กีฬา
100 year

หน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดิน : สตรอว์เบอร์รีระวังแอนแทรคโนส

สะ-เล-เต7 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

ลมหนาวโชยมา สตรอว์เบอร์รีใกล้ออกดอก กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังการระบาดของโรคแอนแทรคโนส ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสตรอว์เบอร์รี

มักพบอาการบนก้านใบและลำต้น มีแผลสีม่วงแดงขนาดเล็กขยายลุกลามไปตามความยาวของก้านใบและลำต้น ต่อมาเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อบริเวณแผลแห้ง ทำให้เกิดรอยคอด หากอาการรุนแรงต้นจะเหี่ยวและตายในที่สุด อาการบนผล พบแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อรอบขอบแผลสีซีด แผลยุบตัวลง หากอาการรุนแรงแผลจะขยายใหญ่จนทำให้ผลเน่า ในสภาพที่มีอากาศชื้นอาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่บริเวณแผล

อาการบนไหลจะมีแผลเล็กสีม่วงแดงขยายลุกลามไปตามความยาวของสายไหล ต่อมาแผลที่ขยายยาวจะเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล ทำให้เกิดรอยคอดของไหลบริเวณที่เป็นแผล เมื่อย้ายต้นจากไหลที่มีการติดเชื้อมาปลูกหากสภาพอากาศเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค สตรอว์เบอร์รีจะแสดงอาการใบเฉา ต่อมาจะเหี่ยวอย่างรวดเร็ว และพบว่ากอด้านในจะเน่าแห้งสีน้ำตาลแดง หรือบางส่วนเป็นแผลขีดสีน้ำตาลแดง และต้นจะตายในที่สุด

การป้องกันกำจัด หากพบโรคให้ตัดส่วนที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก กรณีพบโรคเริ่มระบาดให้งดการให้น้ำแบบพ่นฝอย ควรให้น้ำแบบระบบน้ำหยด

จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ฟลูโอไพแรม+ไตรฟลอกซีสโตรบิน 25%+25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟลูโอไพแรม+ทีบูโคนาโซล 20%+20% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5 วัน

สำหรับแปลงที่พบการระบาดของโรค หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตสตรอว์เบอร์รีแล้ว ให้เก็บซากพืชนำไปทำลายนอกแปลงปลูก

การปลูกในฤดูถัดไป เกษตรกรควรไถดินให้ลึกและพลิกหน้าดินตากแดดหลายๆวัน เพื่อทำลายเชื้อสาเหตุโรคที่ติดอยู่กับเศษซากพืช และใส่ปูนขาวปรับสภาพดิน และเลือกใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค

หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน.

สะ-เล-เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตรอว์เบอร์รีโรคสตรอว์เบอร์รีโรคแอนแทรคโนสปลูกสตรอว์เบอร์รีโรคพืชหน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เตเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้