รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 กำหนดให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อมีสิทธิเสรีภาพ มีความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย
กฎหมายระดับรองคือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบอกว่าในคดีอาญา เมื่อผู้ต้องหาถูกจับต้องถูกนำตัวไปสอบสวน
ให้ตำรวจแจ้งสิทธิพบและปรึกษาทนายความ
ชั้นพิจารณาคดีที่มีโทษประหารชีวิต มีบทบังคับศาลให้ตั้งทนายความให้จำเลย เรียกกันว่าทนายขอแรง
ทนายขอแรงคือ คนไทยที่จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต สอบไล่ได้ชั้นความรู้จากสำนักอบรมวิชาว่าความ ของสภาทนายความ ขึ้นทะเบียนเป็นวิสามัญสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
บางคนเก่งกาจสอบไล่ได้ชั้นความรู้เป็นเนติบัณฑิต หรือปริญญา นิติศาสตรมหาบัณฑิต เป็นเขี้ยวเล็บไว้สอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา พนักงานอัยการ เจ้าพนักงานคดี หรือเจ้าพนักงานตำรวจศาล
ทนายแบบนี้จะขึ้นทะเบียนกับศาลชั้นต้น เพื่อรอคิวเรียกไปทำงานเป็นทนายความจำเลยชั้นพิจารณา มีโต๊ะทำงานนั่งหน้าห้องธุรการศาล แถวส่วนบริหารจัดการคดี หรือส่วนก่อนมีคำพิพากษา
อันนี้ให้บริการปรึกษาคดีเบื้องต้น แบบไม่มีค่าใช้จ่าย
แต่ในชั้นฝากขัง หรือระหว่างเดินทางไปมาสถานที่ถูกจับไปโรงพัก อันนี้ตัวใครตัวมัน ใครมีเงินก็โทร.ตามทนายความส่วนตัว แบบที่เห็นในหนังในละคร ความสามารถความเก่งกาจพอๆกัน
ใครไม่มีทนายก็นั่งตาละห้อยในโรงพัก ญาติส่งสายตาห่วงหาอาทร ไม่รู้ชีวิตจะเป็นอย่างไร?
มีอยู่คนหนึ่ง ผมเห็นมากับตา ระหว่างถูกนำมาศาลรอฝากขัง ญาติไม่มีทนายไม่มีตั้งแต่ถูกจับ ความกลัดกลุ้มความร้อน ความหิวมันประดังมา เลยใช้เชือกรองเท้าผูกคอในรถโรงพักเพื่อฆ่าตัวตาย!
ดีที่ รปภ.ศาลเห็นช่วยไว้ทัน รอดตายมาถามสั้นๆ “ผมจะทำไงต่อไป?”
ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เล็งเห็นปัญหาที่อารัมภบทมาเบื้องต้นเป็นอย่างดี เมื่อคนเราขึ้นโรงพักจะเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา สมควรมีทนายความเป็นผู้ให้คำปรึกษา
แนะนำทางรอด สอนทางเลือกคดีทุกรูปแบบไว้โรงพักละ 1 คน?
ตอนนี้อบรมไปหลายรุ่นทั่วประเทศ และจัดลง 150 โรงพักนำร่องไปแล้ว หากได้งบสนับสนุนจากภาครัฐ จะมีทนายประจำโรงพักให้ประชาชนเข้าถึงทุกแห่งทั่วประเทศ...
"สหบาท"