานี เชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าให้ประชาชนได้รับความสะดวก

ด้านนายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส. พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1-3 ม.ค. จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติวันละ 5,486 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 2,118 เที่ยว รวม 7,604 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 141,788 คน

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รถไฟเที่ยวกลับ จากเทศกาลปีใหม่ 63 คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก รฟท.จะเพิ่มรถจำนวน 3 ขบวน จากต้นทางศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ อุดรธานี-กรุงเทพฯ และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ สามารถรองรับผู้โดยสารประมาณ 5,000 คน รวมกับขบวนรถที่มีเดินประจำ 244 ขบวนต่อวัน จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้วันละ 120,000 คน ทั้งนี้ บรรยากาศการเดินทางของผู้โดยสารในส่วนภูมิภาค ผู้ที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯเริ่มหนาแน่น แต่สามารถรองรับ ผู้โดยสารไม่มีตกค้าง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนเดินทางกลับการจราจรรถติดปีใหม่อุบัติเหตุเส้นทางหลัก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้