ข่าว
100 year

หนูเล็กเบญจรงค์ ความงดงามจากชุมชนดอนไก่ดี ภูมิปัญญาที่ได้รับการติดปีกโดยทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง

CP ALL4 ธ.ค. 2562 10:30 น.
SHARE

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่กล่าวได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทยก็คือ “ศิลปวัฒนธรรม” ซึ่งในหลายครั้งเราจะพบว่าความงดงามเหล่านี้ก็เกิดขึ้นจาก “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ด้วยฝีมือของชาวบ้านหรือผู้ประกอบการรายย่อยที่แฝงตัวอยู่ในทุกแห่งหนทั่วประเทศ ทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ จนเติบใหญ่กลายเป็นความแข็งแกร่งของชุมชน และนำไปสู่การได้รับ "โอกาส" ที่จะพาภูมิปัญญาไปไกลกว่าแค่ในท้องถิ่น ด้วยการเข้ามาให้ความสนับสนุนจากผู้ที่มองเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งมอบความเลอค่าไปสู่สายตาระดับประเทศ

เช่นเรื่องราวของ “พี่หนูเล็ก” หรือนางประภาศรี พงษ์เมธา เจ้าของผลิตภัณฑ์ “หนูเล็กเบญจรงค์” ในคราวนี้ ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจได้ไม่น้อยว่ายังมีองค์กรที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสสู่สังคม เช่น “ทเวนตี้ โฟร์ ช้อปปิ้ง” บริษัทในกลุ่ม “ซีพี ออลล์” กับภารกิจในการเข้าไปสนับสนุนสินค้างานฝีมือคุณภาพดีจากแหล่งผลิตและมุ่งหวังนำพาภูมิปัญญาไทยไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการร่วมมือกันอย่างเข้าถึง เข้าใจ และใช้ความยั่งยืนเป็นพื้นฐาน

จุดเริ่มต้นของ “หนูเล็กเบญจรงค์” อาจต้องย้อนกลับไปไกลถึงช่วงที่พี่หนูเล็กยังเพิ่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในตอนนั้นพี่หนูเล็กไม่มีโอกาสได้เรียนต่อจึงได้เข้าไปเป็นคนงานในโรงงานเสถียรภาพ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตถ้วยจานชามที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ก่อนจะค่อยๆ ขยับขยายจากการเป็นคนงานผลิตถ้วยชามมาสู่แผนกเขียนลายเบญจรงค์ ทำให้พี่หนูเล็กได้ซึมซับวิธีการเขียนลายจนชำนาญเป็นเวลากว่า 20 ปี จากค่าแรงวันละ 60 จนเพิ่มเป็นวันละ 120

กระทั่งจุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นเมื่อโรงงานมีปัญหา พี่หนูเล็กจึงนำฝีมือการทำเครื่องเบญจรงค์มาผลิตเป็นผลงานของตนเองที่บ้าน เริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย จนสักพักมันเริ่มไปได้ก็ขยายเป็นกิจการในครอบครัว อาศัยการส่งต่อความรู้ให้ลูกให้หลานและญาติพี่น้อง และก้าวไปสู่การเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญของชุมชน ใครตกงานก็เชิญเค้ามาช่วยกัน คนในพื้นที่ก็ดีใจไม่ต้องออกไปทำงานไกล ประหยัดได้ทั้งค่ารถ ค่าน้ำมัน สามารถรับงานไปทำที่บ้านก็ได้ ซึ่งพี่หนูเล็กก็จะจ่ายค่าแรงให้ตามผลงาน และความยากง่ายทำให้ปัจจุบัน “หนูเล็กเบญจรงค์” ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นแห่งบ้านดอนไก่ดีที่ยืนหยัดมาแล้วกว่า 30 ปี

คำพูดหนึ่งที่พี่หนูเล็กเอ่ยอยู่บ่อยครั้งคือ “เราต้องรักษาคุณภาพ” “และไม่หยุดพัฒนา” ซึ่งสิ่งนี้ได้สะท้อนออกมาผ่านผลงานของหนูเล็กเบญจรงค์ที่จะมีการคิดค้นลวดลายใหม่ๆ อยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง รวมถึงเทคนิคพิเศษที่พี่หนูเล็กคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะคือการใช้น้ำทองที่ความเข้มข้นถึง 12% ซึ่งมีราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อขนาด 100 กรัม และนำมาผ่านกรรมวิธีเฉพาะตัวจนกลายเป็นลวดลายสีทองอร่ามงามตาซึ่งหาไม่ได้จากที่ไหน นานไปก็ไม่ดำไม่ลอกจนเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติที่มักแวะเวียนมาหาซื้อกันถึงที่บ้านดอนไก่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เป็นชุดถ้วยชาจะได้รับความนิยมจากต่างชาติเป็นพิเศษ ด้วยความสวยงามมีเอกลักษณ์ และราคาจับต้องได้

อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปที่ความพยายามจัดจำหน่ายในวงกว้างขึ้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พี่หนูเล็กพยายามมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เจอวิธีการที่เหมาะสม กระทั่งทีมงานของ “ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง” ได้เข้ามาจับมือสนับสนุนขยายช่องทางการตลาดผ่านออนไลน์ของเว็บไซต์ ShopAt24 ผลตอบรับก็เริ่มเป็นไปในทางที่ดีจนแม้แต่พี่หนูเล็กเองยังแปลกใจ

“ตอนทีมงานทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งเข้ามาหาก็เห็นความตั้งใจจริง เขาเอาความหวังดีมาให้ ทีมงานตั้งใจมาก มากันที 5-6 คน แตกต่างจากที่อื่นที่เราเคยร่วมงานด้วย คือทีมงานจะเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ทำความเข้าใจระบบการทำงานของเราทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่ม พอถึงเวลาร่วมงานกันมันก็สามารถพูดคุยกันได้ตลอดว่ามีส่วนไหนที่จะช่วยกันพัฒนาได้ ไม่ใช่แค่ว่ามารับของเราไปขายให้เท่านั้น เมื่อเข้าใจตัวสินค้าของเราดี เค้าก็เป็นตัวแทนเอาไปบอกต่อให้กับลูกค้าได้ พอลงภาพสินค้าบนเว็บไซต์ปุ๊บ รุ่งขึ้นก็มีคนสั่งซื้อเลย มันเหลือเชื่อมาก เดิมเราคิดแค่ว่าจะขายได้แค่กับคนกรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่ามียอดการสั่งซื้อมาจากทั่วประเทศ มันน่าปลื้มที่เราเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่เราได้โอกาสไมีตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชุมชนเติบโต อยู่ได้ ลูกหลานเค้าเห็นตรงนี้ก็อยากจะสืบทอดภูมิปัญญาต่อไป”

จากคำบอกเล่าของพี่หนูเล็กทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งที่ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งเข้าไปทำนั้นคือความ “แตกต่าง” หรือเรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานกันแบบยั่งยืน โดยไม่เพียงแค่เป็นการหยิบยื่นโอกาสเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะผลักดันและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีภูมิปัญญาไทยอยู่อย่างเต็มเปี่ยมให้สามารถเติบโตได้อย่างแท้จริง

ผลที่ตามมาคือชุมชนก็มีความสุข ครอบครัวสามารถอยู่ทำงานด้วยกันได้อย่างพร้อมหน้าไม่จำเป็นต้องออกไปหางานต่างถิ่นหรือออกไปทำงานที่ไม่ถนัด ทั้งยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตผลงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ พร้อมกับเป็นการช่วยให้ความงดงามของภูมิปัญญาไทยไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาอีกด้วย

ซึ่งทางด้าน นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า “บริษัทเรามีนโยบายร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับทุกคน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าที่มีนวัตกรรมจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ผลิตสินค้าคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่นิยมจากประชาชน”

“ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายผ่านทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งกว่า 20,000 รายการ โดยบริษัทได้ร่วมกับศูนย์นวัตกรรมของซีพี ออลล์ในการส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอีที่ดีให้สามารถขายสินค้าได้หลายช่องทางมากขึ้น และมีการพัฒนาระบบ Call Center รองรับการสั่งซื้อและให้ข้อมูลแก่ลูกค้าตลอด 24 ชม. ด้วยรูปแบบการสื่อสารที่ครอบคลุม รวมถึงขยายคลังสินค้า และเพิ่มจุดกระจายสินค้า เพื่อความสะดวก รวดเร็ว โดยสามารถส่งผ่านร้านเซเว่นเอเลฟเว่น และส่งตรงถึงบ้านลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

กล่าวได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง “หนูเล็กเบญจรงค์” กับ “ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง” เมื่อมองในภาพรวมอาจจะไม่ต่างอะไรกับการร่วมงานกันทางธุรกิจทั่วไป แต่หากเรามองกันที่รายละเอียดภายใน จะพบว่าการจับมือกันครั้งนี้มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจเป็นรากฐาน รวมทั้งความงดงามของการส่งมอบ “โอกาส” ให้แก่กันซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นกับ ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ผู้ยึดมั่นในแนวคิดว่าสังคมที่ยั่งยืนเริ่มต้นด้วยการให้โอกาสและการจับมือเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันตลอดทาง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนูเล็กเบญจรงค์ซีพี ออลล์ทเวนตี้ โฟร์ ช้อปปิ้งชุมชนดอนไก่ดีภูมิปัญญาชาวบ้านเครื่องเบญจรงค์

Most Viewed