ข่าว
100 year

เศร้าโลกไม่น่าอยู่ ฆ่าตัว-4 ราย 4 ศพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ธ.ค. 2562 05:27 น.
SHARE

นักศึกษาสาวราชภัฏผูกคอตายคาหอพัก เขียนจดหมายลาตาย “ขอโทษพ่อกับแม่” คาดสาเหตุจากปัญหาส่วนตัว อีกรายเศรษฐี เจ้าของสวนส้มโอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแขวนคอลาโลก ตามด้วยหนุ่มคนงานก่อสร้างเครียดปัญหาครอบครัวใช้เสื้อกันหนาวแขวนคอตายหน้าตึกแถว และรายสุดท้ายหนุ่มใหญ่กลุ้มขายของไม่ดีแถมโรครุมแขวนคอตัวเองกับต้นไม้

คนไทยเครียดจัดปลิดชีพฆ่าตัวตายวันเดียว 4 ศพ รายแรกเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. ร.ต.อ. ชัยพิชญ์ ชัยมงคล รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองเลย พร้อมแพทย์เวร รพ.เลยและหน่วยกู้ภัยเลย ไปตรวจสอบเหตุนักศึกษาแขวนคอตาย ภายในห้องพักหมายเลข 13 หอพักสตรีโอเอ ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักแถวชั้นเดียว บริเวณระเบียงหลังห้องพบศพ น.ส.วิภาดา วิเศษ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 123 หมู่ 11 ต.ดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ปี 2 คณะครุศาสตร์ ใช้ผ้าสีแดงแขวนคอกับราวเหล็ก

แพทย์ตรวจร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการต่อสู้ คาดเสียชีวิตมาแล้ว 6-8 ชม. ส่วนที่โต๊ะเครื่องแป้งข้างเตียงพบจดหมายลาตาย 2 ฉบับเขียนบอกรหัสโน้ตบุ๊ก รหัสเอทีเอ็มและคำว่าขอโทษ ส่วนอีกฉบับเขียนว่า “ขอโทษพ่อกับแม่ที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่ลูกอ่อนแอ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแล ขอบคุณสิ่งที่มอบให้ ขอบคุณที่ทนลำบาก หลังจากนี้พ่อ แม่ พี่ ไม่ต้องทนลำบากเพราะคนไม่ดี คนนี้อีกต่อไป รักพ่อ แม่ พี่นะ” ส่วนสาเหตุคาดเกิดจากปัญหาส่วนตัว

อีกราย ร.ต.อ.พิชิต เชื้อเมืองพาน รอง สว. (สอบสวน) สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย พร้อมแพทย์เวร รพ.เวียงแก่นไปตรวจสอบคนผูกคอตายในกระต๊อบที่สวนส้มโอ บ้านทุ่งคำ ต.หล่ายงาว บนกระต๊อบพบศพนายนิมากร รวมจิตร อายุ 52 ปี ชาวบ้านทุ่งคำและเจ้าของสวนส้มโอดังกล่าว ใช้เชือกผ้าสีแดงผูกคอกับขื่อ ลักษณะนั่งยองๆสภาพร่างกายเริ่มเขียวคล้ำ ลิ้นจุกปาก ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตกว่า 10 ชม.

สอบปากคำนางคำ รวมจิตร ภรรยาให้การว่า สามีมานอนเฝ้าสวนส้มโอ ตอนเช้านำอาหารมาให้แต่กลับพบกลายเป็นศพไปแล้ว ส่วนสาเหตุไม่ทราบว่าเกิดจากเรื่องอะไร โรคประจำตัวไม่มี และไม่เคยทะเลาะกัน ครอบครัวมีความสุขดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาเรื่องการเงินมีพร้อมทุกอย่าง อีกทั้งสวนส้มโอกว่า 700 ต้นสร้างรายได้ดี ส่วนลูกมีลูกสาวคนเดียวมีงานทำแล้ว แต่มาระยะหลังสามีมักเก็บตัวเงียบๆ ขณะที่ นพ.นวพล จรุงวัฒนา แพทย์ รพ.เวียงแก่น กล่าวว่า หากไม่มีสาเหตุหรือปัจจัยอื่นที่ทำให้ผู้ตายคิดสั้นฆ่าตัวตายอาจเกิดจากโรคซึมเศร้าที่ผู้ตายเป็นคนขี้ใจน้อยชอบคิดมากและเก็บตัวคนเดียว อีกทั้งเคยพูดเล่นว่าอยากฆ่าตัวตายแต่คนในครอบครัวไม่สงสัยคิดว่าพูดเล่น

รายที่ 3 พ.ต.ท.วิชิต ลุนผา สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร ไปสอบสวนคนผูกคอเสียชีวิตที่ตึกแถวหลังปั๊มน้ำมันบางจาก บางตะคอย หมู่ 9 ต.บางกระเจ้า พบศพนายพิชัยยุทธ ดีโสภมาตร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 2 ต.สีสุก อ.แก้งสนาม–นาง จ.นครราชสีมา ใช้เสื้อกันหนาวผูกคอติดกับขอบกระจกหน้าตึกแถว ตรวจสอบภายในตัวพบบัตรเอกสารส่วนตัว และเงิน 3,420 บาท ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผล คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง สอบถามญาติทราบว่า ผู้ตายไปทำงานก่อสร้างที่จังหวัดชุมพร และกลับมาพักกับญาติที่ตึกแถวแห่งนี้ และเคยบ่นเรื่องปัญหาครอบครัว กระทั่งมาผูกคอตาย

รายที่ 4 ร.ต.อ.จักรทอง คำมาพล รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ไปสอบสวนคนผูกคอตายใต้ต้นไม้ บริเวณทางเข้าบ้านเลขที่ 76 หมู่ 5 ถนนบางนา-ตราด กม.30 ต.บ้านระกาศ พบญาติปลดศพลงมาจากต้นไม้แล้วทราบชื่อนายสราวุธ เกิดมั่งมี อายุ 43 ปี สวมเสื้อยืดเสื้อแจ็กเกตคลุมทับ กางเกงขายาวมีรอยรัดที่ลำคอแดงช้ำ ส่วนที่กิ่งต้นมะขามขนาดใหญ่มีเชือกไนลอนถูกตัดขาดกับเก้าอี้ไม้ล้มกองอยู่ที่พื้น ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน บน 226 ฉะเชิงเทรา มีสายยางต่อกับท่อไอเสียโยงเข้ากระจกหน้าต่างข้างรถ

สอบถาม น.ส.อรนียา เกิดมั่งมี อายุ 20 ปี ลูกสาวผู้ตายให้การว่า เดิมพ่อมีอาชีพรับจ้างขับรถตู้รับส่งพนักงานตามโรงงาน เพิ่งออกจากงานได้ 2 วัน หันมาค้าขายผลไม้ตามตลาดนัด ก่อนเกิดเหตุพ่อได้ส่งข้อความในโทรศัพท์มีใจความตัดพ้อว่า “ขายของไม่ดี เครียดมีโรครุมเร้าและคิดถึงแม่ที่เสียไปแล้ว” แต่ไม่ได้คิดอะไร ต่อมาช่วงบ่ายมาที่เกิดเหตุพบพ่อใช้สายยางต่อท่อไอเสียพ่นเข้าไปในรถกระบะที่ติดเครื่องและรมควันตัวเองอยู่ในรถ ตนรีบตะโกนเรียกจนได้สติช่วยเหลือไว้ได้ทันพร้อมพูดปลอบใจจนดีขึ้นตนเลยกลับบ้าน กระทั่งมาทราบว่าพ่อผูกคอตายอีก ส่วนสาเหตุคาดเครียดจากปัญหาขายของไม่ดีและโรครุมเร้า

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ฆ่าตัวตายนิมากร รวมจิตรนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจักรทอง คำมาพลอรนียา เกิดมั่งมีสราวุธ เกิดมั่งมีข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้