กีฬา
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : ใบสั่งปั้นเหน่งผีตายโหง ไสยเวทมนตร์ดำคืนชีพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

“จอมขมังเวท” ลักขโมยตัดกะโหลกศีรษะ หรือชิ้นส่วน “ศพผีตายโหง” ที่ถูกเก็บ “ดอยศพ” ไว้ในป่าช้า (คำว่าดอยภาษาอีสานหมายถึงการเก็บศพเอาไว้) ยังคงเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะตามพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะ “อีสานตอนล่าง” นับเป็นเรื่องลี้ลับในชุมชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา...

บ่อยครั้งที่เป็นข่าวมักมีเหตุโจรใจบาปนำไปทำเป็นเครื่องรางของขลัง...และทำพิธีสะกดวิญญาณ นำไปเป็นทาสรับใช้ทำร้ายผู้อื่น...

เหตุตัดหัวศพในป่าช้าบ้านหนองมะแซว ต.ดูน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จึงไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น...และอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

เพราะตามวิถีชีวิตคนพื้นถิ่นแห่งนี้ต่างมีความเชื่อมาช้านาน ในเรื่อง “วิชาอาคม พิธีกรรม ทางพุทธเวท และไสยเวท” ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ...จากรุ่นต่อรุ่นจวบกระทั่งยุคสมัยปัจจุบัน โดยเฉพาะ “คุณไสยเขมร” เลื่องลือกันนักกันหนาถึงขั้นได้ชื่อว่า “แรงสุดในบรรดาสายไสยศาสตร์”

แม้ยามไม่สบาย...เจ็บไข้ได้ป่วย เข้ารักษาตามโรงพยาบาลยังไงก็ไม่หาย เสมือนอาการลักษณะ “ถูกของ...มนตร์ดำ” จนหมดหนทางรักษา ก็มักหันหาบุคคลที่สามารถรักษาด้วย “หมอเขมร” หรือ “หมอธรรม” แบบความเชื่อของชาวบ้าน ที่เป็นคนมีวิชาอาคมคุณไสยขาว ยึดอยู่ในศีลธรรม ในการใช้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริง

ด้วยการประกอบพิธีปัดเป่าคลายความทุกข์โรคภัยไข้เจ็บนี้...บ้างก็หายเป็นปลิดทิ้ง...บ้างก็ยังต้องทนทรมาน กลายเป็นวิถีตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และไสยเวทโบราณเขมรพื้นถิ่นคนชายแดน

แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ในกลุ่มหมอเขมรก็มีบางคนรักษาศีลอยู่ในธรรมไม่ได้ กลับใช้ความรู้ที่มีทำ “คุณไสย” ทำร้ายคนอื่น ที่ไม่มีทางสู้ เรียกว่า “อวิชชา” จากการได้ร่ำเรียนรู้มาใช้ในทางไม่ถูกต้อง

กลายมาเป็น “ไสยเวท...มนตร์ดำ” ที่เป็น “สิ่งลี้ลับ” มีความเชื่อกันว่า ...ใช้วิชาอาคมนี้แทนมีด ดาบ ปืน ถูกนำมาประกอบพิธีในการทำร้ายผู้อื่น

มีทั้งใช้ “ผีเลี้ยง” ที่ได้มาจากการใช้กระดูกผีตายโหง นำมาเลี้ยง สั่งให้ไปทำร้ายผู้อื่น หรือเข้าสิง ทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้น

ในความน่ากลัวของคุณไสยนี้...ยังมีในเรื่องการใช้สิ่งของเสกเข้าไปอยู่ในร่างกาย เช่น เสกหนังควายเข้าท้อง เสกเส้นผม ตะปูตอกฝาโลง และใบมีด สารพัดสิ่งเสกได้ และยังมีการทำหุ่นพยนต์ควายธนู ให้ออกไปขวิดชนทำร้ายผู้อื่น แต่ที่มักเห็นกันบ่อยคุณไสยทั่วไป คือ น้ำมันพราย มหาเสน่ห์ ให้คนรักคนหลง...

หากใครโดนคุณไสยมักไม่มีวิธีใดรักษาได้ เว้นแต่ต้องให้คนทำคุณไสย...เป็นคนแก้ หรือใช้ผู้รู้มีวิชาคุณไสยแกร่งกล้ากว่าเป็นผู้แก้...แต่ต้องเสียค่าไหว้ครูรักษาตามสมควร

ความเชื่อและความนิยมใช้คุณไสยมนตร์ดำนี้ “พี่ทัย” อายุ 52 ปี อดีตคนติดตามหมอเขมร ใน จ.ศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่าเรื่องนี้ไม่เชื่อ...แต่อย่าลบหลู่...ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในบางชุมชนพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยังมีบุคคลที่ได้รับถ่ายทอดวิชาคาถาอาคมมาจากบรรพบุรุษหลงเหลืออยู่ ในการประกอบพิธีแก้คุณไสย ให้กับบุคคลถูกกลั่นแกล้งด้วยมนตร์ดำ เพื่อนำสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ให้เห็นอยู่ตลอดทุกวัน

สาเหตุเพราะยังมีการใช้ “ไสยศาสตร์ มนตร์ดำ” มุ่งทำร้ายกันและกัน โดยเฉพาะทำยามหาเสน่ห์หรือยาสั่งกันในพื้นที่นี้บางคนมีอาการเจ็บป่วยบางอย่าง นำตัวไปรักษากลับไม่ดีขึ้น หรือถูกวิญญาณมาเข้าสิงเอาชีวิต หรือทำให้เจ็บป่วย

ย้อนไปสัก 40 กว่าปีก่อนนี้...หลังเหตุการณ์เขมรแดงแตก ต่างทะลักแตกเข้ามาอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีคนไทยเชื้อสายกัมพูชาอาศัยมากมาย ที่ใช้ภาษากัมพูชา และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีกันอยู่...ที่บางคนมีวิชาอาคมไสยศาสตร์ เปิดสำนักรักษาคนถูกไสยศาสตร์ มนตร์ดำ

กระทั่งเริ่มพูดถึง “หมอธรรม” บางคนเรียกว่า “หมอเขมร” ที่มีวิชาอาคม...และวิชาการใช้สมุนไพรที่ร่ำเรียนมา...ช่วยรักษาโรคผู้ป่วยตามธรรมชาติ หรือโรคอันเกิดจากมนตร์ดำ และโรคภัยเกิดจากภูตผีปีศาจ...

สิ่งนี้ต้องรักษาด้วยการใช้คาถาอาคมหรือสมุนไพร ประกอบตามวิธีแบบผสมผสานใช้ในการรักษา “คนถูกของ” ตามความเชื่อ

ยุคนั้นไม่มีอนามัยตำบลมากมายเหมือนทุกวันนี้ หากใครเจ็บป่วย ต้องเดินทางไปรักษาที่ในโรงพยาบาลประจำอำเภอเท่านั้น ซึ่งในการเดินทางต่างมีความลำบาก กลายเป็นอุปสรรคให้ชาวบ้านเจ็บป่วยต้องหันเข้ามารักษากับหมอพื้นบ้านนี้ ที่มีบทบาทรุ่งเรืองอย่างมาก เพราะมีรายได้จากการเรียกเก็บเงินค่าไหว้ครูในการรักษา

ทำให้ชาวบ้านต้องการเรียนวิชาไสยเวทนี้ จนเกิดการต่อสู้แข่งขันกัน ในเชิงธุรกิจ ที่อาจเรียกว่า “พุทธพาณิชย์” เพื่อให้เกิดมีรายได้...

มีการสะสมไสยศาสตร์ด้านมืด ตะปูตอกฝาโลง ผ้าห่อศพ หนังควาย หนังหมู หุ่นพยนต์ควายธนู ใช้ทำคุณไสย อีกทั้งยังมีการสะสมดวงวิญญาณของผีตายโหง ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนกระดูกคนตายเฮี้ยนๆ โดยเฉพาะกะโหลก ได้ผลแรงที่สุด มาเป็นทาสรับใช้ให้ไปทำร้ายผู้อื่น ให้ต้องรับความทุกข์ทรมาน มีอาการเจ็บป่วย จนถึงขั้นเอาชีวิต

สร้างความนิยมให้รับรู้กันว่า...ตัวเองมีวิชาอาคมไสยเวทแกร่งกล้า ทำให้ชาวบ้านต้องหวังพึ่งพารักษาแก้คุณไสย...เรียกเก็บค่าไหว้ครูราว 100-500 บาทต่อครั้ง หรือทำเรื่องเกี่ยวกับมหาเสน่ห์ต่างๆ แต่เลวร้ายกว่านั้น...รับจ้างทำคุณไสยครอบงำคนที่มีความเกลียดชังกัน หวังให้เขามีอันเป็นไป ที่มีค่าไหว้ครูหลักพันบาท

หรือ...แม้สิ่งของ ทรัพย์สูญหาย ก็ต้องเข้าพึ่งหมอธรรม ใช้ผีเลี้ยง ตามหาจนได้คืนมา เช่น “วัว ควาย” ชาวบ้านหาย มาขอให้หมอธรรมช่วยไม่ทันข้ามคืนด้วยซ้ำ ก็ได้คืนครบทุกตัว...น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ

ครานั้นใครมีวิชาอาคมย่อมได้เปรียบ ไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยว ทุกคนให้ความเคารพนับถือ ในแต่ละตำบลต้องมีหมอธรรมไม่ต่ำกว่า 10 สำนัก ทุกคนมักมีรายได้เป็นกอบ...เป็นกำ บางคนมีฐานะร่ำรวยขึ้น

“ครั้งหนึ่งเห็นกับตา...มีชาวบ้านไม่เชื่อว่าหมอธรรมมีวิชาอาคม เกิดท้าทายลองของกันในวงสุราขึ้น ทันใดนั้นได้ทำพิธีเสกตะปูตอกฝาโลง ให้ไปอยู่ในลูกแตงโม ทุกคนถึงกับตะลึง...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อกัน” พี่ทัย ว่า

ในอดีตหมอธรรมที่วิชาอาคมเก่งกล้าจริงๆ ต้องมีหัวกะโหลกผีตายโหงแต่ไม่โชว์กัน มักจัดเก็บไว้ในห้องทำพิธีโดยเฉพาะเพราะสิ่งนี้สามารถป้องกันอันตรายจากภูตผีปีศาจมารังควาน หรือหมอเขมรทำของมาทำร้ายได้

ทว่า...“ไสยดำหรือมนตร์ดำ” เป็นสายด้านมืดที่ต้องคำสาป คนเรียนต้องปฏิบัติ เพราะมนตร์ดำอาจย้อนกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวและตัวเองได้ เจ็บป่วยเรื้อรัง ทำมาหากินไม่รุ่งเรือง มักมีการคัดค้านไม่ให้เรียนกันหรือผู้ที่มีวิชาก็ไม่ถ่ายทอดวิชาต่อ ทำให้มนตร์ดำคาถาด้านนี้มีผู้สืบทอดลดน้อยลงอย่างมาก

ในยุคปัจจุบันหมอด้านมนตร์ดำ...มีน้อยมากแทบไม่หลงเหลือ แต่เหตุการณ์ตัดหัวผีตายโหงที่มักเกิดขึ้นบ่อยนั้น ต้องมีคนสั่งการ ระดับผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้า เพราะหากผิดพลาด มีโอกาสย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

และไม่เชื่อว่า...นำวิญญาณไปเลี้ยง ใช้ทำคุณไสย ทำร้ายผู้อื่นเหมือนอดีต

สิ่งที่มีโอกาสเป็นไปได้...มองไปในเรื่องมี “ออเดอร์”...นำไปทำ “ปั้นเหน่ง” หรือหน้าผากผีตายโหง ขายพวกชอบเล่นไสยศาสตร์ มนตร์ดำ ที่มีราคาสูงมาก เพราะเชื่อว่ามีพุทธคุณครบด้าน...เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ พรายกระซิบช่วยระวังป้องกันภัย เตือนภัย ให้แคล้วคลาด ใช้ป้องกันเหตุคุณไสย ขอโชคลาภ รวมถึงค้าขายรุ่งเรือง

ไสยศาสตร์มนตร์ดำ ไม่ใช่มีเฉพาะคนไทย “มีความเชื่อ” หากแต่ยังมีคนต่างแดน “ก็เชื่อ”...นิยมชื่นชอบ จนกลายเป็นธุรกิจส่งออก...ทำให้คนร่ำรวยมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว...

เรื่องทำนองอย่างนี้... “ไม่เชื่อ...อย่าลบหลู่”...แม้คนไม่เชื่อเอง...ก็ไม่กล้าพูดเต็มปาก เพราะไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ ที่ยังถือกันว่า...“เป็นสิ่งลี้ลับ” ที่มีอยู่จริง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1ไสยศาสตร์มนตร์ดำผีตายโหงปั้นเหน่งเครื่องรางของขลังศรีสะเกษข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้