สกู๊ปหน้า 1 : เหลี่ยมเล่ห์เซียนพระ ลับลวงพรางทุกสนาม

ข่าว

    สกู๊ปหน้า 1 : เหลี่ยมเล่ห์เซียนพระ ลับลวงพรางทุกสนาม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    18 พ.ย. 2562 05:01 น.

    ต้องกล่าวกันเลยว่า ผ่านมาทุกยุคหลายสมัย “พระเครื่อง” ยังคงติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรง จนชนิดที่เรียกว่า “ไม่มีสินค้าอะไรนิยม...เท่ากับความเชื่ออีกแล้ว” ทำให้เกิดธุรกิจให้เช่า หรือรับเช่า พระเครื่อง พระบูชาอย่างกว้างขวาง และมีการจัดสร้างวัตถุมงคลตามวัดต่างๆมากมาย

    ในแวดวงสังคมนี้ไม่มีแบ่งชั้นวรรณะ คนจน คนรวย คนถีบสามล้อ พนักงานกินเงินเดือน...จนถึงอภิมหาเศรษฐี สามารถเข้ามาศึกษา สะสม แลกเปลี่ยนพระเครื่องกันได้ทุกคน...

    ยิ่งมีสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ ให้ความสำคัญตีพิมพ์เรื่องราวพระเครื่อง อีกทั้งยังมีเวทีประกวดอนุรักษ์ มอบรางวัลพระดี มีพระสวย จนเริ่มมี “หนุ่มสาว” หันมาสนใจพระเครื่องมากขึ้น ส่วนคนตาถึง...จับพระองค์แท้สวยยอดนิยมมีอนาคต ก็ทยอยนิมนต์ท่านเก็บไว้ในตู้เซฟ...รอวันเพิ่มพูนมูลค่าขึ้น

    แม้ว่าวันนี้...อาจจะซบเซาลง...ไม่เฟื่องฟูเหมือนก่อนนี้ เพราะภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แต่ตลาดวงการนี้ก็ยังมีบรรดาเซียนและนักสะสม ออกมาแลกเปลี่ยนปล่อยเช่าพระเครื่อง หมุนเวียนไม่ขาดสายเช่นเดิม

    โดยเฉพาะชุดพระเบญจภาคี ถือว่าเป็นสุดยอดสิ่งล้ำค่า ในบรรดาพระเครื่อง ทำเอาเหล่าเซียนเล็ก...เซียนขาใหญ่ ต่างเฟ้นหา...ด้วยเหตุผลกล่าวกันว่า มีอายุเก่าแก่มากกว่าหลายร้อยปี พิมพ์นิยมสวยงาม ที่เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ ทางด้านพุทธคุณ จนเป็นที่ต้องการของนักสะสม ทำให้มีราคาสูงมาก

    จนลอกเลียนแบบขึ้นใหม่...“พระเก๊”...เกิดตามมามากมายมหาศาล กระจายทั่วทุกแห่งหน

    ที่แสดงให้เห็นว่า...กว่าจะได้สิ่งที่เป็น “ของแท้” มานั้นไม่ใช่ง่าย หากต้องใช้เวลาศึกษา สะสมเก็บเกี่ยวประสบการณ์...โดนก็ไม่ใช่น้อย...ต้องทนเผชิญพวกเซียนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทั้งกลยุทธ์ ลับ ลวง พราง ถูกงัดมาใช้ทุกรูปแบบ...

    เพื่อหวังดึงเอาเงินจากเซียนหน้าอ่อน...รอรับ “ของฟลุก...ของหลง” ที่เจ้าของพระปล่อยให้แบบถูก “ประเภทตกเหยื่อ” ไม่ทราบข้อมูล...ที่แท้จริงของพระองค์นั้น

    กระบวนการกลยุทธ์ธุรกิจพระเครื่องมีอะไรบ้างนั้น ประกิต หลิมสกุล ผู้รู้เรื่องพระเครื่อง ให้ข้อมูลให้รู้กันว่า สมัย 30 ปีก่อนนี้...ตลาดพระเครื่อง ได้รับความนิยมกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ต่างจากทุกวันนี้ความนิยมมีแนวโน้มสูงมาก สังเกตจากแผงพระเครื่อง ปรากฏตามห้างสรรพสินค้าใหญ่เกิดขึ้นแทบทุกแห่ง

    ต้องยอมรับความนิยมนี้...ส่วนหนึ่งเกิดจาก “ชื่อเสียงพระเกจิอาจารย์” ที่ลูกศิษย์ให้ความเคารพบูชา และเกิดเป็นประสบการณ์เรื่องเล่านานาตามความเชื่อคิดว่า...“พระเครื่อง” มีพุทธคุณช่วยในเรื่องต่างๆ เกิดผลในรูปแบบปาฏิหาริย์ ทำให้มีความสนใจ มีการศึกษาถึงตัวเกจิอาจารย์ประวัติตามมา

    ถูกบอกเล่าต่อกันมาผ่านสำนักพิมพ์ต่างๆ เพื่อเผยแพร่และสร้างความนิยมกันเรื่อยมา...

    กระทั่งถึงยุคนี้ความนิยมพระเครื่องก็ยังมีอยู่สม่ำเสมอ เพราะการเช่าพระเครื่องที่มีความหวังพึ่งพุทธคุณความศรัทธาแล้ว และยังมีการเช่าพระเครื่อง เพื่อการลุงทน เพราะพระเครื่อง ถือเป็นทรัพย์สินที่มีอัตราการขึ้นลงของราคา ไม่ต่างจากการซื้อทอง หรือซื้อที่ดิน...ก็ไม่ปาน

    แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสวยงาม ความสมบูรณ์ หากมีความชำรุดน้อย มักมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้มีเวทีประกวดแข่งขันความสวยงามของพระเครื่อง เมื่อองค์ได้รางวัลชนะเลิศ ยิ่งส่งเสริมมีราคาพุ่งสูงขึ้น

    หากเอ่ยถึงพระยอดนิยมในจำนวนชุดพระเบญจภาคี คงต้องพูดถึง “พระสมเด็จฯ วัดระฆัง” มีการลือกันมาว่า ในสมัยนั้นสร้างขึ้นราว 84,000 องค์ ในปัจจุบันตามรวบรวมกันมา...“พระสมเด็จฯ” ถูกเปิดเผยบันทึกของบุคคลที่นิมนต์ไปอยู่กับคนนั้น...คนนี้กันมากมาย

    หากนับแล้วยังไม่ถึง 500 องค์ด้วยซ้ำ...แล้วพระสมเด็จฯ องค์ส่วนที่เหลือหายไปไหน...?

    เรื่องนี้บรรดาเซียน...ต่างมีความฝัน เฟ้นหาพระสมเด็จฯส่วนที่เหลือนี้ในสนามพระเครื่อง เพ้อฝันกันไปต่างๆนานา แต่ก็มีหลายคนสามารถได้ “ของฟลุก” ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และนำขึ้นมาสู่ตลาดบนหลักหลายสิบล้าน...

    เมื่อครั้งราวๆ 20 ปีก่อน เคยเดินในตลาดพระเครื่อง จตุจักร วันอาทิตย์ มีแผงพระ ทักชักชวนให้เช่าพระสมเด็จฯ ทรงเจดีย์ วัดระฆัง เสนอปล่อยในราคา 6 หมื่นบาท และมีหน้าม้าแผงพระข้างเคียง 3 ร้าน ที่รู้กันเดินออกมายืนยันว่า พระสมเด็จฯ องค์นี้แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์

    เมื่อส่องกล้องลงดูก็เห็นว่า “เป็นพระแท้” เลยแอบยิ้มในใจ พร้อมกับ “ดึงเช็ง” หวังลดราคา ทันใดนั้นก็ลดลงเหลือ 1.5 หมื่นบาท...เลยขอต่อรองอีกคำ 1 หมื่นบาท เจ้าของพระบอกขอกรอบเงินไว้ แต่ยอมรับว่า พระองค์นี้หากบอกราคาแสนบาทก็เอา...เพราะเป็นองค์ที่สวยมาก

    ไม่กี่ปีมานี้...มีนักสะสมพระเครื่องระดับประเทศ ประเมินให้พระองค์นี้ 2 ล้านบาท แต่ตั้งใจอยากได้ 3 ล้านบาท จากนั้นก็มีเซียนใหญ่ชื่อดังตีมูลค่า 6.5 ล้านบาท ต่อรองกัน 4 ล้านบาท มีการขอล้างพระองค์นี้ สุดท้ายกลับไม่เช่าพระ ทำให้การเจรจายุติ ในระหว่างกำลังออกรถ...เซียนพระคนนี้ใช้ให้ลูกน้องวิ่งมาที่รถขอเช่า 5 แสนบาท

    “เล่ห์เหลี่ยม ลีลาสงสัย” คือ กลยุทธ์ ลับ ลวง พราง พวกเซียนนิยมงัดมาใช้กันทุกสนาม...

    ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมานิยมสะสมพระเครื่องนั้น มีการศึกษาสะสมประสบการณ์ ในโลกออนไลน์ หรือหนังสือพระเครื่อง แต่มักตกเป็น “เหยื่อ” ไม่ทัน “เล่ห์เหลี่ยมเซียน” เพราะมีความรู้สึกอ่อนไหว...เพียงแค่เซียน ทักว่า “พระเก๊” ก็แสดงอาการโลเลอ่อนแอ ต้องรีบปล่อยพระองค์นั้นทันที

    กลายเป็นช่องให้เซียนใช้กลยุทธ์ชิงพระแท้ได้มาราคาถูกและปล่อยในราคาแพง...

    เซียนพระเครื่องรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้กับเซียนขาใหญ่ ด้วยการกล้าชนเข้าถ้ำเสือ กล้าเช่าพระเครื่องราคาแพง หากอยากได้พระแท้ ซึ่งกลุ่มเซียน
    ก็มักใช้วิธีครอบงำให้วิชา ให้ส่องพระเครื่องแท้เช่นกัน ก่อนจะได้คลุกคลี

    อยู่กับพระเครื่องแท้ทุกวัน ก็จะทำให้เริ่มสะสมประสบการณ์ความชำนาญขึ้นเรื่อยๆ

    เพราะสนามพระเครื่องก็เปรียบเสมือนวงการกีฬา ต้องหมั่นฝึกซ้อมบ่อยๆ แม้แต่เซียนขาใหญ่ระดับประเทศ ยังต้องเดินออกดูความเคลื่อนไหว

    หรือวิวัฒนาการพระเก๊ ที่ไหลเข้ามาปะปนในตลาดพระ หากเว้นระยะห่างเพียงครึ่งปี มีโอกาสเจอกับพระเก๊ได้แน่นอน

    แน่นอนว่าในการเล่นพระเครื่องตลาดล่างต้องขยันเสียเวลานั่งส่องเอง และอย่าเชื่อเซียนแบบนับแต้มเหมือนเชิงหลักคณิตศาสตร์ เช่น นำพระให้เซียนส่อง 4 คน ในจำนวนนี้ 2 คน มองว่าพระเก๊ เพราะเซียนบางคนอาจไม่รู้จริงด้วยซ้ำ ต้องนำพระมาเปรียบเทียบกัน ด้วยการหาเช่าพระจากเซียน หรือผู้ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำมาศึกษา

    ขอยกตัวอย่างวิธีทดสอบ “พระสมเด็จฯ”...นำจุ่มน้ำอุ่น หรือน้ำร้อน หาก “พระเก๊” มีลักษณะเปียกชื้นช้ำน้ำ แห้งช้าหน้าเดิม ดมมีกลิ่นฉุนน้ำมันตังอิ๊ว เพราะเนื้อพระแห้งจากเตาอบความร้อนสร้างขึ้นใหม่ไม่กี่ปีมานี้

    ถ้า “พระสมเด็จฯแท้” เนื้อพระแห้งสนิทผ่านการเกาะตัวแน่นตามธรรมชาติมา 150 ปี เมื่อถูกน้ำจะเกิดการระเหิดแห้งเร็ว และปริมาณปูนขาวทิ้งแห้งเป็นเวลานานพอ ส่งผลให้ผิวพระเกิดฝ้าสีขาว ทำให้พระแท้แลดูเหมือนพระใหม่ เพราะพระเก่ามักมีเอกลักษณ์ของความแห้งของมวลสาร ไร้ความชื้น คายน้ำ ทำให้ความชื้นออกมาอย่างรวดเร็ว คือ แห้งในทันทีทันใด และต้องใช้มือจับสัมผัสน้ำหนัก ความแกร่งองค์พระที่ตรงตามความเหมาะสม

    เทคนิค...ตาดู จมูกดม มือจับ ใจนิ่ง ใช้ในการงัดตัดเล่ห์เหลี่ยมเซียนมานักต่อนักแล้ว...

    สนามพระเครื่องทุกวันนี้มีการสร้างกลไกระบบ ให้เกิดความซับซ้อนกีดกั้นกัน ทำให้ “พระดี” ไม่ไหลออกมา...แม้แต่เซียนยังมีระบบการกีดกั้นกันเอง กลายเป็นว่าตลาดเกิดความไม่สมบูรณ์ของกลไก แม้แต่ในศูนย์พระเครื่องเองก็ยังมีการแบ่งกันเป็นหลากหลายกลุ่มก๊กมากมาย...

    ทั้งหมดนี้เป็น “เหลี่ยมเล่ห์” ในวงการพระเครื่อง กว่าจะรู้มีประสบการณ์ อาจต้องเสียค่าครูไปไม่ใช่น้อย...เพราะไม่มี “พระแท้” ราคาถูก ไม่ว่า
    องค์หลักหมื่น หลักแสน ก็มี “ปลอม” กัน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เซียนพระลับลวงพรางสนามพระเครื่องพระเก๊พระเครื่องสกู๊ปหน้า1เล่ห์เหลี่ยมเซียนข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 09:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์