“ไทยแลนด์ 4.0” นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล...การใช้ประโยชน์จากข้อมูล ตั้งแต่ประกอบอาชีพ การเรียนรู้ ค้าขาย ทำมาหากิน ลดต้นทุน...เพิ่มผลผลิต

ไปจนถึง...เพิ่มช่องทางการขาย เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเร็วขึ้นเพิ่มความสะดวก ลดเวลา ลดข้อจำกัด เพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้ในที่สุดเดินหน้าไปสู่...“ทำน้อยแต่ได้มาก” นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนรอบด้าน

เป็นสังคมไทย 4.0 มีความเท่าเทียมในสังคม...เป็นคนไทย 4.0 ที่มีโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม...เป็นเกษตรกร 4.0 เกษตรกรสมัยใหม่ Smart Farmers ที่บริหารจัดการดี ต้นทุนการผลิตต่ำ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรจากการแปรรูป...เป็น SME 4.0 ที่มีความสามารถทางการค้าขาย เข้าถึงตลาดในประเทศ อาเซียน...ตลาดโลก

และ...เกิดจังหวัด 4.0 ที่มีการกระจายความเจริญทั่วประเทศ เศรษฐกิจขยายตัว ชุมชนเข้มแข็ง นำ “คนกล้า”...คืนถิ่นฐานบ้านเกิด

ปั้น “ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยว” อีกหนึ่งโครงการสำคัญของ อพท. โดยศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ ศทย. (DASTA Academy) สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ GSTC (Global Sustainable Tourism Criteria) และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

จัดกิจกรรมฝึกอบรมหลักสูตร “นักประเมินความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางของ GSTC” ให้แก่ผู้แทนจาก 13 มหาวิทยาลัย รวม 62 คน ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 9 เขตทั่วประเทศ

เป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการประเมินความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางของ GSTC ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเครือข่ายการประเมินความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยว

...

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภารกิจหน้าที่ของ อพท. คือหน่วยงานผู้ประสานให้เกิดความร่วมมือนั้นๆ

เป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ แก่หน่วยงานนั้นๆให้สามารถดำเนินการด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามแผนของหน่วยงานให้ได้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเปรียบได้กับว่าหน่วยงานนั้นๆ คือ “ฮีโร่” ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนา และ อพท.เป็นหน่วยงานที่จะเข้าไปสนับสนุนฮีโร่เหล่านั้นให้เดินไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จและถูกต้อง

“อพท.” จึงให้คำนิยามกับปฏิบัติการนี้ว่า “ดาสต้า โค-ครีเอชั่น (DASTA co–creation)” ประกอบด้วย วางแผน, ดำเนินงาน, ติดตามประเมินผล

ทวีพงษ์
ทวีพงษ์

ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) บอกว่า ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างการรวบรวมองค์ความรู้เพื่อจัดทำเป็น “คู่มือการวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ด้วยกลไกการมีส่วนร่วมเพื่อเป็นองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

รายละเอียดคู่มือคร่าวๆ...สามารถใช้ได้ในบริบทของแหล่งท่องเที่ยวที่มีความต่างกัน, แสดงถึงผลสัมฤทธิ์ในแต่ละประเด็น ซึ่งมี 4 ด้าน 41 ข้อ 105 ตัวชี้วัดอย่างชัดเจน, เหมาะสมกับระบบติดตามและประเมินผลความสำเร็จของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของ GSTC

ดำเนินการในแหล่งท่องเที่ยวระดับที่ใหญ่กว่าหมู่บ้าน (หมู่บ้านใช้ CBT Thailand) เช่น เป็นเกาะ หรือระดับตำบลขึ้นไป...ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมแบบโคครีเอชั่น (Co-Creation) ร่วมกับหน่วยงานผู้มีส่วนได้เสีย หรือหน่วยงานที่มีอำนาจในด้านต่างๆ

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า...การประเมินแหล่งท่องเที่ยวตามเกณฑ์ GSTC ผลที่ได้รับจะกลับมาในรูปองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดงานวิจัยและแนวทางการพัฒนาที่เป็นระบบมากขึ้น ในกรณีที่เห็นปัญหาและต้องการการแก้ไข ส่วนการอบรมครั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องทำการทดสอบตามมาตรฐานที่ GSTC กำหนด

“ทดสอบรายบุคคล ผู้ที่ได้รับคะแนนทดสอบเกินร้อยละ 75 จึงจะถือว่าผ่านการฝึกอบรมฯ สามารถทำหน้าที่ในการเป็นนักประเมินความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางของ GSTC ร่วมกับ อพท.ได้ต่อไป”

ฉายภาพ “แผนขับเคลื่อน อพท.ระยะ 4 ปี (2562–2565)” ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างชุมชนแห่งความสุข” และมีพันธกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ 4 ประการ หนึ่ง...พัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สอง...พัฒนาการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน สาม...ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน

และ สี่...บูรณาการร่วมกับทุกภาคีเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว

...

16 ปีตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา เราตระหนักดีว่า “ชุมชนท้องถิ่น” คือ “เจ้าของทรัพยากรการท่องเที่ยว” ที่แท้จริง และ...การท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้นั้น ผลประโยชน์จะต้องเกิดกับคนในชุมชน

เมื่อเป็นเช่นนั้น...การท่องเที่ยวโดยชุมชนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง และใช้เวลาอยู่ในชุมชนนานขึ้น ใช้จ่ายในชุมชนมากขึ้น

จึงนับเป็นกลไกสำคัญในการ “เพิ่มรายได้” และ “กระจายรายได้” สู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ผ่านมาจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมด้านสิ่งแวดล้อมตามมา ประกอบกับการที่ประเทศไทยติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางเป็นเวลานาน...

พิพัฒน์
พิพัฒน์

...

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสริมว่า จากปัญหาเหล่านี้ จึงได้เกิดแนวคิดการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกที่นอกเหนือจากการท่องเที่ยวกระแสหลัก สอดคล้องกับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารของกระทรวงฯ พ.ศ.2558-2562

รวมถึงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว “เมืองรอง” ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่

ยกตัวอย่างโครงการการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดโครงการแผนพัฒนาวิชาการ “สร้างเสริมพลังจุฬาฯ ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันเอเชียศึกษา ร่วมกับนักวิจัยจากสหสาขาวิชาจาก 11 คณะและสถาบันบูรณาการศาสตร์ ความรู้และความเชี่ยวชาญต่างๆ ประกอบด้วย

ชุดโครงการที่ 1 การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และชุดโครงการที่ 2 การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อสังคมพหุวัฒนธรรม ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งอันดามัน ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี (กุมภาพันธ์ 2562-2565) โดยได้รับงบประมาณสนับสนุน 54.4 ล้านบาท

ย้ำว่า...การพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนไปสู่ความยั่งยืนต้องเดินหน้าด้วยชุมชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ บวกนโยบายรัฐที่ต้องชัดเจนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนพัฒนา สร้างพลังขับเคลื่อนการตลาดออนไลน์อย่างเป็นระบบโดยชุมชนเพื่อชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อใช้ในการพึ่งพาตนเองในระยะยาว

“ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับผลประโยชน์”...ชุมชนมีรายได้เพิ่ม เข้าสู่ยุค “ทำน้อยแต่ได้มาก” สอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0”.

...