ไลฟ์สไตล์
100 year

ศาลฎีกา-ศาลยุติธรรมเชิงรุก ประชาชนคือหัวใจ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

แม้ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาคนที่ 45 จะเข้ารับตำแหน่งในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ด้วยความที่คลุกคลีกับงานธุรการศาล จึงเข้าใจหัวอกชาวบ้านที่มาศาล ข้าราชการธุรการชั้นผู้น้อยที่ทำงานหนัก กับผู้พิพากษาที่ทำงานในภาวะความเครียด ดังนั้น จึงเป็นครั้งแรกของประมุขตุลาการที่ขอรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกับข้าราชการศาลยุติธรรม เพื่อทราบความต้องการที่แท้จริงแล้วเขียนเป็นนโยบายบริหารศาลยุติธรรมของประธานศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้น 280 แห่ง ศาลชั้นอุทธรณ์ ศาลคดีชำนาญพิเศษ นำไปปฏิบัติทันทีพร้อมประเมินผลในปีนี้

ศาลฎีกาและศาลยุติธรรม จึงมีความใกล้ชิดประชาชน คำนึงถึงเหยื่ออาชญากรรม คนด้อยโอกาส คนธรรมดาให้ใกล้ชิดกับกระบวนการ พิจารณา จากที่เคยกลัวก็เป็นเรื่องง่ายไม่ยุ่งยาก

ข่าวแนะนำ

นโยบายทั้งหมดมี 5 ข้อ มีดังนี้ 1.ยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยคำนึงถึง “เหยื่ออาชญากรรม” และความสงบสุขของสังคม ซึ่งจะกำหนดมาตรการขอปล่อยชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพความสะดวกรวดเร็ว ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราว กำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยหรือเหยื่ออาชญากรรม ตลอดจนกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น คนชรา คนพิการ สตรีมีครรภ์ ผู้มีความบกพร่องทางสมอง ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ ผู้ป่วยใน สังคมทุกขั้นตอนของกระบวนการทางศาลพร้อมทั้งเพิ่มบทบาทเชิงรุกในการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดีในศาล และให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสิทธิของตนตามกฎหมาย เช่น การพบทนายความ การรับการรักษาพยาบาล ปัจจุบันจะมีสาวเสื้อฟ้าคอยทักทายตอบทุกคำถามและแก้ปัญหาเบื้องต้นให้ทันที

2.ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อให้ความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์ โดยพัฒนาระบบการประชุมปรึกษาคดีของผู้พิพาก องค์คณะ (ศาลชั้นต้นคณะละ 2 คน ศาลสูงคณะละ 3 คน ศาลฎีกาคดีนักการเมืองคณะละ 9 คน) ให้เข้มแข็งในทุกชั้นศาลเพื่อยกระดับคุณภาพของคำพิพากษาบนพื้นฐานความเป็นอิสระโดยปราศจากการแทรกแซง และกำหนดกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งจะให้การจัดพิมพ์คำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อให้ความยุติธรรมได้ปรากฏในเวลาอันควร พร้อมมีการประเมินผลการทำงาน

3.นำเทคโนโลยีมาใช้กับการพิจารณาพิพากษาคดี และการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยคำนึงถึงช่องทางอื่นที่สะดวกและประหยัดสำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการปฏิบัติงานของศาลเพื่อให้คู่ความเข้าถึงข้อมูลทางคดีได้โดยสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันจะนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และนำมาใช้ในการเสริมสร้างความรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพประชาชน รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรับฟังปัญหาข้อขัดข้องและความคิดเห็นของประชาชนตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม

4.เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการบริหารงานบุคคลด้วยการสร้างสมดุลระหว่างจริยธรรม ระบบอาวุโสและความรู้ความสามารถ โดยจะส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ความชำนาญ 5.การสนับสนุนบทบาทของศาลในการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อมและที่ไม่ก่อภาระหรือเป็นผลร้ายต่อประชาชนและสังคม โดยจะสนับสนุนการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม, สนับสนุนการประเมินและยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือการประกอบอาชีพเพื่อไม่ให้ก่อภาระหรือเป็นผลร้ายต่อประชาชนและสังคม และใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกบนพื้นฐานความสมัครใจของคู่ความ

เมื่อได้รับฟังเสียงจากประชาชนแล้ว ต่อไปศาลจะทำงานตรงจุด เข้าประเด็นรวดเร็ว ครบถ้วนเป็นที่พอใจ เกิดความสมานฉันท์ คดีแพ่งคู่ความจะรู้สึกวินวิน คดีอาญาจะได้รับการเยียวยา แก้ไขพฤติกรรมคนผิด ฟื้นฟูคนป่วย คนผิดจะรับโทษที่เหมาะสม หรือกลับตัวกลับใจ ไม่คิดเคียดแค้นกัน

เป็นที่คาดหวังว่า ประธานศาลฎีกาคนนี้จะสร้างบทบาทของศาล ให้เข้าหาประชาชน จนเป็นที่เชื่อมั่น เกิดความศรัทธา เป็นกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง.

เชษฐ์ สุขสมเกษม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เชษฐ์ สุขสมเกษมศาลฎีกาศาลยุติธรรมไสลเกษ วัฒนพันธุ์พิพากษาคดีประธานศาลฎีกาคนที่ 45

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 02:06 น.