กีฬา
100 year

ยกเลิกกําไล EM ยุติธรรมปรับเงิน 83 ล้าน 541 คน ให้ใช้ของศาลไปก่อน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ก.ย. 2562 05:20 น.
SHARE

“สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม เปิดโต๊ะแถลงยกเลิกใช้กำไลอีเอ็ม 4 พันเครื่อง เรียกค่าเสียหายบริษัท คู่สัญญากว่า 83 ล้านบาท แจงยิบตรวจสอบแล้วอุปกรณ์คุณลักษณะไม่ตรงตามขอบเขตของงาน (TOR) แจ้งให้บริษัทนำอุปกรณ์มาเปลี่ยนแล้วแต่ทำไม่ได้ กรมคุมประพฤติต้องรายงานไปยังศาลเพื่อของดใช้กำไลอีเอ็มจนกว่าจะปรับปรุงได้ ส่วนผู้ถูกคุมประพฤติใส่กำไลอีเอ็มขณะนี้ 541 เครื่องทั่วประเทศต้องทยอยยกเลิก ส่วนที่จำเป็นให้ไปใช้กำไลอีเอ็มของศาลแทน

ยธ.ยกเลิกสัญญาบริษัทกำไลอีเอ็ม เปิดเผยขึ้นที่ห้องรับรอง กระทรวงยุติธรรม อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) แถลงข่าวผลการตรวจสอบกําไลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring: EM) และการยกเลิกสัญญากำไลอีเอ็มที่ทำกับบริษัทสุพรีม ดีสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมส่งหนังสือถึงบริษัทสุพรีมฯเพื่อทวงถามค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 83 ล้านบาท

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงกรณีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไลอีเอ็มสามารถถอดได้ เป็นผลให้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้งานตามวัตถุประสงค์ กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ต่อมากรมคุมประพฤตินำข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง สรุปว่า กรมคุมประพฤติดำเนินการทำสัญญาเช่าและติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวพร้อมระบบที่เกี่ยวข้อง สำหรับการติดตามตัวผู้กระทำผิดจำนวน 4,000 เครื่อง ตั้งแต่ ม.ค.2562 ถึง ก.ย.2563 รวม 21 เดือน งบประมาณ 74,470,000 บาท กับบริษัทสุพรีม ดีสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นไปตามระเบียบกำหนด และใช้อุปกรณ์ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง

“ต่อมารับทราบข้อมูลจากการนำอุปกรณ์อีเอ็มมาใช้ว่า อาจมีข้อบกพร่องบางประการ กรมคุมประพฤติ เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาทดสอบการถอด ด้วยการดึงรั้งสายรัดอุปกรณ์ลักษณะปกติวิสัย ปรากฏว่าไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนประเด็นไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนจากการใช้เทคนิคอื่น กรมคุมประพฤติต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน ประกอบกับบริษัทส่งเอกสารการดำเนินงานตามสัญญาให้คณะกรรมการตรวจรับไม่ครบถ้วน ดังนั้น กรมคุมประพฤติจึงชะลอการจ่ายเงินไปยังบริษัทเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ” รมว.ยธ.กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 9 ก.ย.62 ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ว่า กำไลอีเอ็มสามารถถอดออกได้ เกิดจากความบกพร่องของตัวอุปกรณ์มีคุณลักษณะไม่ตรงตามขอบเขตของงาน (TOR) กรมคุมประพฤติดำเนินการแจ้งให้บริษัทนำอุปกรณ์มาเปลี่ยนภายใน 15 วันตามสัญญา แต่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562 กรมคุมประพฤติดำเนินการแจ้งยกเลิกสัญญาไปยังบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2562 กรมคุมประพฤติตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญา มีหนังสือทวงถามบริษัทให้ชำระหนี้เป็นค่าเสียหายเป็นเงิน 83,825,810 บาท

“ประกอบด้วย ค่าปรับจากการส่งมอบและติดตั้งเกินกำหนด 1,712,810 บาท ค่าปรับไม่นำอุปกรณ์มาเปลี่ยนในเวลากำหนด 302,500 บาท ค่าปรับกรณีเจ้าหน้าที่ไม่มาปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานแต่ไม่ครบเวลา มีผู้ปฏิบัติงาน 2 คน 22,500 บาท ค่าปรับผู้ให้เช่าไม่สามารถนำอุปกรณ์มาเปลี่ยนใหม่เกิน 15 วันนับจากวันที่กรมคุมประพฤติแจ้ง 21 วัน ค่าปรับวันละ 500 บาทต่อเครื่อง รวม 4,000 เครื่องเป็นเงิน 52,000,000 บาท และค่าเสียหายหลังบอกเลิกสัญญากรณีกรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณปี 61-62 ได้ 29,788,000 บาท ให้ชำระค่าเสียหายภายใน 15 วันนับจากวันที่ 19 ก.ย. หากครบกำหนดถือว่าผิดนัด กรมคุมประพฤติจะฟ้องศาลเรียกค่า เสียหายต่อไป” รมว.ยธ.กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้กรมคุมประพฤติต้องรายงานไปยังศาลเพื่อของดใช้กำไลอีเอ็มจนกว่าจะสามารถปรับปรุงในทางปฏิบัติได้ ส่วนผู้ถูกคุมประพฤติด้วยกำไลอีเอ็มขณะนี้มี 541 เครื่องทั่วประเทศ จะทยอยยกเลิก อย่างไรก็ตาม การใช้กำไลอีเอ็มเป็นนโยบายของกระทรวงยุติธรรม เพื่อลดความแออัดผู้ต้องขังในเรือนจำที่มีกว่า 360,000 คน ปัจจุบันมีเปอร์เซ็นต์การเข้าใหม่ผู้ต้องขังสูงขึ้นกว่าปริมาณการลดโทษหรือพักโทษ การแก้ปัญหาอาจต้องปรับปรุงในส่วนข้อกฎหมาย การสร้างขยายเรือนจำใหม่ หาแนวทางใหม่ๆสำหรับผู้พ้นโทษ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการพิจารณาในงบปี 63 เพื่อลดความแออัดในเรือนจำให้ได้

ด้านนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยว่า กรมคุมประพฤติส่งหนังสือไปยังศาลยุติธรรม แจ้งยกเลิกสัญญาการใช้กำไลอีเอ็มไปยังศาลทั่วประเทศ ทางศาลมีเงื่อนไขอื่นมาทดแทนเพื่อติดตามผู้ต้องคุมประพฤติอยู่แล้ว เช่น ต้องมารายงานตัวตามวันเวลากำหนด หรือบำเพ็ญประโยชน์บริการสังคม เป็นต้น หากศาลพิจารณาแล้วว่าจำเป็นสามารถใช้กำไลอีเอ็มของศาลที่มีอยู่แล้วแทนได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยกเลิกกำไลอีเอ็มกำไล EMสมศักดิ์ เทพสุทินกรมคุมประพฤติกำไลอีเอ็มผู้ถูกคุมประพฤติข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้