ข่าว
100 year

แปลงใหญ่มันฯ ครบวงจร รายได้เข้ากลุ่มปีละร้อยล้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.ย. 2562 07:01 น.
SHARE

“เดิมเราต่างคนต่างทำ ได้ผลผลิตต่ำ ต้นทุนสูง จนเมื่อมีโครงการแปลงใหญ่เข้ามา ชาวบ้าน 76 ราย พื้นที่ปลูก 2,392 ไร่ จึงรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่มันสำปะหลัง เมื่อปี 2560 จากนั้นมีการนำนวัตกรรมต่างๆเข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ตั้งแต่การปลูก บริหารจัดการ จนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำทุกอย่างตามคำแนะนำทางวิชาการ โดยเฉพาะใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของมัน ทำให้เราเริ่มมีเงินทุน พัฒนาทุกอย่างเรื่อยมา จนสามารถกำหนดราคาได้เอง รวมรายได้ทั้งหมดแล้ว มีเงินเข้ากลุ่มปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท”

อนันท์ญา จันทร์น้อย ประธานกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี เล่าถึงที่มาของการรวมกลุ่ม ก่อนได้รับรางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่นระดับเขต ปี 2562...หลังกลุ่มได้เข้าศึกษาดูงานจากหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จ ก็นำข้อดีข้อด้อยมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับพื้นที่ ภายใต้การประสานงานของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จ.ชัยนาท ตั้งแต่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ อาทิ การใช้ปุ๋ยพืชสด (ปอเทือง) ร่วมกับปุ๋ยสั่งตัด การไถระเบิดดินดานปรับโครงสร้างดินตั้งแต่เริ่มปลูกใช้มันสำปะหลังพันธุ์ห้วยบง 90 ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก ต้านทานโรคและแมลงได้ค่อนข้างดี ปลูกเหลื่อมฤดู

หลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงฤดูฝน เพื่อลดความเสียหายจากรากเน่า ปลูกมันสำปะหลังสลับกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องแมลง ใช้ใบและต้นข้าวโพดมาผสมเป็นวัตถุดิบอาหารวัว การใช้ระบบน้ำหยดเพื่อลดค่าแรงงานและประหยัดน้ำ เก็บเกี่ยวอายุ 9 เดือนขึ้นไป เพราะจะได้เปอร์เซ็นต์แป้งสูงกว่าช่วงอื่น ใช้เครื่องจักรกลเก็บเกี่ยวผลผลิตลดต้นทุนแรงงาน ลดผลผลิตเสียหาย รวมไปถึงการทำบัญชีครัวเรือน

สำคัญที่สุดคือ การนำทุกส่วนของมันสำปะหลังมาเพิ่มมูลค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรียกได้ว่าเป็นซีโร่เวสต์ เกษตรกรได้ทั้งขายวัตถุดิบให้กลุ่ม และเงินปันผลจากยอดขายผลผลิตแปรรูป ไม่นับหัวมันสด มันเส้น หัวมันหมัก ที่ขายได้ตามปกติรวมแล้วปีละกว่า 52 ล้านบาท

ใบและยอด...มันสำปะหลัง 1 ไร่ ได้ใบและยอด 4,000 กก. หมักร่วมกับใบและต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 21 วัน เป็นอาหารวัวนม ต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ “ชาววัง” ผลิตขายให้กับฟาร์มโคนม พร้อมกับทำสัญญาซื้อขายกับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม 2,000 ตัว

รับซื้อใบและยอดจากเกษตรกร กก.ละ 2 บาท สร้างรายได้เพิ่มเติมกับเกษตรกรรวมปีละ 19 ล้านบาท สร้างรายได้จากการขายอาหารโคนมกว่าปีละ 39 ล้านบาท

เหง้ามัน...แต่เดิมใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ก็เอามาเผาด้วยเตาชีวมวล ได้ถ่านเชื้อเพลิงไร้ควันพร้อมกับน้ำส้มควันไม้ใช้ไล่แมลง มันสำปะหลัง 1 ไร่ มีเหง้ามัน 700 กก. ผลิตถ่านได้ 210 กก. มูลค่ารวมกว่า 2.1 ล้านบาท

ต้นมัน...ใช้เป็นท่อนพันธุ์ จำหน่ายต้นละ 2 บาท สร้างเงินเข้ากลุ่มรวมกว่า 7.1 ล้านบาท

“หัวใจสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกลุ่มอย่างจริงจัง เสียสละ สามัคคี เข้าร่วมประชุมปีละอย่างน้อย 6 ครั้ง ร่วมกันแก้ปัญหา ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เมื่อเรามีใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บวกกับหลักวิชาการที่ได้รับถ่ายทอดมา จึงสามารถลดต้นทุนได้ 23% จากเดิมต้นทุนไร่ละ 9,483 บาท เหลือ 7,343 บาท เพิ่มผลผลิตได้ 38% จากเดิมได้ผลผลิตไร่ละ 5 ตัน เป็น 8 ตัน”

กลุ่มเข้มแข็ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตพ่วงด้วยมูลค่าเพิ่มจากการขายทุกส่วนของต้นมัน ผลิตเอง แปรรูปเอง ทำตลาดเอง ขายเอง ที่สุดกลุ่มจึงมีเงินทุนหมุนเวียน จนสามารถกำหนดราคารับซื้อสูงกว่าราคาตลาดตันละ 100 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 67,354 บาทต่อปี แถมด้วยเงินกองทุนกู้ยืมของกลุ่มและสวัสดิการต่างๆ.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรวัฒน์ วีนิลมันสำปะหลังอนันท์ญา จันทร์น้อยการใช้ปุ๋ยพืชสดเหง้ามันลดต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้