กีฬา
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : ไทย..นี้รักสงบ ชักธงรบทุนฝรั่ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ย. 2562 05:05 น.
SHARE

“สหรัฐฯกดดันไทย...ถูกตัดจีเอสพี” บิ๊กตู่...นายกรัฐมนตรีเตือนอย่าตระหนก ระบุชัดไม่เกี่ยวกับการแบน “3 สารเคมีอันตราย” พาราควอต ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส

กระนั้นก็ตาม หลายเสียงก็ยังสะท้อนออกมาว่าจะไม่เกี่ยวกันได้อย่างไร เพราะแต่ละเรื่องราวมีความทับซ้อนเกี่ยวพันกันต่อเนื่อง แถมถาโถมเข้าใส่มาเป็นระลอกๆราวกับคลื่นพายุกลางทะเล นับเนื่องจากกระแสกดดันมาตรการทางการค้าต่างชาติ ทำให้หลายๆคนก็หวนหาให้นึกถึงนโยบาย “สยามประเทศ” เมื่อครั้งเก่าก่อนในอดีต

ยุค...รณรงค์กินของไทย ใช้ของไทย อย่าสนับสนุนซื้อสินค้าสัญชาติฝรั่งมังค่า

อย่าหวั่นไหวไปกับ...“เกมธุรกิจ” ของสหรัฐฯที่นิยมใช้กดดัน “เอาเปรียบ” ทางการค้าโลก นี่คือเสียงสะท้อนจากมุมมองของ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

“สหรัฐฯมักใช้กฎกติกาการค้าโลกมากดดันประเทศอื่น ครั้งนี้ได้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ และที่เราทำไปก็ไม่ได้ขัดต่อกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศใดๆ ทั้งสิ้น...เป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสามสิบปีก่อน”

นพ.ประกิต กล่าวย้ำไว้ในเว็บไซต์ thaitribune.org อีกว่า ครั้งนั้นสำนักผู้แทนการค้าและสถานทูตอเมริกาพยายามแทรกแซงนโยบายการควบคุมยาสูบของประเทศไทยและประเทศอื่นๆด้วยเงื่อนไขที่เอื้อต่อธุรกิจยาสูบอเมริกา กรณีของไทยบริษัทบุหรี่อเมริกาพยายามจะให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎหมายห้ามโฆษณาบุหรี่

“รัฐบาลไทยไม่ยอมตามแรงกดดัน จนมีการนำเรื่องพิพาทเข้าสู่ที่ประชุมว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีและศุลกากร (องค์การการค้าโลกหรือ WTO ในปัจจุบัน) โดยไทยยืนยันที่จะปฏิบัติตามกฎกติกาของข้อตกลงระหว่างประเทศเท่านั้น...ที่สุดเรารักษากฎหมายห้ามโฆษณาบุหรี่ไว้ได้”

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ แห่งมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) อีกหนึ่งแรงสำคัญที่ออกมาเปิดฉากชักธงรบ “5 ประเด็นวิเคราะห์เพื่อโต้ตอบสหรัฐฯ...กรณีแบน 3 สารพิษ และการนำเข้าผลผลิตการเกษตร”

ตามที่ นายรัส ไนซ์ลีย์ (Russ Nicely) ทูตเกษตร ประจำสถานทูตไทยที่กรุงเทพฯ และ นายเท็ด เอ. แมคคินนีย์ (Ted Mckinly) ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรเพื่อการค้าและกิจการเกษตรต่างประเทศ กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 เพื่อขอให้รัฐบาลไทยเลื่อนการแบนไกลโฟเซตออกไปก่อน โดย ชี้ว่า...การแบนไกลโฟเซตของไทยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

และ...จะส่งผลกระทบต่อ “ต้นทุน” และการ “นำเข้า” สินค้าเกษตรของประเทศไทยนั้น

เมื่อพิจารณาเนื้อหาในจดหมายนำและจดหมายแนบดังกล่าว “ไบโอไทย” เห็นว่ามีประเด็นการวิเคราะห์เพื่อโต้ตอบฝ่ายสหรัฐฯและข้อเสนอเพื่อดำเนินการต่อ ดังนี้ ประเด็นที่ 1 การคัดค้านการแบนสารพิษ 3 ชนิดของคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยอ้างว่าจะทำให้ต้นทุนสารเคมีทดแทนสูงขึ้น 75,000-125,000 ล้านบาท

กรณีนี้ไบโอไทยเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สมควรที่สหรัฐฯจะเข้ามาแทรกแซงการกำหนดนโยบายการเกษตรของประเทศไทย หากพิจารณาจากนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภา...กระบวนการแบน 3 สารพิษ คือรูปธรรมของนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งไปสู่การลดละเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

ภายใต้กรอบการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและการพัฒนาที่ยั่งยืน

อีกทั้งข้อมูลการคัดค้านโดยอ้างตัวเลขต้นทุนสารเคมีทดแทนที่เพิ่มขึ้นนั้น นอกจากเป็นตัวเลขลอยๆ ซึ่งได้มาจากบริษัทเอกชนที่ได้ผลประโยชน์จากการค้า 3 สารพิษอ้างโดยไม่มีผลการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์รองรับแต่ประการใดแล้ว ยังไม่ได้กล่าวถึงผลที่ได้จากการแบนสารพิษ เช่น การลดผลกระทบค่ารักษาพยาบาล ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรและวิธีการทางเลือกต่างๆ

ประเด็นที่ 2 การกล่าวหาว่าการตัดสินใจของไทยไม่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Sound Science) โดยแนะนำให้ฝ่ายไทยพิจารณาการใช้ข้อมูลการประเมินความเสี่ยงของสำนักงานสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) และคณะทำงาน JMPR เป็นต้น...“สหรัฐฯเสนอให้ใช้การประเมินความเสี่ยงโดยใช้แนวทางการประเมินของ EPA และ JMPR (คณะทำงานร่วมเรื่องสารเคมีตกค้าง) เพื่อพิจารณาการแบนหรือไม่แบนไกลโฟเซตนั้น เป็นเพราะแนวทางการประเมิน...แนวปฏิบัติของทั้งสององค์กรเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนสหรัฐฯที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทไบเออร์มอนซานโต้”

น่าสนใจว่า...หากได้รับการสนับสนุนจากสื่ออเมริกันชน และศาลสหรัฐฯแต่ประการใด

หนึ่ง...การประเมินความเสี่ยงของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของสหรัฐฯโดย EPA ไม่ถูกยอมรับแม้ในสหรัฐอเมริกาเอง ดังเป็นที่ทราบว่าในปี 2015 EPA...ในยุคโอบามาได้เตรียมแบนสารพิษคลอร์ไพริฟอสเพราะมีผลทำลายสมองเด็กและทารก แต่กลับถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนดในยุคประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

“ทรัมป์ได้แต่งตั้งผู้บริหารที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มอุตสาหกรรมมาเป็นผู้บริหาร EPA จนถูกสื่อมวลชนในสหรัฐฯรวมกันขุดคุ้ยและต้องลาออกไป ประชาชนอเมริกันต้องพึ่งอำนาจศาล...จนในที่สุดศาลในสหรัฐฯได้มีคำสั่งให้ EPA ต้องแบนสารพิษซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของดาวอะโกรไซแอนส์ ภายใน 60 วัน และขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คดี”

สอง...สหรัฐฯอ้างการประเมินความเสี่ยงโดยคณะทำงาน JMPR ว่า การใช้ไกลโฟเซตตามที่ระบุตามคำแนะนำไม่เป็นสาเหตุของการก่อมะเร็ง ขัดแย้งกับข้อมูลของฝ่ายไทยที่ใช้การประเมินของสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ขององค์การอนามัยโลก ที่ระบุให้ไกลโฟเซตเป็นสารน่าจะก่อมะเร็งชั้น 2A

ความแตกต่างสำคัญของการประเมินโดย 2 องค์กรนี้คือ IARC ปฏิเสธการใช้ข้อมูลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ในขณะที่คณะทำงาน JMPR ซึ่งอ้างว่าเป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง FAO และ WHO นั้นมีประธานและคณะทำงานหลายคนที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไกลโฟเซต ดังที่สื่อในยุโรปได้เปิดเผยเรื่องนี้มาแล้ว

“ความไม่น่าเชื่อถือของ EPA และ JMPR นั้นถูกสะท้อนได้จากกระบวนการยุติธรรมในสหรัฐฯ ที่ศาลสหรัฐฯได้ตัดสินให้บริษัทไบเออร์มอนซานโต้ ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าปรับหลายหมื่นล้านบาทแก่ชาวอเมริกันที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจากการใช้สารพิษดังกล่าว โดยขณะนี้มีคดีที่ขึ้นสู่ศาลแล้วกว่า 18,400 คดี”

ประเด็นที่ 3 สหรัฐฯไม่มีผลประโยชน์จากการค้าไกลโฟเซตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจริงหรือ?

การแบนไกลโฟเซตดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากการค้าสารพิษนี้ในประเทศไทยเนื่องจากการนำเข้าส่วนใหญ่ทั้งจากสารไกลโฟเซตและสารอื่นๆมาจากแหล่งผลิตในประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่

แต่อย่าลืมความจริงที่ว่า...การแบนไกลโฟเซตจะมีผลกระทบมหาศาลต่อผลประโยชน์กลุ่มทุนสหรัฐฯที่ผูกขาดพืชดัดแปลงพันธุกรรมโลก ซึ่งมากกว่า 90% เป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่พัฒนาเพื่อต้านทานไกลโฟเซต

การแบนไกลโฟเซตในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ คือการ “ปิดประตู” สำหรับการแสวงหาผลประโยชน์จากการผลักดันพืชจีเอ็มตระกูล RoundUp Ready เพราะทันทีที่ไกลโฟเซตถูกแบน พืชซึ่งถูกออกแบบให้ต้านทานไกลโฟเซตนั้นจะเปล่าประโยชน์ และ “สูญเสีย” ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในที่สุด

อนึ่ง...ควรทราบว่า “ต้นทุน” การเกษตรที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคตนั้น ต้นทุนค่าสารเคมีอยู่ที่ประมาณ 5% ของต้นทุนทั้งหมดเท่านั้น แต่ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อค่าเมล็ดพันธุ์นั้นสูงตั้งแต่ 15-35% ของต้นทุนการปลูกพืชทั้งหมด นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญ...ของความพยายามต้านการแบนไกลโฟเซตของ เท็ด แมคคินนีย์?

พรุ่งนี้มาว่ากันต่ออีก 2 ข้อสุดท้ายประเด็นวิเคราะห์เพื่อโต้ตอบสหรัฐฯ...กรณีแบน 3 สารพิษ และการนำเข้าผลผลิตการเกษตร.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีเอสพีสหรัฐตัดจีเอสพีไทยแบนสารเคมีไกลโฟเซตสารพิษสกู๊ปหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้