กีฬา
100 year

หน้ามองฟ้าเท้าหยั่งดิน : หัวลมหนาว กุหลาบระวังราแป้ง

สะ-เล-เต4 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

หน้าฝนต่อฤดูหนาว สภาพอากาศระยะนี้ กลางคืนเย็น ความชื้นสัมพัทธ์สูง มีทั้งหมอกและน้ำค้าง กลางวันอุณหภูมิสูง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบให้เฝ้าระวัง...โรคราแป้ง

สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกุหลาบ จะพบอาการของโรคได้กับทุกส่วน แต่ส่วนมากจะเกิดกับใบอ่อน ยอดอ่อนและดอกอ่อน

เริ่มแรกจะแสดงอาการบนผิวของใบ ต่อมาจะพบกุล่มเส้นใยและสปอร์ของเชื้อรา คล้ายผงแป้งเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ และขยายวงกระจายออกไป

หากอาการรุนแรงจะพบผงแป้งบนก้านใบ กิ่ง ดอก ก้านดอก ใบอ่อน กลีบดอก และลำต้น ทำให้ใบบิดเบี้ยวเสียรูปร่าง ใบเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งกรอบ และร่วงไปในที่สุด

โดยเชื้อราชนิดนี้สามารถทำลายได้ตั้งแต่อายุน้อย หากเป็นรุนแรงจะทำให้เกิดการแคระแกร็น และถ้าเชื้อราเข้าทำลายตาใบ จะทำให้ต้นกุหลาบไม่สามารถแตกกิ่งแตกยอดได้

เป็นอันตรายมากกับสวนกุหลาบที่มีการให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากจนเกินไป ในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น

ฉะนั้น ในระยะนี้เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูก กำจัดวัชพืช ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความชื้น ลดแหล่งสะสมเชื้อราสาเหตุโรค และทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค เพราะโรคนี้สามารถระบาดได้ด้วยการแพร่สปอร์ปลิวไปกับสายลมหนาวที่โชยมา

หากเริ่มพบต้นที่เป็นโรคให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไพราโซฟอส 29.4% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เบโนมิล 50% ดับเบิลยูพี อัตรา 6-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน

และให้หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นสารในกลุ่มซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน เพราะอาจทำให้กุหลาบเกิดอาการไหม้ได้.

สะ-เล-เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้ามองฟ้าเท้าหยั่งดินสะ-เล-เตโรคราแป้งกุหลาบต้นกุหลาบเชื้อราเกษตรกรเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้