ข่าว
100 year

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

“ผู้ที่เป็นผู้นำต้องการเห็นการปฏิบัติงานของแต่ละสายงานไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงต้องดูความเหมาะสมของปริมาณงาน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้นำองค์กร จะต้องเป็นแกนกลางของความสามัคคี และเป็น GPS นำทางให้แก่ลูกน้อง หากกำลังพลขาดวินัย ย่อมไปไม่รอด” เป็นสิ่งที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. คาดหวังในการโยกย้ายรอง ผบก. และ สว.

ย้ำว่า “การตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่และได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา เพราะผู้บังคับบัญชาต้องการคนที่สามารถทำงานให้ได้ โดยไม่เคยนำความหนักใจมาให้ผู้บังคับบัญชา” เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตลอดชีวิตรับราชการตำรวจ

“ไม่เถียง ไม่ถาม ทำตามอย่างเดียว” เป็น ความชัดเจนที่ลงตัวบนเส้นทางชีวิตสีกากีของ “บิ๊กแป๊ะ” เป็นแบบอย่างตำรวจ ครบเครื่องทุกด้าน เติบโตสายนักสืบมือปราบ 2 รุ่นดัง “นรต.รุ่น 28” พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีต รอง ผบ.ตร. และ “นรต.รุ่น 30” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตรอง ผบ.ตร.

แต่ละตำแหน่งของ “บิ๊กแป๊ะ” ทุ่มเท เสียสละ ฝ่าฟันอุปสรรค สร้างสมผลงาน ทำให้ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจในทุกยุคทุกสมัย และเป็นนายที่ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับนับถือเชื่อฟังคำสั่ง

บุคลิกที่สุขุม นุ่มลึก เรียบง่าย สงบเสงี่ยมเจียมตัว เป็นลูกน้องที่ยึดมั่นในคำสั่งของผู้ที่เป็นนาย ไม่เถียง ไม่ถาม ไม่ย่อท้อต่องานที่ได้รับมอบหมาย แม้จะเป็นงานที่ยากลำบาก เสี่ยงภัย ต้องขัดแย้ง ได้ลงมาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบ

แต่ละตำแหน่งที่ผ่านมาของ “บิ๊กแป๊ะ” สั่งสมประสบการณ์มากมาย ตามสำนวนจีนว่า “ทางไกลทำให้รู้กำลังม้า กาลเวลาทำให้รู้ใจคน” จะเห็นได้ในคดีสำคัญหลายคดี ผบ.ตร.ลงร่วมทีมสืบสวนด้วยตัวเอง

สุดท้ายไม่พ้นถูกวางตัวมาเป็น ผบ.ตร. ต่อเนื่องยาวนานมากที่สุดในประวัติศาสตร์กรมตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“บิ๊กแป๊ะ” ใช้ประสบการณ์ สติปัญญา นำพาหน่วยทั้งในช่วงเวลาปกติและสถานการณ์คับขัน เหตุชุมนุมประท้วง ก่อความไม่สงบในหลายพื้นที่ เหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ ต่อความรู้สึกคนไทยและชาวต่างชาติ

คำสั่งโยกย้าย “รอง ผบก.–สว.” ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจเด็ดขาดให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์จัดวางตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นตัวจักรสำคัญงานตำรวจ โดยเฉพาะงานสถานีตำรวจ หรือ “โรงพัก” เป็น “จุดแตกหัก งานตำรวจ” เพราะสัมผัสใกล้ชิดประชาชน ความเชื่อถือหรือความเกลียดชังอยู่ที่โรงพัก

เป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนการแต่งตั้งโยกย้ายทั้ง 29 กองบัญชาการ ทั้งหน่วยหลัก หน่วยสนับสนุน และหน่วยงานขึ้นตรง ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้ ผบช.หน่วยจัดทำบัญชีผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และโยกย้ายสลับในระดับเดียวกัน ก่อนนำรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาของ “บอร์ดกลั่นกรอง” ระดับ บช. นำเข้ามาประชุมที่ ตร. ที่มี ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.จตช. ซึ่งเป็น ระดับบริหารของ ตร.ร่วมกับ ผบช.ทุกหน่วยพิจารณารายชื่อ

ทุกหน่วยต้องนำรายชื่อออกมาถกเถียงกัน ซึ่ง ผบ.ตร.มีคำสั่งปิดเป็นความลับที่พูดคุยในแต่ละตำแหน่ง ทุกตำแหน่งที่เสนอขึ้นมาเปิดโอกาสให้ รอง ผบ.ตร.และ ผบช.ร่วมกันวิเคราะห์ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ทุกตำแหน่งที่ผ่านการพิจารณาเป็นคำสั่งจะต้องเหมาะสมลงตัว

โดยเฉพาะ บช.น. หน่วยหลักที่รับผิดชอบพื้นที่พิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยที่ผิดพลาดไม่ได้ ทุกตำแหน่งสำคัญ ผกก. หัวหน้าหน่วย เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนนโยบายของ ผบ.ตร. จะต้องมีความเป็นผู้นำ มีประสบการณ์รับผิดชอบพื้นที่ ในการพิจารณากลั่นกรองทุกชื่อถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาเรียงตำแหน่ง

ผบ.ตร.กำชับ ผบช. รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาต้องปิดเป็นความลับจนกว่าจะออกมาเป็นคำสั่งโยกย้ายทั้งในระดับรอง ผบก.–สว.ในวันที่ 27 พ.ย. และมีผลพร้อมกันวันที่ 2 ธ.ค.

แม้จะเป็นเรื่องที่ยากในการรักษาความลับคำสั่งโยกย้ายตำรวจ นักวิ่งเต้นส่วนใหญ่มีเส้นสาย จึงมีข่าวรั่วออกมาในช่วงแต่งตั้งโยกย้ายทำให้ยากในการจัดโผตำรวจ หลัง ผบ.ตร.คาดโทษ ผบช. ทำให้เรื่องเงียบ

เปิดโอกาสให้ ผบ.ตร. และ ผบช.ทุกหน่วยวางคนที่เหมาะสมได้เต็มที่

พล.ต.อ.จักรทิพย์ยึดถือตามแบบคำสั่งโยกย้ายของเหล่าทัพ ทุกตำแหน่งเป็นการตัดสินใจร่วมกันของ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช.ทุกหน่วย สกัดกั้น “เด็กเส้น–เด็กฝาก” ซึ่งบางคนไม่มีประสบการณ์ในหน่วย ไม่ทำงาน แต่ใช้เส้นสายวิ่งมาลงในตำแหน่งสำคัญ จนเกิดปัญหาในการสั่งงานและบังคับบัญชา เพราะขาดความเข้าใจเนื้องาน และผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ยอมรับ

ผกก. กลไกสำคัญของงานตำรวจ ที่ผ่านมา รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบสายงาน และ ผบช.หัวหน้าหน่วย สั่งงานตำรวจไม่ได้ เพราะไม่ได้มีโอกาสแต่งตั้ง ไม่ได้ให้คุณ ตำรวจที่ทุ่มเท ตั้งใจทำงาน และให้โทษ ตำรวจที่ย่อหย่อน ขาดความสนใจในงานที่รับผิดชอบ แต่ในการโยกย้ายครั้งนี้ให้รองผบ.ตร.และ ผบช.ร่วมกันพิจารณา

ซึ่งเป็นไปตามความคาดหวังของ “บิ๊กแป๊ะ” กระจายอำนาจลงไปที่ ผบช.หน่วย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “งานโรงพักมีความสำคัญกับการทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เป็นจุดแตกหักของงานตำรวจ ถ้าทุกโรงพักได้ตัว ผกก.หัวหน้าสถานีที่ดี มีความเข้าใจ มีหลักการทำงาน ไม่ใช่เรื่องยากในการทำตามสโลแกนตำรวจที่ว่า “เราอยู่ไหน ประชาอุ่นใจทั่วกัน” หากตัว ผกก.เสียสละ เอาใจใส่ ดูแลพื้นที่ ใส่ใจลูกน้อง ลงมากำชับมอบหมาย สว.และรอง สว. ช่วยกันทำงานบนโรงพัก และ ตรวจเยี่ยมดูแลพี่น้องประชาชน”

“ตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกเรื่อง ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน ปัญหาทุกอย่างอยู่บนโรงพัก ถ้าไม่เดือดร้อนไม่มีใครอยากมาโรงพัก เป็นหน้าที่ตำรวจที่เป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้แท้จริง ไม่ใช่ที่พึ่งชั่วคราว ถึงเวลาแล้วที่ตำรวจกลับมารวมกัน ส่วนตัวมี 2 สถานะคือสถานะเป็นผู้บังคับบัญชาและสถานะความเป็นพี่น้อง เราพี่น้องตำรวจร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีแบ่งแยก อยากให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มกำลัง เร่งสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรและความสามัคคี”

ความรู้สึกในใจของผู้นำตำรวจที่เติบโตมากับงาน มองว่าการ “ปฏิรูปตำรวจ” เริ่มจากการวางตัวคนดีมีความสามารถลงไปดูแลประชาชน และให้ความสำคัญเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของตำรวจ ไม่มีการแบ่งแยกหน่วย ทุกครั้งที่มีงานสำคัญคาดหวังให้ทุกหน่วยพร้อมใจ “ลงแขก” ช่วยกันทำงานเพื่อหน่วย

แสดงความเป็นผู้นำเต็มตัวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา.

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แกะรอยรอบสัปดาห์ทีมข่าวอาชญากรรมจักรทิพย์ ชัยจินดาโยกย้ายรอง ผบก.สารวัตรบิ๊กแป๊ะข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้