นักสืบไม่ใช่ใครก็จะเป็นได้
นอกจากปฏิภาณไหวพริบ ประสบการณ์ และสารพัดวิชาสืบสวน “นอกตำรา” ยังต้องมีพรสวรรค์
ในอดีตยุค “สืบสวนเหนือ” ที่เกรียงไกรสะท้านยุทธจักรสีกากี พิชิตคดีสำคัญระดับประเทศมากมาย ได้ “บ่มเพาะ” ทายาทนักสืบต่อยอดสู่วงการมาแล้วหลายรุ่น
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมถึง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็นส่วนหนึ่งผลผลิตของทายาทสำนักสืบสวนนครบาลแห่งนี้ ท่ามกลางปรมาจารย์ระดับตำนานรุ่นใหญ่
เพราะฉะนั้นย่อมเข้าใจวัฒนธรรมของนักสืบมากที่สุด
หลังก้าวรับตำแหน่ง “ผู้นำทัพตำรวจ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา คาดหวังไว้ว่าจะจัดขุมกำลังหน่วยสืบสวนทั่วประเทศด้วยตัวเอง อาศัยที่คลุกคลีตีโมงอยู่ในงานสืบสวนปราบปรามมาเกือบตลอดเส้นทางชีวิตราชการ
สุดท้ายอำนาจไม่อาจมีได้เต็มสูบเนื่องจากปัจจัยรอบตัว
การเลือก “ขุนพล” ไว้ใช้ทำงานสืบสวนถึงไม่ได้อย่างที่หมายมั่น
หลายกองกำกับการตำรวจสืบสวนทั่วประเทศ โดยเฉพาะหน่วยหลักอย่าง “ทัพเมืองหลวง” โดนเจาะทะลุทะลวง เป็น “รูกลวง” แทบไม่มีชิ้นดี
นักสืบดาวรุ่งพันธุ์ดี กระจัดกระจายเกือบหายเกลี้ยง ที่มีเหลืออยู่แทบ หมดไฟ เพราะ “ไร้นาย” มีจิตวิญญาณของความเป็นนักสืบ
ส่วนหนึ่งเกิดจากผลผลิต “ผิดฝา ผิดตัว” ยิ่งกว่า “ปลาผิดน้ำ”
...
ป่วยการจะย้อนกลับไปถามถึงชนวนเหตุของความวิบัติที่ปะทุขึ้นในวงการนักสืบ เมื่อปัจจุบัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้รับโอกาสถืออำนาจเต็มมือ
ที่เหลือคือใช้อำนาจนั้นเปลี่ยนแปลงให้ถูกที่ถูกทาง
เพื่อสร้างตำนานนักสืบเมืองหลวงกลับมา.
"สหบาท"