กีฬา
100 year

2 รัฐมนตรีอ้างป่วย เจอสงครามเดือดสารพิษ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

เฉลิมชัย-มนัญญาไม่ให้พบ! สธ.สั่งทุกรพ.ต่อต้านสารเคมี แฉความต้องการทางเพศลด

พิษพาราควอต “มนัญญา-เฉลิมชัย” ป่วย ขณะที่กลุ่มชาวสวนปาล์มน้ำมันที่หนุนให้ใช้ 3 สารต่อ เตรียมยื่นศาลปกครองให้คุ้มครองการใช้ฉุกเฉิน ชี้เกษตรกร 5 แสนคน ยังจำเป็นต้องใช้ ขอเข้าพบ รมว.เกษตรฯ กลับเผชิญหน้ากลุ่มไบโอไทยที่ต้องการให้ยกเลิกใช้ แล้วเกิดปะทะคารมกลางกระทรวง สมาคมผู้นำเข้าสารเคมีเกษตรทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ค้านมติคณะทำงาน 4 ฝ่ายของ “มนัญญา” ที่ให้แบน 3 สาร ตั้งแต่ 1 ธ.ค. ว่าไม่เป็นธรรม ด้าน “อนุทิน-สาธิต” นำขบวนข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขต้าน 3 สารเคมีอันตราย ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศขึ้นป้ายแบน หมอจุฬาฯแฉสารเคมีทำ “สเปิร์ม-ฮอร์โมนเพศชาย” ลด ส่งผลให้เกิดปัญหามีบุตรยากและทำให้ความต้องการทางเพศลดลง

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อช่วงสายวันที่ 9 ต.ค. นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย แกนนำเกษตรกรผู้ใช้สารพาราควอต หรือยาฆ่าหญ้า เดินทางมาขอเข้าพบ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ได้รับแจ้งว่า น.ส.มนัญญาป่วยไม่ได้มาทำงาน ต่อมาได้แจ้งว่าในเวลา 12.30 น. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี จะนำเกษตรกรและผู้บริโภคมาขอพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตรฯ กลุ่มนายมนัสจึงรอหวังจะพบนายเฉลิมชัยพร้อมกัน

แต่เมื่อถึงเวลา 12.30 น. มีการแจ้งว่านายเฉลิมชัยป่วยกะทันหันมาพบไม่ได้แต่ได้ให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ มารับเรื่องแทน แต่ก่อนถึงเวลาหารือปรากฏว่าตัวแทนของมูลนิธิชีววิถี ที่สนับสนุนให้แบน 3 สารเคมีเกษตร กับกลุ่มของนายมนัสเกิดโต้เถียงกันโดยกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้สารพาราควอต เรียกร้องให้มูลนิธิชีววิถีนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาให้ดูว่า มีสารตกค้างในรกเด็ก มีสารตกค้างในผักคะน้า แต่ทางมูลนิธิชีววิถีไม่ได้โต้ตอบอะไร

ด้านนายมนัสเปิดเผยว่า เตรียมเสนอศาลปกครองเพื่อคุ้มครองฉุกเฉิน ในวันที่ 22 ต.ค.หลังจากที่ทั้ง รมว.เกษตรฯและนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข มีการล็อบบี้ให้แบนสารพารา–ควอต เพราะไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร เพราะเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด คือ ปาล์ม ยาง มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดหวาน ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้ใช้สารพาราควอต มีการฝึกอบรมการใช้เพื่อความปลอดภัยและถูกหลักวิชาการ ขณะนี้ผ่านการอบรมแล้ว 500,000 ราย

และยังเหลืออีกมากที่อยู่ระหว่างการอบรม การที่รัฐมนตรีร่วมกันแบน อาจก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช 5 ตัวนี้ มูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท จึงขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ยืนยันมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเดิม อนุญาตให้ใช้พาราควอตภายใต้มาตรการจำกัดการใช้ฯ นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตรายฯ เคยรายงานต่อคณะกรรมการแล้วว่า ไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงได้อย่างชัดเจนกับข้อกล่าวอ้างว่า พาราควอตเป็นสารก่อมะเร็ง โรคผิวหนังอักเสบเนื้อเน่า การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ล้วนแต่ขาดความชัดเจนข้อมูล

ขณะที่นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงเกษตรฯ ประชาชนทั่วไป ร่วมกันสนับสนุนให้เกษตรกรประมาณ 400,000 ราย ปรับตัวไปสู่การปลูกพืชที่ไม่ต้องพึ่งพา 3 สารพิษร้ายแรง หรือแบนสารกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่ยื้อกันมาหลายปีซึ่งข้อมูลเรื่องผลกระทบทั้ง 3 สาร เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้ว โดยให้ปรับตัวไปใช้วิธีกล เครื่องจักรกลการเกษตร การปลูกพืชคลุมดิน การปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งนี้ เครือข่ายสนับสนุนจะยื่นข้อเสนอ ก่อนที่จะมีการประชุมชุดคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานในวันที่ 27 ต.ค. เบื้องต้นดังนี้ 1.ให้มีการโหวตอย่างเปิดเผย 2.ขอให้รัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.เกษตรกรรมยั่งยืน

วันเดียวกัน นางวรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการ เกษตรไทย ผู้ประสานงาน สมาคมการค้านวัตกรรมฯ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืชไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้นำเข้าสารเคมีทางการเกษตรและเกษตรกร ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คัดค้านการดำเนินการของกระทรวงเกษตรฯ ในการหารือ 4 ส่วน และมติของคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอตและไกลโฟเซต ที่ประชุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ให้ยกเลิกการใช้ 3 สารนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.

ในหนังสือระบุว่า กระทรวงเกษตรฯและคณะทำงานฯที่แต่งตั้งขึ้น มิได้จัดรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง 4 ส่วน และมิได้มีการปรับพื้นฐานความเข้าใจของทุกส่วนให้ตรงกัน การแต่งตั้งคณะทำงานขาดความชอบธรรม ไม่มีตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิด ไม่มีตัวแทนผู้นำเข้า คณะทำงานฯประชุมเพียง 1 ครั้งและลงมติอย่างเร่งด่วน ทั้งที่ขาดข้อมูลความเห็นจากทั้ง 4 ส่วน ไม่นำเอกสารข้อคิดเห็นร่วมของสมาคมอารักขาพืชไทย, สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตรและสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ที่ได้ยื่นต่อเลขานุการคณะทำงานก่อนการประชุม เข้าสู่การพิจารณาแต่อย่างใด คณะทำงานฯไม่ได้ชี้แจงว่ามีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ แตกต่างไปจากที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้พิจารณาไปแล้วอย่างไร และมีการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกร ภาพรวมด้านเศรษฐกิจ และการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศอย่างไร มติที่ประชุมวันนั้น จึงขาดข้อมูลสำคัญ มีความหละหลวม ไม่รอบคอบ ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจภาคเกษตร อีกทั้งไม่ได้พิจารณาถึงวิธีการและขั้นตอนเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิด

อีกด้านที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และอธิบดีทุกกรม ร่วมประชุม VDO ทางไกลเรื่องแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผอ.โรงพยาบาลทั่วประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า การขึ้นป้ายแบนสารเคมีตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ ขอให้หน่วยงานที่ขึ้นป้ายต่อต้านอยู่ขณะนี้คงมาตรการนี้ไว้จนกว่าจะสิ้นสุดและทราบผลการประชุม หากผลการประชุมออกมาไม่ดี ขอให้ขึ้นป้ายคัดค้านเอาไว้อย่างนั้น

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงพลังความสามัคคีของบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข ที่เห็นถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยกระทรวงชัดเจนมาตลอดว่าไม่เอาสารเคมีเพราะข้อมูลทุกกรมตรงกันหมดว่าต้องแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด 2 เสียงของกระทรวงจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขกับเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา จะโหวตไม่เอาสารเคมีแน่นอน เป็นหน้าที่ที่กระทรวงต้องปกป้องไม่ให้ประชาชนมีอันตราย ไม่ว่าจากสารใดก็ตาม ส่วนตัวไม่กังวลกับผลโหวตในครั้งนี้ และไม่ต้องมากดดันกระทรวง

ทางด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯและที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า มีหลักฐานประจักษ์ชัดว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิด มีผลต่อการเกิดโรคเนื้อเน่า มะเร็ง พาร์กินสันทั้งทางตรงทางอ้อม เฉียบพลัน มีทั้งผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการใช้สารเคมี จากการตรวจเลือดประชาชนในจ.นครราชสีมา พบผลเลือดของประชาชนร้อยละ42 มีสารเคมีปนอยู่ ทั้งที่ไม่ใช่เกษตรกร ทั้งพบน้ำประปาในหมู่บ้านมีสารเคมีอันตรายปนเปื้อน ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. จึงได้มีมติยกระดับสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เป็นวัตถุอันตรายประเภท 4 เทียบเท่าลูกระเบิดและตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62สารเคมีทั้ง 3 ชนิด จะห้ามผลิต นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองเด็ดขาด แต่ขณะนี้พบว่าพาราควอตมีการจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายให้เกษตรกรซื้อในปริมาณมาก เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามที่จะขายระบายสต๊อก

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดขณะนี้คือพบว่าสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิดส่งผลกระทบต่อหญิงตั้งครรภ์เพราะจากข้อมูลทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศสอดคล้องกันว่า หญิงตั้งครรภ์ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เกษตรต่างได้รับสารพาราควอต แม้ในปริมาณที่ต่างกัน แต่สารเคมีนี้มีผลต่อทารกในครรภ์ กระทบต่อพัฒนาการด้านร่างกาย และทำให้สเปิร์มและฮอร์โมนเพศชายลดลง ส่งผลให้เกิดปัญหามีบุตรยากรวมถึงความต้องการทางเพศลดลง

ช่วงเย็นที่กระทรวงสาธารณสุข น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และคณะรวม 20 คน เดินทางมาขอเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวง ให้ชี้แจงการขึ้นป้ายคัดค้านการใช้สารเคมีในภาคเกษตร 3 ชนิด ที่เป็นอันตรายกับชีวิตและสุขภาพประชาชน ว่า เป็นการกล่าวหาเกษตรเหมือนเป็นฆาตกรไปฆ่าคนตาย โดยขอให้เอาหลักฐานที่ว่ามีผู้ป่วยจากสารเคมี 1.4 หมื่นคน และเสียชีวิต 600 คน มายืนยันว่าเกิดจากการใช้สารเคมีตัวไหน ขอให้เปิดเผยข้อมูลวิธีการตรวจผัก ผลไม้ที่มีการปนเปื้อนสารเคมีว่าตรวจสอบอย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ จ.น่าน ผวจ.น่านก็บอกว่าไม่พบ หรือโครงการหลวงก็ตรวจไม่พบ

น.ส.อัญชุลีกล่าวว่า ในวันที่ 22 ต.ค. เกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย หรือเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองจะเป็นโจทก์ฟ้องกระทรวงสาธารณสุข 3 ส่วน คือ 1.ฟ้อง รมว.สาธารณสุข 2.ฟ้อง รมว.สาธารณสุขควบปลัดกระทรวงสาธารณสุข 3.ฟ้องคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่นำมาสู่การแบนสารเคมี 3 ชนิด

ในส่วนความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ที่ต่างจังหวัด วันเดียวกัน ที่หน้า รพ.พุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก มีการขึ้นป้ายข้อความสนับสนุนยกเลิกการใช้สารกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด คือยาฆ่าหญ้า 2 ชนิด และยาฆ่าแมลง 1 ชนิด เนื่องจากไม่ปลอดภัยต่อชีวิตเกษตรกรหรือผู้ใช้ นพ.สุชาติ พรเจริญพงศ์ ผอ.รพ. พุทธชินราช เปิดเผยว่า โรงพยาบาลร่วมสนับสนุนการยกเลิกใช้สารดังกล่าวเนื่องจากมีอันตรายต่อผู้ใช้

ขณะที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี นพ.วินัย บรรจงการ รอง ผอ.รพ. ร่วมกับบุคลากรของโรงพยาบาลขึ้นป้ายสนับสนุนการยกเลิกสารเคมีอันตราย 3 ชนิดทั้งพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตเนื่องจากเป็นสารอันตรายกับชีวิตมนุษย์เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มนัญญา ไทยเศรษฐ์เฉลิมชัย ศรีอ่อนแบนสารพิษสารเคมีอันตรายพาราควอตกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้